How to
ต้นสำรอง พืชท้องถิ่นในเขตภาคตะวันออก พบได้ในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เมตร ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง แตกกิ่งก้านออกรอบต้น เรียงกันเป็นชั้นๆ มีสรรพคุณหลากหลาย มีผลออกปลายกิ่ง เรียกว่าลูกสำรอง หรือผลสำรอง ในหนึ่งกิ่งจะมี 4-5 ผล ภายในผลมีเมล็ด ลักษณะผลกลมรี เหี่ยวย่น แห้ง ผลแก่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ส่วนเมล็ด มีเยื่อหุ้ม มีสารเมือกเป็นจำนวนมาก เมื่อนำมาแช่น้ำ หรือถูกน้ำจะพองตัว กลายเป็นวุ้นคล้ายเยลลี่ ที่บ้านหนองสนม จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ นำลูกสำรอง หรือผลสำรองมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำสำรอง รสชาติอร่อย วางจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับสมาชิก คุณอ้อย-กนิษฐา ธนะจินดา อายุ 51 ปี ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนม เล่าว่า สมาชิกในกลุ่มต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำขายและวางจำหน่ายได้ จึงเลือกนำผลไม้ท้องถิ่นทางภาคตะวันออกมาทำ ด้วยกรรมวิธีที่รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นำมาต้ม ผสมรสชาติให้หลากหลาย คือ ตะไคร้ หญ้าหวานกับดอกคำฝอย ใบเตย และเก๊กฮวย พี่อ้อย เล่าต่อว่า แรกๆ ทำขายแค่สูตรดั้งเดิม ขายให้กับนายทุน พ่อค้าคนกลาง รายได้ไม่ตามเป้า หรือเรียก
ทอดมันกุ้ง สูตรนี้เป็นสูตรแบบอาหารจีน คือ ใส่กุ้งโขลกกับมันหมูแล้วปรุงรส เติมปลาหมึกสดเข้าไป รับประทานกับน้ำจิ้มเกี้ยมบ๊วย ต่างจากทอดมันไทยที่ใช้ปลากราย ซึ่งจะใส่น้ำพริกแดง ถั่วฝักยาวหรือถั่วพู รับประทานกับอาจาด ลองทำตามสูตรที่บอกว่าใส่มันหมูปริมาณเท่ากับกุ้ง แต่ทำแล้วเหลวไป จึงเติมแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ โดยใส่ทีละช้อนแล้วคนดูว่าข้นขึ้นพอหรือไม่ ซึ่งข้นขึ้นแต่ยังไม่ข้นพอที่จะปั้นก้อนได้ จึงแก้ปัญหาโดยเอาที่ตักไอศกรีมเข้ามาช่วย แต่ยังอยากได้ความกรอบ จึงโรยเกล็ดขนมปังลงบนที่ตักไอศกรีมก่อนจึงใส่ส่วนผสม โรยเกล็ดขนมปังอีกครั้งที่ด้านบน แล้วจึงกดส่วนผสมลงในน้ำมันร้อน แล้วใช้ตะหลิวกดให้ทอดมันแบนหน่อย เพราะถ้าหนาไป ข้างในอาจไม่สุกได้ ทอดมันนี้เวลาทอดน้ำมันจะกระเด็นพอสมควร จึงควรเตรียมที่กันน้ำมันกระเด็นไว้ปิดกระทะด้วยค่ะ ส่วนผสม กุ้ง 2 ขีด / ปลาหมึก 2 ขีด / มันหมู 1 ขีด สามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน) 1 ช้อนโต๊ะ ซอสปรุงรส / น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา / ไข่ไก่สำหรับผสม 1 ฟอง / แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ เกล็ดขนมปังแบบละเอียด วิธีทำ นำกุ้งกับมันหมูที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เข้าตู้เย็น 30 นาที
คนภาคเหนือแถบเชียงใหม่ แพร่ น่าน ชอบกินบวบลูกเล็กจิ๋วที่เรียก “มะนอยต๊อบ” ส่วนใหญ่ก็ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริกนะครับ ผมเองเพิ่งได้ไปเดินเล่นที่กาดแลงของอำเภอปัว จังหวัดน่าน มาเมื่อหลายวันก่อน ได้จับจ่ายของจุ๊กจิ๊กๆ มากินเล่นอย่างเพลินทีเดียว เช่น ข้าวกั้นจิ้น แอบหมู แอบสมองหมู ไก (สาหร่ายน้ำ) นึ่ง ได้ “น้ำผัก” แบบล้านนาแต๊ๆ มาถุงหนึ่ง กับมะนอยต๊อบอีกหนึ่งกอง มะนอยต๊อบ กลับมาถึงบ้าน ผมคิดว่าจะกินมะนอยต๊อบยังไงดี