How to
กับข้าวยอดฮิตยอดนิยมของร้านข้าวต้มรอบดึกในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ รายการหนึ่ง เห็นทีจะหนีไม่พ้น “ขาไก่ซุปเปอร์” นะครับ ขา (ตีน) ไก่ต้มเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มในน้ำซุปที่ปรุงรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มหวานรั้งท้าย เมื่อซดร้อนๆ แล้วก็มีอานุภาพในการเรียกข้าว เรียกเครื่องดื่มเย็น หรือกระทั่งเรียกสติของคนกินบางคนให้กลับคืนมาอย่างกระปรี้กระเปร่าทีเดียว ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาเรียกกันอย่างนี้ รู้แต่ว่า หลังจากกินมานับไม่ถ้วนร้าน พบว่ามันมีความหลากหลายของสูตรมากจริงๆ ครับ บางร้านต้มไม่นานมาก ตีนไก่ยังเหนียวๆ อยู่ บางร้านน้ำซุปสีคล้ำ ตรงข้ามกับหลายร้านที่ซุปใสแจ๋ว บางร้านก็จินตนาการสูงจนถึงกับมีขาหมู ไส้เป็ด ห่านพะโล้ให้เลือก “ซุปเปอร์” ได้ด้วย ถ้าเอาตามความคิดผม ลงว่าเรียกขานต่างออกไปจากต้มยำปกติ มันก็ต้องมีความต่างสิครับ แล้วความต่างที่ว่าคืออะไรเล่า ข้อนี้ผมขออธิบายโดยอิงรสชาติของขาไก่ซุปเปอร์ร้านแถบถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ที่ผมชอบกินมาก และคิดว่ามันมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นที่สุดร้านหนึ่ง หลังจากชิมมาก็หลายปี ทั้งได้รับการกระซิบบอกด้วยความคุ้นเคยรักใคร่กันดีจากบริกรบางคน ผมก็ได้สูตร “ซุปเปอร์” ที่เมื่อ
ทุกวันนี้หาขนมไทยที่อร่อยและเป็นสูตรดั้งเดิมได้ยากมาก ที่มีวางขายทั่วไปก็ทำกันยังไม่ครบเครื่อง หรือไม่ก็นำวัตถุดิบส่วนผสมแบบเทียมๆ มาใช้ คนไทยเองก็ไม่นิยมทำขนมไทยเพราะมีวิธี/ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ละเอียด เลยแห่กันไปทำขนมเค้ก/เบเกอรี่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความจริงขนมไทยที่อร่อยแล้วมีคุณภาพก็ยังพอหาได้ เพียงแต่ต้องลำบากเดินทางออกไปตามต่างจังหวัด เพราะชาวบ้านหลายพื้นที่ยังเก็บภูมิปัญญาการทำขนมไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้ แถมยังโชคดีที่พวกเขานำวัตถุดิบส่วนผสมที่มีความเป็นธรรมชาติมาใช้ อย่างไรก็ตาม ขนมไทยยังคงเป็นที่ต้องการของสังคมไทยในวาระเทศกาลมงคลต่างๆ คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือ คุณตาล บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเน้นความละเอียดประณีตบรรจงในวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ใส่ใจพิถีพิถัน พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาคุณภาพด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้น ปลอดภัย เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทุกกลุ่มทั้งแบบขายปลีก ขายส่ง หรือสั่งทำเพื่อใช้ตามงานสำคัญ ในชื่อแบรนด์ “น้ำตาล บ้านขนม” คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือคุณตาลกับสาลี่ปลาคร๊าฟ ค
