How to
ชลธิชา ศรีอุบล : เรื่อง / เทคโนโลยีชาวบ้าน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี วิจัยปัญหาพิเศษการยืดอายุของมะนาวและกล้วยน้ำว้า วิจัยผลของสารเคลือบอัลจิเนตและอุณหภูมิการเก็บรักษาต่อคุณภาพทางกายภาพและเคมีของมะนาวผู้ ดร.อินทิรา ลิจันทร์พร เล่าว่า การยืดอายุของผลไม้ทำได้โดยการควบคุมกระบวนการเปลี่ยนแปลงผลผลิตที่นำไปสู่ความเสื่อมสลาย โดยการควบคุมอัตราการหายใจของผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด สามารถทำให้ยืดอายุได้นาน ด้วยการจัดการปัจจัยภายนอกให้เหมาะสม การยืดอายุผลไม้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเก็บรักษาในห้องเย็น การเก็บรักษาโดยการควบคุมสภาพของบรรยากาศและการใช้สารเคลือบผิว โดยเฉพาะการใช้สารเคลือบผิวอัลจิเนตหรืออัลจินซึ่งเป็นสารที่สกัดได้จากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล ไม่เป็นอันตรายและใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เช่น น้ำสลัด เบียร์ เคลือบผิวเนื้อปลา แช่แข็งเจ้าของผลงานการวิจัยผลของสารเคลือบอัลจิเนตและอุณหภูมิการเก็บรักษาต่อคุณภาพทางกายภาพและเคมีของมะนาว โดยนายเกรียงไกร ดาวแสงเพชร และนางสาววนิด
ทันทีที่ นายทรวง ซึ่งจ่าย ชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปลี่ยนจากอาชีพปลูกผักแล้วหันมาเลี้ยงไก่ขาย กระทั่งนำมาสู่การต่อยอดย่างไก่ขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ขณะที่อำเภอวิเชียรบุรีในช่วงนั้นยังไม่มีผู้ใดย่างไก่เป็นอาชีพ จึงนับได้ว่า นายทรวง เป็นบุคคลแรกในอำเภอวิเชียรบุรีที่ริเริ่มการย่างไก่ขายเป็นอาชีพ นายทรวง เริ่มจากการหาบไก่ย่างขายตามป้ายรถประจำทางอยู่นาน 2 ปี กระทั่งพัฒนาเป็นร้านขายไก่บริเวณหน้าบ้าน แล้วตั้งชื่อร้านว่า “ไก่ย่างตาแป๊ะ” อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2505 โดยครั้งแรกขายเป็นไก่ย่างน้ำปลา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการย่างไก่ที่ใช้สมุนไพรในเวลาต่อมา นายทรวง ซึ่งจ่าย เจ้าของร้านไก่ย่างตาแป๊ะ จวบจนปัจจุบัน ร้านไก่ย่างตาแป๊ะ มีอายุยาวนานเป็นเวลากว่า 50 ปี สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่นไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขา 2 ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายแบบคู่ขนาน หากย้อนกลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไก่ย่างตาแป๊ะได้รับความสนใจ ได้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ชำนาญการชิมอาหารอย่าง แม่ช้อยนางรำ เข้ามารับประทานไก่ย่าง เมื่อปี 2525 จนติดใจ
ได้รับฉายาจากลูกค้าทั่วสารทิศที่แวะเวียนมาอุดหนุนว่าเป็น “ร้านข้าวแกงที่เล็กที่สุดในโลก” เพราะขนาดพื้นที่ร้านเล็กเพียง 1 ตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งเจ้าของร้านข้าวแกงสุดจิ๋วนี้ คือ ป้าอี๊ด หรือคุณประสาร ทรงประดิษฐ์ ผู้หญิงอัธยาศัยดีวัย 60 ปี ป้าอี๊ด เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า หลังจบป.4 ก็เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ช่วยแม่ขายของ หลักๆ ขายอาหาร เช่น ส้มตำขายตั้งแต่ครกละ 2 บาท ลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้งไม้ละ 50 สตางค์ เข็นรถขายมาตลอดย่านสุขุมวิท และเพลินจิตซอย 5 กระทั่งแม่อายุ 80ปี เลิกขายเพราะรู้สึกว่าแก่มากแล้ว เดินทางกลับบ้านที่อำเภอกบินทร์บุรีจังหวัดปราจีนบุรี หลังจากที่แม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ป้าอี๊ดเลือกที่จะไม่กลับด้วย เธอยังคงประกอบอาชีพค้าขาย คราวนี้หันมาขายข้าวราดแกงโดยปักหลักอยู่ที่ย่านประตูน้ำมายาวนาน 40 ปี “ดิฉันพอมีฝีมือทำกับข้าว เลยเลือกที่จะขายข้าวราดแกง โดยยังคงเข็นรถขาย คราวนี้เลือกมาขายที่ประตูน้ำ เพราะรู้สึกว่าผู้คนพลุกพล่าน มีตลาดขายส่งเสื้อผ้า ซึ่งแต่ละวันจะมีคนเข้ามาย่านนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน” เนื่องจากย่านประตูน้ำเป็นพื้นที่ ที่บรรดาร้านค้ามักสลับสับเปลี่ยน โยกย้ายร้านกัน
