How to
ขึ้นฉ่าย เป็นผักและสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย ช่วยลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม ช่วยรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยทำให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นหอม คนนิยมนำมาปรุงอาหาร เพิ่มความหอมในน้ำซุป หรือนำไปผัด ทำยำ เช่น ยำขึ้นฉ่าย โดยมีส่วนผสม ดังนี้ ขึ้นฉ่าย 1 ถ้วย 2. ไก่ลวกฉีก ½ ถ้วย 3. กุ้งลวก 2 ตัว 4. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 6. น้ำปลา 3/4 ช้อนโต๊ะ 7. พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย 2 เม็ด วิธีทำ นำขึ้นฉ่ายมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้นๆ ผ่าสี่ตามยาวให้เป็นเส้นๆ แช่น้ำไว้ทิ้งไว้สักพักขึ้นฉ่ายจะม้วนเป็นวงกลม พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ให้กรอบ 2. ผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาวให้เข้ากัน เตรียมไว้เป็นน้ำยำ 3. เรียงขึ้นฉ่าย เนื้อไก่ เนื้อกุ้งใส่จาน ราดด้วยน้ำยำ ที่มา อภัยภูเบศร เดย์ สปา
บอกหมดทุกขั้นตอน วิธีทำ น้ำพริกแมงดา-น้ำพริกเห็ดนางฟ้า สูตรน้ำพริกแมงดา ส่วนผสม หอมแดง 1.5 กิโลกรัม กระเทียม 1.5 กิโลกรัม กะปิ 500 กรัม น้ำตาลปี๊บ 700 กรัม มะขามเปียก 1 กิโลกรัม เกลือ 100 กรัม กุ้งแห้งป่น 500 กรัม พริกขี้หนูแห้ง 500 กรัม ผงคนอร์ 200 กรัม ปลาน้ำดอกไม้ 500 กรัม กลิ่นแมงดา 4-5 ขวด แมงดา 1 ตัว น้ำปลาเล็กน้อย วิธีทำ น้ำพริกแมงดา ปอกหอมแดง กระเทียม พริกขี้หนูแห้ง คั่วให้หอม ส่วนแมงดาปิ้งไฟ นำมาบดเข้ากันให้ละเอียด ต้มปลาน้ำดอกไม้ให้สุก แกะเอาแต่เนื้อ บดกับมะขามเปียกให้ละเอียด นำส่วนผสมข้อ 1 และข้อ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยคนอร์ น้ำตาลปี๊บ เกลือ น้ำปลา จากนั้นลงผัดให้หอม โดยใช้ไฟอ่อน ผัดต่อประมาณ 1 ชั่วโมง จนรู้สึกว่าน้ำพริกค่อนข้างแห้ง เพราะน้ำพริกยิ่งแห้งจะเก็บรักษาได้นานขึ้น เมื่อผัดจนแห้งได้ที่ ใส่กลิ่นแมงดา พร้อมแมงดาที่ปิ้งแล้วลงคลุกให้ทั่ว ใช้ขวดแก้ว กระปุก หรือพลาสติกแข็งท
