How to
หลายคนคงเคยไปเดินตลาดวังหลัง ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช กันมาบ้างแล้ว คงรู้ว่าทั้งของกิน ข้าวของเครื่องใช้สารพัดอย่าง ต่างรวมกันอยู่ที่แห่งนี้เพื่อให้เหล่าบรรดานักช็อปได้เพลิดเพลินสำราญใจกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนเมื่อช็อปแล้ว คงเหน็ดเหนื่อย อยากหาน้ำแก้กระหายสักแก้ว ให้ผ่อนคลายชื่นใจ ขอแนะนำร้านเล็กๆ อยู่ข้างที่จอดรถวังหลัง ใกล้ธนาคารธนชาต จะมีร้านจับเลี้ยง ภายใต้ชื่อ “นายต้น” ที่เป็นร้านน้ำสมุนไพรที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะความหอม ด้วยกลิ่น และรสชาติเข้มมากที่เป็นสูตรเฉพาะ ไม่เหมือนใครนี้เองที่หลายปากต่างร่ำรือถึงจับลี้ยงเจ้านี้ นายสุนทร เลี้ยงประไพพันธ์ เจ้าของธุรกิจร้านน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ “นายต้น” ย้อนรอยธุรกิจให้ฟังว่า ได้ลองผิดลองถูกในการทำสูตรน้ำสมุนไพรจับเลี้ยงหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้สูตรผสมที่ลงตัว ในแบบฉบับของร้านนายต้น ที่พูดเลยว่า รสชาติเข้มและกลิ่นหอมของน้ำจับเลี้ยงนี่เอง นับเป็นสูตรเฉพาะและเป็นจุดขายสำคัญที่ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณภาพดีจริง ครบเครื่องด้วยสมุนไพรจับเลี้ยงแท้ๆ และราคาไม่แพง ซึ่งราคาขายจะอยู่ที่แก้วละ 15-20 บาท และขวดราคาจะอยู่ที่ 20-
เมืองไทยยุคนี้มีคอนโดมิเนียมราคาหลุดโลก! เจ้าของสถิติที่แพงที่สุดในขณะนี้เป็นของโครงการ “98 ไวร์เลส” ผู้พัฒนาคือ บมจ.แสนสิริ ที่มีราคาตารางเมตรละ 7 แสนบาท ส่วน 5 อันดับคอนโดมิเนียมที่แพงที่สุดในประเทศไทยจะมีคอนโดมิเนียมจากค่ายไหนบ้าง และจะต้องควักเงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อได้สักหนึ่งห้อง ต้องติดตาม
ปิ่นโตเถาเล็กสุดแสนดีใจได้เจอร้านอาหารพื้นบ้านอร่อยล้นเหลือที่เพิ่งเปิดมาเพียงปีเดียว ขายแค่วันละ 2 รอบ ขอกระซิบบอกว่าถ้าจองตอนนี้ก็อีกประมาณ 5 เดือนถึงจะได้ลิ้มลอง ร้านนี้มีชื่อว่า บ้านนวล ซ่อนตัวอยู่ใน ซอยสามเสน 2 เจ้าของร้านคือสองศรีพี่น้องมือสมัครเล่น ที่ตอนนี้กลายเป็นมืออาชีพ มีพี่สาวชื่อยุวรัตน์คือแม่ครัว ควบคู่กับเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ และน้องชาย ทอมมี่ คือฟู้ดสไตลิสต์ คอยดูแลหน้าร้าน ปิ่นโตเถาเล็กโชคดีได้น้องผึ้ง-นุชสินี เพื่อนของน้องยุเป็นผู้จองให้ (แม้แต่เพื่อนก็ต้องจองล่วงหน้าไม่เว้นนะจ๊ะ) เพราะรู้ว่าข้าพเจ้าชื่นชอบร้านแบบนี้มาก เจ้าของร้านสาวโสดนี้จะออกแนวศิลปินอินดี้สักหน่อย (แต่ใจดีมากไม่เย่อหยิ่ง) เพราะต้องจองร้านผ่าน อินสตาแกรม (Instagram) baannual372 ทาง Direct Message หรือจองผ่านไลน์ (Line) (มี Line ID 0818897403) แค่สองช่องทางนี้เท่านั้น บอกวันเวลาจำนวนคนที่จะไป แล้วน้องยุมักจะมาตอบในตอนเช้ามืดวันรุ่งขึ้น พอถึง 1 อาทิตย์ก่อนวันนัด น้องยุก็จะส่งข้อความมาให้ยืนยันคิวอีกครั้ง พร้อมกับส่งเมนูมาให้ว่าจะสั่งอะไรบ้าง ซึ่งแฟนๆ ต้องสั่งล่วงหน้าให้พอไปเลย สั่งเมนูละกี่จานให
