How to
ไอเดีย เป็นสิ่งสำคัญผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในวันนี้สินค้าแทบทุกประเภท ต่างให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ต้องดึงดูดสายตา และปัจจุบันนักออกแบบของไทย ถือว่ามีบทบาทสำคัญ และได้รับการยอมรับมากขึ้น การพัฒนาในด้านทักษะ ถือเป็นสิ่งที่ต้องขวนขวายเรียนรู้และลงมือทำ สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI Chanapatana) เป็นหนึ่งในสถาบันอันดับต้นๆ ที่มีความพร้อมด้านการพัฒนาคนไปสู่ดีไซเนอร์มือหนึ่ง กระทั่งได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคม Cumulus สมาคมระดับโลกแห่งเดียวที่คัดเลือกและรวบรวมมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบชั้นนำจากทั่วโลก เป็นนักออกแบบได้ พื้นฐานขอให้ใจรัก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ กล่าวถึงการก้าวมาสู่เวทีระดับโลก ว่าถือเป็นโอกาสในการนำพาดีไซน์ไทยสู่ดีไซน์โลก “หลักสูตรการสอนของสถาบันจะเป็นหลักสูตรจากอิตาลี และการที่จะเรียนรู้งานออกแบบในระดับโลกนั้นผู้สอนต้องมีความรู้ความสามารถ อาจารย์ผู้สอนจึงเป็นชาวต่างชาติ ทั้ง อิตาลี สเปน เยอรมนี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้โดยตรง ซึ่งจากความมุ่งมั่นตั้
#คอปเปอร์อินเตอร์เนชั่นแนลบุฟเฟ่ต์ ร้านอาหารอินเตอร์ บุฟเฟ่ต์ ขายดีสวนกระแสเศรษฐกิจ สร้างปรากฏการณ์ยอดขายร้อยล้าน สร้างสรรค์เมนูเด็ดเสิร์ฟทุกเทศกาล มัดใจลูกค้าด้วยการมอบประสบการณ์ทานอาหารที่ดีที่สุด แปลกใหม่ที่สุด และคุ้มค่าที่สุด ภายใต้บรรยากาศ และบริการในระดับ ‘Fine dining’ คุณเกษมสันต์ สัตยารักษ์ หรือ คุณเกษม ผู้จัดการคนเก่งของร้าน มีประสบการณ์ดูแลร้านอาหารฝรั่งชั้นแนวหน้าของประเทศไทยมาแล้วหลายแห่ง สร้างความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและรายได้ทะลุเป้าให้กับเจ้าของร้านมาแล้วมากมาย อยู่ในวงการร้านอาหาร 30 ปี ทั้งที่จบการศึกษาเพียงวุฒิ ม.3 คุณเกษม เล่าที่มาของร้าน เดอะคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ว่า ทางเจ้าของร้านเป็นนักธุรกิจที่ชอบทานอาหาร บุฟเฟ่ต์ ตระเวนทานมาแล้วหลายที่ รวมถึงโรงแรม 5 ดาว ซึ่งมีความคิดว่าอยากทำร้านอาหารบุฟเฟ่ต์คุณภาพ ดีให้คนไทยได้ทาน จ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล ต่อให้ขาดทุนก็ห้ามลดคุณภาพ เมื่อโจทย์ชัดเจนขนาดนี้ ทำงานง่าย “ผมได้รับโจทย์การดูแลร้านอาหารแห่งนี้ 3 ข้อ ข้อแรก อาหารต้องมีคุณภาพ ข้อสอง อยากเห็นภาพลูกค้ามาต่อคิวเยอะๆ ข้อสุดท้าย บริหารงานอย่างโปร่งใส 3 เงื่อนไขดังกล่าวจึงก
เอาใจคนงบน้อย 4 ร้านอาหารอร่อยราคาถูก งบหลักสิบก็อิ่มได้ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ลื่นไหล จะจับจ่ายใช้สอยคงต้องคิดหนัก กับเรื่องอาหารการกินก็เช่นกัน ราคาพุ่งไปหลายร้อยบาทอยากกินแค่ไหนต้องอดใจ เส้นทางเศรษฐีมี 4 ร้านแนะนำสำหรับคนงบน้อย มีเงินหลักสิบก็ทานได้ พิกัดมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใครอยู่ใกล้ร้านไหนแวะไปทานได้ “เจ๊อ๋อย ลุงหมึก” อาหารตามสั่งราคา 10 บาท มา 30 ปี “ร้านเจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาททุกอย่าง” เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2532 แม้ปัจจุบันของจะขึ้นราคา ทางร้านก็ขายอาหารตามสั่งในราคาเท่าเดิม เกือบ30 ปี มี ป้าอ๋อย-คุณอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี และ ลุงหมึก-คุณวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน ลักษณะของร้านเป็นร้านอาหารตามสั่ง ขนาดเล็ก มีเมนูอาหารตามสั่งทั่วไป อย่าง กะเพราไก่ หมู, ข้าวผัดไก่ หมู, ราดหน้าหมู ไก่, ผัดไทยหมู ไก่, ผัดซีอิ๊วหมู ไก่ ราคา 10 บาท ส่วนกะเพรากุ้ง-ปลาหมึก เครื่องใน หมูกรอบ, ราดหน้ามาม่า ข้าวผัดแหนม ข้าวผัดกุ้ง ปลาหมึก, สุกี้แห้ง-น้ำ ราคาจะอยู่ที่ 15–20 บาท พิกัด ร้านตั้งอยู่ ถ.เพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีวันหยุดไม่แน่นอน ติดตามวันเปิดร้านได้
‘กุ้งฝอยคั่วกระชาย’ อร่อยจนต้องลองทำ โดย กฤช เหลือลมัย ทุกวันนี้ เมื่อต้องเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากเมืองนนทบุรี ตามเส้นทางหลวงสาย 340 ที่จะตรงไปเมืองสุพรรณในช่วงสายๆ สิ่งที่ผมและเพื่อนๆ ต้องทำทุกครั้ง ก็คือแวะกินข้าวแกงริมทาง ที่ร้าน “แกงป่าคุณยายตุ่ม” เขตชานเมืองย่านบางบัวทอง ซึ่งขายกับข้าวไทยภาคกลางรสชาติจัดจ้าน อย่างพวกผัดเผ็ด แกงป่า ด้วยสารพัดเนื้อ ตั้งแต่ปลาเล็กปลาน้อยสับทั้งก้าง หมูป่า เก้ง กวาง ไข่ปลายี่สก ปลากราย เนื้อวัว ฯลฯ แถมมีน้ำพริกแกงป่ารสดีมากๆ ให้ซื้อกลับไปทำกินเองที่บ้านด้วย ใครชอบกินข้าวแกงภาคกลางสกุลชายแดนตะวันตก เป็นไม่ผิดหวังแน่ๆ ครับ ก่อนที่จะกลายเป็นคอลัมน์แนะนำร้านอาหารไป จะบอกว่า มีกับข้าวอย่างหนึ่งของร้านคุณยายตุ่ม ที่ผมกินแล้วชอบมาก รู้สึกว่ามันลงตัวดี แถมมีความแตกต่างจากสำรับอื่นๆ ในร้านอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือ “กุ้งฝอยคั่วกระชาย” ครับ กุ้งฝอยน้ำจืดตัวเล็กๆ นั้นเป็นที่พิสมัยของคนครัวเมืองน้ำจืดทุกแห่ง มันกลายเป็น “กุ้งเต้น” รสแซ่บจี๊ดในร้านเรือนแพย่านหาดคูเดื่อ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นกุ้งชุบแป้งทอดโรยในชาม “ข้าวแห้ง” ของคนย่านคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุร
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
“แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” 1 ในเมนูของบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 คุณอุบล บุญวาที กรรมการชุมชนบ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เล่าถึงที่มา “แกงอุ๊บหมู/อุ๊บไก่” ว่าลักษณะคล้ายแกงฮังเลของภาคเหนือ ไม่เผ็ด เป็นแกงของพม่าที่เรียกว่า “อุ๊บ” เป็นลักษณะแกงที่ต้องเคี่ยวนาน ให้เนื้อสัตว์สุกและเครื่องแกงแทรกเข้าไป มีทั้งแกงอุ๊บไก่และแกงอุ๊บหมู เนื่องจากช่วง 30-40 ปีก่อนมีชาวพม่ามาขุดพลอยที่อำเภอบ่อไร่จำนวนมาก นิยมทำเป็นอาหารรับประทานกัน แต่ปัจจุบันชาวพม่าอพยพกลับไปเกือบหมดแล้ว แต่แกงอุ๊บไก่ อุ๊บหมู รสชาติยังคงเป็นที่ติดใจของชาวบ่อไร่ จึงนิยมทำเฉพาะเทศกาลงานบุญที่วัด เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาแกงนาน บ้านจัดสรร หมู่ที่ 9 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จึงเลือกทำเป็นอาหารพื้นบ้านเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เพราะมีลักษณะพิเศษ อร่อย หารับประทานทั่วไปยาก วิธีการทำแกงอุ๊บหมู 1. เตรียมเนื้อหมู 1 กิโลกรัม ใช้เนื้อหมูสามชั้น ล้างหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหนา 2. เตรียมเครื่องแกง เครื่องปรุงมี หอมแดงหัวใหญ่หรือหอมแขก กลิ่นจะไม่แรงจัดและเผ็ดร้อนน้อยกว่าหอมหัวเล็ก 3 ขีด ตะไคร้ซอย 2 ต้น ขมิ้นซอยชิ้นบางๆ 1 แง่ง พริกแห้งใหญ่ 10
เป็นขนมที่คนไทยคุ้นเคย และรู้จักกันอย่างแพร่หลายสำหรับ “วุ้น” ซึ่งปัจจุบันถูกชายหนุ่มครีเอตแปลงโฉมขนมไทยชนิดนี้ให้มีความแปลกตาและรสชาติที่ไม่ซ้ำใครด้วยการสอดไส้ผลไม้ลงไป นับเป็นขนมที่ไม่ร้ายกาจต่อร่างกาย แถมโกยรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน คุณภัค เรืองกิจรัตนกุล หรือ คุณฮั้ว เจ้าของธุรกิจวุ้นสอดไส้ เล่าว่า ชอบทานขนม ทั้งขนมไทย และเบเกอรี่ มาตั้งแต่เด็ก กระทั่งวันหนึ่งอยากเปิดร้านขายขนมในสไตล์ของตัวเอง ประกอบกับได้ลองทานวุ้นที่มีไส้ข้างในฝีมือคุณน้า จึงเกิดไอเดียของธุรกิจ “วุ้นสอดไส้” “ผมไม่เคยเห็นวุ้นสอดไส้ที่ไหนมาก่อน ซึ่งเท่าที่เห็นวุ้นส่วนใหญ่จะเป็น วุ้นกะทิ วุ้นเป็ด วุ้นใบเตย ซึ่งมั่นใจว่าถ้าทำวุ้นสอดไส้ออกมาขาย ลูกค้าจะต้องชอบแน่ๆ ฉะนั้นจึงสร้างเอกลักษณ์ให้ชัดเจน ด้วยการทำวุ้นสอดไส้ผลไม้” สำหรับจุดเด่นของวุ้นสอดไส้ผลไม้ หน้าตาวุ้นจะเป็นดอกไม้ ด้านในเป็นไส้ผลไม้ และเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าเป็นวุ้นร้านพฤกษ์ คุณฮั้ว บอกว่า กลิ่นขนมจะหอมกะทิใบเตย ชนิดว่าหอมฟุ้งอยู่ภายในปาก หวานน้อย รสชาติกลมกล่อม ไม่ใส่สารกันเสีย ในช่วงแรกของการเปิดร้าน เจ้าของร้าน บอกว่า ขายออนไลน์ผ่านช่องทาง Instagram และ
หลายธุรกิจ หลายกลุ่มสินค้าต่างเริ่มปรับตัวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยม เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย หรือรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ผู้บริโภคยุค 4.0 กลับหันมาใช้บริการ #ดีลิเวอรี่ มากขึ้น เลยทำให้เกิดเป็นช่องว่างของธุรกิจ “บริการดีลิเวอรี่” ได้มีโอกาสแจ้งเกิดยุคนี้ ครูสอนโยคะ เห็นโอกาสทางการตลาด ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารพร้อมทาน ในชื่อ “กินปะล่ะ บาย ครูไฮ้” ที่สามารถประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ภายใต้แนวคิดที่ว่า ใส่ใจสินค้า ใส่ใจบริการ และใส่ใจหาโปรโมชั่นรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า พร้อมกลยุทธ์ขายความสะดวก ดีลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้าน ตอบรับผู้บริโภคยุค 4.0 ต่อความสำเร็จดังกล่าว นายบุญเลิศ ก่อศักดิ์ไพศาล เจ้าของธุรกิจ ร้าน กินปะล่ะบายครูไฮ้ กล่าวว่า เดิมเป็นครูสอนโยคะ มาหลายปี ก็มองถึงเรื่องสุขภาพเป็นสำคัญ นอกจากคนมาเรียนโยคะ อยากให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว อาหารการกินก็ควรใส่ใจดูแลเช่นกัน เมื่อศึกษาธุรกิจอาหารพร้อมทานในรูปแบบดีลิิเวอรี่ จึงตัดสินใจลงมาทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ควบคู่กับการเป็นครูสอนโ