แจกสูตร “ไข่ปิ้งทรงเครื่อง” เมนูยอดฮิต ขั้นตอนไม่เยอะ ทำขายได้! เว็บไซต์ กินพุงกาง แจกสูตร ไข่ปิ้งทรงเครื่อง ที่ปัจจุบันหาร้านอร่อยๆ ยาก วิธีทำก็ง่าย จะทำกินหรือทำขายสร้างอาชีพก็ได้ โดยขั้นตอนและส่วนผสมมีดังนี้ ส่วนผสม ไข่ 20 ฟอง 2. ผงปรุงรส 3/4 ช้อน 3. ซอสปรุงรส 3 ช้อน 4. พริกไทยป่นตามชอบ 5. น้ำเปล่า 100 กรัม วิธีทำ 1. ล้างไข่ไก่ให้สะอาด แล้วเจาะรูด้านบนด้านเดียว เทไข่ออกใส่ชามที่จะผสม (ใช้ผ้าขๅวบาง และกระชอนตาถี่กรอง ไม่ให้เศษเปลือกไข่ลงไป) 2. ตีไข่ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป ตีให้เข้ากัน กรองเพื่อเอาฟองอากาศออก 3. กรอกส่วนผสมลงไปที่เปลือกไข่ ให้เกือบเต็ม 4. ตั้งเตานึ่งรอให้น้ำเดือดจัด แล้วลดไฟลง นำไข่ใส่ลงไปที่ลังถึง วางไข่ไว้บนถ้วยจะได้ช่วยพยุงไม่ให้ไข่ล้ม ใช้เวลานึ่ง 20 นาที (ไม่ต้องปิดฝาสนิท) 5. ใครที่ไม่อยากนำไปปิ้งต่อก็สามารถกินได้เลยเหมือนกัน แต่เราต้องการความหอมจากการปิ้ง ก็ตั้งเตาถ่านได้เลย ที่มา : กินพุงกาง เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2562
คิดก่อนทำกลยุทธ์ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ให้ร้านอาหาร แต่อย่า คิดมาก จนไม่ได้ทำ ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ใครจะไปเชื่อเล่าว่า เดี๋ยวนี้เดินไปไหนมาไหนต้อง “ยืดอกพกถุง คาดปาก ล้างมือ” ทุกที่ ทุกแห่ง ทุกเวลา อะไรที่ไม่เคยทำ ได้ทำวันนี้แหละครับ จะเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ถ้าไม่คาดปาก เขาไม่ให้เข้า ไม่ยิงหัวให้ด้วย ต้องคาดปากก่อนถึงได้รับการยิงหัว ถ้าไม่มีถุง (ผ้า) ไปอย่างเก่งซื้อของได้ 3 ชิ้น เพราะไม่มีมือจะถือ อีกมือมันถือมือถือ ปัจจัยที่ 5 อยู่แล้ว ส่วนปัจจัยที่ 6 คือ ผ้าคาดปาก และ ปัจจัยที่ 7 คือ ถุงผ้า ทำอาหารกล่องไปขายเขา ทุกที่ระบุมาเลยว่าต้องเป็นกล่องย่อยสลายได้เท่านั้น หรือถ้ามีฝาเป็นพลาสติก ต้องระบุประทับตรา มีใบรับรองว่าเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ 100% ถึงจะยอม เราคนทำต้องยอมตาม ได้ข้าวกล่องราคากล่องละ 50 บาท พอไหว บางที่กดเหลือ 45 บาท เฉพาะกล่องรีไซเคิลปาเข้าไปแล้ว 3-4 บาท ยังไม่รวมช้อนส้อม ค่าข้าวจริงเหลือ 41 บาท แบ่งไปเป็นค่าส่งอีกกล่องละ 1 บาท เหลือ 40 บาท กำไรเก่งสุดได้กล่องละ 10 บาทกว่า นับเป็นพระคุณอย่างสูงแล้ว เมื่อสถานการณ์ต่างๆ รายได้ที่จำกัด บีบบังคับอย่างนี้ เลยต้องทำทุกว