กับข้าวไทยภาคกลางสำรับหนึ่งที่มีนามอันเป็นปริศนา ทว่าทำง่าย เก็บไว้กินได้นาน ทั้งยังพลิกแพลงได้หลายสูตร กินแกล้มผักแกล้มของทอดของต้มได้อร่อย ก็คือ “ผัดพริกขิง” ครับ ปริศนาของมันคือชื่อ ทำไมถึงชื่อผัดพริก “ขิง” ทั้งที่เกือบทั้งหมดของสูตรที่ทำกินกัน แทบไม่มีขิงเป็นส่วนประกอบเลย (แน่นอนว่าสูตรที่เขาใส่กันก็มีนะครับ) แม้ในตำราเก่าๆ ก็ไม่ปรากฏ แถมแม่ครัวมีชื่อสมัยเกือบร้อยปีที่แล้ว อย่าง ม.ร.ว.หญิงเตื้อง สนิทวงศ์ เคยแสดงความสงสัยไว้ในหนังสือตำรับสายเยาวภา (พ.ศ. 2478) ว่า “..ยังเครื่องปรุงอีกชนิดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่าพริกขิงผัด แต่ไม่มีขิงเลย ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกกันเช่นนี้ และไม่ทราบจะไปค้นที่ไหนได้ ข้าพเจ้าได้เรียนถามท่านผู้หลักผู้ใหญ่ท่านก็ว่าไม่ทราบเหมือนกัน..” ก็น่างงอยู่นะครับว่า แล้ว “ขิง” มันหายไปไหน ถ้าเราพิจารณาพริกแกงแบบไทย ว่าแท้ที่จริงแล้วมันก็เป็นเครื่องปรุงร่วมวัฒนธรรมอุษาคเนย์ ที่ต่างล้วนแต่รับอิทธิพลมาจากเครื่องแกงมุสลิมเปอร์เซียและอินเดียใต้ ผมก็อยากเดาล้วนๆ ว่า แต่ก่อน ซึ่งต้องนานมากกว่าหนึ่งศตวรรษ คือก่อนจะมีการบันทึกสูตรอาหารไทยกันไว้เป็นตำรา เครื่องผัดพริกขิงไทยก็ค
“บ้านผลไม้” ธุรกิจแปรรูปผลไม้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ธุรกิจครอบครัวของ คุณจิรทีปต์ ปัทมโยธิน และ คุณนริชา กุลนานันท์ ที่มีความรักในการแปรรูปผัก-ผลไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ตามที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับโครงการโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ที่เชียงรายและเชียงใหม่ และโครงการตามพระราชดำริ ที่สกลนครและบุรีรัมย์ ปัจจุบัน บ้านผลไม้ดำเนินธุรกิจมาร่วม 15 ปี โดยมีทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณสุทัตตา ปัทมโยธิน วัย 26 ปี มารับช่วงบริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป คุณสุทัตตาเรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบด้วยปริญญาโท ด้านการจัดการ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วูแมน (Texas Woman’s University) หลังเรียนจบทายาทสาวรีบกลับมาช่วยกิจการครอบครัว “บ้านผลไม้เป็นธุรกิจที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้าง เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคนที่อยู่ด้วยกันมา 10 กว่าปี ในฐานะที่เป็นทายาท และโตมากับธุรกิจนี้จึงอยากให้มีต่อไปเรื่อยๆ เป็นความภูมิใจที่ได้ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ทาน” ทายาทสาวถ่อมตัวว่า เธอยังต้องเรียนรู้การบริหารงานอีกพอสมควร ทั้งนี้ ต้องอาศัยพ่อ
คุณกาญจนรัตน์ ธนิกกุล อายุ 31 ปี หรือ คุณโอ๋ เจ้าของธุรกิจ หมูคุณนาย by เจ๊โอ๋ เธอเริ่มต้นธุรกิจด้วยทุนเพียง 8,000 บาท กับสามี จากธุรกิจเล็กๆ ที่ลองผิดลองถูก วันนี้ธุรกิจของคุณโอ๋ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 สามารถสร้างรายได้ราวหลักแสนบาทต่อเดือน หลังเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ สาขาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ คุณโอ๋ยึดอาชีพขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด แต่รายได้ไม่แน่นอน ขายได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่วัน มิหนำซ้ำยังเป็นหนี้จากการขายด้วย “อยากเปลี่ยนอาชีพมาทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับของกิน และเป็นร้านขายส่ง โอ๋เริ่มศึกษาข้อมูลในยูทูบ และถามจากผู้ใหญ่ใกล้ตัวบ้าง เกี่ยวกับการแปรรูปอาหาร ใช้เงินลงทุน 8,000 เปิดธุรกิจ หมูคุณนาย by เจ๊โอ๋” แต่กว่าจะประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย คุณโอ๋ เล่าว่า เคยโดนเปรียบเทียบกับสินค้าเจ้าอื่น โดนติเรื่องรสชาติ คุณภาพ รวมทั้งราคา “รสชาติยังอ่อนไป ไม่เข้มข้นก็กลับมาปรับสูตรและส่วนผสมกันใหม่ เน้นใช้วัตถุดิบดี เลือกหมูส่วนสะโพก มีคุณภาพจนทุกอย่างลงตัว” ใช้เครื่องสไลซ์จากตอนแรกใช้มือ ทำให้แผ่นหมูหนาบางไม่เท่ากัน ตากในโดมพาราโบลาซึ่งแห้งไวกว่าแดดธรรมชาติ ใช้เวลา 1 วันเต็ม แล้วนำมาทอด คุณโอ๋ ย้ำ
นอกจากข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานขึ้นชื่อของไทย ก็ไอศกรีมกะทินี่แหละ ที่หวาน มัน อร่อย โดนใจนักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติ ไอศกรีมบ้านแพ้ว ร้านไอศกรีมเจ้าดังที่ตลาดนัดจตุจักร รีวิวแน่น ลูกค้าตอบรับดี ยอดขายทะลุวันละ 3 พันถ้วย เปิดร้านสร้างความอร่อยมายาวนานตั้งแต่ปี 2008 นับรวมตอนนี้กว่า 10 ปี โดย คุณภคมน วรกฤตเวคิน หรือ คุณแมคกี้ อายุ 34 ปี จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ มาจากการที่คุณแมคกี้อยากหางานเสริมทำช่วงเสาร์–อาทิตย์ สมัยเรียนปริญญาโท คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถามว่า ทำไมถึงเป็นไอศกรีมกะทิ คุณแมคกี้ บอกว่า แถวบ้านมีร้านไอศกรีมกะทิใส่ถ้วย ใส่ขนมปังขายที่เราเห็นกันทั่วไป คุณพ่อของเธอชอบซื้อมะพร้าวเผามาทานอยู่แล้ว จึงลองซื้อไอศกรีมกะทิมาทานคู่กับมะพร้าวเผา สองอย่างนี้เป็นอะไรที่ลงตัว เป็นแพ็กเกจจิ้งที่น่าสนใจ จึงรับไอศกรีมกะทิโฮมเมดจากร้านแถวบ้าน เปิดร้านขายที่ตลาดนัดจตุจักร ขายวันแรกผลตอบรับยังไม่ดี “แมคใช้วิธีให้เพื่อนเป็นหน้าม้ามาซื้อไอศกรีมที่ร้าน วิธีการนี้ดีมาก ได้รับผลตอบรับทันตาเห็น คนเริ่มสนใจเดินเข้ามาซื้อมากขึ้น เลยปรับร้านให้เป็นรูปเป็นร่าง ทำโมเดล วอล์กอัพตั้งโชว์หน้าร้าน ทำป
เพิ่งจะเคยเห็นเหมือนกันว่ามีร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ ชนิดว่า ถ้าอร่อยมาก ก็จ่ายมาก ถ้าไม่อร่อย ก็ไม่ต้องจ่าย คุณเอกสิทธิ์ รัชตะกิตติสุนทร เจ้าของกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เอเซย์ เอเซย์ คราฟเฟ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านโฮ่งมะค่า ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ คอนเซ็ปต์ให้ลูกค้าจ่ายเงินค่ากาแฟตามความพอใจ คุณเอกสิทธิ์ เล่าว่า ปัจจุบันนอกจากเปิดร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของไร่เอกเขนกปลูกผักสลัดออร์แกนิก สำหรับร้านกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เปิดได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ที่มาก็คือ เจ้าของร้านต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ประกอบกับรู้จักโรงคั่วเมล็ดกาแฟ จึงตัดสินใจเปิดร้าน “ผมชอบดื่มกาแฟ และมีญาติเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ เลยทดลองเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ หวังให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ แต่จากนั้นไม่นาน เริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการ และบอกปากต่อปากในเรื่องของรสชาติ และบริการที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ” คุณเอกสิทธิ์ เผยต่อว่า เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่ม และรับ
