How to
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ จ.พิษณุโลก สภาพอากาศเริ่มร้อนอบอ้าว และทุกฤดูร้อน จ.พิษณุโลกมีอาหารการกินตามฤดูกาลหลากหลาย โดยเฉพาะผักหวาน ไข่มดแดง ขณะนี้กำลังมีวางขายตามท้องตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ตลาดเช้าที่คึกคักมากที่สุด “ร้านเจ๊ยงค์” ของนางลำยงค์ เพ็ญวิจิตร เจ้าของร้านค้าได้จำหน่ายแอ่บผึ้ง หรือรังผึ้งหลวงห่อใบตองมากว่า 20 ปี ช่วงนี้ได้รับความสนใจอุดหนุนจากลูกค้ามาก วันนี้ที่ร้านเจ๊ยงค์มีไข่มดแดงสดๆ วางจำหน่ายราคาขีดละ 70 บาท เคียงคู่กับผักหวาน กำละ 20 บาท นอกจากนี้ เจ๊ยงค์ยังได้ทำหมกไข่มดแดง หรือห่อหมกไข่มดแดง อาหารพื้นบ้านสูตรของเจ๊ยงค์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านนี้ โดยนำไข่มดแดงมาปรุงกับเครื่องแกงสูตรพิเศษอย่างถึงเครื่อง ผสมด้วยผักหวาน ใบโหระพา จากนั้นนำมาใส่ในห่อใบตอง นำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จะได้กลิ่นหอมของเครื่องแกง ใบตอง และรสชาติแสนอร่อย สำหรับหมกไข่มดแดงสนนราคาห่อละ 100 บาท ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากชาวเมืองพิษณุโลกให้การอุดหนุนจำนวนมากเช่นกัน
เพิ่งจะเคยเห็นเหมือนกันว่ามีร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ ชนิดว่า ถ้าอร่อยมาก ก็จ่ายมาก ถ้าไม่อร่อย ก็ไม่ต้องจ่าย คุณเอกสิทธิ์ รัชตะกิตติสุนทร เจ้าของกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เอเซย์ เอเซย์ คราฟเฟ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านโฮ่งมะค่า ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ คอนเซ็ปต์ให้ลูกค้าจ่ายเงินค่ากาแฟตามความพอใจ คุณเอกสิทธิ์ เล่าว่า ปัจจุบันนอกจากเปิดร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของไร่เอกเขนกปลูกผักสลัดออร์แกนิก สำหรับร้านกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เปิดได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ที่มาก็คือ เจ้าของร้านต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ประกอบกับรู้จักโรงคั่วเมล็ดกาแฟ จึงตัดสินใจเปิดร้าน “ผมชอบดื่มกาแฟ และมีญาติเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ เลยทดลองเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ หวังให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ แต่จากนั้นไม่นาน เริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการ และบอกปากต่อปากในเรื่องของรสชาติ และบริการที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ” คุณเอกสิทธิ์ เผยต่อว่า เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่ม และรั
อาหารขึ้นชื่อในช่วงหนาวของทางภาคอีสาน นั่นคือข้าวจี่ มีขายในตลาดแหล่งชุมชนทั่วไป แต่ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พบมาคราวนี้คือข้าวจี่ฟักทอง และที่ดีงามยิ่งไปกว่านั้นคือ แม่ค้าข้าวจี่ฟักทอง มีงานหลักเป็น ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลบึงกาฬ จ.บึงกาฬ และใช้เวลาว่าง ช่วง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 17.00-20.00 น. มาปิ้งข้าวจี่ฟักทอง ขายที่ตลาดนัดคนเดิน ริมแม่น้ำโขง ด้านหน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ ซึ่งนับเป็นตัวอย่างการทำอาชีพเสริมของผู้ที่มีงานหลัก มีงานประจำอยู่แล้ว คุณสมหมาย สุคุณพันธ์ คือผู้ที่ขายข้าวจี่ฟักทอง ที่ว่ามานั้น ข้าวจี่ฟักทอง เจ้านี้ใช้ข้าวเหนียว กข ผสมกับเนื้อฟักทองที่นำไปยี แล้วผสมน้ำกะทิ และเกลือนิดหน่อย ก่อนนำไปปิ้ง ชุบด้วยไข่ไก่ตีผสมผงปรุงรสนิดหน่อย ปิ้งนาน 2-3 นาที โดยกว่าจะปิ้งเสร็จชุบไข่ประมาณ 3 รอบ ชุบแล้วปิ้ง ชุบแล้วปิ้ง คุณสมหมาย บอกว่า ข้าวเหนียวนึ่งก่อนนำมาปิ้ง ต้องไม่สุกเกินไป สุกเกินไปมันจะเละปิ้งไม่ได้ ต้องนึ่งให้กำลังดี เมื่อนำมาปิ้งแล้วก็จะสุกพอดี ข้าวเหนียวที่ใช้ในแต่ละวันราว 4-6 กิโลกรัม นึ่งผสมฟักทองและส่วนผสมอื่นๆ มาจากบ้าน ใส่ถังสเตนเลสสี่เหลี่ยมหุ้มด้วยโฟมอีกที ท
“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” ถือเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องการทำงาน รวมไปถึงเรื่อง “การทำธุรกิจ” ด้วย และหากพูดถึงธุรกิจส่วนตัว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีความฝันอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องประดับ รวมไปถึงการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง คงมีหลายคนที่เชื่อว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น แต่ในโลกของการทำธุรกิจ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ด้วย คุณมนต์สินี นวลศิริโกศล หรือ คุณติ๋ม และ คุณกัณฑ์พัฒน์ นวลศิริโกศล หรือ คุณเค อดีตเจ้าของกิจการ “แคร์รอตเค้ก คุณติ๋ม” เค้กเพื่อสุขภาพ ที่เคยประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าเบเกอรี่และคนรักสุขภาพ ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจขายขนมและผลไม้อบแห้งเนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจและอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากพนักงานประจำ ก้าวสู่เจ้าของร้านเบเกอรี่ คุณติ๋ม ปัจจุบันอายุ 60 ปี เดิมเป็นคนอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แ
ย่านตลาดปากบางในตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีผัดไทยขายหลายร้าน แต่ที่ดูเก่าแก่แล้วผัดกันมาตกทอดนาน หลายสิบปีก็ต้องเป็นร้าน “ผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) นี่แหละ คุณสุภาพ-คุณเกศสุดา มากเพ็ง สามี-ภรรยา เจ้าของร้านผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) บอกว่า อาชีพผัดไทยของครอบครัวเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยคุณย่า ท่านเริ่มทำขายที่ตลาดนัด พอมาถึงรุ่นคุณป้าก็ได้เปลี่ยนมาเป็นการขายประจำกับร้านซึ่งอยู่ข้างธนาคารมากว่า 60 ปี สำหรับ คุณเกศสุดา เติบโตมากับอาชีพผัดไทยตั้งแต่วัยเด็ก จึงได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้การทำผัดไทยมาเป็นเวลายาวนาน กระทั่งย้ายจากร้านเดิมมาเปิดร้านใหม่แห่งนี้เมื่อ 2 ปี เหตุผลที่เรียกผัดไทยปากบาง เพราะถูกเรียกตามชื่อของหมู่บ้าน ความจริงผัดไทยชนิดนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้ใส่หมู ไก่ กุ้ง ตามที่พวกเราคุ้นเคย เพียงแต่ใส่ไข่กับเส้นเท่านั้น แล้วความอร่อยจะอยู่ตรงไหน?? คุณเกศสุดา บอกว่า ความอร่อยน่าจะเกิดจากวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาผัดร่วมกับเส้นที่มีความนุ่ม มีกลิ่นหอมและกลมกล่อม เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ผลิตจากข้าวผสมแป้งเล็กน้อย แล้วบวกกับความเฉพาะของวิธีผัดที่ไม่แห้งและไม่มัน ไม่จับเป็
“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” ถือเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องการทำงาน รวมไปถึงเรื่อง “การทำธุรกิจ” ด้วย และหากพูดถึงธุรกิจส่วนตัว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีความฝันอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องประดับ รวมไปถึงการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง คงมีหลายคนที่เชื่อว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น แต่ในโลกของการทำธุรกิจ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ด้วย คุณมนต์สินี นวลศิริโกศล หรือ คุณติ๋ม และ คุณกัณฑ์พัฒน์ นวลศิริโกศล หรือ คุณเค อดีตเจ้าของกิจการ “แคร์รอตเค้ก คุณติ๋ม” เค้กเพื่อสุขภาพ ที่เคยประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าเบเกอรี่และคนรักสุขภาพ ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจขายขนมและผลไม้อบแห้งเนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจและอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากพนักงานประจำ ก้าวสู่เจ้าของร้านเบเกอรี่ คุณติ๋ม ปัจจุบันอายุ 60 ปี เดิมเป็นคนอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แ
ปลาทู (mackerel) น่าจะเป็นปลาทะเลชนิดแรกๆ ที่ทั้งคนทะเลและคนบกได้ลิ้มลองรสชาติอร่อยๆ ของมันนะครับ ใน คำให้การชาวกรุงเก่า ฉบับหอหลวง เอกสารเก่าสมัยปลายอยุธยา มีตอนหนึ่งบอกว่า “..อนึ่ง เรือปากใต้ปากกว้าง ๖ ศอก ๗ ศอก ชาวบ้านยี่สารบ้านแหลม เมืองเพชรบุรี แลบ้านบางตะบูนแลบ้านทะลุบันทุกกะปิน้ำปลาปูเคมปลากุเราปลากะพงปลาทูปลากะเบนย่างมาจอดเรือขายแถววัดเจ้าพระนางเชิง..” แม้จะคิดว่าปลาทูในบันทึกคำให้การนี้น่าจะคือปลาทูนึ่งหรือปลาทูเค็ม แต่แค่นั้นก็เยี่ยมแล้วนะครับ ไม่เชื่อก็ลองหลับตานึกถึงปลาทูนึ่งย่างเกรียมๆ หรือทอดน้ำมันหมูหอมๆ หนังพองๆ ไม่ก็ต้มกะทิสายบัว หรือปลาทูเค็มตัวเล็กๆ ปิ้ง กินแนมแกงส้มเปรี้ยวๆ ดูก็ได้ พอนึกถึงปลาทูนึ่ง ผมก็สงสัยทุกครั้งนะครับ ว่าใครเป็นคนคิด คำเรียกสิ่งนี้ เพราะวิธีทำปลาทูนึ่งของคนแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม คือการเอาปลาสดมาควักไส้ออก แช่น้ำเกลือ หักหัวให้งุ้มลงแบบที่เรียก “หน้างอ คอหัก” แล้วเรียงยัดลงเข่งเล็ก วางซ้อนในถังใหญ่ เอาไม้ขัดไว้ไม่ให้ลอยปนกัน ต้มจนสุก แล้วยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำนั้นน่ะ มันคือการ “ต้ม” ชัดๆ เลย ปลาทูนึ่งเอามาทำกับข้าวกินแบบง่ายที่สุดก็คือทอด จะกินก
ทายาทรุ่น 4 กิจการขนมเปี๊ยะชื่อดังย่านลาดกระบัง ปฏิเสธอาชีพเชฟดาวรุ่ง กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว ผุดไอเดียพัฒนาขนมโบราณด้วยการเพิ่มไส้ที่หลากหลาย เพิ่มธัญพืช ลดความหวาน และเพิ่มไข่ต่อชิ้นมากถึง 8 ฟอง บรรจุภัณฑ์เปิด-ปิดกินง่าย ขายดีมากกว่าเดิม 10 เท่าตัว ช่วงเทศกาลปั๊มเงินแทบไม่ทัน คุณอานนท์ พงษ์จิวานิช หรือ เชฟปั๊ม หนุ่มวัย 28 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ทำงานเป็นเชฟอาหารไทยในโรงแรม จากนั้นไปเป็นผู้ช่วยเชฟร้านอาหารชื่อดัง 2-3 แห่ง เบ็ดเสร็จทำงานประจำ 3 ปีรับเงินเดือน เดือนละเกือบ 3 หมื่นบาท แต่สุดท้ายตัดสินใจลาออก เพราะอยากกลับมาช่วยกิจการขนมเปี๊ยะของครอบครัว โดยรับช่วงต่อจากคุณพ่อ ซึ่งท่านอายุมากแล้ว ครอบครัวเชฟปั๊มทำขนมเปี๊ยะสืบทอดกันมานาน 120 ปี หรือ 4 ช่วงอายุคน ใช้ชื่อร้านว่า “พงษ์จิวานิช” เชฟปั๊ม บอกว่า ในอดีตเป็นของเหล่าอากง มีโรงงานผลิตขนมเปี๊ยะอยู่ตลาดหัวตะเข้ ลาดกระบัง หลังจากนั้นอากง (พ่อของพ่อ) แต่งงานมีลูกได้แยกตัวออกมาทำขนมเปี๊ยะขายเอง กระทั่งรุ่นคุณพ่อ (รุ่นที่ 3) และรุ่นที่ 4 (รุ่นเชฟปั๊ม) เรียกว่าเกิดมาก็เห
ช่วงเดือนแห่งความรักนี้ หลายๆ คนก็คงอยากจะทำอะไรเพื่อคนที่เรารักด้วยตัวเอง บ้างก็อยากจะรังสรรค์เมนูเด็ดๆ ตอบแทนความรู้สึกดีๆ เบอร์ทอลลี่ จึงได้ชวน เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์ เชฟหนุ่มจากรายการ C.I.Y. (Cook It Yourself) มาแนะนำเมนู “แกงเผ็ดอกเป็ดผลไม้สด” เมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิม ที่นำมาดัดแปลงให้ดูดียิ่งขึ้น โดยเพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยน้ำมันมะกอกที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลในเลือด เชฟน่านเผยว่า เมนูแกงเผ็ดอกเป็ดผลไม้สด ผสมผสานเมนูอาหารอย่างแกงเผ็ดเป็ดย่าง นำมาตกแต่งแบบฝรั่งด้วยผลไม้ทอดในสไตล์สเต็กตะวันตก กลายเป็นเมนูฟิวชั่น เครื่องปรุง -เนื้ออกเป็ด 2 ชิ้น -เกลือและพริกไทยดำบดใหม่สำหรับปรุงรส -น้ำมันมะกอกชนิดคลาสสิโค 1 ช้อนโต๊ะ -องุ่นเขียว -เนื้อสับปะรดหั่นลูกเต๋า -มะเขือเทศ เชอร์รี่สำหรับจัดเสิร์ฟ ซอสแกงเผ็ดผลไม้ -น้ำพริกแกงเผ็ด 1 1/4 ช้อนโต๊ะ -น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ -กะทิ 1/2 ถ้วย -น้ำปลา 1 3/4 ช้อนโต๊ะ -น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา -ผลไม้สด (องุ่น 3 ลูก สับปะรด 3 ชิ้นเล็ก และมะเขือเทศ 3 ลูก สำหรับเคี่ยวกับซอส) มะเขือพวง 1/4 ถ้วย ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ วิธีทำ 1.นำอกเป็ดมาบั้งที่หนัง และป
“หมูย่าง-ปลาดุกร้า” หมูย่างหนึ่งเดียว พัทลุง ปลาดุกร้าสมุนไพรรายแรกประเทศไทย ยอดขายพุ่งหลายเท่าตัว หมูย่าง 1 สัปดาห์ ทำยอดขาย 300,000 บาท ปลาดุกร้าสมุนไพร ขยายตัว มูลค่ายอดขายเพิ่ม 4 เท่าตัว ชี้ ทิศทางตลาดอาหารสุขภาพ นางเพียงเพ็ญ คงแสง ประธานกลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก เลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2561 ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก จ.พัทลุง ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณจาก 40 กก./รอบ เป็น 200 กก./รอบ เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง แต่กำลังการผลิตก็ยังคงไม่เพียงพอ เพราะขาดโรงเรือนที่ทำการแปรรูป จึงไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้ ทั้งนี้ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เป็นสูตรน้ำหมักสมุนไพรเงาะป่าซาไกที่กำลังได้รับความนิยม ได้รับการรับรองให้เป็นของดีจังหวัดพัทลุง คือ เป็นภูมิปัญญาเอกลักษณ์จังหวัดพัทลุงด้วย นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง กำลังทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เป็นสินค้าซื้อเป็นของฝากได้ด้วย ปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มถึง 50,000 บาท จากเดิม 10,000 บาท จากอัตราผลิตเฉลี่ย 2 วัน/รอบ “ปลาดุกร้า ยังคง