แจกสูตร พุดดิ้งข้าวเหนียวมะม่วง ของหวานจากผลไม้ตามฤดูกาล ปีนี้ มะม่วงล้นตลาดจริงๆ ค่ะ ได้มะม่วงน้ำดอกไม้ กิโลกรัมละ 20 บาท! เนื้อแน่น หวานเจี๊ยบ ตอนแรกจะทำแค่พุดดิ้งมะม่วง แต่ชอบทานข้าวเหนียวมะม่วง เลยลองทำพุดดิ้งข้าวเหนียวมะม่วงแบบง่ายๆ ดูค่ะ อยากทานอะไรก็ใส่! ส่วนผสม (ทำได้ 5 ถ้วย) มะม่วงน้ำดอกไม้ สำหรับปั่น 600 กรัม (ประมาณ 2 ลูกใหญ่) สำหรับแต่งหน้า 1 ลูก 2. เจลาตินแผ่นเล็ก 5-6 แผ่น 3. น้ำเย็นสำหรับแช่เจลาติน 4. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ (แล้วแต่ชอบ) 5. วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย 6. น้ำร้อน 1/2 ถ้วย 7. ข้าวเหนียวมูน 8. ถั่วทอง วิธีทำ นำแผ่นเจลาตินแช่ในน้ำเย็นจนนุ่ม 5-7 นาที 2. ปอกมะม่วง หั่นเป็นชิ้นใส่ในหม้อ เติมน้ำผึ้ง ปั่น เติมวิปปิ้งครีม คนให้เข้ากัน มะม่วงสีจะอ่อนลง 3. เอาหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำร้อน คน ตั้งไฟให้เดือดเพื่อฆ่าแบคทีเรีย ใส่เจลาติน คนให้เข้ากัน 4. ยกหม้อลงจากเตา พักให้อุ่นๆ เทใส่กระชอน ใช้พายคนเพื่อกรองเอาแต่น้ำมะม่วง ส่วนที่เป็นเสี้ยนที่ค้างในกระชอน แยกออกไปทิ้ง 5. ตักใส่พิมพ์ แช่ในตู้เย็น 3 ชั่วโมง ถ้าพิมพ์มีฝาก็ควรปิดเพื่อกันกลิ่นอ
ข้าวเหนียว นึ่งอย่างไรให้นุ่ม ทิ้งไว้ข้ามคืนก็ไม่แข็ง? ข้าวเหนียว เมื่อนึ่งเสร็จใหม่ๆ แล้วรับประทานเลย จะมีความหอมนุ่มและอร่อยกว่าการรับประทานตอนที่เย็นแล้ว แต่ส่วนใหญ่ คนที่นึ่งข้าวเหนียวจะเป็น พ่อค้าแม่ค้าเสียมากกว่า ซึ่งเมื่อนึ่งเสร็จ กว่าจะนำออกมาขาย ข้าวเหนียวก็เย็น เม็ดข้าวแข็ง ไม่น่ารับประทานเสียแล้ว เว็บไซต์ Bit Core Tech ได้แชร์เคล็ดลับการนึ่งข้าวเหนียว ที่จะทำให้ข้าวเหนียวนุ่มอยู่ได้นาน ถึงแม้จะทิ้งไว้ข้ามคืนก็ยังนุ่มเหมือนเพิ่งหุงเสร็จ โดยวิธีมีดังนี้ วิธีนึ่งข้าวเหนียว ให้นุ่มนาน 1. เริ่มจากนำข้าวเหนียวเก่าไปแช่ไว้ 6 ชั่วโมง ( ข้าวเหนียวใหม่แช่ 3 ชั่วโมง ) หรือจะแช่ไว้ก่อนนอนก็ได้ ตื่นขึ้นมาจะได้นำมาหุงได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาแช่ข้าวอีก 2. เมื่อแช่ข้าวเหนียวเสร็จแล้ว ให้กรองเอาแต่ข้าวเหนียวแล้วพักทิ้งไว้ ส่วนน้ำแช่ข้าว เรียกว่า น้ำหม่า ให้ใส่ภาชนะแล้วเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เพื่อไว้เป็น “หัวเชื้อ” ที่สามารถนำไปแช่ข้าวเหนียวได้อีก และเอาไว้ใช้พรมข้าวเพื่อให้ข้าวเหนียวมีความนุ่ม 3. เสร็จแล้วก็นำข้าวเหนียวที่พักสะเด็ดน้ำไปใส่หวดนึ่งข้าว เพื่อทำการนึ่ง 4. เปิดดูเมื่อข้าวใก
