How to
เจ้าของธุรกิจผลไม้อบแห้ง ภายใต้ชื่อ “อิ่มใจ” ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ นำผลไม้อบแห้ง ทั้งกระเจี๊ยบ สตรอว์เบอร์รี มะม่วง มะขามป้อม ฯลฯ สร้างสรรค์ชิ้นงานจากความรู้งานครีเอทีฟ และกราฟฟิคดีไซน์ ออกแบบผลิตภัณฑ์รูปลักษณ์โดดเด่น และตรงกับความต้องการของผู้บริโภค กลายเป็นจุดเด่น สร้างความแตกต่างในตลาด ส่งผลธุรกิจเติบโตนี้แบบก้าวกระโดด สามารถสร้างชื่อทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศได้ จากรายได้ที่เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว คุณปุญญพัฒน์ เลี้ยงประไพพันธ์ เจ้าของแบรนด์ผลไม้อบแห้ง ผลไม้แปรรูป “อิ่มใจ” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจว่า มองโอกาสทางการตลาด ผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง หรือ แช่อิ่ม ของไทยมีอัตราการขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดในไทยและต่างประเทศ จากการติดตามข่าวสารล่าสุดพบว่าการส่งออกของไทย ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปของไทย มีการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งจุดนี้เอง จึงได้ลงมาศึกษาอย่างจริงจัง พร้อมกับไปติดต่อหาโรงงานอยู่หลายแห่ง เพื่อผลิตโออีเอ็มให้ กระทั่งได้โรงงานแห่งหนึ่งที่ผลิตให้หลายแบรนด์ดัง รสชาติอร่อย สดใหม่ และมีคุณภาพที่ดี จึงสั่งออเดอร์ คิดชื่อ และออกแบบโลโก้แบรนด์ พร้อมกับจัดหาแพคเกจจ
‘น้ำแข็งขูดควนเนียง’ อีกเอกลักษณ์หนึ่งของตลาดควนเนียง จังหวัดสงขลา ที่ใครผ่านมาต้องแวะลิ้มลอง ด้วยอุปกรณ์ขูดน้ำแข็งแบบดั้งเดิม ทำให้น้ำแข็งเป็นเกล็ด และยังคงเป็นร้านรถเข็นเดิมเหมือนเมื่อ 70 ปีที่แล้ว วันนี้ ‘มติชน’ จะพาไปชิม น้ำแข็งใส หรือ ที่ชาวใต้เรียกกันว่า “น้ำแข็งขูด” ของชาวอำเภอควนเนียง เจ้านี้สืบทอดกันมาแล้วถึง 4 รุ่น ขายอยู่บนรถเข็นมาตลอดเรียงรายติดกัน 5 เจ้า ตั้งอยู่ภายในตลาดเทศบาลตำบลควนเนียง จะเลือกกินเจ้าไหนก็ได้ เพราะต่างเป็นเครือญาติกัน ร่วมกันสืบทอดการขายน้ำแข็งขูดมาแต่งครั้งบรรพบุรุษหรือมานานกว่า 70 ปี แล้ว ร้านค้ารถเข็นดังกล่าว มีม้านั่งไม้อยู่ด้านหน้าและด้านข้างคอยบริการลูกค้า เรียงรายวางเต็มไปด้วยขวดโหลแก้ว ใส่เครื่องทั้งถั่วต้ม เฉาก๊วย ลูกชิด ถั่วลิสงคั่ว รวมมิตร หัวมันเชื่อม เม็ดแมงลัก น้ำเชื่อม และกบไสน้ำแข็ง ทำจากไม้มีมีดอยู่ตรงกลาง และใช้น้ำแข็งก้อนขนาดใหญ่ เมื่อลูกค้าสั่งกิน ทางร้านจะตักเครื่องใส่แก้วจนครบ ก่อนขูดน้ำแข็งให้เป็นเกล็ดโปะลงไป แล้วราดน้ำหวานและนมสด ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องว่าจะใส่อะไรบ้าง รวมถึงเลือกความหวานตามชอบใจ หากซื้อกลับบ้าน จะใส่แก้วพลาสติก
