How to
สาวเมืองตรังปิ๊งไอเดีย ‘ขนมเค้กสดในกระบอกไม้ไผ่’ ลูกค้าติดใจ ออร์เดอร์เพียบ! ที่ร้านขนมเค้กกิตติธัช เลขที่ 9/8 หมู่ 7 ถนนตรัง-พัทลุง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นร้านขายขนมเค้กเมืองตรังและขนมเค้กสดที่ทำสดใหม่วันต่อวัน โดยมี น.ส.ขวัญหทัย หนูเริก อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้หัดทำขนมเค้กเริ่มมาจากการเรียนสูตรมาจากอินเตอร์เน็ตและนำมาปรับสูตรต่างๆ เพื่อให้ได้เป็นสูตรเฉพาะของที่ร้าน โดยร้านนี้เปิดให้บริการมากว่า 2 ปี จำหน่ายเค้กสด เค้กเมืองตรัง ขนมหม้อแกงเผือก หม้อแกงทุเรียน หม้อแกงไข่ และขนมสดต่างๆ หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้ออกบู๊ธจำหน่ายขนมที่งานลูกลม ที่ตำบลนาหมื่นศรี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประสบปัญหากล่องกระดาษที่สั่งผลิตไม่ทัน จึงเกิดไอเดียทำเค้กใส่กระบอกไม้ไผ่ เนื่องจากที่บ้านมีต้นไผ่จำนวนมาก จากนั้นได้เริ่มทดลองทำ วิธีการคือ นำไม้ไผ่ที่ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไปมาตัดให้ได้ขนาดที่เหมาะสม นำมาขัดจนสะอาด ก่อนนำเข้าเตาอบฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปใส่แป้งเค้ก อบให้แป้งสุก ต่อด้วยการแต่งหน้าเค้ก มีทั้งหน้ารวม หน้ามะพร้าวอ่อน หน้าสตรอว์เบอ
กีฬาสุดฮิตของคนรักสุขภาพในยุคนี้ต้องยกให้ “กีฬาวิ่ง” ในปี 2561 มีการจัดงานวิ่งสูงถึง 1,200 งาน มีทั้งงานวิ่งฟรี และงานวิ่งที่ต้องเสียค่าสมัครแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 200-1,000 บาท จากปริมาณคนที่สนใจกีฬาประเภทนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับกีฬาวิ่งเติบโตขึ้นตามไปด้วย RUN 2 PARADISE (รัน ทู พาราไดซ์) ร้านจำหน่ายรองเท้าวิ่งคุณภาพสูง มีครบทั้งอุปกรณ์การวิ่งนานาชนิด ตั้งอยู่หลังห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ จุดเด่นของร้านมีเครื่องวัดขนาดเท้าของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกต้องตามสรีระ มาพร้อมลู่วิ่งเตรียมไว้บริการ คุณกัญจน์ จิรัฐติวณิชย์ หรือ คุณโป้ง เจ้าของร้าน “รัน ทู พาราไดซ์” ปัจจุบันอายุ 31 ปี ดีกรีนักไตรกีฬาที่รักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่อปี 2557 แล้วหันมาสานฝันเป็นเจ้าของธุรกิจรองเท้ากีฬา “ก่อนจะมาเปิดร้านขายรองเท้าวิ่ง ผมเคยทำงานประจำในแวดวงการเงิน 4 ปี หลังจากนั้นลาออกมาช่วยธุรกิจครอบครัวขายเสื้อผ้าส่งออก ประเภทกางเกงยีน เสื้อผ้าผู้หญิง แต่ทว่าส่วนตัวไม่ถนัดเรื่องเสื้อผ้า ประกอบกับเป็นนักกีฬาวิ่ง เลยเลือกที่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับก
มีกับข้าวมังสวิรัติมาชวนทำครับ เป็นสตูผักนุ่มๆ รสอ่อนๆ ที่ปลอดเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง มันก็แปลกดี ผมทำสตูหม้อนี้กินมายี่สิบปีแล้วเห็นจะได้ แต่ก็นึกไม่ออก ว่าไปเอาสูตรมาจากไหน จำต้นเหตุไม่ได้เลยว่าไปแอบครูพักลักจำของใครเขามา ดังนั้นถ้าเกิดไปเหมือนสูตรเก่าแก่ของบ้านใครเข้า ก็ขออภัยนะครับ ไม่ได้จงใจจะลอกโดยไม่อ้างอิงเลยแหละ ถ้าวันนี้พรุ่งนี้ตั้งใจจะกินผักสไตล์ออกฝรั่งๆ หน่อย คว้าตะกร้าไปตลาดกันเดี๋ยวนี้เลยครับ สำหรับสตูหม้อนี้ ผักที่ผมใส่เป็นหลักๆ เลย ก็มีแครอต หอมใหญ่ มะเขือเทศ บร็อกโคลี กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง (asparagus) เซเลอรี พริกหวาน (bell pepper) กระเจี๊ยบเขียว ส่วนเห็ด