อาจพูดได้ว่าคนไทยไม่มีใครไม่รู้จักร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ภายใต้การบริหารของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) แต่จะมีกี่คนรู้ว่าบริษัทแห่งนี้มีรายได้สูงถึง 4.89 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา แต่ละวันมีจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้าน “เซเว่นอีเลฟเว่น” 12,157,312 คน (ตัวเลขเดือนสิงหาคม 2561) เฉลี่ยลูกค้า 1,184 คนต่อสาขาต่อวัน ที่เข้าไปใช้บริการและจับจ่ายซื้อสินค้าและทำธุรกรรมต่าง ๆ จึงไม่ต้องแปลกใจที่การเติบโตของยักษ์คอนวีเนี่ยนรายนี้จะร้อนแรงและเดินหน้าบุกไม่หยุด ด้วยเป้าหมาย 13,000 สาขา ในปี 2564 จากปัจจุบัน 10,268 สาขาทั่วประเทศ การเติบโตของ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เดินควบคู่กันไปทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง แทรกซึมอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนไทย ยุทธศาสตร์ “แนวลึก” ตามแผนการเติบโตด้วยการสปีดสาขาปีละ 700 สาขา เพื่อไปสู่เป้าหมาย 13,000 สาขา ไม่เพียงโมเดลสแตนดาร์ดชั้นเดียวตามชุมชนต่าง ๆ แต่ยักษ์คอนวีเนี่ยนรายนี้ยังแตกสารพัดโมเดลออกมาตอบโจทย์ลูกค้าเพื่อให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่, ความต้องการของลูกค้าและตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดแบบครบวงจร ด้วยโมเดลใหม่ ๆ ที่ไม่ผูกติดอยู่กับร้านห้องแถว อาคารสำนักงาน คอนโดมิ
ชาวอาเซียนมีแกงส้มกันแทบทุกประเทศทั้งไทย มอญ เขมร เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ละชาติก็แตกต่างกันไป โดยหลักๆ แล้วต้องมีรสเปรี้ยวนำเพราะเป็นแกงส้ม รสเปรี้ยวที่นิยมมากที่สุดในครัวอาเซียน คือรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก มะขามจึงเป็นสัญลักษณ์ของอาหารโอเรียนทอลไปแล้ว ที่เหลือจะเป็นรสเปรี้ยวจากผลไม้อื่นๆ เช่น มะนาว มะกรูด ส้มจี๊ด มะดัน ตะลิงปลิง มะสัง และส้มแขก เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้ใบไม้ที่ให้รสเปรี้ยวด้วย เช่น ยอดมะขาม ยอดส้มป่อย และยอดกระเจี๊ยบ การนิยมกินรสเปรี้ยวนี้น่าจะเกี่ยวเนื่องกับภูมิอากาศร้อนแบบศูนย์สูตรของเรา เพราะรสเปรี้ยวเมื่อผสมกับรสเค็ม เผ็ด เจือหวานเข้าไปทำให้เจริญอาหารดีนักแล ชาวต่างชาติที่เข้ามาในสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้กล่าวไว้ตรงกันว่าอากาศร้อนทำให้ชาวสยามกินอาหารแต่น้อย สังเกตจากตัวเองได้ว่าเวลาร้อนๆ จะกินอะไรไม่ลง จึงต้องอาศัยรสชาติมากระตุ้นความอยากอาหาร นอกจากรสเปรี้ยวแล้ว แกงส้มจะมีผักเป็นหลัก ซึ่งมีหลากหลายชนิดแล้วแต่จะหาได้ในท้องถิ่น และนิยมใส่ปลา กุ้ง แต่แกงส้มบางชนิดก็ใส่เนื้อหมู และกระดูกหมู วันนี้จะชวนทำแกงส้มแบบชาวซุนดาที่ส่วนใหญ่อาศัยอย
