How to
ในโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตของเรามากขึ้น มีผลให้มุมมอง ทัศนคติในการใช้ชีวิต ในการทำงาน ไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของคนเราก็ปรับเปลี่ยนไปตาม ไม่น่าประหลาดใจที่คนยุคโซเชียล จะให้ความสำคัญกับการทำงานแบบอิสระ การเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง มากกว่าที่จะมุ่งเน้นการทำงานประจำ การเป็นมนุษย์เงินเดือน ถึงแม้ว่าจะสร้างรายได้ที่ไม่แน่นอน และไม่ค่อยจะมีสวัสดิการ หรือหลักประกันที่มั่นคงให้กับชีวิตก็ตาม เข้าทำนอง “ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย แต่ขอให้เป็นการทำงานที่ชอบ งานที่ใช่ ก็พอแล้ว” เป็นมุมมอง ทัศนคติแบบเดียวกับที่ คุณสมชาย หว่านพืช หรือ พี่ชาย บอกกล่าวเอาไว้ พี่ชายผ่านการทำงานประจำมากว่า 20 ปี ตั้งแต่เริ่มจบการศึกษาปริญญาตรีศึกษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ก็เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศมาโดยตลอด 20 ปีเต็ม จนกระทั่งงานสุดท้าย คือ ตำแหน่งผู้จัดการคลังสินค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดระยอง ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเป็นมนุษย์เงินเดือน ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากให้เวลากับครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ขณะที่พี่ชายต้องไปทำงานที่ระยอง หลังจากเลิกทำงานประจำ พี่ชายเปลี่ยนมาทำธุรกิจกับพี่สาว ซึ่งมีบริษัทรับ
ลูกหลานเกษตรกรเลี้ยงไก่ จังหวัดนครปฐม ปฏิเสธบทบาทชีวิตมนุษย์เงินเดือน ขอสานต่ออาชีพ ‘เลี้ยงไก่ไข่’ จากบรรพบุรุษ เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ด้วยการเปิดเพลงและรายการ คสช. ให้แม่ไก่ฟังแก้เครียด 24 ชั่วโมง ผสมผสานกับให้กินอาหารธรรมชาติ และเลี้ยงปล่อยไม่กักขัง ส่งผลให้แม่ไก่อารมณ์ดี ไม่ตกใจง่าย เพิ่มอัตราการออกไข่ มีรายได้จากการขายไข่เข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6 หมื่นบาท คุณนันทพล จิตรใจเย็น หรือคุณตู่ เกษตรกรหนุ่มวัย 29 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ สาขาสัตวบาล ในปี 2555 ลงทุน 8,000 บาท เลี้ยงไก่ไข่ สายพันธุ์ โร๊ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) บนพื้นที่ 2 ไร่ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 500 ตัว เลี้ยงได้เดือนกว่า ปรากฏไก่ตายไป 250 ตัว ด้วยโรคกัมโบโร เลยไปปรึกษาอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหลังจากมีความรู้เพิ่มขึ้น ตัดสินใจหันมาเลี้ยงไก่ไข่ภายใต้วิถีธรรมชาติ “ผมเกิดและเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรเลี้ยงไก่ ที่ยุติการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่ปี 2553 เพราะเจอหลายวิกฤต อาทิ ปัญหาไข้หวัดนก ปัญหาขาดทุน และเจอน้ำท่วม กระทั่งปี 2555 ผมเรียนจบกลับมา มองเห็นเล้าไก่ที่
