หลักสูตรเรียนฟรี
อดีตวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กัดฟันสู้ชีวิตทำทุกอย่างหาเลี้ยงปากท้อง วันหนึ่งบังเอิญไปเป็นลูกจ้างส่ง ‘เต้าหู้นมสด’ ของพ่อค้ารายหนึ่ง จากนั้นลองผิดลองถูก หาสูตรทำเอง วันนึงผันตัวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ ไม่นานทะยานสู่เถ้าแก่ร้อยล้านด้วยกิจการ ‘เต้าหู้นมสด เลิศรส’ เสิร์ฟคุณภาพคับแก้ว บุกตลาดต่างประเทศได้แล้ว เต้าหู้นมสด คือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำนม วุ้นหรือเจลาตินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมกัน กับน้ำตาลแล้วอาจเติมส่วนประกอบอื่นเพื่อปรุงแต่งกลิ่นรส เช่น กาแฟ วานิลลา ชาเขียว หรือส่วนประกอบอื่น เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช แล้วควรต้องมีกลิ่นรสที่ดีตามธรรมชาติของส่วนประกอบที่ใช้ โดยปราศจากกลิ่นรสอื่นที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้เนื้อวุ้นต้องนุ่มและเนียน อาจทานเป็นของว่างหรือทานจริงก็ได้ เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ “เลิศรส” เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เต้าหู้นมสดที่ได้รับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ของสินค้าจากกระทรวงสาธารณสุข ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่งและนโยบายหลักที่คำนึงถึงเรื่องของ รสชาติ ความอร่อย ความสด สะอาด และหลากหลาย กระทั่งนำมาปรับปรุงเต้าหู้นมสดให้ตรงตามความต้องการของตลาด
หลังจากที่ประกาศเลิกกิจการโรงแรม เป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อปลายปี 2559 ตอนนี้ นายเลิศ กรุ๊ป เจ้าของโรงแรมปาร์คนายเลิศ กำลังจะสร้างโรงแรมใหม่ บนที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” ผืนเดียวกันกับโรงแรมเดิม ซึ่งก่อนหน้าที่จะขายโรงแรมปาร์คนายเลิศ ที่ดิน “ปาร์คนายเลิศ” มีอาณาบริเวณตั้งแต่ริมคลองแสนแสบไปจนจดรั้วสถานทูตอังกฤษ รวม 35 ไร่ ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุเก่าแก่ที่อยู่มาคู่กับชื่อปาร์คนายเลิศ หลังจากขายโรงแรมและที่ดินไป 15 ไร่ ปัจจุบันยังเหลือ 20 ไร่ เพียงพอให้ทายาททำอะไรต่อยอดได้อีกเยอะ ประชาชาติธุรกิจ ได้คุยกับ เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมบัติเลิศ จำกัด บริษัทในเครือนายเลิศ กรุ๊ป อัพเดตธุรกิจที่เธอทำในนามผู้บริหารปาร์คนายเลิศ รวมถึงมุมมอง ความคิด การทำงาน และเรื่องส่วนตัวอีกจิปาถะ ณพาภรณ์ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วย ร้านอาหารไทย มา เมซอง (Ma Maison), ร้านอาหารตะวันตก เลดี้ แอล การ์เดน บิสโทร (Lady L Garden Bistro), ธุรกิจจัดเลี้ยง ไวท์บัส เคเทอริ่ง (White Bus Catering), บ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้สักอายุกว่า 100 ปีของพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) ที่เปิดเ