สาวหัวใส ต่อยอดแฟรนไชส์น้ำเต้าหู้ ให้เป็นสมูธตี้สุดอร่อย คนแห่อุดหนุนเพียบ น้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มที่ได้มาจากการบดถั่วเหลืองและนำไปต้ม จากนั้นกรองจนเจือจาง มักปรุงด้วยน้ำตาลและเมล็ดธัญพืชต่างๆ หาซื้อได้ทั่วไปทั้งแบบร้อน-เย็น หลายคนอาจเห็นน้ำเต้าหู้แปลกๆ เช่น มีการใส่สีเพิ่มเข้าไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว จากผงชาเขียว สีส้มชาไทย สีเหลืองฟักทอง หรือสีดำชาร์โคล เป็นต้น แต่วันนี้ น้ำเต้าหู้ ที่เห็นกันเดิมๆ นั้นเปลี่ยนไป! คุณฟ้า-ณัฐฐา สุวรรณภูมิ แม่ค้าน้ำเต้าหู้ วัย 26 ปี ผู้ยกระดับวงการน้ำเต้าหู้ ด้วยการนำมาทำเป็น สมูธตี้ใส่ผลไม้ เข้าไปด้วย! เธอเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเพิ่งเปิดร้านน้ำเต้าหู้มาได้ไม่นาน โดยเป็นการซื้อแฟรนไชส์น้ำเต้าหู้จากเจ้าของชาวกาญจนบุรี มาทำ แต่เพราะต้องการสร้างความแตกต่าง จึงต้องหากิมมิกให้ร้านตัวเอง “ก่อนหน้านี้ฟ้าขายของออนไลน์ค่ะ แต่เพราะคนหันมาทำกันเยอะ เลยหันมาทำอย่างอื่นที่มันไม่ค่อยซ้ำใคร แล้วพอดีไปเที่ยวกาญจน์ เลยได้ลองชิมน้ำเต้าหู้ของแฟรนไชส์บ้านฉัน ก็รู้สึกว่าอร่อย อยากซื้อมาทำ เพราะถ้าเป็นพวกกาแฟ คาเฟ่ก็มีซ้ำกันเยอะ แล้วน้ำเต้าหู้ มันก็คือนมจาก
เรื่องและภาพโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ดอกโสน ภาษามอญเรียกว่า “กาวล้อย” นอกจากเอาไปลวกจิ้มน้ำพริกหรือทอดไข่กินกับน้ำพริกกะปิได้อร่อยแล้ว ชาวไทยสมัยก่อนยังนำมาทำขนมด้วย เรียกว่า “ขนมดอกโสน” หรือภาษามอญเรียกว่า “กวาญย์กาวล้อย” ซึ่งทำได้ 2 แบบคือ แบบที่นึ่งใส่ถ้วยตะไลอย่างขนมกล้วย และอีกแบบคือ แบบที่นำแป้งไปโรยคลุกกับดอกโสนแล้วนำไปนึ่งให้สุก ชาวมอญก็มีขนมดอกโสนเช่นกัน โดยทำแบบเดียวกับของไทยไม่มีผิด แต่จะเป็นแบบหลัง ขนมดอกโสนน่าจะกินกันเฉพาะภาคกลาง เพราะเป็นที่ลุ่มชุ่มน้ำที่ดอกโสนชอบนักหนา ตอนเด็กๆ ฉันไม่เคยต้องซื้อดอกโสนกินเลยแม้ว่าจะอาศัยอยู่ใจกลางพระนคร แถวบ้านมีตึกร้างพอฝนตกมีน้ำขังต้นโสนที่ไม่รู้ว่านกตัวไหนมาปลูกไว้ก็ออกดอกเต็มต้นให้เด็กๆ ไปเก็บมาทอดไข่ เดี๋ยวนี้มีปลูกขายกันเป็นจริงเป็นจัง ฉันอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อมาทุกครั้งที่เห็น จนถูกผู้เฒ่าผู้แก่หัวเราะใส่ว่าสมัยนี้ต้องซื้อดอกโสนกินแล้ว เมื่อถึงฤดูฝน ดอกโสนก็ออกดอกมากมายเป็นเวลาที่เหมาะแก่การทำขนมดอกโสน ที่ทุกวันนี้หากินได้ยากยิ่ง ฝนใกล้จะหมดแล้วมารีบทำกันส่งท้ายฤดูฝนก่อนที่ลมหนาวจะพัดมาเยือน เก็บดอกโสนมาเด็ดเอาก้านออกล้างให้สะอาด โร
