หลักสูตรเรียนฟรี
หลายจังหวัดในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ติดกับทะเล ไม่ว่าจะเป็นฝั่งทะเลอ่าวไทย หรือทะเลอันดามัน ล้วนแต่มีความน่าอิจฉาในความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารที่ขึ้นชื่อหลายเมนูที่มนุษย์อย่างเราๆ ชื่นชอบ จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดต้นๆ ที่เมื่อเอ่ยชื่อแล้วต้องนึกถึงเมนูอาหารทะเลและที่ขาดเสียไม่ได้ คือ อาหารทะเลแปรรูป ที่สามารถเก็บเอาไว้รับประทานได้นานๆ เพราะคนจันทบุรีคือผู้ผลิตสินค้าบริโภคในหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นผู้แปรรูปสินค้าอาหารที่ขึ้นชื่อมากมาย และหากจะพูดถึงอาหารทะเลแปรรูป ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค หรือบรรดากุ๊ก เชฟ ผู้เลือกสรรวัตถุดิบในการประกอบอาหารแล้วละก็ จะต้องพูดถึง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันทบุรี ที่ได้รับการบอกต่อว่า อร่อย มีรสชาติเค็มกำลังดี ที่สำคัญ สะอาด เก็บได้นานไม่เหม็นหรือขึ้นราง่าย คุณวิไล บัวหลวง ผู้ผลิตสินค้ากุ้ง กุ้งแห้ง ของดีเมืองจันท์ ติดอันดับสินค้าแปรรูปโอท็อป กับฝีมือการผลิตอย่างเชี่ยวชาญ ตราบที่มีมนุษย์อยู่คู่กับทะเลเลยก็ว่าได้ หนึ่งในผู้ผลิตสินค้า “กุ้งแห้ง” ของดีเมืองจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า อาชีพการทำกุ้งแห้งนี้ ถือเป็นอาชีพแห่งวิถีชีวิตของประชาชน ชาวอำเภอแหลมสิงห์ จังห
ชี้เป้าแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพเยี่ยมที่เชียงใหม่ แม่ตอนหลวง อ.ดอยสะเก็ด มีการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ไม่ทำลายพื้นที่เดิมที่เคยเป็นไร่ชามาก่อน ไม้บังร่มยังสร้างคาแร็กเตอร์กาแฟได้ชัดเจน บางเมล็ดหอมคล้ายดอกไม้ป่า คล้ายมีกลิ่นผลไม้แทรกผสม 2. เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด ปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ในป่าต้นน้ำที่ความสูงระดับ 1,100 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความหอมของดอกไม้ป่าเป็นเอกลักษณ์ รสชาติและกลิ่นแตกต่างจากกาแฟแหล่งอื่น 3. แม่กำปอง อ.แม่ออน หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งนี้ปลูกกาแฟ แบบธรรมชาติและปลอดสารพิษทำให้ผลผลิตมีคุณภาพล้ำเลิศทั้งในด้านรสชาติ และความหอมหวาน 4. ขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง เกษตรกรเปลี่ยนจากสวนลิ้นจี่เชิงเดี่ยว มาเป็นสวนลิ้นจี่ผสมกับกาแฟ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลิ่นที่ไม่เหมือนใคร 5.แม่วิน อ.แม่วาง นอกจากคุณภาพแล้วกาแฟจากแม่วินโดดเด่นจากแหล่งอื่น เพราะมีการรวมกลุ่มกันพัฒนารวมทั้งการช่วยเหลือกันในชุมชน 6. หนองหล่ม อ.จอมทอง เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทอดพระเนตรต้นกาแฟบนดอยอินทนนท์ ต่อมามีการนำเมล็ดจากกาแฟต้นดังกล่าวไปต่อยอดเป็นจุดแรกเริ่มของกาแฟในเชียงใหม่ 7. ขุนแตะ อ.