หากกล่าวถึงผลิตภัณฑ์โอท็อป หลายคนคงคิดไม่ถึงว่า สินค้าเหล่านี้จะติดตลาดต่างประเทศได้… แต่เป็นความจริง เห็นได้จากเมื่อเร็วๆ นี้ ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่เพื่อยืนยันเรื่องนี้ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ให้การรับรองมาตรฐานการผลิตอาหารในชุมชนให้ได้มาตรฐาน Primary GMP ที่ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านปริง” ตั้งอยู่ที่ ต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านต้นแบบ Primary GMP เริ่มต้นธุรกิจจาก Start Up เมื่อปี 2538 ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกที่เป็นแม่บ้านในชุมชน จำนวน 22 คน โดยได้นำวัตถุดิบจากทะเลมาแปรรูปเป็นอาหาร ได้แก่ น้ำพริกกุ้งเสียบ, น้ำพริกปลาเค็ม, แกงไตปลาสำเร็จรูป ต่อมาได้ขยายไลน์การผลิตมาเป็นประเภทขนม ได้แก่ ขนมเต้าส้อ แต่ที่โด่งดังคือ ขนมพิงงา ซึ่งเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในจังหวัดพังงา เป็นชื่อของภูเขาและมีการทำเป็นขนมส่งจำหน่ายยังต่างประเทศ อย่างมาเลเซีย และในอนาคตจะขยายตลาดไปอีกเรื่อยๆ ลองมาดูกันว่า ขนมดอกพิงงา ทำกันอย่างไร…
ในบรรดา “ของขม” สะเดาน่าจะเป็นของที่ผมกินได้เป็นรายล่าสุด หลังจากผ่านด่านขี้เหล็ก มะระจีน มะระขี้นกมาแล้ว มันอาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ ผมไม่ชอบวิธีกินที่พวกผู้ใหญ่แถวบ้านกินกัน คือราดน้ำปลาหวานกินกับปลาดุกย่างหรือกุ้งเผา ถ้าเกิดตอนนั้นมีใครเอามายำ แบบที่คนเขมรชอบทำยำสะเดารสขมอ่อนๆ ใสปลากรอบปิ้ง รสเผ็ดน้อยๆ เปรี้ยวนิดๆ (บางครั้งใส่วุ้นเส้นด้วย ยิ่งอร่อยไปใหญ่เลย) ละก็ ผมอาจกินสะเดาระเบิดเถิดเทิงมานานแล้วก็ได้ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยเห็นผ่านตาในตำรากับข้าวเก่าเล่มไหน ว่าแต่ก่อนคนไทยภาคกลางก็ไม่ได้กิน “น้ำปลาหวาน” ที่หน้าตาเป๊ะแบบทุกวันนี้ เอาไว้หาเจอแล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ แต่จำได้ว่าคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าสะเดามันกินกับอย่างอื่นได้อร่อยด้วย ก็คือ อาจารย์ประยูร อุลุชาฎะ หรือ น. ณ ปากน้ำ สมัยผมเคยได้ทำงานกับอาจารย์อยู่ช่วงหนึ่งเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน หลายครั้งก็ได้กินข้าวร่วมวงกับอาจารย์ เป็นที่รู้กันนะครับว่า “อาจารย์ยูร” ซึ่งเขียนหนังสืออาหารรสวิเศษของคนโบราณ (พ.ศ.2531) นั้นเป็นกูรูผู้ช่างกินโดยแท้ ทีนี้มีอยู่มื้อหนึ่ง ผมเอาน้ำพริกเผาที่แม่ทำให้มาเข้าวงสำรับกลางวัน ส่วนอาจารย์มีสะเดาลวก ปลา
การสร้างและพัฒนาการบริการวิชาการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สังคม ประเทศ และนานาชาติ เป็นอีกหนึ่งภารกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ ที่จะสร้างสรรค์ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชน สังคม ให้เข้มแข็งมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยจึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและบริการวิชาการในรูปแบบนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ขั้นสูง อันนำไปสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและเพิ่มศักยภาพงานวิจัย โดยสามารถนำผลการวิจัยมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ ชุมชน สังคม ด้วยการบริการวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้สู่การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 การแปรรูปอาหาร (food processing) เป็นกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงสภาพของวัตถุดิบ ให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารอยู่ในสภาพที่เหมาะสม สะดวก และปลอดภัยต่อการบริโภค เป็นการถนอมอาหาร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความหลากหลาย เพิ่มทางเลือก และเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ สำหรับการแปรรูปอาหารจากเนื้อหมูให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน มีหลากหลายรูปแบบ เช่น หมูแดดเดียว หมูสวรรค์ หมูฝอย หมูหย็อง นั่นคือกรรมวิธีในการแปรรูปอาหารที่แต