ก็มีเห็ดฟาง เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง เครื่องปรุงกลิ่นที่จำเป็น ก็คือใบเบย์ (bay leaf) และผักชีฝรั่ง (parsley) แห้งหรือสดก็ได้ ตัวทำความข้น ผมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำมันมะกอก extra virgin พริกไทยดำป่นและผงพริกปาปริก้า (paprika)นี่ว่าเฉพาะที่ใส่ปกตินะครับ ดังนั้น ถ้าใครพิสมัยของอื่นที่เข้ากันได้ เช่น กะหล่ำดาว (brussels Sprouts) กะหล่ำปลีม่วง ฟักทองญี่ปุ่น หรือเห็ดโคน เห็ดตีนแฮด เห็ดแชมปิญอง ฯลฯ ก็ปรับใช้ใส่ได้ตามใจชอบเล
ตามที่ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เคยกล่าวไว้ เกี่ยวกับสีของสมุนไพร อย่าง อัญชัน ขมิ้น ฝาง ฯลฯ นั้น สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดีแถมยังมีสรรพคุณที่โดดเด่นแตกต่างกันไป เช่น สีม่วงของอัญชันมีแอนโทไซยานิน ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด สีแดงของฝางที่ช่วยบำรุงเลือด สีเหลืองของขมิ้นชันมีเคอร์คูมินอยด์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านมะเร็ง เป็นต้น โดยอาหารสีสันต่างๆ เหล่านี้ สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารร่วมสมัยเหมาะกับคนทุกวัยได้ เช่น เอแคลร์จากอัญชัน ซุปพญายอ เทมปุระเล็บครุฑสำหรับเด็กและวัยรุ่น ราดหน้าและขนมจีนเส้นสดจากฝาง อัญชัน สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนผู้สูงอายุ มีน้ำสมุนไพรดอกบัวหลวง ขนมขี้หนูใบคนทีสอ กุ้งฝอยทอดเล็บครุฑ กุ้งฝอยทอดใบเล็บครุฑ ขนมขี้หนูใบคนทีสอ โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอเป็นสื่อกลางในนำสูตรการทำ “เอแคลร์อัญชัน” จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มาเผยแพร่ให้ผู้สนใจลองทำทานดูที่บ้าน หรือบางท่านอาจอยากลองทำขายก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะสำรวจด้วยสายตาในท้องตลาดยามนี้ ยังไม่เห็นมีใ
ภรรยาสาวห่วงสุขภาพสามี ครีเอตเมนู ‘หมูทอดไร้น้ำมัน’ รสแซ่บส่งดีลิเวอรี่วันละเกือบ 100 ชุด “เฮียดอยซ์หมูไม่มัน” แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด สร้างกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลด้วยรูปแบบที่น่าสนใจจนมีดารา บล็อกเกอร์ รวมทั้งรายการทีวีดัง ชวนไปพูดคุยอีกด้วย คุณแชมเปญ-เมธาพร พีรวุฒิ เหลืองรัศมี อายุ 35 ปี เจ้าของกิจการ เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เฮียดอยซ์สามีของเธอเป็นคนชอบทานข้าวเหนียวหมูทอดมาก เจอร้านไหนทานร้านนั้น ทานทุกวันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ในฐานะภรรยาที่ชอบทำอาหารจึงคิดสูตรหมูทอดเพื่อสุขภาพ โดยไม่ใช้น้ำมัน ทำออกมาแล้วอร่อย เลยอยากส่งต่อความสุขภาพดีนี้ให้คนอื่นด้วย “จริงๆ ทำธุรกิจตัวอื่นด้วยเกี่ยวกับเฮลตี้สแน็ก พวกผักผลไม้แปรรูป ส่วนหมูทอดเป็นอีกตัวที่ทำเพิ่มได้ประมาณ 4 อาทิตย์แต่กระแสดีมาก เราใช้หมูอนามัยทอดโดยใช้ความร้อนที่พอเหมาะ ดึงไขมันจากหมูให้มาทอดตัวมันเอง” มีทั้งหมด 5 รสชาติคือ ปลาร้า หม่าล่า ต้มยำ เขียวหวาน และน้ำผึ้ง คุณแชมเปญ บอกว่า ต้องการชูรสชาติความเป็นไทย สำรวจมาแล้วยังไม่มีเจ้าไหนที่ชูรสชาติความเป็นไทยในหมูเลยสักเจ้า และยังไม่มีเจ้าไหนทอดหมูด้วยรสชาติต่างๆ
“เครื่องไข่เจียว/ไข่ตุ๋น อบแห้ง” น้องใหม่มาแรง แบรนด์ “แม่กาญจน์” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่เมืองทองธานี ไปเจอเข้ากับบู๊ธหนึ่ง ที่มองเผินๆ ก็เป็นบู๊ธที่ขายเครื่องเทศและเครื่องแกงอบแห้งทั่วไป ที่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างๆ หันมาแปรรูปสินค้าในลักษณะนี้กันมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ บู๊ธนี้มีเครื่องเทศอบแห้งที่แตกต่างจากสินค้าของเจ้าอื่นอย่าง “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้ง” โดยมี คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี และ คุณหนุ่ม-สิร ศาสตร์เวช อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของแบรนด์เครื่องเทศอบแห้ง “แม่กาญจน์” คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี สินค้าที่นำมาลองขายในงานเมืองทองธานี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋น” มีอยู่ด้วยกัน 3 สูตร คือ สูตรเครื่องเทศผสมชะอม, สูตรเครื่องเทศผสมเห็ด 3 อย่าง (เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และเห็ดหูหนู) และสูตรเครื่องเทศผสมมะเขือเทศและแคร์รอต มีคนให้ความสนใจเครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้งเป็นอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ที่ให้ความสนใจกับสูตรเครื่องเทศผสมชะอมกันเป็นจำนวนมาก เพราะต่า
คอลัมน์ HR Corner โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com หลายคนพอได้งานที่ใหม่ก็รีบร้อนไปยื่นใบลาออกกับหัวหน้าทันที โดยที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างกับที่ใหม่ แล้วก็เกิดปัญหาตามมาคือเมื่อยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วัน (ตามระเบียบการลาออกของบริษัทส่วนใหญ่) ไปแล้ว บริษัทแห่งใหม่โทร.มาบอกว่า “ขอยกเลิกการรับเข้าทำงาน”! ผลก็คือ “เงิบ” น่ะสิครับ ครั้นจะบากหน้ากลับไปหาหัวหน้าแล้วบอกว่า “พี่ครับ ผมขอโทษจริงๆ ผมอยากจะยกเลิกการลาออก เพราะที่ใหม่เขาไม่รับผมเข้าทำงานแล้ว…ฯลฯ” ถ้าท่านเป็นหัวหน้าจะยกเลิกการลาออกให้ไหม ? นี่ยังไม่รวมความไว้เนื้อเชื่อใจจากฝ่ายบริหารว่าถ้ายกเลิกการลาออกแล้ว พนักงานจะทำงานไปแบบศาลาพักร้อนเพื่อไปหางานใหม่อีกหรือเปล่า บริษัทจะไว้วางใจได้อีกมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ เห็นไหมครับว่ามันอิหลักอิเหลื่อกันไปหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทำนองนี้ สิ่งที่คนคิดจากลาออกจากบริษัท “จะต้อง” ทำคือ 1.เซ็นสัญญาจ้างงานกับบริษัทแห่งใหม่ให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนเซ็นชื่อก็ต้องดูรายละเอียดต่างๆ ของสัญญาจ้างให้ดีด้วยนะครับว่าเขามีเงื่อนไขอะไรอย่างไรบ้าง ไม่ใช่เห็นแบบผ่านๆ ก็รีบเซ็นลงไปเลย โดยไม่ด
‘น้ำมะพร้าว’ ธุรกิจรับหน้าร้อน กระแสดี ถูกปากชาวจีน-กัมพูชา ช่วงหน้าร้อนของไทยกำลังมาเยือน กินเวลายาวนานหลายเดือน บางพื้นที่เรียกได้ว่าร้อนจัด ธุรกิจมาแรงคงหนีไม่พ้นเครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่ม และของหวานเย็น หนึ่งในธุรกิจเครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นชินกันอย่างดี ชาวต่างชาติกินแล้วชอบ คือวุ้นน้ำมะพร้าว รสชาติหวานหอมของไทย มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ ครั้งไปดูงานที่สระแก้ว เส้นทางเศรษฐีพบกับโปรดักต์น่าสนใจ น้ำมะพร้าว แบรนด์ คุ้นลิ้น สอบถามไปยังเจ้าของ คุณเกรียงยศ ทองช่วง อายุ 66 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทองเพ็ญ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บอกว่า