How to
ที่ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่แห่งนี้เป็นฐานผลิตเครื่องปั้นดินเผามีชื่อเสียงมาช้านาน นับเป็นแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ คุณสุ-สุมาลา เป้าพิมพ์ อายุ 33 ปี เจ้าของเรื่องราว เธอเป็นสาวโคราช ผู้สร้างมูลค่าให้กับเครื่องปั้นดินเผา นำการเพ้นต์มาวาดลวดลายด้วยใจรัก สาวนักเพ้นต์ เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมีทุกวันนี้ไม่ง่าย ย้อนไป 5-6 ปีก่อน เธอกับแฟนหนุ่ม ผ่านความลำบากมาหลายรูปแบบ ทำงานรับจ้าง ทั้งรายวัน รายเดือน ทำนา ทำสวนก็ทำมาแล้ว สารพัดอาชีพ จนมาถึงอาชีพปัจจุบัน คือการเพ้นต์เครื่องปั้นดินเผา คุณสุ บอกว่า เริ่มต้นอาชีพนี้จากความชอบ อยากพัฒนา และเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นของดีจากบ้านเกิด “สุเป็นคนด่านเกวียน หลายคนรู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาชื่อดัง ที่บ้านสุเองก็ทำอาชีพนี้ เราเห็นว่าเครื่องปั้นดินเผามันสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ จากที่ขายรูปแบบซ้ำๆ สีดำ สีน้ำตาล ก็เปลี่ยนเป็นการเพ้นต์ ซึ่งเมื่อก่อนการเพ้นต์ยังไม่เป็นที่นิยม” เมื่ออยากทำ แต่ไม่มีความรู้ด้านศิลปะ คุณสุจึงเริ่มต้นด้วยการซื้อหนังสือมาศึกษาเอง “อ่านหนังสือแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จะล
ตอนนี้เริ่มเข้าฤดูฝน ใครไปเดินตลาดสดย่อมจะเห็นหน่อไม้สดสารพัดชนิดนะครับ ไม่ว่าจะหน่อเหลือง หน่อรวก หน่อไร่ ที่คนกินมากเดี๋ยวนี้เห็นจะเป็นหน่อไผ่ตง โดยเฉพาะไผ่ตงหวาน ซึ่งไม่ต้องการการต้มน้ำทิ้งใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากน้ำต้มหน่อไผ่ตงหวานนั้นมันหวานจนแทบจะเกินหน้าน้ำซุปกระดูกด้วยซ้ำ หน่อตงเป็นหน่อใหญ่ เนื้อมาก รสอ่อนๆ จึงทำกับข้าวได้หลากหลาย ลองนึกดูเถิดครับ ตั้งแต่ใส่ในซุปกระเพาะปลาน้ำแดง ผัดเผ็ดเนื้อ ผัดเปรี้ยวหวาน แกงกะทิไก่ ต้มจืดกับหมูสามชั้นอย่างที่เรากำลังจะลองทำ ไม่อย่างนั้นก็เอามาผัดไข่ หรือแค่ต้มให้สุก หั่นเป็นชิ้นๆ จิ้มน้ำพริกกะปิ น้ำพริกตาแดง ก็อร่อยถมไปแล้ว ถ้าไม่อยากกินสดๆ ก็หั่นดองน้ำเกลือให้เปรี้ยว เก็บไว้แกงส้ม หรือดองจืดแบบหน่อมันของคนเหนือ อร่อยมากๆ ครับ หน่อไม้ทุกชนิดมีพิวรีน ซึ่งร่างกายมนุษย์จะสังเคราะห์กลายเป็นกรดยูริก ซึ่งไม่ค่อยดีต่อคนที่มีอาการโรคเก๊าต์นะครับ เพราะอาการปวดจะกำเริบเอาได้ง่าย แต่หากกินยาตามแพทย์วินิจฉัยและสั่งให้แล้ว กับทั้งหมั่นสังเกตว่า ตนแพ้อาหาร “แสลง” อะไรบ้าง ก็อาจทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะคนเป็นเก๊าต์แต่ละคนมักแพ้อาหารที่มีพิวรีนต่างกันไปตามธาตุข