อดีตหนุ่มออฟฟิศเลี้ยงไก่ต๊อกสุดรุ่ง ไก่พันธุ์นี้ราคาดี-ออกไข่เยอะ ตลาดออนไลน์ซื้อไม่อั้น คุณพณิชย์ สังหาร อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 6 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงไก่ต๊อกจนประสบผลสำเร็จ ทำให้เขาถึงกับลาออกจากงานออฟฟิศ มาหาความสุขกับการเลี้ยงไก่ต๊อกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพณิชย์ ชายหน้าหวาน มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ต่อมาประมาณปี 2557 ได้นำไก่ต๊อกมาทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริม เมื่อเลี้ยงมาได้สักระยะผลปรากฏว่าไก่ต๊อกออกไข่และสามารถจำหน่ายลูกไก่ต๊อกเป็นรายได้พอได้เงินเป็นค่าใช้จ่าย จึงเริ่มเลี้ยงมาเรื่อยๆ พร้อมทั้งหาสัตว์ปีกชนิดอื่นมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านอีกด้วย “ช่วงแรกผมเลี้ยงไก่ต๊อก ควบคู่ไปกับทำงานประจำ มาเลี้ยงสัตว์อย่างเต็มตัว ช่วงนั้นไก่ต๊อกผมหาซื้อมาเลี้ยงประมาณ 5 คู่ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เริ่มสนใจไก่ชนิดอื่นด้วยก็หาซื้อมาเลี้ยง พอทำแล้วเริ่มรู้สึกสนุก มันมีอิสระในการทำ ก็ลาออกจากงานออฟฟิศมาเลี้ยงไก่อยู่ที่บ้านอย่างเต็มตัว” คุณพณิชย์ เล่
2 สาวทายาทธุรกิจ “รุ้งทองทัวร์” ไอเดียดีสร้างกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว มาพบกับ “โลเคิล ฮีโร” และ “โลเคิล โลเคชั่น” หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละท้องถิ่น ทั้งอาหาร งานหัตถกรรม งานฝีมือ งานศิลปะ ผ่านรูปแบบกิจกรรม ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกับคนท้องถิ่น เป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหายไปและกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยมีจุดยืนทำเพื่อสังคม จากการจัดประกวดโครงการ Booking Booster 2018 ในการนำเสนอแผนธุรกิจของสตาร์ตอัพ และกิจการเพื่อสังคมจากผู้ประกอบการทั่วโลก เพื่อชิงเงินทุนรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านยูโรในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า “ไฮฟ์สเตอร์” (HiveSters) สตาร์ตอัพที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชนของประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกติด 1 ใน 10 อันดับของบริษัทสตาร์ตอัพจาก 100 ผู้ประกอบการทั่วโลก จะได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ยังได้รับเงินทุนในการสนับสนุนธุรกิจ 100,000 ยูโร หรือประมาณ 4,000,000 บา
หลังพ้นโทษออกจากคุกด้วยข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คุณสุพันธ์ ศรีภักดี อดีตนักโทษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวเนื้อ หมู และปลานิล บนพื้นที่ 24 ไร่ ที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีลูกชาย2คนคอยช่วยเหลือ ในแต่ละปี ฟาร์มแห่งนี้จะมีรายได้หลังค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 6.6 ล้านบาท “ผมนั้นเคยติดคุกอยู่ที่บางขวาง 13 ปี ข้อหาปล้นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นความตั้งใจว่า หากได้พ้นโทษออกมาจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทร. (087) 240-6827 บอกกล่าวถึงอดีตก่อนก้าวมาเป็นเกษตรกรในระดับ Smart Farmer ด้านปศุสัตว์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบญจลักษ์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ นายสุพันธ์ ศรีภักดี เจ้าของ“ ศรีภักดีฟาร์ม” จากที่ต้องถูกจองจำอยู่เป็นเวลา 13 ปี เมื่อพ้นโทษออกมา ในปี 2535 จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นชีวิต