“มวย” หมายถึงเครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ มีรูปร่างลักษณะทรงกระบอก ส่วนล่างจะแคบสำหรับสวมลงหม้อ ซึ่งบางท้องถิ่นอาจเรียก “หวด” ความจริงแล้วหวดจะมีรูปร่างแตกต่างจากมวย เพราะจะมีลักษณะเหมือนรูปกรวย แต่ส่วนล่างจะปิด ไม่เป็นรูปทรงกระบอกเหมือนมวย ส่วนการใช้ประโยชน์ทั้งสองชนิดทำหน้าที่เหมือนกันคือใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียวหรือนึ่งอาหาร เพียงแต่มวยจะให้ปริมาณได้มากกว่าและแข็งแรงทนทานกว่าเพราะมีความหนาจากการสานถึง 3 ชั้น คุณวิไล แนบชิด ชาวอำนาจเจริญ ยึดอาชีพสานมวยร่วมกับสามีมานานกว่า 20 ปี โดยเธอบอกว่าตอนแรกสานมวยไว้ใช้นึ่งข้าวในครัวเรือนเท่านั้น ต่อมามีคนจากหมู่บ้านอื่นเกิดความสนใจมาก อีกทั้งยังมีพ่อค้ามาติดต่อเพื่อนำไปขาย จึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านมองว่าเป็นอีกช่องทางอาชีพที่จะสามารถหารายได้ จึงมีการรวมตัวกันสานมวยขึ้นเกือบทุกบ้าน คุณวิไล แนบชิด สำหรับมวยที่สานขายจะผลิตขึ้นจากไม้ไผ่พื้นบ้านที่มีขนาดลำใหญ่เท่านั้น เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ซึ่งจะต้องเลือกลำที่มีลักษณะตรง ลำที่มีความสมบูรณ์ตลอดทั้งลำ โดยจะออกไปหาซื้อตามสวนป่าของชาวบ้านที่ปลูกไว้ขายในราคาลำละ 100 บาท ภายหลังที่ได้ไม้ไผ่ตามที่ต้องการแล
เมื่อเอ่ยถึง “คั่วกลิ้ง” คนที่ชอบทำ ชอบกินอาหารย่อมคุ้นหูรู้จัก ว่าคือผัดเผ็ดแห้งๆ แบบสำรับปักษ์ใต้ ที่ทั้งเผ็ด ฉุนร้อน และแห้ง กินกับข้าวสวยและผักเหนาะสดๆ สารพัดชนิดในร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ปัจจุบันนี้ มีให้เลือกสั่งกินทั้งคั่วกลิ้งเนื้อวัว หมู และไก่นะครับ แล้วก็มักหน้าตาคล้ายคลึงกัน คือแห้งมาก รสเผ็ดเค็มนำ บางร้านใส่ข่าแก่หั่นบางตามขวางลงไปด้วย นั่นยิ่งทำให้หอมอร่อยไปใหญ่ นอกจากใบมะกรูดแก่ฉีกหรือซอย ที่มักใส่เป็นปกติอยู่แล้วในกระทะคั่วกลิ้ง และเมื่อเราเอ่ยย้ำถึงคำว่า “คั่วกลิ้ง” อีกครั้ง คงมีไม่กี่คนที่สงสัยว่า คำคำนี้แปลว่าอะไรแน่ ส่วนใหญ่อาจคิดว่ามันก็คือกับข้าวที่ทำโดยการคั่วในกระทะ แถมต้องคั่วจน “กลิ้ง” (คือจนกระทั่งแห้ง) ไปมาในกระทะเลยทีเดียว นั่นก็ดูจะเป็นคำอธิบายที่เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ดี ผมเคยเขียนไว้ในที่อื่นๆ บ้างแล้วถึงความสงสัยเรื่องนี้ เอาเป็นว่าโดยสรุป ผมคิดว่า “คั่วกลิ้ง”เป็นชื่อสำรับอาหารที่คนปักษ์ใต้เรียกเลื่อนเสียงมาจาก “เรนดัง ดากิง” เนื้อคั่วพริกแกงแบบหมู่เกาะ เช่นแถบปาดัง ในเกาะชวาของอินโดนีเซีย ซึ่งมีลักษณะหน้าตาเมื่อปรุงเสร็จแล้ว จุดมุ่งหมาย ตลอดจนวิธีการทำคล้ายคล
ศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ลับบ้านเกิดที่พิจิตร พลิกวิกฤตสู้ภัยแล้งด้วยการปลูกดาวเรือง 20 ไร่ระบบน้ำหยด ดอกไม้ชื่อมงคลปลูกไม่ยาก 2 เดือนเก็บดอกขายได้แล้ว ส่งปากคลองตลาด ช่วงเทศกาลขายดี ราคาสูงถึงดอกละ 1 บาท ปลูกดาวเรือง 1 ไร่ รายได้ต่อรุ่นเหยียบ 1.2แสนบาทเลยทีเดียว คุณทรงศักดิ์ คุณหาร หรือคุณโจ วัย35ปี เท้าความว่า หลังจบการศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร กลับไปพัฒนาที่ดินบ้านตัวเองและบ้านภรรยา