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันนี้เรามาตามกระแสจากญี่ปุ่นกันบ้าง ช่วงนี้เห็นแต่คนไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกัน อากาศดี หนาว มีหิมะ บรรยากาศสวยงามกันเลยใช่มั้ยคะ ที่ประเทศญี่ปุ่นเองเขาก็ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสุนัขมากเลยนะคะ คุณภาพชีวิตของสุนัขในประเทศญี่ปุ่นถือว่าดีเลยถ้าเทียบกับบ้านเรา วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำสายพันธุ์สุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีการนำเข้ามาเลี้ยงในไทยเรามานานแล้ว แต่อาจจะเป็นเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบสุนัขสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะ เราอาจจะไม่ได้พบเห็นกันบ่อยนัก สายพันธุ์ที่ว่าก็คือ สุนัขพันธุ์ชิบะอินุ (Shiba Inu) ค่ะ ชิบะอินุ (Shiba Inu) ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “อินุ” แปลว่า สุนัข ส่วนคำว่า “ชิบะ” มีที่มาไม่แน่นอนเนื่องจากคำว่าชิบะสามารถแปลความได้ว่า “พุ่มไม้” หรือต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้เชื่อว่าชื่อชิบะอาจจะมาจากความหมายว่าเป็นสุนัขที่ใช้ในการล่าสัตว์ในพุ่มไม้ หรือไม่ก็สีแดงของชิบะเป็นสีแดงที่เหมือนกับต้นไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ชิบะยังสามารถแปลได้ว่า “เล็ก” ชิบะอินุเป็นสุนัขที่สามารถอยู่ตามภูเขาได้ดีตามลักษณะภูมิประเทศของประเทศญี่ปุ่น และถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะกับก
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “อาหารไทยในเมืองนอก ร้านไหนอร่อยหรือไม่อร่อย เจ้าของเป็นคนไทยแท้หรือเป็นคนต่างชาติ ให้ลองสั่งไข่เจียวมากินแล้วจะรู้คำตอบได้ทันที” ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ นะครับ “ไข่เจียวแบบไทยๆ” ใช้เป็นดัชนีชี้วัดหรือมาตรฐานอาหารไทยได้เป็นอย่างดี เพราะไข่เจียวไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องเนื้อฟู กรอบนอกนุ่มใน ไข่ไม่ด้าน มีผิวเกรียมนิดๆ ไข่แดงกับไข่ขาวต้องตีเข้ากันดี ไม่เห็นเป็นชิ้นไข่ขาวหรือไข่แดง ผมเคยสั่งไข่เจียวในร้านอาหารที่เมืองจีน ได้ไข่ด้านๆ หนาๆ ไม่ประทับใจ ครั้งหนึ่งที่ฝรั่งเศส ทัวร์พาเข้าร้านอาหารไทย ให้กินน้ำพริกกะปิ กับไข่เจียว กันลูกทัวร์คิดถึงบ้าน บอกได้คำเดียวว่าไม่ผ่าน ไข่เจียวแฟ่บ เหี่ยว หนังเหนียว น้ำพริกกะปิใสจ๋องแจ๋ว เค็มทางเดียว สอบถามได้ความว่าเจ้าของเป็นชาวเวียดนาม จึงยืนยันสมมติฐาน “ไข่เจียว” ได้ชัดแจ้ง วิชาไข่เจียว จึงเป็นวิชาที่คนทำอาหารไทยทุกคนต้องทำให้เป็นถึงจะสอบผ่านเป็นกุ๊กอาหารไทยได้ โชคดีในข้อสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติไม่ยักกะมีข้อสอบไข่เจียว ไม่งั้นคงตกกันระนาว ไข่เจียว เจียวยังไงให้ฟู นุ่ม กรอบ จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย ข้อสำคัญต้องห้ามเสียดายของท
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
ปัจจุบันคนทำอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณขายหลงเหลือน้อยเต็มที เพราะคนยุคใหม่มักนิยมอาหารไทยๆ บ้างก็ชอบสไตล์ฟิวชั่น แต่ใครนิยมอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณ ตรงมาที่ร้านรสอร่อย ย่านพุทธมณฑลสาย 1 คุณปรีชา ตันติพงศ์วศิน หรือ เฮียเป็ด ผู้สืบทอดการทำอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณ มาจากเตี่ยได้สูตรอาหารมาหลายอย่าง