แจกสูตรละเอียดยิบ ยำแหนมสด ข้าวทอด เมนูแซ่บ ทำขายยังได้ หากพูดถึงอาหารรสแซ่บ จัดจ้านทานเพลินอีกหนึ่งชนิด ต้องยกให้เมนูยำแหนมสด ข้าวทอด โดยอาจารย์ขนิษฐา ชัยชาญกุล เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ครัวครูตุ๊ก และวิทยากรศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน เผยสูตร ยำแหนมสด ข้าวทอด แบบละเอียดหยิบ ส่วนผสมข้าวทอด ข้าวเสาไห้หุงสุก 600 กรัม พริกแกงแดง 20 กรัม มะพร้าวขูดขาว 200 กรัม น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา ใบมะกรูดซอยละเอียด 50 กรัม วิธีทำ 1.นำ ข้าว + มะพร้าว + พริกแกงแดง + น้ำตาลทราย + เกลือ มาขยำ ให้เข้ากัน 2.ซอยใบมะกรูด เป็นฝอยละเอียด นำลงผสมในข้าว 3.ปั้นข้าวเป็นก้อนกลม แน่นๆ ก้อนละ 80 กรัม พักไว้ 4.เตรียมแป้งชุบทอด ส่วนผสมแป้งชุบทอด แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป 100 กรัม พริกแกงแดง 10 กรัม น้ำเย็น 250 กรั
เชฟกระทะหล่อ แจกสูตร ปลากระเบื้องซอสทรัฟเฟิล ทำง่ายกว่าที่คิด ปลากระป๋อง คือวิธีการเก็บอาหารให้อยู่ได้นาน ถูกคิดค้นขึ้น เพื่อใช้เป็นเสบียงอาหารให้แก่ทหารในช่วงสงคราม โดยผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งอาหารกระป๋อง อย่าง นิโคลัส แอปเปิร์ท เขาได้เริ่มการทดลอง โดยนำปลาลงไปขวดโหลและนำโหลไปต้มในน้ำเดือด แต่บรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้วนั้น ยากต่อการขนส่งเข้าไปในสนามรบ ต่อมามีนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษชื่อ ปีเตอร์ ดูรันด์ ได้พัฒนาการทำปลากระป๋อง จากที่ใช้โหลแก้ว ก็หันมาใช้กระป๋องโลหะ ที่สามารถนำอาหารมาบรรจุและผนึกปิดฝาได้ขึ้นมา และถูกนำมาใช้จนในปัจจุบัน นั้นเป็นเพียงประวัติศาสตร์ของอาหารกระป๋อง ที่มีให้อ่านได้ทั่วไปในโลกอินเตอร์เน็ต เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไม่ได้มาเล่าถึงประวัติศาสตร์ของปลากระป่องเพียงอย่างเดียว แต่นำสูตรอาหารจาก เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟหนุ่มเจ้าของฉายาเชฟกระทะหล่อ มาฝากกันด้วย ซึ่งวัตถุดิบหลักที่ใช้ก็คือ ปลากระป๋อง นั่นเอง เมนูจากเชฟกระทะหล่อของเราเรียกว่า ปลากระเบื้องซอสทรัฟเฟิล ซึ่งวิธีการทำไม่ยากอย่างที่คิด โดยมีวัตถุดิบดังนี้ ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง 2. หมูเด้งต้มสุก 3. ครีมเห็ดทรัฟเฟิลดำ 4.
