How to
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
กับข้าวไทยภาคกลางสำรับหนึ่งที่มีนามอันเป็นปริศนา ทว่าทำง่าย เก็บไว้กินได้นาน ทั้งยังพลิกแพลงได้หลายสูตร กินแกล้มผักแกล้มของทอดของต้มได้อร่อย ก็คือ “ผัดพริกขิง” ครับ ปริศนาของมันคือชื่อ ทำไมถึงชื่อผัดพริก “ขิง” ทั้งที่เกือบทั้งหมดของสูตรที่ทำกินกัน แทบไม่มีขิงเป็นส่วนประกอบเลย (แน่นอนว่าสูตรที่เขาใส่กันก็มีนะครับ) แม้ในตำราเก่าๆ ก็ไม่ปรากฏ แถมแม่ครัวมีชื่อสมัยเกือบร้อยปีที่แล้ว อย่าง ม.ร.ว.หญิงเตื้อง สนิทวงศ์ เคยแสดงความสงสัยไว้ในหนังสือตำรับสายเยาวภา (พ.ศ. 2478) ว่า “..ยังเครื่องปรุงอีกชนิดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่าพริกขิงผัด แต่ไม่มีขิงเลย ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกกันเช่นนี้ และไม่ทราบจะไปค้นที่ไหนได้ ข้าพเจ้าได้เรียนถามท่านผู้หลักผู้ใหญ่ท่านก็ว่าไม่ทราบเหมือนกัน..” ก็น่างงอยู่นะครับว่า แล้ว “ขิง” มันหายไปไหน ถ้าเราพิจารณาพริกแกงแบบไทย ว่าแท้ที่จริงแล้วมันก็เป็นเครื่องปรุงร่วมวัฒนธรรมอุษาคเนย์ ที่ต่างล้วนแต่รับอิทธิพลมาจากเครื่องแกงมุสลิมเปอร์เซียและอินเดียใต้ ผมก็อยากเดาล้วนๆ ว่า แต่ก่อน ซึ่งต้องนานมากกว่าหนึ่งศตวรรษ คือก่อนจะมีการบันทึกสูตรอาหารไทยกันไว้เป็นตำรา เครื่องผัดพริกขิงไทยก็ค
ขายก้านทางมะพร้าว อาชีพเสริมทำเงิน เกษตรกรอ่าวน้อย ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกและขายมะพร้าวมากเป็นอันดับต้นของประเทศ แม้จะเป็นรองจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างอยู่บ้างก็ตาม แต่ผลิตผลที่ได้จาก “มะพร้าว” ก็มีหลากหลาย และได้รับการยอมรับในคุณภาพไม่น้อย เกือบทุกส่วนของต้นมะพร้าวที่ไม่ได้ขายผลสด จะถูกแปรรูปขาย สร้างรายได้เช่นกัน ทางมะพร้าวแก่ ที่หลุดร่วงจากต้น เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปสุมโคนต้นไม้บางชนิด เพื่อประโยชน์ในทางการเกษตร แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่ปล่อยทิ้งไว้ หรือ กำจัดทิ้ง โดยการเผา สร้างมลภาวะทางอากาศ และทำให้หน้าดินสูญเสียแร่ธาตุ ในบางมุมมองชาวบ้านหรือเกษตรกร อาจไม่ได้มองเช่นนั้น เมื่อเห็นว่าทางมะพร้าวแก่ที่หลุดร่วงจากต้น ไม่มีประโยชน์ หากนำไปกำจัดได้ ก็น่าจะเป็นผลดี แต่สำหรับคุณฐนโรจน์ ชัยสิริธนานนท์ หรือ คุณนัต กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น คุณฐนโรจน์ เดิมที่เป็นชาวนนทบุรี แต่ปักหลักมีครอบครัวอยู่ที่ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยความสนใจในการทำเกษตรกรรม จึงศึกษาและปลูกไม้ผล ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไว้จำนวนหนึ่ง แม้คุณฐนโรจน์ จะไม่ได้ปลูกมะพร้าวเห
รถเกิดอุบัติเหตุ สินค้าหล่นกระจัดกระจาย ชวนกันมาขนเอาไป ระวังจะผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ต้องมีใครแจ้งความ ตำรวจจับได้เลย เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แถมยอมความไม่ได้ด้วย แม้เอาไปคืนความผิดก็ยังอยู่
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ตระหนักถึงความสำคัญในการนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตยาง และผลักดันให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยจัดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดความรู้การแปรรูปยางให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง สามารถสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตของตนเองได้ โชว์ขั้นตอนการทำบ่อน้ำเคลือบยางพารา ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้กำหนดหลักสูตรการอบรมความรู้แปรรูปยางประเภทต่างๆ เช่น การผลิตและการใช้ประโยชน์น้ำยางข้นชนิดครีม เทคโนโลยียางแห้งเบื้องต้น การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำยางโดยวิธีจุ่ม การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำยางโดยการตีฟองเพื่อผลิตของชำร่วย การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำยางโดยการตีฟอง การแปรรูปยางรัดของจากยางแห้ง การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ยางแห้งโดยการอัดเบ้าพิมพ์ การทำเบ้าปูนปลาสเตอร์และการทำตุ๊กตายาง หน้ากากยาง การผลิตหมอนยางพารา ฯลฯ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-940-7391 อีเมล [email protected] หรือ การยางแห่งประเทศไทย ทุก
สูตรเด็ด ‘ข้าวอบไก่รมควัน’ เอาใจคนชอบทำอาหารง่ายๆ ส่วนผสม ไก่เบรสรมควัน 200 กรัม/1 ห่อ ปลายข้าวหอมสีนิล 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน กระเทียมสับ พริกไทยดำบด เกลือ เห็ดหอม (ชิตาเกะ) ถั่วพีแคน (แล้วแต่ชอบ) ไข่ไก่ พริกหวาน น้ำมันมะกอก ผักดีล เสริมกลิ่น ผักตกแต่งจาน ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก กะหล่ำปลีแดง วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะให้ร้อน ใส่กระเทียมสับ ผัดให้พอหอม ใส่เห็ด ผัดให้นุ่ม เติมเกลือเล็กน้อย ใส่ไก่เบรสฝรั่งเศสรมควันที่หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดให้หอม ใส่ปลายข้าวหอมสีนิลที่หุงสุกแล้ว 3 ส่วน ข้าวสาลี 1 ส่วน และ ถั่วพีแคน ใส่ไข่ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือ พริกไทยเล็กน้อย ใส่ดีลก้านเล็กๆ ผัดเร็วๆ เอาขึ้นพักไว้ ตักข้าวใส่ในพริกหยวกที่คว้านเอาเมล็ดออกแล้ว อุ่นเตา 180 องศาเซลเซียส นำพริกหยวกอบ 20 นาที แต่งจาน ตัดครึ่งหัวกะหล่ำม่วง ลอกกาบ และเด็ดใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำพักไว้ จัดกาบกะหล่ำม่วงและใบฟิลเลย์ไอซ์เบิร์กใส่จาน นำพริกหยวกที่อบและพักให้อุ่นเล็กน้อย วางในจานให้สีสวยงาม อาหารจานนี้มีประโยชน์ทางโภชนาการสูงทั้งจากปลายข้าวกล้องและข้าวสาลี ข้าวสาลีหุงสุกแล้วจะแข็งกว่าปลายข
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยได้นำเสนอเรื่องราวของป้าเยาว์-พะเยาว์ กฤษแก้ว อดีตสาวโรงงานถูกเลิกจ้าง หันมายึดอาชีพแม่ค้าขนมหวานมากว่า 20 ปี (อ่านเรื่องราวก่อนหน้าได้ที่ จากสาวโรงงานถูกเลิกจ้าง สู่แม่ค้าขนมหวาน อาชีพที่ช่วยได้ในยามคับขัน) นอกจากจะคิดสูตรขนม ทำขายเองจนสามารถส่งลูกชายลูกสาวทั้ง 2 คนเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ป้าเยาว์ก็ยังเป็นครูสอนทำขนมหวานไทย มักมาสอนที่มติชน อคาเดมี อยู่บ่อยครั้ง จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย วันนี้ มีโอกาสได้เจอกับป้าเยาว์อีกครั้ง จึงเข้าไปพูดคุยกันตามประสาคนคุ้นเคย ไถ่ถามกันพอให้ทราบความเป็นไป ก็อดไม่ได้ที่จะคุยเรื่องค้าขายกันต่อ ป้าเยาว์ในวัย 67 ปี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำขนมหวานขายกับพี่ๆ น้องๆ ที่บ้าน เมนูขนมมีหลากหลายกว่า 20 ชนิด อาทิ บัวลอยสาคูมะพร้าวอ่อน, ข้าวเหนียวถั่วดำ, กล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน, สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน, เต้าส่วนเม็ดบัว, เปียกลำไย, รวมมิตร และพวกขนมถาด ขนมเชื่อม เป็นต้น ซึ่งป้าเยาว์บอกว่า ในแต่ละวันจะทำขนมออกขายไม่ซ้ำกัน และทำขายแค่ไม่กี่อย่าง แต่ขนมที่ต้องทำออกมาขายทุกวันแบบยืนพื้น มีอยู่ 4 – 5 ชนิด หนึ่งในนั้นคือ “ข้าวเหนียวมูน” ซึ่งเป็นขน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเริ่มต้นธุรกิจในวัยเกษียณ แถมยังตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมราคา 3 ล้านบาท เป็นโรงงานผลิตชาพร้อมดื่ม #หอมละมุน ได้มาตรฐาน อย. จุดเด่นหวานน้อยแต่หอมมันกลมกล่อม