“ทำมาก็หลายอาชีพแต่ไม่เป็นอย่างที่หวัง เลยเลือกเสี่ยงโชคหันมายึดอาชีพขายผลไม้ซะเลย” นี่เป็นคำพูดของ คุณมาโนชย์ คำบุญมี วัย 57 ปี เจ้าของร้านผลไม้ที่ขายมานานร่วม 23 ปี คุณมาโนชย์ เล่าว่า เดิมทีเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ก่อนหน้านี้ทำมาหลายอาชีพแต่ยังไม่ลงตัว มิหนำซ้ำยังมีหนี้หลักแสนจากการกู้ยืมเพื่อไปทำงานต่างประเทศ แต่ไปได้ไม่นานก็ถูกส่งตัวกลับบ้านเกิด ในเมื่ออยู่บ้านแล้วไม่รู้จะทำอะไร จึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ พร้อมภรรยาและลูกทันที เริ่มต้นจับธุรกิจขายผลไม้รถเข็น ขายปีแรกสามารถปลดหนี้หลักแสนบาทได้ สามารถส่งลูก 2 คนเรียนจบปริญญาตรี มีหน้าที่การงานทำที่ดีถึงทุกวันนี้ ในช่วงแรก ไม่มีจุดจอดประจำ ตื่นเช้าตั้งแต่หกโมงเช้า กลับบ้านตีหนึ่ง ไม่ก็ตีสอง ต่อมาจึงลองเสี่ยงโชคเลือกมาขายหน้าบริษัท และที่ตลาดสด ย่านประชานิเวศน์ 1 ประชาชื่น เขตจตุจักร กทม. ปรากฏว่าอยู่ยาวมาเป็น 10 ปี ลูกค้าคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี จนกลายเป็นลูกค้าประจำ ผลไม้มีสารพัดอย่าง ทั้ง แตงโม มะม่วง มันแกว สับปะรด มะละกอ ฝรั่ง ผลไม้ดองผสมผสานกันไป ราคาของดองถุงละ 15 บาท ส่วนผลไม้สดชิ้นละ 20 บาท คุณมาโนชย์ เล่าเพิ่มเติมว่า พอมีที่ขายประ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาท ว่า ตั้งแต่เช้าตรู่มีชาวบ้านใน ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท นำสวิงลงช้อนกุ้งฝอยในบึงหนองเสือ หมู่ 7 ต.เขาท่าพระอย่างคึกคักแม้จะยังมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยชาวบ้านเล่าว่า ช่วงที่มีฝนตกจะทำให้กุ้งน็อกน้ำ จะทำให้จับได้มากกว่าเวลาปกติ เพราะกุ้งจะลอยขึ้นมาจับกลุ่มเป็นแพอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ถือว่าเป็นนาทีทองของชาวบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะใช้เวลาเพียง 1-2 ชม.ก็สามารถจับกุ้งฝอยได้กว่า 1 กก. และหากนำไปขายที่ตลาดก็จะได้ราคาถึง กก.ละ 200 บาท ทำให้ในแต่ละวันที่มีฝนตก ชาวบ้านที่ลงช้อนกุ้งฝอยจะมีรายได้ 200-400 บาท/ครั้งที่ลงช้อนกุ้งในบึง ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมาก เพราะใช้ยามว่างไม่นานก็มีกุ้งไปขาย ส่วนที่เหลือก็ยังแบ่งไว้ทำอาหารรับประทานกันเองในครอบครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายไปในตัว สำหรับเมนูที่เป็นที่นิยมนำกุ้งฝอยไปทำรับประทานเป็นอาหารทานเล่นก็คือ กุ้งเต้นและกุ้งทอด นอกจากนี้ยังมีเมนูมื้อหลักสำหรับครอบครัวที่ใช้กุ้งฝอยเป็นวัตถุดิบ อย่างแกงส้ม แกงเลียง ที่แม่บ้านพ่อบ้านจะซื้อไปประกอบอาหารด้วย