ยางพารา ยังถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทยที่สำคัญอย่างหนึ่ง แม้ว่าบางช่วง อาจจะราคาตก หรือซบเซา แต่อย่างไรก็ตาม น้ำยางจากต้นยางพารา ก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ หรือนำไปใช้ประกอบการทำถนน หรือกระทั่งการแปรรูปไปสู่การทำเครื่องนอน อย่าง หมอน ที่นอน และแปรรูปไปสู่การทำกระเป๋า กระเป๋าเดินทาง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ประกอบกับในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าการประกอบอาชีพเพียงอาชีพเดียวคงไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วในปัจจุบัน ด้วยภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้หลายคนหันมาสนใจการประกอบอาชีพเสริม นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน การมองเห็นช่องทางและโอกาสในการประกอบอาชีพ จึงเป็นการเพิ่มรายได้ให้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว คุณจตุพล พรหมเทพ วัย 29 ปี วิศวกรหนุ่มคนนี้ก็เช่นกัน เขาไม่เพียงมีงานประจำทำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอาชีพเสริม เป็นคนขายกระเป๋าจากยางพารา ไอเดียกิ๋บเก๋สุดสร้างสรรค์ ที่มีทั้งรูปสัตว์และผลไม้ ใบไม้นานาชนิด ซึ่งเป็นไอเดียต่อยอดจากคุณลุงวัยเกษียณเป็นผู้ริเริ่ม โดยคุณจตุพล เล่าให้ฟังว่า “จุดเริ่มต้นของการทำกระเป๋าจากยางพารา มาจากค
ในช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ “ก๋วยเตี๋ยว” ดูเหมือนจะเป็นอาหารประเภทเส้นที่ตอบสนองได้ดีที่สุด และไม่เพียงเท่านั้นยังตอบสนองได้ดีกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับอาชีพ เพราะไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน เวลาใด คุณสามารถหาก๋วยเตี๋ยวรับประทานได้ไม่ยาก ใช่ว่าก๋วยเตี๋ยวทุกร้าน ทุกแห่งจะประสบความสำเร็จไปทั้งหมด เพราะการก้าวสู่อาชีพทำเส้นให้เป็นเงินในยุคการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นนี้แค่ทำอร่อยยังไม่พอ แต่ต้องเพิ่มปัจจัยการแข่งขันทางธุรกิจเสริมเข้าไปอีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการ, ราคา, เทคนิคกลยุทธ์ลดแลกแจกแถม, สถานที่ตั้ง, ความสะดวกในการจอดรถ หรือแม้แต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุง ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา(เสนา) ของร้านนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือหมูที่มีทั้งลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อเปื่อย ตับ พร้อมกับเส้นก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด (ยกเว้น มาม่า) รวมถึงยังมีแคบหมู กับกากหมูเจียวหอม อร่อย ไว้บริการ อีกทั้งเจ้าของร้านยังเอาใจใส่ดูแลความอร่อยเต็มที่ด้วยการลงทุนทำเครื่องปรุงทุกชนิดด้วยตัวเอง ตำเอง โขลกเอง พร้อมกับนำวัสดุปรุงทุกชนิดที่ได้คุณภาพมาใช้ คุณเก่ง บอกว่า สมัยร้านเดิมเปิดครั้งแรกกำหนดราคาขายเพียงชามละ 10 บาท จนปี 2545 ปรับราคามาขายช