ปัจจุบันสินค้าส่งขายคิงก์พาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และออกงานอีเวนต์ เเต่ละเดือนจำหน่ายได้ 5,000 ขวด รายได้เลี้ยงตัวสบาย ไม่เป็นภาระลูกหลาน เกือบ 30 ปี ที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัท กว่า 50 ปี กับตัวเลขอายุ ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจมาก่อน หากจะให้หันเหมาสู่โหมดเจ้าของธุรกิจ ดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนจะคิดและลงมือทำ แต่ไม่ใช่กับคุณปวีณ วาสนาอาชาสกุล หญิงสาวผู้มีตัวเลขอายุ 53 ปี ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้สองบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และบริษัทลักษ์ 666 จำกัด รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงถึงขั้นใกล้ชิดเลยก็ว่าได้ กับตำแหน่งผู้สื่อข่าว จนกระทั่งได้เป็นบรรณาธิการนิตยสาร Oops! ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการนิตยสาร OHO , นิตยสารสาระแนดารา และหนังสือการ์ตูนฮาจะเกร็ง คิดพักงานประจำ โอกาสนำพาสู่ธุรกิจ
นักร้องนำวงคาราเมลยังไม่วางไมค์ แต่แบ่งเวลาทำธุรกิจ “บ้านครูปูไข่ดอง” พร้อมเผยสูตรและวิธีการทำ “ปูไข่ดอง” ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มซีฟู้ดพริกเกลือ ของดีจังหวัดจันทบุรี ใช้พริกขี้หนูสวนเม็ดเล็ก 2 สี ตำกับกระเทียมไทย เกลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว แซ่บซี๊ดขายดี เตรียมส่งออกแล้ว ด้วยความหวานของเนื้อปูสดๆ และไข่ปูมันๆ ที่เข้ากันดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ทำให้ “ปูไข่ดอง” กลายเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมยุคนี้ ซึ่งนอกจากจะหาทานได้ตามร้านอาหาร ยังมีร้านปูไข่ดองที่ขายผ่านทางออนไลน์ผุดขึ้นมารองรับความต้องการอีกเพียบ หนึ่งในนั้นคือ “บ้านครูปูไข่ดอง” ของ ป๋อม-เจนนรงค์ นราศรี นักร้องนำวงคาราเมล (Karamail) แห่งค่าย Five Four Records (ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด) ที่เริ่มต้นธุรกิจจาก “ความไม่รู้” “บ้านผมอยู่จันทบุรี แล้วเป็นช่วงที่วงคาราเมลงานเริ่มน้อย ผมกลับไปอยู่บ้านบ่อยเลยอยากลองหาอะไรที่ใกล้ตัวทำดู เพราะจันทบุรีติดทะเล แล้วเพื่อนสมัยมัธยมบางคนก็เลี้ยงปู บางคนมีบ้านอยู่แถบอำเภอแหลมสิงห์ที่เป็นป่าชายเลน ซึ่งแหล่งปูที่อุดมสมบูรณ์จะอยู่แถวป่าชายเลน ผมเลยมีไอเดียที่อยากลองทำปูไข่ดอง” นักร้องหนุ
ปลากะพง เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และที่สำคัญเนื้อปลามีรสชาติดีสามารถขายได้ราคา ทำให้เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้ปลาชนิดอื่น นอกจากจะเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย บางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำเค็มก็สามารถเลี้ยงปลากะพงได้ ประสบผลสำเร็จด้วยเช่นกัน ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับขายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน คุณเยี่ยม รัตนกุญชร อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 7 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่ได้ปรับเปลี่ยนจากการทำนามาเลี้ยงปลากะพง โดยเลี้ยงแบบใช้น้ำจืด มีการจัดการแบบมีระบบ ปลาเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งทำการตลาดแบบรวมกลุ่ม ทำให้ปลากะพงขายได้ราคาเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว เปลี่ยนผืนนา มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพง คุณเยี่ยม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทียึดการทำนาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่เนื่องจากราคาข้าวมีความผันผวน ราคารับซื้อไม่แน่นอน ทำให้บางช่วงถึงกับทำแล้วขาดทุนก็ยังมี จึงได้มีการ