สมัยตั้งแต่เตี่ยเข็นรถขายเป็ดพะโล้ อยู่ที่วัดอินทาราม ตลาดพลู จนมีชื่อเสียง ในรูปแบบของเป็ดพะโล้น้ำดำ เฮียเป็ดบอกว่า คนรุ่นเก่าๆ จะรู้จักเป็ดพะโล้น้ำดำของเตี่ยดี ตนในฐานะเป็นรุ่นลูกจึงคิดสืบทอด ด้วยการมาเปิดร้านอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณ ซึ่งรสชาติจะเน้นไปทางรสจืด แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางเมนูก็ปรับให้ทันยุคสมัย เพิ่มรสให้จัดขึ้นมาอีกนิดเพื่อเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณสไตล์ฟิวชั่น ส่วนตัวร้านลักษณะโปร่งโล่ง ไม่ใหญ่โตมาก เมื่อมาที่ร้านรสอร่อย มีเมนูแนะนำกินเล่น เป็นฮ่อยจ๊อปู ที่ทำเองวันต่อวันอัดแน่นไปด้วยเนื้อปู ตามสูตรของเตี๋ย กินกับน้ำจิ้มบ๋วย ทำสดทุกวัน ต่อด้วยกุ้งผัดพริกเกลือ ใช้กุ้งขาว มาผัดตามกรรม วิธีโบราณ จะหอมกลิ่นกระเทียมและพริก หรือปูผัดพริกเหลือง ที่เอาเนื้อปูม้าเป็นก้อนมาผัดกับพริกเหลืองตำ
ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันหนาหูอยู่ในขณะนี้หนีไม่พ้นเรื่อง “ราคาอาหาร ข้าวของ เครื่องใช้ เเละบริการ” ต่างพาเหรดกันขึ้นราคา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ขึ้นก็คือ “เงินเดือน” เจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 34 ปี แม่ค้าขายข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ที่ยืนยันว่า ยังไม่ปรับราคาขึ้นเเน่นอน ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยให้ได้รับประทานอาหารคุณภาพดี รสชาติอร่อย โดยยังจำหน่าย ข้าวกล่อง ข้าวมันไก่ ราคาเดียว คือ 10 บาท ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย คุณนก เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที่บ้านขายข้าวมันไก่มาก่อน เป็นสูตรของคุณพ่อ ขายอยู่ที่ท่าน้ำนนท์ก็ได้คลุกคลีกับบรรยากาศการค้าขายมาตั้งแต่ยั
คุณสุพรชัย จันธนะตระกูล บ้านเลขที่ 156 หมู่ที่ 7 ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เล่าว่า ตนเกิดมาในครอบครัวที่ทำกิจการฟาร์มหมูมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่แล้ว โตขึ้นรู้เรื่องก็ต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมู ดังนั้น หากจะให้ไปทำอาชีพอื่นคงไม่ทำ เลี้ยงหมูมา 50 ปี ถึงแม้ว่าการเลี้ยงหมูจะมีรายได้ที่ไม่แน่นอน หากมีกำไรก็ได้มาก หากขาดทุนก็ขาดทุนมากเช่นกัน เป็นเรื่องธรรมดา อาชีพเลี้ยงหมูเป็นอาชีพที่มีต้นทุนสูง ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนาน ราคาไม่แน่นอน ต้องคนที่เลี้ยงมานานถึงจะอยู่ได้ อย่างปีนี้ราคาแย่ผู้เลี้ยงต้องมีประสบการณ์ อาศัยประสบการณ์ที่มีมาแก้ไขปัญหาเพื่อให้อยู่รอด คุณสุพรชัย นอกจากเลี้ยงหมูแล้ว ยังมีสวนมะพร้าวน้ำหอมอีกสิบกว่าไร่ เป็นการหารายได้เสริม หากหมูราคาตก ก็ลดจำนวนการเลี้ยงหมูลง หรือหยุดเลี้ยงไปสักพัก มาหารายได้จากการทำสวนแทน แต่หากจะให้เลิกอาชีพเลี้ยงหมูเลิกไม่ได้เพราะเป็นอาชีพที่รัก มีกินมีใช้ได้เพราะหมู และอีกอย่างที่เขาชอบเลี้ยงหมูเพราะไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องไปทำงานตากแดด ตากลม ถึงเวลาให้อาหาร ทำความสะอาดโรงเรือน แค่นี้ คุณสุพรชัย จันธนะตระกูล เลี้ยงหมูไม่ยา