ไข่เค็มเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ที่ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ทำเองได้ที่บ้าน นำไปทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวต้ม อร่อยอย่าบอกใคร ไข่เค็ม 9 แอร์ หนึ่งร้านแนะนำของคุณณัฐ พัฒนศักดิ์ หรือแอร์ หนุ่มสุราษฎร์ธานี เจ้าของกิจการร้านอาหารในวัย 26 ปี จากบทสนทนา คุณแอร์ เล่าว่า เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หลังเรียนจบ ตนไม่ได้ประกอบอาชีพในสายที่เรียน หันมาเปิดร้านอาหารได้ 2 ปี เป็นร้านอาหารพื้นเมืองประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี “การทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ถ้าไม่ใช่ของกินจะทำได้ยาก มีโอกาสประสบความสำเร็จน้อย ผมเลยเลือกมาทำร้านอาหาร” ส่วนไข่เค็มนั้น ตนเพิ่งเริ่มทำขายได้ไม่นาน มีหน่วยงานชวนมาออกบู๊ธ เลยปิ๊งไอเดียทำไข่เค็มออกขาย สร้างแบรนด์ในชื่อ ไข่เค็ม 9 แอร์ “ไข่เค็มเป็นของดีของสุราษฎร์ธานีอยู่แล้ว คนสุราษฎร์ฯ จะรู้วิธีการทำ ผมเจอลุงคนหนึ่งที่ทำไข่เค็มขาย แต่ลุงไม่ได้ติดแบรนด์ แค่ส่งร้านทั่วไป ผมเห็นโอกาสเลยจับมาทำแบรนด์” ส่วนตัวเป็นคนชอบทานอาหาร คนชอบคิด ชอบทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น หาไอเดียใหม่อยู่เสมอ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวไข่เค็ม ตั้งแต่ตัวสินค้า ชื่อแบรนด์ โลโก้ แพ็กเกจจิ้ง คุณแอร์เป็
น้ำผลไม้ปั่นยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ทำให้ธุรกิจขายน้ำในรูปแบบต่างๆ เปิดตลาดให้เห็นตลอดเวลา และแน่นอนหากจะทำธุรกิจนี้รสชาติอร่อยอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต้องสร้างความแปลกใหม่ เติมไอเดียสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นการซื้อของลูกค้าอีกทางด้วย Pineapple Beach Hua Hin ร้านขายน้ำสับปะรดปั่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสิร์ฟในลูก ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติและความสดใหม่ของสับปะรดจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตลาด 7 เดือน สร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ลูกใน 1 วัน ทำกันสดๆ หน้าร้านทุกวัน น้ำสับปะรดปั่นพร้อมเสิร์ฟในลูกที่ว่า เป็นไอเดียสร้างสรรค์ของ คุณสุนิสา ชนะเสนา หรือ แหม่ม วัย 33 ปี เธอ เล่าว่า เป็นคนชอบทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานแฮนด์เมดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงหันมาทำธุรกิจนาฬิกาแฮนด์เมดขาย แต่ด้วยไอเดียไม่หยุดนิ่งและอยากหาอาชีพอื่นทำเพิ่ม จึงเริ่มมองหาวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นธุรกิจดู “ในประจวบฯ มีสับปะรดค่อนข้างเยอะ แหม่มหาไอเดียนำมาทำเป็
ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก จ.นครปฐม ว่า ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึงเวลา 22.30 น. ของทุกวัน เด็กวัยรุ่นที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยและช็อปปิ้งสินค้าที่หน้าห้างบิ๊กซี นครปฐม จะมานัดรวมตัวกันเพื่อนั่งล้อมวงกินไข่ปิ้งกันทุกวัน เมื่อไปตรวจสอบพบว่าเป็นร้านขายไข่ปิ้งหาบเร่ของ นายใจ สาขะยัง อายุ 45 ปี บ้านอยู่ถนนพุทธรักษา ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม นั่งปิ้งไข่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยมีลูกค้าเป็นเด็กวัยรุ่นชาย วัยรุ่นหญิง นักศึกษา เด็กนักเรียนนั่งล้อมวงกันเต็มร้าน เมื่อได้รับไข่ปิ้งแล้วก็จะตักเข้าปากซดกันร้อนๆ นายใจจะหาบแผงเตาไข่ปิ้งมาตั้งอยู่ที่ริมตลาดนัด โดยมีเตาถ่านอังไฟเบาๆ แล้ววางไข่ไก่ไว้โดยรอบ สอบถามทราบว่ามีทั้งไข่ไก่ และไข่เยี่ยวม้าหลากสี แต่ละเมนูจะแตกต่างกันไป แล้วแต่คนจะชอบกินแบบไหน ส่วนนายใจ เผยว่า ของร้านผมมี 6 เมนู ประกอบด้วย 1.