ในช่วงแรกทำนาและปลูกไม้ผล อาทิ มะนาว มะม่วง ขนุน ขายต้นไม้ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วตัดสินใจชวนภรรยาปลูกดอกดาวเรือง เพราะเห็นว่าเป็นดอกไม้ที่ขายง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นาน ที่ดินบริเวณบ้านภรรยาคุณโจ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจะปราบ ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ติดกับเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณโจ บอกว่า ที่ดินแถวนี้เป็นดินทราย มีสภาพแห้งแล้งกันดาร ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง ทำนา มีรายได้เพียงปีละครั้ง บางครั้งราคาข้าวก็ไม่ดี ฉะนั้นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะมีรายได้ทุกวัน ประ
สาว ป. โท ลูกข้าราชการไทย เห็นช่องว่างธุรกิจเสิร์ฟน้ำตามงานเลี้ยงโต๊ะจีน – งานสังสรรค์รื่นเริง ปิ๊งไอเดียสร้างรายได้ด้วยบริการรับเสิร์ฟเครื่องดื่มตามงาน หรือที่เรียกว่า “บาร์น้ำ” สร้างจุดเด่นชูความหลากหลายของเครื่องดื่ม และชุดยูนิฟอร์มเด็กเสิร์ฟสุดเนี๊ยบ ใส่สูท ผูกเนคไท คิดราคาย่อมเยา 4 ชม. เหมาจ่ายคนละ 40 บาท รับงานทั่วราชอาณาจักร ธุรกิจขนาดเล็กที่อาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ คุณเหมือนฝัน เย็นเจริญ หรือคุณเอ๋ย สาวอัธยาศัยดีวัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ธุรกิจบาร์น้ำเป็นของครอบครัวบุกเบิกโดยคุณพ่อ คุณแม่ ดำเนินกิจการมาแล้ว 12 ปี ปัจจุบันตนเองเข้ามารับไม้ต่อ ช่วยหาลูกค้า และหวังต่อยอดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คุณพ่อและคุณแม่ของคุณเอ๋ยรับราชการ ส่วนธุรกิจบาร์น้ำ คือ อาชีพเสริม คุณเอ๋ย เล่าว่า จากการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าโต๊ะจีนบางร้านเสิร์ฟแต่อาหาร ไม่เสิร์ฟน้ำ ทางเจ้าภาพต้องหาน้ำดื่มมาเอง หรือ โต๊ะจีนบางเจ้ามีเสิร์ฟน้ำ แต่ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ แขกรินน้ำดื่มเอง บางครั้งเกิดปัญหาน้ำไม่พอ จุดนี้เองเลยเกิดบริการบาร์น้ำขึ้นมา บริการ “บาร์น้ำ” ของหญิงสาว เธอสร้างจุดขายด้วยความหลากหลายของเครื่องดื่
ทองม้วน เป็นชื่อของขนมไทยโบราณที่หลายคนน่าจะคุ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีวัย40 ขึ้นไป และมักรู้จักกันดีเพราะทองม้วนกรอบมีที่ลักษณะเป็นแผ่นม้วนกลมเป็นวงคล้ายหลอดดูดขนาดใหญ่ มีความกรอบ ทั้งนี้ขณะรับประทาน ผู้ทานมักชอบสวมใส่ที่นิ้วมือแล้วกัดกรอบ ทำให้รู้สึกอร่อย และมีความเพลิดเพลิน ทว่า…อีกหลายคนคงยังไม่ทราบว่ายังมีทองม้วนอีกแบบที่ชื่อว่า ‘ทองม้วนสด’ ทองม้วนสดมีขั้นตอนและกรรมวิธีเหมือนกับทองม้วนกรอบเพียงแต่จะแตกต่างกันตรงแป้งที่ใช้ อีกทั้งเมื่อเย็นแล้วทองม้วนสดจะนิ่มและไม่แข็งกรอบ ดังนั้นเหตุผลที่ตั้งชื่อว่าทองม้วนสดอาจเป็นเพราะมีความนิ่ม ไม่กรอบ อย่างไรก็ตามปัจจุบันคนรู้จักทองม้วนสดน้อยกว่าทองม้วนกรอบ อีกทั้งการหาทานก็ยากกว่าและไม่แพร่หลายด้วย เส้นทางเศรษฐีอฮนไลน์จะพาท่านผู้อ่านไปพบกับชาวบ้านท่านหนึ่งที่ประกอบอาชีพทำขนมไทยโบราณอย่างขนมทองม้วนและขนมทองม้วนสดที่หน้าวัดไร่ขิง นครปฐม คุณสว่าง เขียนบรรดิษฐ์ อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ขายทองม้วนสด และทองม้วนกรอบ มาเป็นเวลา 15 ปี แต่เดิมขายในวัดไร่ขิง แต่เมื่อต้นปี 2558 นี้ย้ายออกมาขายฝั่งตรงข้ามหน้าวัด อาชีพเด