จากกระแสข่าวสะเทือนวงการค้าปลีก เมื่อ “บิ๊กซี” ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ ออกรถขายของเคลื่อนที่ “รถเร่” รูปแบบเดียวกับรถขายกับข้าว “รถพุ่มพวง” แต่ล่าสุดทางบิ๊กซีออกมาชี้แจงแล้วว่า รถดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองวิ่ง นำร่องในบางพื้นที่เท่านั้น ด้วยกระแสข่าวนี้เอง ทำให้เราย้อนมองถึงอาชีพค้าขายเคลื่อนที่ “รถพุ่มพวง” อย่างชัดเจนมากขึ้น เห็นรถพุ่มพวงวิ่งขายของตามหมู่บ้าน ตามย่าน ตามชนบทมาก็มาก แต่ไม่เคยหยิบยกมาเล่าเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่อาชีพนี้สามารถเป็นแนวทางสร้างอาชีพให้กับคนอีกจำนวนมากได้ดี คุณบุญส่ง มะหะหมัด อายุ 57 ปี เจ้าของรถเร่ หรือรถพุ่มพวง เป็นชาวจังหวัดปทุมธานี เล่าว่า ยึดอาชีพนี้มา 30 ปี เห็นจะได้ แต่ก่อนลุงบุญส่ง เปิดร้านขายของชำหน้าบ้าน ขายพวกอาหารสด อาหารแห้ง วัตถุดิบปรุงอาหาร และของสารพัดอย่างอยู่แถวรังสิต กิจการรุ่งเรือง ขายดี เหตุเพราะตอนนั้น แถวรังสิตยังไม่ค่อยมีห้างใหญ่โต อีกอย่างร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ยังไม่เกิด ตลาดนัดก็น้อย ลูกค้าจึงนิยมซื้อของในร้านชำ ลุงบุญส่ง เล่าต่อ พอมาช่วงหลัง บ้านเมืองเจริญขึ้น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ตลาดนัด เกิดขึ้นจำนวนมาก
แกงเลียงกะทิ เป็นอาหารที่หากินยากจนหลายคนอาจจะลืมไปแล้ว วิธีทำก็เหมือนกับการทำแกงเลียงทุกประการ เพียงแต่ต้มกับกะทิ จึงได้รสความหอมมันของกะทิ ใครชอบกินต้มกะทิคงชอบ ผักที่ใช้ในแกงเลียงกะทิจะนิยมให้เป็นผักที่เป็นลูกมากกว่าผักที่เป็นใบ ได้แก่ ฟัก น้ำเต้าอ่อน ฟักทองแก่ และบวบ เลือกเอาตามสะดวก แต่อย่างน้อยควรจะมีทั้งสองอย่าง คนอยู่เมืองกรุงอาจจะหาฟักทองอ่อนยากสักหน่อย เพราะไม่ค่อยมีใครขาย นอกจากปลูกเองจึงได้เด็ดกิน ขอแนะนำให้ใช้ซูกินีแทน ซูกินีนั้นชาวเกาหลีเรียกว่า ฟักทองน้อย เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าฟักทองและซูกินีนั้นเกี่ยวพันกัน ถึงแม้ว่าจะนิยมแกงกับผักที่เป็นลูก แต่อย่างไรเสีย แกงเลียง ก็จะขาดใบแมงลักไม่ได้แน่นอน ไปดูสูตรทำกันเลย! จากหนังสือ ปลูกเองกินเอง เมนูอร่อยจากสวนครัวคนเมือง สนพ. มติชน
เพราะ ‘ลูก’ คือทุกสิ่งทุกอย่าง หลายคนจึงกล้าลองทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำก็เพื่อลูก อย่าง มิค – บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ที่ปฏิเสธทันทีเมื่อเพื่อนชวนทำธุรกิจ แต่พอชื่อ น้องปริม – รัตน์นรี ลูกสาววัยขวบเศษถูกยกมาเป็นเหตุผล สุดท้ายเลยตัดสินใจร่วมหุ้นโดยไม่ลังเล “มิคมีเพื่อนที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันตั้งแต่เด็กที่อังกฤษ แล้วย่าเขารู้จักกับย่ามิค เขาเลยชวนทำปูดองสูตรย่ามิคกันไหม เราบอกว่าอย่าทำเลยยาก มันใช้เวลานาน วุ่นวาย เวลาทำลูกน้องที่บ้านมือแหก เพราะกรรมวิธีการเตรียมวุ่นวายมาก เขาก็พูดไปพูดมา เราก็บอกว่าอย่าเลยจะทำทำไมให้เหนื่อย แต่พอเขามาพูดโประโยคสุดท้ายว่าเรามีลูกไม่ใช่เหรอ อยากทำอะไรให้ปริมไม่ใช่เหรอ เออ! จริง ลืมประเด็นสำคัญคือ ลูก โอเค…งั้นทำ เลยเริ่มทำตัดสินใจว่าลองสักตั้ง” นักแสดงอารมณ์ดีบอกถึงที่มาของ ‘Pookaiyerm_byMick (ปูไข่เยิ้มบายมิค)’ โดยเมื่อตัดสินใจเริ่มก็ลองลงมือทำ แต่รสชาติไม่ใกล้เคียงกับที่คุณย่าผู้ล่วงลับเคยทำให้ทาน โชคดีที่ตอนหลังได้เจอสูตรของคุณย่าได้จดไว้ ทว่าขั้นตอนการทำกลับไม่ง่ายเพราะปูไข่ดอง 1 ตัวต้องผ่านคนล้างและขัดถึง 6 รอบ ซึ่งในครั้งแรก ปู 50 ตัวที่มาส่งตั้งแต่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มผู้ค้าขายอาหารหันมาประยุกต์และปรับปรุงสูตรให้เข้ากับเทรนด์ อย่างร้าน สวนดินคานาอัน มีเมนูที่ลูกค้าพากันต่อคิวซื้อ เมนูที่ว่าคือ “พัฟย่าง” ต่อยอดมาจากกะหรี่ปั๊บปรับสูตรทั้งแป้งและไส้ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อคนรักสุขภาพ และรสชาติที่ลงตัว คุณมะลิ เหลืองอร่าม วัย 43 ปี เจ้าของเมนูเด็ด “พัฟย่าง” เล่าที่มาว่า เดิมทีเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำมาหลากหลายอาชีพเป็นทั้งลูกจ้างและเปิดธุรกิจของตัวเอง แต่ยังไม่ลงตัว ทำงานหาเงินมาเพื่อให้คนอื่นหรือนำไปซื้อของกินซึ่งล้วนแล้วไม่ปลอดภัย ทำให้เธอ เริ่มหันมาปลูกผักทานเอง ซึ่งสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้และปลอดภัย หลังจากนั้นจึงตัดสินใจ ลองไปทำสวนที่บ้านเกิด อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เพราะเชื่อว่า การมีอาหารที่ปลอดภัย คือ ความมั่นคงที่สุดในชีวิต ด้วยความที่ยังต้องขึ้นลงไปกลับชัยภูมิ-กรุงเทพฯ เป็นระยะๆ เพื่อให้การเดินทางขึ้นลงไม่เสียเปล่า จึงได้นำสินค้าจากชุมชนบ้านเกิด นำขึ้นมาขายด้วย โดยร่วมอยู่ในกลุ่ม “Trust Food Good Truck คาราวานอาหารปลอดส
ยังคงติดอยู่ในธุรกิจดาวรุ่งประจำปี 61 สำหรับธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ซึ่งก็สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นในเมื่อตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง จึงมีคลินิคความงามหน้าใหม่ทยอยเปิดให้บริการขึ้นเป็นจำนวนมาก Aime Clinic (เอเม่ คลินิก) คลินิกด้านความงามแบบครบวงจร มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีทักษะ ความชำนาญทางด้านผิวพรรณและศัลยกรรมความงามโดยเฉพาะ เปิดให้บริการมานานกว่า 4 ปี มัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพ การบริการ และราคาที่สมเหตุสมผล ซีอีโอธุรกิจนี้ คือ หมอแหวว-แพทย์หญิงเพ็ญลดา ครุธโกษา แพทย์หญิงเพ็ญลดา ครุธโกษา ปัจจุบันอายุ 38 ปี จบปริญญาแพทยศาสตรบัญทิต จากมหาวิทยาลัยรังสิต วุฒิบัตรพยาธิวิทยากายวิภาค โรงพยาบาลศิริราช เก็บเกี่ยวประสบการณ์แพทย์ด้านผิวพรรณความงามจากหลากหลายคลินิกชั้นนำของประเทศ ราวปี 2558 ได้ตัดสินใจก่อตั้ง “เอเม่คลินิก” ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สาขา ราชพฤกษ์ นนทบุรี, สาขาห้วยขวาง-รัชดาฯ กรุงเทพฯ, สาขาลาดพร้าว กรุงเทพฯ, สาขาจังหวัดเพชรบุรี สาขาจังหวัดจันทบุรี และสาขาจังหวัดอุดรธานี พญ.เพ็ญลดา เผยว่า หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ
