How to
ศิลปะการแสดงพื้นเมืองของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน ต้องยกให้ “มโนราห์” มหรสพที่สามารถสะกดผู้ชมให้ตรึงใจไปกับท่วงทำนอง และลีลาการร่ายรำของผู้เล่น สร้างความสนุกสนาน ครึกครื้นชวนให้ต้องขยับตาม ซึ่งเสน่ห์ของการละเล่นชนิดนี้สิ่งสำคัญอยู่ที่เครื่องประดับที่มีสีสันสดใส ปัจจุบัน มีคนบางกลุ่มยึดเป็นอาชีพ นั่นคือ ประดิษฐ์เครื่องประดับมโนราห์ สร้างรายได้และช่วยอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย คุณปฏิพัฒน์ สัจบุตร วัย 37 ปี และคุณณัฐพงษ์ สัจบุตร วัย 33 ปี สองพี่น้องชาวอาศัยอยู่หมู่ที่ 4 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ที่สืบทอดกิจการต่อจากบรรพบุรุษ (คุณประเทือง สัจบุตร ผู้เป็นพ่อ) ด้วยการประดิษฐ์ส่วนประกอบต่างๆ ของการแสดงมโนราห์ ยกตัวอย่าง เครื่องประดับ เครื่องดนตรี เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ ทำหน้ากากตัวตลกที่ใช้ในการแสดงมโนราห์ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า หน้ากากพรานบุญ ที่มีขนาดเล็กกว่าปกติประมาณ 10 เท่า ใช้สำหรับห้อยกับสร้อยคอ หน้ารถ ใช้เป็นเครื่องประดับ มีคนบางกลุ่มนำไปปลุกเสกขึ้นหิ้งบูชาในฐานะเครื่องรางของขลัง แต่ล่าสุดได้ดัดแปลงมาทำ “เทริดจิ๋ว” ซึ่งเป็นเครื่องประดับศีรษะของมโนราห์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปกติป
ปลาคาร์พ หรือ แฟนซี คาร์พ (Fancy carp) เดิมทีเป็นปลาไนชนิดธรรมดา เป็นปลาน้ำจืดในกลุ่มปลาตะเพียน (carp) ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โคย (Koi) นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรืออีกทางมีความเชื่อว่าปลาคาร์พเป็นปลาแห่งโชคลาภเสริมฮวงจุ้ยด้านธุรกิจสร้างผลกำไรดี จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยกระแสที่มาแรง ทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าหลายรายมองเห็นช่องทางการสร้างอาชีพ บ้างเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ บ้างก็เลี้ยงเพราะความชอบ จนเกิดเป็นอาชีพ คุณมลิวรรณ ผ่านชมภู หรือ คุณติ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 275 หมู่ที่ 7 บ้านหนองเดิ่น ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบและหลงใหลสีสัน ลวดลาย ความสวยงามที่ไม่ซ้ำกันของปลาคาร์พ จากเลี้ยงเล่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักในที่สุด โดยก่อนหน้านี้คุณติ๊กช่วยพี่สาวทำงาน เป็นบริษัทเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งออฟฟิศอยู่ที่บ้าน บริเวณข้างๆ จะมีบ่อเลี้ยงปลาคาร์พที่พี่เขยเป็นคนเลี้ยงไว้ ด้วยความที่เห็นทุกวัน ช่วยพี่เขยให้อาหารบ้างตอนที่เขาไม่อยู่ จึงเกิดความผูกพัน และกลายเป็นความชอบโดยที่สุด คราวนี้เมื่อชอบเวลาไปเห็นปลาคาร์พที่ไหนสวยๆ ก็ซื้อมาเลี้ยงเพิ่ม เลี้ยงจนปลาเต็ม
มีโอกาสได้คุยกับคุณหนึ่ง-เกรียงไกร ที่ใครๆ ก็รู้จักดีในนามของผู้ดูแลคุณเล็กฟาร์ม (Kunlekfarm) ฟาร์มที่นำเข้าและเพาะพันธุ์แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ จากต่างประเทศ ที่การันตีคุณภาพคับแก้ว ได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนรักแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ในอันดับต้นๆ ของประเทศ คุณเล็กฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณหนึ่ง บอกเราว่า ชื่อฟาร์มมาจากชื่อของคุณแม่ ที่ก่อนก่อตั้งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ ต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำหลังเกษียณ แต่ในท้ายที่สุดผู้ที่สัมผัสกับฟาร์มจริงๆ ก็คือตัวของคุณหนึ่งเอง แรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซียมาก่อน แต่พฤติกรรมของแมวเปอร์เซียตัวนั้นมีความเป็นตัวเองสูงมาก จับเมื่อไรจะถูกกัด ทำให้เกิดความรู้สึกว่า หากเลี้ยงแมวอีกจะต้องเป็นแมวที่เชื่องที่สุด และแมวอยู่กับคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทำอย่างไรให้แมวติดคน เรียกอีกแบบว่า เลี้ยงแมวให้เหมือนหมา ตบโต๊ะก็มา เรียกชื่อก็รู้ และไม่กลัวน้ำ คุณหนึ่ง บอกกับเราว่า ราว 7-8 ปีที่แล้ว แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ขายในราคาเริ่มต้นที่ 80,000 บาท ถือว่าแพงมาก เราจึงอยากเพาะโดยการนำเข้าแมวจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นนำเข้าพ่อแม่พ
แม่บ้านชอบกินสเต๊ก ปิ๊งไอเดียคิดสูตรเองเปิดร้านขาย ลงทุนเกือบแสน วันแรกขายได้ 1,200 บาท อาศัยหัดสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจากเศษอาหารที่เหลือในจาน จำได้หมดว่าลูกค้าคนไหนชอบทานอะไร หรือ ไม่ชอบทานอะไร เรียกว่าพัฒนาธุรกิจไม่หยุด กิจการดี ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายขยับเป็นวันละ 7,000 บาท ใช้เวลา 7 ปี ขายแฟรนไชส์ได้ 120 สาขา คุณชัญญปัญ ศรีโสภา หรือคุณอุ๊ เล่าว่า เป็นแม่บ้านที่ชอบทานสเต๊ก บ่อยครั้งมักจะโชว์ฝีมือทำเมนูนี้ทานกันบ่อยๆ ในครอบครัว แต่กว่าสูตรจะคงที่ใช้เวลาพัฒนาเกือบปี หลังจากทุกคนประจักษ์แล้วว่ารสชาติสเต๊กคุณอุ๊นั้น “อร่อย” หญิงสาว เผยว่า เกิดความคิดอยากลองเปิดร้านขาย ในปี 2554 เปิดร้านตั้งชื่อว่า “โชกุนสเต๊ก” โดยลงทุนเกือบ 1 แสนบาท ร้านแรกตั้งอยู่ใกล้บิ๊กซีคลองสาม เครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน “อุ๊ลงทุนเกือบแสน เปิดร้านวันแรก ขายได้เพียง 1,200 บาท อาศัยไม่ย่อท้อ พัฒนาทักษะและฝีมือเรื่อยมา วันที่สองขายได้เพียง 700 บาท เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ด้วยการเก็บจานอาหารของลูกค้าที่ทานเสร็จ หยิบดูทีละจานว่ามีอะไรเหลือบ้าง หากจานไหนผักเหลือเยอะ แสดงว่าให้ผักมากเกินไป หรือบางจานมีมันเหลือเ
ข้าวเหนียวหน้าหมู ยังเป็นอาชีพทำเงินให้กับคนค้าขายหลายต่อหลายคน ตรงกับประโยคที่ “เส้นทางเศรษฐี” มักใช้เกริ่นขึ้นต้นในหลายอาชีพว่า ทำง่าย ขายคล่อง เห็นได้จาก เจ๊อ้อย ข้าวเหนียวหน้าหมู คนสู้ชีวิตหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ คุณธัญรัศม์ นาคประเสริฐ หรือ เจ๊อ้อย วัย 62 ปี แต่กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ๊อ้อยเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานออฟฟิศ แต่เงินเดือนที่ได้ไม่พอใช้จ่าย จึงหันมาเอาดีทางด้านค้าขาย สับเปลี่ยนอยู่หลายอย่าง ทั้งอาหาร และของหวาน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ “ชีวิตสะบักสะบอมอยู่พอสมควร เพราะอยู่ในช่วงพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ขายของได้กำไรวันละร้อยบาท ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ลูก 3 คน แม่ 1 คน มิหนำซ้ำยังต้องผ่อนบ้านอีก” เจ๊อ้อย เล่าต่อ หลังจากนั้นเปลี่ยนมาขายข้าวเหนียวหน้าหมู เพราะเห็นว่าเป็นอาหารหลัก คนนิยมกิน ช่วงแรกรับหมูฝอย หมูแผ่น จากร้านอื่นมาขาย แล้วทอดหมู ทอดไก่เสริมเอา “โชคดีได้ผลตอบรับจากลูกค้าจึงทำธุรกิจของเรารุ่งเรืองมาตลอด” ปัจจุบันเจ๊อ้อยยึดอาชีพนี้มาร่วม 20 ปี ถามถึงการทำข้าวเหนียวหน้าหมู เจ๊อ้อย บอก ไม่รู้จักแม้กระทั่งหวดนึ่งข้าวเหนียว เพราะจับแต่ปากกามาตลอด “โดยส
ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ‘รสดีเด็ด‘ เป็นหนึ่งเดียวที่เหล่านักชิมสายเนื้อต่างคุ้นเคย ตำนานก๋วยเตี๋ยวเนื้อแห่งสามย่านที่เปิดมายาวนานกว่า 50 ปี สูตรลับพิเศษถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อลือชา น้ำซุปตุ๋นนานเป็นวันๆ คัดกระดูกในส่วนที่ช่วยทำให้น้ำซุปหวาน เพิ่มความหอมด้วยเครื่องเทศชั้นดี รสชาติของน้ำซุปกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วย และอีกเมนูคุณภาพขยับจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อธรรมดา สู่หม้อไฟที่เสิร์ฟพร้อมชุดเนื้อคุณภาพพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ และเนื้อเกรด 5 ดาวของไทย แต่จ่ายในราคาแค่หลักร้อย! เฮียนพเจ้าของร้าน ‘รสดีเด็ด‘ สาขาสามย่าน ที่ตั้งแต่เปิดร้านก็ตั้งใจว่าจะนำเนื้อเกรดพรีเมี่ยมมาขาย เพราะเชื่อมั่นว่าคนไทยชอบรับประทานของเด็ดของดี ร้านรสดีเด็ด by นพ ยังมีทีเด็ดอีกอย่าง นั่นคือวิธีการลวกเนื้อที่เป็นซิกเนเจอร์เรียกว่า “อาบน้ำเนื้อ” ทำให้เนื้อยังคงความหวานเอาไว้ โรยเกลือ sea salt และพริกไทยตามไปอีกนิดช่วยดึงรสชาติของเนื้อออกมาได้ชัดขึ้น ต้องมาลองกันเองที่ร้านว่าอาบน้ำเนื้อเป็นยังไง และความพิเศษสุดของร้านตอนนี้ เปิดตัวเมนูใหม่ “เล้งวัวซุปเปอร์แซ่บ” ใครว่าเมนูเล้งทำได้เฉพาะหมู ร
มะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก ผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ลูกใหญ่ สีสวย อร่อยกว่าในพื้นที่อื่น คุณสุดา รุ่งเรือง เกษตรอำเภอเมืองนครนายก กล่าวว่า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีพื้นที่การปลูกมะยงชิด ประมาณ 3,255 ไร่ ในปีนี้สถานการณ์การติดดอกออกผลถือว่าน้อยมาก ปลูกแบบวิธีธรรมชาติติดผลเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เกษตรกรต้องหาวิธีการใหม่ๆ มาใช้ในช่วงการติดดอกออกผล คือการใช้หลอดไฟเร่งในการออกดอก แต่บางปี อย่างปีนี้ หากมะยงชิดดอกกำลังบานแล้วฝนตกหนัก จะทำให้การติดผลน้อย คุณชัชวาลย์ วิไลวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ตำแหน่งโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อยู่บ้านเลขที่ 79/2 หมู่ที่ 8 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เกษตรกรผู้ใช้นวัตกรรมผลิตมะยงชิดโดยการใช้ดวงไฟส่อง เพื่อช่วยการออกดอก เริ่มทำสวนได้เกือบ 10 ปีแล้ว ทำตั้งแต่ที่ยังรับราชการอยู่ โดยพื้นที่สวนตรงนี้มีทั้งหมด 22 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อคุณแม่ มีการแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกผลไม้หลายชนิด โดยจะปลูกมะยงชิดเป็นตัวหลัก ปลูกมังคุด กระท้อน มะพร้าว เป็นพืชแซมบ้าง คุณชัชวาลย์ วิไลวงษ์ (กลาง) เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิด คุณสุดา รุ่งเรื
คุณรุ่งอรุณ ยารังฝั้น หญิงสาวที่มีความฝัน ว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปใช้ชีวิตสร้างอาชีพที่มั่นคงในบ้านเกิดของตนเอง และเขาก็ได้ทำเช่นนั้น แต่เพียง 1 ปี ก็รู้ผล ชีวิตไม่เป็นดังภาพฝัน รายได้จากที่เคยรับกับอาชีพลูกจ้าง ทำให้เขากินอยู่สบาย แต่การสร้างอาชีพในบ้านเกิดกลับพบกับความติดขัด นับรวมรายได้ต่อเดือน ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของอาชีพลูกจ้าง การกลับครั้งนั้นจึงทำให้คุณรุ่งอรุณ รู้ว่า แค่ใจพร้อมอย่างเดียวไม่ได้ แต่รายได้ต้องพร้อมรองรับด้วย และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาถอยกลับไปสู่งานประจำอีกครั้ง