ไอเดียเด็กไทย ผุดธุรกิจ “แอกเซสซอรี่” สุดสะพรึง สยอง สะกดประสาท เจาะกลุ่มคนชอบความเสียว และแหวกแนว จนต้องกรีดร้อง ถึงขั้นสะพรึง ขนหัวลุก จนต้องกรีดร้อง สำหรับบรรดาแอสเซอรี่ร้าน Death Store มาในแนว Horror Art สยองขวัญ สะกดประสาท เจาะกลุ่มคนชอบความเสียว และแหวกแนว นับว่าเป็นการฉีกตลาด ไม่ซ้ำใคร รายแรกรายเดียวในไทยที่เห็นแล้วต้องทึ่งในไอเดีย คุณวิลาวัณย์ อ้นมั่น หรือฝ้าย สาววัย 25 ปี เธอบอกกับ #เส้นทางเศรษฐีว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนวสยองขวัญ ส่วนตัวชอบศิลปะแขนงนี้ เลยใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนคณะประติมากรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร แรกๆ ก็ปั้นเคสมือถือไว้ใช้เองก่อน ต่อมาค่อยๆ พัฒนาผลงานจนน่ากลัวเหมือนจริง คนใกล้ตัวชอบ มีเสียงเรียกร้องให้ทำขาย เลยเป็นที่มาของธุรกิจเมื่อปลายปี 2558 “ฝ้ายทำเคสมือถือไว้ใช้เองก่อน เรียกแนว Horror Art เพื่อนบางคนเห็นชอบมาก เรียกร้องให้ทำขาย เลยลองขายเป็นเรื่องเป็นราวผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของตัวเอง กระทั่งเพื่อนบอกต่อปากต่อปาก บางคนแชร์ต่อมีทั้งชอบและไม่ชอบ จากจุดนี้ทำให้ Death Store เริ่มเป็นที่รู้จักของเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบศิลปะแขนงนี้” นอกจากในโลกโซ
หอมแป้น เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกผักที่คล้ายต้นหอม มีใบเรียวยาว แต่ใบแบน บาง เป็นการเรียกตามลักษณะของมันที่แบน บาง เช่น ไม้แป้น หมายถึง ไม้กระดานเป็นแผ่นบาง หอมแป้น จึงหมายถึง กุยช่าย ที่คนเมืองเหนือเคยชินกับการเรียกหอมแป้นมากกว่าเรียกกุยช่าย ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันมากนักก็ตาม ส่วนขนมกุยช่ายจะไม่เรียกว่าขนมหอมแป้น การปลูกกุยช่ายมักปลูกร่วมกับผักชนิดอื่น แหล่งปลูกกุยช่ายอยู่ที่ราชบุรี นครปฐม ในบางพื้นที่ปลูกแต่กุยช่ายเพียงชนิดเดียวเป็นแปลงใหญ่ การปลูกกุยช่ายเป็นการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรกอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชผักอายุยืน ต่างจากผักชนิดอื่นอยู่ได้เพียงฤดูเดียว หลังจากปลูกกุยช่ายแล้วการดูแลรักษามีให้ทำน้อย ให้ผลผลิตได้เร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี การเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อย ไม่เปลืองแรงงาน โรคแมลงศัตรูมีน้อย สามารถทำงานอยู่กับกุยช่ายได้อย่างสบายๆ และเบาแรง จึงเป็นงานเบาที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ดังเช่นกับ โกแป๊ะหรือ ลุงแป๊ะ ชื่อจริง คุณบุญผ่อง ฉิมพุก เกษตรกร วัย 65 ปี หันมาปลูกกุยช่ายเลี้ยงตัวมา 10 กว่าปี คุณบุญผ่องทำแปลงกุยช่ายบนพื้นที่ 2 ไร่ อยู่หมู่ 6 บ้านห้วยยาง ตำบลบ้า
มาแรงกำไรงาม เปิดเส้นทางธุรกิจพรีเมียม “สปากระเป๋าแบรนด์เนม” ตั้งใจจริง ทุกคนทำได้ เปิดเส้นทางสู่วงการ “Luxury Brand” ไม่ยากอย่างที่คิด กับธุรกิจกำไรงามที่มาคู่เคียงกับสินค้าแบรนด์เนมกับ “สปากระเป๋า” ทำเองก็ได้ สร้างอาชีพก็เงินไหลมาเทมา สวยๆเก๋ๆ เจาะลูกค้าระดับพรีเมียม ไม่พลาดจับกระแสตลาดแฟชั่น “มติชนอคาเดมี” เปิด 2 คอร์สใหม่ไฮเอนด์แต่ราคาย่อมเยาว์กับ หลักสูตร สปากระเป๋าแบรนด์เนม (หลักสูตรเบื้องต้น) และหลักสูตรสปากระเป๋าแบรนด์เนม (หลักสูตรแอดวานซ์) สอนโดย ผู้คร่ำหวอดในวงการซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมมากว่า 10 ปีกับ “ปิยะรัตน์ จิตรีญาติ” หรือ ทิพย์ เจ้าของร้าน Cherbelle bag and shoes spa (ซอยอ่อนนุช 