ลวก 2.วุ้น 3.ตานี 4.ยางมะตูม 5.ค่อนข้างสุก และ 6.สุก นอกจากนี้ยังมีไข่เยี่ยวม้าหลากสีปิ้งอีกด้วย ส่วนเมนูที่ขายดีเป็นที่นิยมนั้นจะเป็นเมนูไข่ปิ้งยางมะตูม เด็กวัยรุ่นชื่นชอบมาก ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะทราบได้อย่างไรว่าไข่จะสุกถึงขั้นตอนไหน เช่น ลวก วุ้น ตานี
สวนพลูของนายมาโนช สูญกลาง เกษตรกรชาว ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นพลูสายพันธุ์เขียวและเหลืองที่ขึ้นอย่างสมบูรณ์ในร่องสวนบนพื้นที่ 4 ไร่ เป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้มาแล้วกว่า 4 ปี จนสามารถหมดหนี้สิน และส่งลูก 3 คน เรียนในระดับปริญญาตรี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปลูกฝรั่ง ชมพู่ และองุ่นพันธุ์ไวท์มะละกา นายมาโนช กล่าวว่า จากการศึกษาข้อมูลพบว่าพลูเป็นพืชที่น่าสนใจ การดูแลไม่ยุ่งยากปลูกครั้งเดียวก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องได้เรื่อยๆ จึงได้ทดลองนำพลูมาปลูกจำนวน 400 หลัก ปัจจุบันได้มีการขยายการปลูกพลู จำนวน 1,200 หลัก แบ่งเป็นพลูเขียว 800 หลัก ลักษณะใบจะบาง ขนาดใหญ่คล้ายใบโพธิ์ มีสีเขียวเข้ม รสเผ็ด นิยมนำไปใช้ในงานเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม และพลูเหลือง 400 หลัก ลักษณะใบจะมีขนาดเล็ก ปลายใบเรียว รสไม่เผ็ดมากจึงนิยมนำมาบริโภค นายมาโนช กล่าวต่อว่า พลูเป็นพืชที่ชอบแสงแดดและความชื้น จึงเลือกปลูกพลูแบบร่องสวน และใช้สแลนขึงเพื่อให้เกิดร่มเงา จากนั้นจึงเตรียมเสาสำหรับทำค้างให้พลูเลื้อย สูงจากระดับพื้นดิน 3 เมตร โดยเสา 1 หลัก จะใช้ต้นพันธุ์จำนวน 3 ต้น ปลูกลงในหลุม รดน้ำเช้า-เย็น ต้องหมั่นสังเ
ถ้าไม่นับลูกสาวที่หักเหชีวิตจากสาวแบงก์ มาสืบทอดร้านข้าวมันไก่ “สิรินารถ” ต่อจากรุ่นพ่อแม่แล้ว ต้นตำรับข้าวมันไก่ฮ่องเต้สูตรของ “ตระการ ทรงสายสกุล” ถือว่าเป็นสุดยอดเคล็ดลับวิชาที่จอมยุทธ์ทั่วหล้าปรารถนาจะร่ำเรียน ด้วยข้าวหุงที่เรียงเม็ดสวย กลิ่นหอม รสละมุน กับเนื้อไก่เหนียวนุ่มกำลังดี ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ด ใครได้กินมีแต่ความสุขีในอารมณ์ เมื่อเสียงร่ำลือดังมาถึง “มติชน อคาเดมี” ครั้งนั้นยังเป็นนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ได้ส่งทีมงานไปท้าพิสูจน์ความอร่อย ก่อนที่จะจีบมาสอนตั้งแต่ปี 2545 โดยมี “สิรินารถ ทรงสายสกุล” ผู้เป็นภรรยาเป็นอาจารย์หลัก “พอเลิกขายก็คิดอยากให้คนมีอาชีพ เราบอกสูตรให้เขาทำ ใครเอาไปเปิดร้านรับรองว่ารับเงินอย่างเดียว”อาจารย์ข้าวมันไก่กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ จากวันนั้นถึงวันนี้กว่า 15 ปี วิชาถูกถ่ายทอดออกไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า จึงเป็นที่น่าเสียดาย และใจหายอย่างยิ่ง เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา เจ้าของตำรับข้าวมันไก่ฮ่องเต้ได้ควงแขนภรรยามาแจ้งขอเกษียณอายุ เนื่องจากสังขาร และวัย 81 ปี ไม่เอื้ออำนวยแล้ว แม้ว่าจะอายุคราวปู่ แต่ “ตระการ” ชินกับการเรียกแทนตัวเองว่า ลุง กับทุกค