ในที่สุดตัดสินใจปรุงสำรับที่เคยทำแล้วเมื่อหลายปีก่อน คือ “เลียงแห้ง” ครับ ปกติแล้ว เลียงหรือแกงเลียงคือแกงซดน้ำ มักปรุงใส่พริกไทยมาก โดยมีสูตรมาตรฐานที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน แต่ทว่า ก่อนหน้าที่แกงเลียงจะมามีนิยามเป๊ะๆ แบบนี้ “เลียง” เคยเป็นคำกริยาด้วย หมายถึงการเอาผักมาต้ม ไม่ใส่พริก ปรุงรสอ่อนๆ เท่านั้นเอง มาทุกวันนี้แหละครับที่หมายความเฉพาะถึงแกงน้ำใสที่มีกลิ่นใบแมงลักนำหน้า ที่จริง ผมไม่ชอบชื่อ “เลียงแห้ง” นี้นัก แต่มันสื่อให้เข้าใจได้ง่ายกว่าชื่ออื่นน่ะครับ ถ้าจะให้อธิบายอย่างรวบรัด นี่ก็คือการปรุงแกงเลียงในขั้นตอนแบบผัดเท่านั้นเอง เราต้องปรุงเครื่องแกงเลียงก่อนครับ โดยตำพริกไท
“ส้ม” ผลไม้รสชาติอร่อย สรรพคุณหลากหลาย อีกทั้งเป็นผลไม้ราคาไม่แพง ลงทุนปลูกไม่กี่ปี สามารถเก็บขายได้นานเป็นสิบๆ ปี ส้มออกผลให้ทานทุกฤดู เมื่อ 20 ปีก่อน เกษตรกรจึงหันมาปลูกส้มกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ “ส้มเขียวหวาน” ที่ปลูกเพียง 3 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองของชาวสวนไร่ส้มเลยทีเดียว ต่อมาในปี 2538 เกิดภาวะ “สวนล่ม” ต้นส้มยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรหลายรายปรับตัวหันไปปลูกพืชไร่พืชสวนอย่างอื่น เลือกย้ายถิ่นไปลงทุนทำสวนส้มที่อื่นบ้าง มีเพียงไม่กี่เจ้า ที่ยังคงยึดมั่นในการทำสวนส้มในพื้นที่เดิม คุณจำเรียง ศิลปะปดุง เกษตรกรวัย 66 ปี เจ้าของสวนส้มในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หนึ่งในเกษตรกรที่เจอพิษสวนส้มล่มในตอนนั้น เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เมื่อ 40 กว่าปีก่อน คุณพ่อของเธอได้มาบุกเบิกที่ทาง ทำสวนแตงโมและสวนพริก ต่อมาพี่ชายมารับช่วงต่อ เขาก็เริ่มหันมาปลูกส้มเขียวหวานแทนแตงโมและพริก โดยส้มที่ปลูกเป็นส้มเขียวหวานพันธุ์บางมด ประมาณ 60 ไร่ ปลูกเรื่อยมาจนเธอมารับช่วงกิจการสวนได้ไม่กี่ปี ก็ประสบกับภาวะสวนส้มล่มในปี 2538 จึงทำการตัดต้นส้มทิ้งทั้งหมด ปร
เป็นหนึ่งในธุรกิจฮอตส่งท้ายปี สำหรับ “ชานมไข่มุก” เครื่องดื่มสัญชาติไต้หวันกระแสดีมีคนรู้จักเยอะ ลองสังเกตใกล้ตัวมีร้านชานมไข่มุกหน้าใหม่เปิดขึ้นมากมาย แถม “ไข่มุก” ที่เป็นท็อปปิ้งทรงกลมสีดำทำจากแป้งมันสำปะหลังยังฮิตถูกดัดแปลงจากเมนูของหวานไปสู่เมนูของคาว เช่น พิซซ่าไข่มุก ราเมนไข่มุก คั่วไก่ไข่มุก นอกจากนั้นยังนำ “ไข่มุก” ไปใช้เป็นลวดลายบนเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วย มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจกสิกรไทย เผยผลสำรวจตลาดชานมไข่มุกเมื่อปี 2017 มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่ผลวิจัยของบริษัท Allied Analytics (บริษัทที่ปรึกษาวิจัยด้านการตลาด) เผยมูลค่าตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกอยู่ที่ 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 65,000 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2023 จะมีมูลค่า 3,214 ล้านเหรียญ หรือราว 100,000 ล้านบาท แน่นอนว่าวัตถุดิบหลักอย่างชาและไข่มุก ต้นตำหรับอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ฉะนั้นเครื่องดื่มประเภทนี้จะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศไต้หวัน สำหรับตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทย หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นเครื่องดื่มรสชาติแปลกใหม่มาในแก้วพลาสติกทรงกระบอกยาว คนไทยให้การตอบรั
เปิด 5 อันดับ “งานฟรีแลนซ์” ยอดฮิตที่ตลาดต้องการ กราฟิกดีไซน์มาแรง เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น Fastwork (ฟาสต์เวิร์ก) แหล่งรวมฟรีแลนซ์มืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟาสต์เวิร์กสามารถตอบโจทย์ผู้คนในยุคสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี มีการจัดวางระบบให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงจากเหล่าฟรีแลนซ์มืออาชีพ ที่รับประกันว่าได้รับงานตามความต้องการและอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่งานฟรีแลนซ์อื่นๆ ให้ได้เลือกใช้บริการอีกทั้งหมด 70 หมวดหมู่ การันตีจากยอดวิวและเรตติ้งของลูกค้าที่ใช้บริการฟรีแลนซ์ของฟาสต์เวิร์ก โดยทางบริษัทได้มีการจัดอันดับ 5 อันดับงานฟรีแลนซ์ที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดปัจจุบัน อันดับหนึ่ง งานด้านกราฟิกและดีไซน์ (Graphic and Design) 35% ไม่ว่าจะเป็นการทำแบนเนอร์โฆษณา โลโก้ ไดคัตและโฟโต้ช็อป พรีเซนเทชั่น วาดภาพประกอบ ไลน์สติ๊กเกอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย อันดับสอง ด้านการตลาดและโฆษณา 20% เป็นงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการโปรโมตหรือการรีวิวสินค้า ก็ได้รับความนิยมไม่แ
ชิมเมนูชาววังสูตรของพระวิมาดาเธอฯ ที่ “ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม” ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ตั้งอยู่ในโรงแรมวังสวนสุนันทา เป็นที่เลื่องชื่อเพราะอาหารชาววังที่นี่นั้นรสชาติอร่อยมาก เป็นสูตรของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมนูแรก ยำไก่อย่างเต่า ชื่อเมนูฟังดูแปลกไม่คุ้นไปสักเล็กน้อย เมนูนี้มีที่มาคือ มีผู้นำของมาถวายรัชกาลที่ 5 เป็นเนื้อสัตว์ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ เมื่อเสวยแล้วติดใจอยากเสวยอีก พระวิมาดาเธอฯ จึงคิดสูตรใหม่ ใช้เนื้อไก่ส่วนอกและเครื่องในแทน เมนูที่สอง เป็นอาหารที่เป็นของเหลือจากผัดพริกเนื้อกับน้ำพริกกะปิ โดยพระวิมาดาเธอฯ ได้นำสองอย่างมารวมกัน ใส่น้ำ ปรุงรส ส่วนเหตุที่ตั้งชื่อว่า แกงรัญจวน ก็เนื่องมาจากกลิ่นหอมรัญจวนของกะปิที่โดนความร้อนนั่นเอง เมนูที่สาม น้ำพริกลงเรือ เมนูนี้คุ้นชื่อดี ร้านอาหารหลายแห่งมีให้ชิม แต่สูตรของห้องอาหารแก้วเจ้าจอมนั้นอร่อยเด็ด ทานคู่กับผักสดเข้ากันได้ดี และเมนูปิดท้าย กับของหวาน ขนมโคกะทิสด ขนมไทยโบราณหาทานยากขึ้นทุกวัน ลักษ
ส่องไอเดีย “ขายหมูปิ้ง” ห่อแพ็กเกจจิ้งใบตอง กินคู่ข้าวเหนียวก่ำ จนลูกค้ายกให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ “หมูปิ้ง-ข้าวเหนียวก่ำ มานีกับชูใจ” ไม้ใหญ่ๆ ห่อด้วยใบตองสีเขียวสดโดนใจปิ้งขายได้ 1 ปีกว่า โดยคุณคิม– วิวิศน์ สิริโรจน์โสภณ วัย 40 ปี เป็นเจ้าของ คุณคิม เล่าให้ฟังว่า ตนดำเนินกิจการหลายอย่างทั้งร้านอาหาร และรถยนต์มือสอง กระทั่งเกิดไอเดียอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะทำอะไร จนเริ่มสังเกตพฤติกรรมคนรอบตัวส่วนใหญ่ชอบทานข้าวเหนียวหมูปิ้ง บางครั้งไปซื้อทานอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ข้าวเหนียวแข็งไป