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากวรรณกรรมหรือเรื่องราวทางประวัติศาสต์ ซึ่งผู้คนในสังคมไทยสมัยนั้น ก็จะมีการเลี้ยงไก่ชนหรือการละเล่นที่มีไก่ชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต จนทำให้ไก่ชนยังอยู่คู่สังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงไปในทิศทางไหน เช่น ไว้บริโภคภายในครัวเรือน หรือเป็นไก่สวยงามใช้สำหรับชนแข่งขันเป็นเกมกีฬา จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์ปีกที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ไม่น้อย นอกจากจะเป็นมีรายได้แล้วยังสร้างความสุขกับสิ่งที่ทำอีกด้วย คุณพลภัทร โรจนวีรเดช อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เกษตรกรวัย 18 ปี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก เพราะได้เติบโตและพบเห็นการเลี้ยงไก่ชนจากญาติ จึงทำให้เขารู้สึกรักและหลงใหลจนคิดที่จะเลี้ยงอย่างจริงจังในยามว่างจากการเรียน จนสามารถทำเป็นเงินเก็บหลักหมื่นบาทต่อปีให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณพลภัทร โรจนวีรเดช สนใจเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่อายุ 15 ปี คุณพลภัทร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง นิสิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษ
กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่แห่งการท่องเที่ยวในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม สำหรับตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ตลาดน้ำสุดชิคใกล้ชิดธรรมชาติที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเช็คอิน เพราะ ณ เวลานี้ ไม่ต้องไปไกลถึงจังหวัดอุบลราชธานีก็มีดอกบัวสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ มีร้านค้าขายของกิน ของฝาก เครื่องดื่มอร่อยๆ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 44 ไร่ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม รอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียน คุณธานินทร์ เทพสุรินทร์ เจ้าของตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน เท้าความว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นบ่อเลี้ยงปลา มีปลานิล ปลาจีน รวมแล้วประมาณ 30 ตัน แต่ปัจจุบันถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งบัวแดง เพราะต้องการให้อำเภอบางเลน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถมาได้ทุกวัน โดยไม่ต้องไปไกลถึงทุ่งบัวแดงจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม 60 ที่ผ่านมา คุณธานินทร์ เดิมเป็นมัคคุเทศก์ เขา บอกว่า ไม่ถนัดเลี้ยงปลา ประกอบกับมีความฝันอยากทำตลาดน้ำที่ไม่เหมือนกับที่ไหน เลยเปลี่ยนจากบ่อปลาเนื้อที่ 44 ไร่ แบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ ร้านค้าขายของกิน ของฝาก เครื่องดื่ม และ 24 ไร่ เป็นส