17) จากสาวกกระเป๋าแบรนด์เนม ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจวงการสปากระเป๋า หลังมองเห็นช่องทางสร้างโอกาสจากความชื่นชอบและความสนใจใคร่รู้ ต่อยอดทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ทำสปากระเป๋ามาแล้วกว่า 1,000 ใบ และเปิดสอนคอร์สสอนลูกศิษย์นับร้อยคน แบ่งปันความรู้และเทคนิคให้แก่ผู้ที่มีความมุ่งมั่นจะก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนี้ “ธุรกิจสปากระเป๋าแบรนด์เนม ต้องบอกว่าได้กำไรดีมาก สามารถตั้งตัวได้ และมีลูกค้าเข้ามาตลอด
แม่หญิงแห่งนครจำปาสัก ทายาทคนโตตระกูลลิดดัง รับไม้ต่อธุรกิจจากผู้เป็นแม่ กับความฝันเพื่อคนลาว กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คอกาแฟคงเคยได้ยิน “เอิ้นดาวกะได๋” ประโยคฮิต ติดหู จากโฆษณาผลิตภัณฑ์ “ดาว คอฟฟี่” กาแฟสัญชาติลาว ดร.ฮ่าว ลิดดัง คุณหมอที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจหลังเกษียณ และมาดามเหลื่อง ลิดดัง นักธุรกิจหญิงที่เติบโตมาจากการเป็นแม่ค้า ที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ “ดาวเฮือง” หรือ “ดาวเรือง” คือสองสามีภรรยาผู้ให้กำเนิดธุรกิจกาแฟอาราบิกาสายพันธุ์ลาว “ดาว คอฟฟี่” กาแฟพรีเมี่ยมที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระดับสากล ปัจจุบันไม่เพียงเป็นกาแฟที่มียอดขายอันดับ 1 ใน สปป.ลาว ยังส่งออกไปไกลกว่า 10 ประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรปและอเมริกา ทำรายได้ให้กับดาวเฮืองกรุ๊ปมากกว่าพันล้านบาท ไม่รวมธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี โรงแรม ตลาดสด ผลไม้อบแห้ง ฯลฯ สำหรับตลาดกาแฟในเมืองไทย “ดาว คอฟฟี่” เข้ามาลองสนามตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน ทำรายได้ไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 300 ล้านบาท ล่าสุด การเข้ามาบุกตลาดเต็มตัวทั้งกาแฟสำเร็จรูปและกาแฟเพื่อสุขภาพ ส่งสัญญาณเอาจริง โดยตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี จะยึดหัวหาดเป็นผู้
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะมีร้านข้าวเหนียวมูนเปิดขายมานานเกือบ 80 ปี แต่ข้าวเหนียวมูนเสวยแม่นงนุช ที่หัวหินสามารถทำได้ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจไม่หยุด ลูกค้าต่างชาติรู้จัก ลูกค้าไทยที่ผ่านไปต้องแวะซื้อ ว่ากันว่าความอร่อยของขนมไทยร้านนี้ เคล็ดลับอยู่ที่การนึ่งข้าวเหนียว การันตีได้จากห้องเครื่องเสวยในวัง ยังมาอุดหนุน คุณอัจนิริยา ศิลปสุนทร ทายาทรุ่นหลาน เท้าความว่า “ตั้งแต่จำความได้ เห็นคุณย่า (นงนุช ศิลปสุนทร) ทำข้าวเหนียวมูนขายมาตลอด รวมระยะเวลาจนถึงบัดนี้เกือบ 80 ปีแล้ว เป็นสูตรโบราณ ถึงเครื่องถึงรส โดยมีหน้าสังขยา ปลาแก้ง หน้ากุ้ง และหน้ากระฉีก แต่ในฤดูร้อนจะมีมะม่วงเสิร์ฟคู่ข้าวเหนียว ส่งผลให้ลูกค้าทยอยเดินทางมาอุดหนุน จนกระทั่งเกิดการบอกต่อ กลายเป็นสินค้าดังในอำเภอหัวหิน “ฤดูร้อนคือเวลานาทีทอง ลูกค้าสั่งซื้อข้าวเหนียวมูนมากถึงคนละ 20 – 30 กิโลกรัม ซึ่งถ้านับจำนวนยอดขายข้าวเหนียวมูน ตกวันละ 30 กะละมัง (1 กะละมัง ประมาณ 30 กิโลกรัม) ส่วนราคาขายเริ่มต้นในยุคคุณย่ากิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท” ปัจจุบันคุณอัจนิริยา คือ ทายาทธุรกิจรับไม้ต่อกิจการจากคุณย่า เธอยกระดับมาตรฐานขนมไทยและพัฒนาเมนูข้