เริ่มต้นใหม่ แต่ทว่าปลายทางยังคงมุ่งหมายกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด กลับบ้านเกิดอยู่ไม่ได้ ปัญหาใหญ่ รายได้ไม่พอ “รุ่งทำงานให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวทางด้านแฟชั่นค่อนข้างเร็ว งานที่ทำตรงสายที่เรียนมา คือด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย เหตุที่สนใจด้านนี้เพราะเห็นตัวอย่าง แม่เป็นช่างเย็บผ้า ป้าทำงานด้านผ้า มันเป็นอาชีพที่จับต้องได้จริง” ความชอบทำให้ชีวิตการทำงานมีแต่ความสนุก กระทั่ง 7 ปีก้าวผ่าน เริ่มมองอนาคตกับการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตัวเอง ซึ่งคุณรุ่งอรุณคิดถึงบ้านเกิด จึงตัดสินใจออกจากงานทัน
อาชีพขายนกสวรรค์อบกรอบ ตามตลาดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว กำลังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ตามตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาว ระหว่าง จ.หนองคาย กับ สปป.ลาว รวม 4 จุด คือ อ.สังคม, บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่, อ.โพนพิสัย และบ้านเปงจาน อ.รัตนวาปี ที่ส่วนใหญ่เปิดจุดละ 2 วันต่อสัปดาห์ กำลังคึกคักอย่างมาก มีสินค้าหลากหลายไปวางขายในตลาดจุดผ่อนปรน โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร ของป่า เสื้อผ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ทั้งนี้ พบว่า นกกระทาอบกรอบ เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวลาว สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ค้าหลายคนระบุว่า ภายใน 3 ปี ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น น.ส.อุไรวรรณ อินจีน แม่ค้าขายนกสวรรค์อบกรอบ ชาว จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า เดิมขายไส้กรอก แต่พบว่าในตลาดมีร้านขายไส้กรอกจำนวนมาก นอกจากนี้มีคู่แข่งแล้ว ยังต้องลงทุนมาก จึงหันไปขายอาหารจำพวกยำต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้กำไร ต่อมาเปลี่ยนไปขายเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรกก็ขายดี ซึ่งช่วงนั้นเป็นฤดูหนาว แต่พอขายไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่ายังตามแฟช
อาหารไทยล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ แต่ละจานมีสมุนไพรหรือส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ ต้มส้มก็เป็นอาหารจานหนึ่งที่มีส่วนผสมทั้งขิงและพริกไทยดำ ช่วยไล่ลม หอมแดงทำให้จมูกโล่ง ความเปรี้ยวไม่จำเป็นว่าต้องเป็นมะนาวเท่านั้น น้ำมะขามเปียกให้ความเปรี้ยวได้เหมือนกัน ช่วยให้น้ำแกงมีความเข้มข้นและมีวิตามินซีมากด้วยค่ะ สังเกตได้ว่าผู้ใหญ่ชอบทานต้มส้ม นอกจากจะให้ความเผ็ดร้อน รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวานแล้ว ทานแล้วสดชื่น ยังไม่ใช้กะทิ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องไขมันในเส้นเลือด เราสามารถใช้ปลาได้หลายอย่าง เช่น ปลาทู ปลากระบอก หรือปลาอินทรี ส่วนตัวชอบปลาอินทรีเพราะก้างใหญ่ ไม่เสี่ยงติดคอ เขี่ยก้างออกง่าย ส่วนผสม กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ รากผักชี 2 ราก หอมแดง 6 หัวเล็ก น้ำมันพืช ปลาอินทรี 3 ชิ้น น้ำ น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ขิงซอย ต้นหอม วิธีทำ การเตรียมเครื่อง นำใบตองห่อกะปิย่างในหม้อให้หอม ปิดฝาระหว่างย่างจะช่วยให้ระอุเร็ว พักไว้ โขลกพริกไทยเม็ดหยาบๆ เติมรากผักชีโขลกให้เข้ากัน โขลกหอมแดงรวมลงไป โขลกให้หยาบและละเอียดคละๆ กัน ใส