ใส่มันเยอะไป “ยังหาที่ถูกปากไม่ได้ ทำไมไม่ทำเองซะเลยล่ะ อีกอย่างถ้าพูดถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งยังไม่มีเจ้าตลาดชัดเจน ถามว่านึกถึงข้าวเหนียวหมูปิ้งแล้วนึกถึงใคร ไม่มีใครตอบได้ ตรงนี้เป็นช่องว่างให้เราทำได้” ลองผิดลองถูก 6 เดือน ได้หมูปิ้งเพื่อสุขภาพ หลังได้ไอเดียคุณคิมใช้เวลาลองผิดลองถูกกว่า 6 เดือนค้นหาสูตร และวิธีการเพื่อแข่งขันกับหมูปิ้งเจ้าอื่นๆ ในท้องตลาด หากทำตามสูตรตามใจฉันคงสู้ไม่ได้ ณ ตอนนี้มองว่าเทรนด์สุขภาพมาแรง จึงเลือกทำหมูปิ้งเพื่อสุขภาพเจ้าแรกของไทย หมูปิ้งเ
แจกสูตร ‘ไทรเฟิล’ ขนมหวานสไตล์อังกฤษ ใส่ครีมคัสตาร์ด และผลไม้สดสุดฟิน หนึ่งในของหวานของเทศกาลฮาโลวีน คือ ขนมไทรเฟิล(Trifle) เป็นของหวานที่สลับชั้นระหว่างผลไม้สด ครีมคัสตาร์ดวานิลาและเค้กเนย ผลไม้เลือกได้ตามชอบ ถ้ามีเวลาน้อยสามารถซื้อเค้กเนยที่ขายเป็นกล่องมาหั่นใส่ได้เลยค่ะ ประหยัดเวลาดี แต่จะให้สูตรเค้กเนยไว้ด้วยนะคะ ส่วนผสม บัตเตอร์ เค้ก แป้งเค้ก 11/3 ถ้วย ไข่ไก่ 4 ฟอง เนยจืดละลาย 3 ชต น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ชช คัสตาร์ดวานิลา แป้งข้าวโพด 3 ชต นมจืด 3 ถ้วย ไข่แดง 6 ฟอง น้ำตาลทราย 3 ชต กลิ่นวานิลา 1 ชต ผลไม้ สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ตามชอบ วิธีทำ บัตเตอร์เค้ก อุ่นเตาอบ 180 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์ขนาด 9*5*4 นิ้ว โรยแป้งบางๆ ร่อนแป้งกับเกลือพักไว้ ตีไข่กับน้ำตาลให้ขึ้นฟู ใส่แป้ง ตะล่อมเบาๆด้วยพายยางหรือตะกร้อมือตามถนัด ค่อยๆ เทเนยละลายอุ่นๆ ลงไป ผสมให้เข้ากัน อบ 180’ นาน 10 นาทีหรือจนสุก เค้กสุก คว่ำบนตะแกรง ลอกกระดาษไขออก พักให้หายร้อน หั่นเค้กเป็นชิ้นเล็กๆ วิธีทำคัสตาร์ดวานิลา ใส่นมในหม้อเล็ก อุ่นด้วยไฟอ่อน-กลาง ตีไข่แดง ให้แตกด้วยตะก
DIFF. ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจากธรรมชาติ ผลิตจากเกลือ ข้าวออร์แกนิก และสมุนไพรไทย จากปัญหาคนใกล้ตัวได้จุดประกายให้คุณทีม – อธิภัทร ปิยกิตติไพบูลย์ คุณเบิรด์–ณัฐนภันต์ พราหมณโชติ ชายหนุ่มในวัย 30 ปีที่ชอบค้าขาย ได้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจสินค้าประเภทสเปรย์และผงระงับกลิ่นกายออร์แกนิก “DIFF.” (ดิฟฟ์) ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติผสมผสานสมุนไพรไทย สบายใจใช้แล้วไม่เกิดคราบที่เสื้อ ตอกย้ำไม่ต้องมีกลิ่นตัวก็สามารถใช้ได้ เพราะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวใต้วงแขน เพิ่มความมั่นใจสร้างบุคลิกภาพทุกเพศทุกวัย ลูกค้าประจำเพียบมีทั้งคนไทยและต่างชาติ และยังได้รับรางวัล 7innovation awards 2018 รางวัลนวัตกรรม แปรรูปเกลือเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณทีม จบการศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์ ทำงานในแวดวงที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ส่วนคุณเบิร์ด จบการศึกษาด้านรัฐประศาสนศาสตร์ กระทั่งเพื่อนนักกีฬาและรุ่นน้องที่สนิทมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว ทั้งสองคนเลยอยากช่วยแก้ปัญหา โดยศึกษาเรื่องสมุนไพรและวัตถุดิบจากธรรมชาติอะไรบ้างที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียระงับกลิ่นกาย ประกอบกับได้นักวิจัยจากมหาวิ