ถึงแม้เราทุกคนจะรู้ดีแก่ใจว่า สักวันหนึ่ง เราก็ต้อง ìตายแน่î แต่ถึงกระนั้น ความตายก็ยังเป็นเรื่องที่คนเราไม่ค่อยชอบพูดถึงกัน และถึงแม้ปัจจุบันจะมีทั้งเว็บ และเพจที่พูดถึงเรื่องการ “เตรียมตัวตาย” อยู่ไม่น้อย แต่ส่วนมากก็จะเป็นเว็บ หรือเพจเกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งหลายคนอาจไม่ถูกจริต ไม่ชอบอ่าน หรืออ่านแล้ว ìไม่อินî พอผ่านไปสักพักก็ลืม!!! แต่วันนี้เรามีเรื่องราวของการ “เตรียมตัวตาย” อีกรูปแบบหนึ่ง ที่หากใครได้มีโอกาสลงมือทำแล้วไม่น่าจะลืมกันได้ง่ายๆ เป็นเรื่องราวของ มาร์ติน เจคส์ และนอร่า เคนเนดี้ ชาวอังกฤษ ในเมืองสเตราด์ แคว้นกลอสเตอร์เชียร์ ที่เปิดคอร์ส สอนการ “ทำโลงศพ” ไว้ใช้เอง แต่ระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลาจำเป็นต้องใช้ก็สามารถนำโลงศพนั้นไปตั้งเป็นตู้ใส่หนังสือ หรือตู้ใส่ของอเนกประสงค์ใช้ไปพลางๆ ก่อนได้ มัน “เจ๋ง” ฝุดๆ ก็ตรงนี้ล่ะ!!! ทั้งนี้ มาร์ติน เล่าว่า โลงศพที่ถักสานจากต้นวิลโลว์ (willow ) หรือต้นหลิว ซึ่งเป็นต้นไม้ที่หาได้ง่ายภายในประเทศอังกฤษ เป็นโลงศพแบบบ้านๆ ที่ชาวบ้านใช้กันมานานตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อีกทั้งยังเป็นโลงศพที่สามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี หากเก็บไว้ในที่แห้ง แล้วยังเป็นโลงศพที่สา
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
ข้าวโพดคั่ว หรือ ป๊อปคอร์น เป็นอาหารว่าง ทานง่ายยอดนิยมอย่างหนึ่ง หาซื้อไม่ยาก ตามท้องตลาด ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ ราคามีแตกต่างกันไป รสชาติเมื่อก่อนอาจมีแค่หวานกับเค็มแต่ปัจจุบันมีให้เลือกชิมนับสิบรส เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งตัวอย่างธุรกิจป๊อปคอร์นกระแสดังขวัญใจลูกค้า คั่วสดหน้าร้านทุกวันเปิดขายแฟรนไชส์ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 148 สาขา ร้านนี้มีชื่อว่า มือปืนป๊อปคอร์น มือปืนป๊อปคอร์น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มไม่เล็กและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในไม่ช้านี้ของ คุณชยุต ยอดโต หรือ คุณพี วัย 36 ปี จบจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คุณพี เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เพื่อนและคนใกล้ตัวชอบซื้อป๊อปคอร์นเวลาไปดูหนัง ซึ่งมีราคาแพงจึงคิดว่าหากทำขายเองคุณภาพต้องเทียบเท่า ที่สำคัญ ราคาต้องไม่แพง ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถซื้อทานได้ ไม่เพียงแค่คิดแต่คุณพีลงมือทำทันที อาศัยการลองผิดลองถูกอยู่เป็นเดือน ดูวิธีการทำจากยูทูบและในตำราทำป๊อปคอร์น เสียวัตถุดิบไปก็เยอะเพราะขั้นตอนค่อนข้างยาก และไม่ง่ายแบบที่คิด จนถอดใจไป ครั้งหนึ่ง “ผมได้อ่านนิตยสารของเส้นทางเศรษฐีเมื่อปี 2556