น้ำมะพร้าวแบรนด์คุ้นลิ้น เป็นธุรกิจที่ต่อเนื่องมาจากธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋อง ปัจจุบันทำมาได้ 1 ปี “ชื่อแบรนด์คุ้นลิ้น เจ้าของธุรกิจบอกว่า ได้มาจากนาเกลือ จังหวัดสมุทรสงคราม มีร้านอาหารชื่อคุ้นลิ้น ขับรถผ่านแล้วชอบชื่อนี้ จึงใช้มาเป็นชื่อแบรนด์อย่างที่เห็น” คัดสรรวัตถุดิบใช้น้ำมะพร้าว 100 เปอร์เซ็นต์ จากจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มีจุดเด่นคือ ความสดใหม่ เพราะตักเนื้อแล้วนำเข้าสู่กระบวนการผลิตทันทีไม่ปล
“มาลีพฤกษ์” ยาดมสมุนไพร…ความหอมจากธรรมชาติ เพราะเชื่อว่ากลิ่นสามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้…ด้วยเหตุนี้การเก็บเอาความหอมจากธรรมชาติพร้อมความสดชื่นบรรจุลงขวดแก้วใบจิ๋วเพื่อเป็นของขวัญให้แก่คนที่รัก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหอม อย่าง “มาลีพฤกษ์” (MaleePruk) โดย คุณจอย-ณัฏฐ์ชญามนต์ ดินรมรัมย์ คอลัมนิสต์ด้านอาหาร และเกษตร เจ้าของแบรนด์สมุนไพรหอม “มาลีพฤกษ์” เล่าถึงที่มาของความหอมให้ฟังว่า “เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ ทำให้มีโอกาสสัมผัสและพบเจอกับวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่นหลายอย่าง ซึ่งในแต่ละชนิดก็จะมีรูปร่าง กลิ่น สี และสรรพคุณ แตกต่างกันไป อีกทั้งในแต่ละท้องถิ่นยังมีภูมิปัญญาในการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องการปรุงอาหารหรือทำยาสมุนไพรที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะยาดมสมุนไพรนี่ชอบมาก ถือว่าเป็นของฝากที่ซื้อง่าย พกสะดวก ทำให้ถ้าเห็นที่ไหนต้องซื้อเก็บกลับมาใช้ดมระหว่างเดินทาง และเป็นที่ระลึกเกือบทุกครั้ง” เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นของขวัญและของที่ระลึก จากนักสะสมความหอมเมื่อได้ทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดต่างๆ เรื่อยมา ตอนนี้เธอจึงคิดต่อยอดส่งต่อความหอมให้เป็นของ
ละแวกตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม ถิ่นฐานชาวลาวเวียงที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี มีสำรับกับข้าวอย่างหนึ่งขึ้นชื่อมานาน ชาวบ้านทั้งทำกินในครัวเรือนและทำขายมากว่าครึ่งศตวรรษ นั่นก็คือ “เนื้อต้มบ้านสิงห์”ซึ่งถ้าใครสังเกต จะพบว่าปัจจุบันมีทั้งร้านเก่าแก่และร้านใหม่ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตั้งแต่เริ่มเข้าเขตตำบลหนองโพ ตามถนนเพชรเกษม มาจนถึงตัวเมืองราชบุรีเลยทีเดียว ร้านที่ว่ากันว่าเก่าแก่ คือร้านที่ขายอยู่ในห้องแถวริมคลองชลประทาน หน้าตลาดสินค้าเกษตรกรบ้านสิงห์ กับร้าน “เนื้อต้มแม่สมร” ตรงสะพานขาว ริมถนนเพชรเกษมขาล่อง กม.83 ผมเองเคยปั่นจักรยานแวะไปกินร้านแม่สมรเมื่อเกือบสิบปีก่อน แล้วก็รู้สึกว่า นี่เรามัวไปอยู่เสียที่ไหนมา ถึงเพิ่งเคยกินอะไรแบบนี้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกินนะครับ ไวยากรณ์หลักของเนื้อต้ม “บ้านสิงห์” ก็คือเนื้อวัวต้มน้ำใสๆ (บางร้านอาจใส่ซีอิ๊วดำให้ใกล้เคียงซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวบ้าง) กับสมุนไพรสดจำพวกข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มีเครื่องในต้มหั่นใส่มาด้วยในชาม ปรุงกลิ่นหอมฉุนด้วยข่าอ่อนหั่น ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสวนสับหยาบ ใบกะเพราป่าใบเล็กฉุนกึ้ก และเปรี้ยวจี๊ดด้วยน้ำมะนาวบีบสดๆ ลองนึกภาพ เดารส มโ