ติดอันดับแหล่งปลูกกาแฟดีมีคุณภาพที่จังหวัดเชียงใหม่ แถมได้เครื่องหมายทะเบียน GI (Geographical Indication) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สำหรับกาแฟไทย แบรนด์ “เทพเสด็จ” ผลผลิตกาแฟจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอน ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด ที่ได้รวมตัวกันสร้างแบรนด์กาแฟไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เลียนแบบไม่ได้ทั้งกลิ่นและรสชาติ คุณสุวรรณ เทโวขัติ หรือ คุณโขง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกาแฟสดเทพเสด็จ วัย 41 ปี เล่าว่า ชื่อกาแฟเทพเสด็จ มาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยม โครงการหลวงป่าเมี่ยงในปี พ.ศ. 2534 ทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ มาถึง 2 ครั้ง จึงขอพระราชทานนามชื่อตำบลเทพเสด็จ เลยเป็นที่มาของชื่อกาแฟเทพเสด็จ ปลูกในตำบลเทพเสด็จ สำหรับกาแฟเทพเสด็จ เป็นกาแฟอาราบิก้า สายพันธุ์ “คาติมอร์” (CatiMor) ค่อนข้างทนทานต่อโรค ปลูกอยู่บนพื้นที่สูง 1,100 – 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นทั้งปี เฉลี่ย 10 – 28 องศาเซลเซียส ปลอดภัยไร้สารพิษ ปลูกในป่า มีดอกไม้ป่า หรือเรียกว่า “ดอกก่อ” มีสีเหลือง ประกอบกับในพื้นที่มีผึ้งโก๋น หรือผึ้งโพรง เวลาผึ้งโพรงไปตอมเกสรจากดอ
การได้เล่นของเล่นที่ผลิตจากไม้ อย่างโดมิโน, ลูโด้, หมากฮอส, แบกคาม่อนหรือแม้แต่บันไดงู มิใช่เพียงสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เล่นทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไปด้วยการเสริมสร้างทักษะ ความคิด การแก้ปัญหา การสร้างสมาธิ ฝึกความอดทน และที่สำคัญของเล่นไม้มีความปลอดภัยมากกว่าของเล่นที่ผลิตจากพลาสติก เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันของเล่นที่ผลิตจากไม้เหล่านั้นได้รับความสนใจน้อยมากหรือบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างหันไปเสพความสนุกสนานเอาจริงเอาจังกับเกมในออนไลน์เสียมากกว่า จนลืมคุณค่าจากของเล่นไม้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ที่บ้านห้วยเกี๋ยง ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านรวมกลุ่มกันตั้งเป็นชมรมหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตของเล่นไม้ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศมายาวนาน เป็นของเล่นที่ผลิตตามมาตรฐาน พร้อมกับได้รับการรับรองเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ คุณวรรณภา ไชยโย หรือคุณเปิ้ล คุณวรรณภา ไชยโย หรือ คุณเปิ้ล ทายาทคนรุ่นใหม่ดีกรีปริญญาตรีทางด้านการบริหารจัดการสำนักงาน ที่มาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจผลิตของเล่นไม้ได้เกือบ 10 ปี ด้วย
อดีตวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กัดฟันสู้ชีวิตทำทุกอย่างหาเลี้ยงปากท้อง วันหนึ่งบังเอิญไปเป็นลูกจ้างส่ง ‘เต้าหู้นมสด’ ของพ่อค้ารายหนึ่ง จากนั้นลองผิดลองถูก หาสูตรทำเอง วันนึงผันตัวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ ไม่นานทะยานสู่เถ้าแก่ร้อยล้านด้วยกิจการ ‘เต้าหู้นมสด เลิศรส’ เสิร์ฟคุณภาพคับแก้ว บุกตลาดต่างประเทศได้แล้ว เต้าหู้นมสด คือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำนม วุ้นหรือเจลาตินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมกัน กับน้ำตาลแล้วอาจเติมส่วนประกอบอื่นเพื่อปรุงแต่งกลิ่นรส เช่น กาแฟ วานิลลา ชาเขียว หรือส่วนประกอบอื่น เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช แล้วควรต้องมีกลิ่นรสที่ดีตามธรรมชาติของส่วนประกอบที่ใช้ โดยปราศจากกลิ่นรสอื่นที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้เนื้อวุ้นต้องนุ่มและเนียน อาจทานเป็นของว่างหรือทานจริงก็ได้ เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ “เลิศรส” เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เต้าหู้นมสดที่ได้รับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ของสินค้าจากกระทรวงสาธารณสุข ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่งและนโยบายหลักที่คำนึงถึงเรื่องของ รสชาติ ความอร่อย ความสด สะอาด และหลากหลาย กระทั่งนำมาปรับปรุงเต้าหู้นมสดให้ตรงตามความต้องการของตลาด
หลังจากที่ประกาศเลิกกิจการโรงแรม เป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อปลายปี 2559 ตอนนี้ นายเลิศ กรุ๊ป เจ้าของโรงแรมปาร์คนายเลิศ กำลังจะสร้างโรงแรมใหม่ บนที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” ผืนเดียวกันกับโรงแรมเดิม ซึ่งก่อนหน้าที่จะขายโรงแรมปาร์คนายเลิศ ที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” มีอาณาบริเวณตั้งแต่ริมคลองแสนแสบไปจนจดรั้วสถานทูตอังกฤษ รวม 35 ไร่ ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุเก่าแก่ที่อยู่มาคู่กับชื่อปาร์คนายเลิศ หลังจากขายโรงแรมและที่ดินไป 15 ไร่ ปัจจุบันยังเหลือ 20 ไร่ เพียงพอให้ทายาททำอะไรต่อยอดได้อีกเยอะ ประชาชาติธุรกิจ ได้คุยกับ เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมบัติเลิศ จำกัด บริษัทในเครือนายเลิศ กรุ๊ป อัพเดตธุรกิจที่เธอทำในนามผู้บริหารปาร์คนายเลิศ รวมถึงมุมมอง ความคิด การทำงาน และเรื่องส่วนตัวอีกจิปาถะ ณพาภรณ์ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วย ร้านอาหารไทย มา เมซอง (Ma Maison), ร้านอาหารตะวันตก เลดี้ แอล การ์เดน บิสโทร (Lady L Garden Bistro), ธุรกิจจัดเลี้ยง ไวท์บัส เคเทอริ่ง (White Bus Catering), บ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้สักอายุกว่า 100 ปีของพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) ที่เปิดเ
อดีตหนุ่มออฟฟิศเลี้ยงไก่ต๊อกสุดรุ่ง ไก่พันธุ์นี้ราคาดี-ออกไข่เยอะ ตลาดออนไลน์ซื้อไม่อั้น คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เงินเป็นค่าใช้จ่าย จึงเริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งหาสัตว์ปีกชนิดอื่นมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านอีกด้วย “ช่วงแรกผมเลี้ยงไก่ต๊อก ควบคู่ไปกับทำงานประจำ มาเลี้ยงสัตว์อย่างเต็มตัว ช่วงนั้นไก่ต๊อกผมหาซื้อมาเลี้ยงประมาณ 5 คู่ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เริ่มสนใจไก่ชนิดอื่นด้วยก็หาซื้อมาเลี้ยง พอทำแล้วเริ่มรู้สึกสนุก มันมีอิสระในการทำ ก็ลาออกจากงานออฟฟิศมาเลี้ยงไก่อยู่ที่บ้านอย่างเต็มตัว” คุณพณิชย์ เล่
2 สาวทายาทธุรกิจ “รุ้งทองทัวร์” ไอเดียดีสร้างกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว มาพบกับ “โลเคิล ฮีโร” และ “โลเคิล โลเคชั่น” หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละท้องถิ่น ทั้งอาหาร งานหัตถกรรม งานฝีมือ งานศิลปะ ผ่านรูปแบบกิจกรรม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกับคนท้องถิ่น เป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหายไปและกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยมีจุดยืนทำเพื่อสังคม จากการจัดประกวดโครงการ Booking Booster 2018 ในการนำเสนอแผนธุรกิจของสตาร์ตอัพ และกิจการเพื่อสังคมจากผู้ประกอบการทั่วโลก เพื่อชิงเงินทุนรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านยูโรในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า “ไฮฟ์สเตอร์” (HiveSters) สตาร์ตอัพที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชนของประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกติด 1 ใน 10 อันดับของบริษัทสตาร์ตอัพจาก 100 ผู้ประกอบการทั่วโลก จะได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ยังได้รับเงินทุนในการสนับสนุนธุรกิจ 100,000 ยูโร หรือประมาณ 4,000,000 บา
หลังพ้นโทษออกจากคุกด้วยข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คุณสุพันธ์ ศรีภักดี อดีตนักโทษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวเนื้อ หมู และปลานิล บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีลูกชาย2คนคอยช่วยเหลือ ในแต่ละปี ฟาร์มแห่งนี้จะมีรายได้หลังค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 6.6 ล้านบาท “ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมา ในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิต
ไอเดียเด็กไทย ผุดธุรกิจ “แอกเซสซอรี่” สุดสะพรึง สยอง สะกดประสาท เจาะกลุ่มคนชอบความเสียว และแหวกแนว จนต้องกรีดร้อง ถึงขั้นสะพรึง ขนหัวลุก จนต้องกรีดร้อง สำหรับบรรดาแอสเซอรี่ร้าน Death Store มาในแนว Horror Art สยองขวัญ สะกดประสาท เจาะกลุ่มคนชอบความเสียว และแหวกแนว นับว่าเป็นการฉีกตลาด ไม่ซ้ำใคร รายแรกรายเดียวในไทยที่เห็นแล้วต้องทึ่งในไอเดีย คุณวิลาวัณย์ อ้นมั่น หรือฝ้าย สาววัย 25 ปี เธอบอกกับ #เส้นทางเศรษฐีว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนวสยองขวัญ ส่วนตัวชอบศิลปะแขนงนี้ เลยใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนคณะประติมากรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร แรกๆ ก็ปั้นเคสมือถือไว้ใช้เองก่อน ต่อมาค่อยๆ พัฒนาผลงานจนน่ากลัวเหมือนจริง คนใกล้ตัวชอบ มีเสียงเรียกร้องให้ทำขาย เลยเป็นที่มาของธุรกิจเมื่อปลายปี 2558 “ฝ้ายทำเคสมือถือไว้ใช้เองก่อน เรียกแนว Horror Art เพื่อนบางคนเห็นชอบมาก เรียกร้องให้ทำขาย เลยลองขายเป็นเรื่องเป็นราวผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของตัวเอง กระทั่งเพื่อนบอกต่อปากต่อปาก บางคนแชร์ต่อมีทั้งชอบและไม่ชอบ จากจุดนี้ทำให้ Death Store เริ่มเป็นที่รู้จักของเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบศิลปะแขนงนี้” นอกจากในโลกโซ