“ไก่บ้านตะนาวศรี” เป็นผลงานของ “คุณลิขิต สูจิฆระ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ที่ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการผสมข้ามพันธุ์ไก่พื้นเมืองกว่า 20 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่ชีท่าพระ ไก่แดงสุราษฎร์ และไก่ประดู่หางดำ ฯลฯ จนได้พ่อแม่พันธุ์ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่คือ พ่อพันธุ์ไก่ชนตะนาวศรี และ แม่พันธุ์ไก่แดงตะนาวศรี “ไก่บ้านตะนาวศรี” ได้รวมลักษณะเด่นของพ่อและแม่พันธุ์อย่างครบถ้วน ทำให้ไก่มีเนื้อแน่น นุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีโปรตีนสูง ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ เนื้อไก่มีรสอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ได้ปริมาณเนื้อมาก แม่พันธุ์สามารถผลิตไข่ได้ดี และใช้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นาน เนื้อไก่บ้านตะนาวศรีนำไปทำอาหารเมนูไหนก็อร่อย เนื้อไก่บ้านตะนาวศรี มีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าไก่ทั่วไป มีรสชาติและรสสัมผัสอร่อยเข้มข้นถูกปากผู้บริโภคเพราะเลี้ยงโดยใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชันและไพล รักษาโรคทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ แทนยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ ไก่บ้านตะนาวศรี เป็นสินค้าเนื้อไก่อินทรีย์ปลอดภัย ที่ขายดิบขายดี เป็นที
มะพร้าว เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในแหล่งที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ โดยสังเกตเห็นว่าต้นมะพร้าวขึ้นอยู่หนาแน่นตามหมู่เกาะ หรือชายทะเล ดังนั้น ให้ตระหนักอยู่เสมอว่า ถ้าท่านต้องการปลูกมะพร้าวให้ได้ผลดี ทั้งติดผลดกและคุณภาพของเนื้อผลดี ต้องเลือกแหล่งปลูกที่มีระดับน้ำใต้ดิน ลึกไม่เกิน 1 เมตร จากผิวดิน ทั้งนี้ ที่จังหวัดกาญจนบุรีมีเขตอับฝนอยู่หลายแห่ง อีกทั้งระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึกเกิน 1 เมตร อีกด้วย วิธีแก้ไขมีทางเดียวคือ ต้องให้น้ำช่วย แต่ทั้งนี้ เมื่อคำนวณค่าบริหารจัดการน้ำแล้วต้องคุ้มค่ากับการลงทุน สำหรับเกลือนั้นเป็นของคู่กันกับต้นมะพร้าว ในเกลือทะเล หรือโซเดียมคลอไรด์ เมื่อแตกตัวออกมาจะได้โซเดียม ที่ทำหน้าที่คล้ายกับโพแทสเซียม ที่ช่วยในขบวนการนำแป้งและน้ำตาลจากใบที่ได้จากการสังเคราะห์แสงส่งไปยังผล หัว หรือลำต้น ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช อีกบทบาทหนึ่งเกลืออาจจะช่วยระบบรากมะพร้าวให้ดูดน้ำขึ้นสู่ลำต้น ผ่านไปยังผลได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการติดผลมะพร้าว ส่วนธาตุอาหารและแสงแดดเป็นปัจจัยรองลงไปตามลำดับ ขอให้โชคดีครับ
กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาท รุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 คุณธนเดช แสงวัฒนกุล “เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา” ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เ
เสน่ห์ของ “กุ้งเครย์ฟิช” อยู่ที่ความสวยงาม ซึ่งผู้เลี้ยงจะได้เห็นพัฒนาการของกุ้งชนิดนี้ในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่กำเนิดเป็นลูกกุ้ง การลอกคราบแต่ละครั้งขนาดของตัวกุ้งจะใหญ่ขึ้น และมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้เลี้ยงจะได้ลุ้นว่ากุ้งนั้นจะขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไร และสีสดมากขึ้นหรือไม่อีกด้วย คุณพีระพัฒน์ สัมฤทธิ์ดีงาม หรือ คุณพีม เด็กหนุ่มบุคลิกดีวัย 22 ปี นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปี 4 เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงเสน่ห์กุ้งเครย์ฟิช และมีจิตใจที่รักสัตว์เป็นทุนเดิม จากที่เลี้ยงไว้ดูเล่นๆ ปัจจุบันกลับสร้างรายได้ สามารถเก็บเป็นทุนการศึกษาได้ โดยไม่ต้องร้องขอจากผู้ปกครอง “ผมเป็นคนรักสัตว์ เมื่อก่อนเคยเลี้ยงปลาหางนกยูงขาย แต่เพราะดูแลไม่ทั่วถึง ประกอบกับเลี้ยงค่อนข้างยาก เลยเลิกเลี้ยงปลาหางนกยูง แล้วหันมาเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เพราะสีสวย ตอนแรกซื้อมาเลี้ยงเล่นๆ 5 ตัว ราคาตัวละ 200 บาท แต่พอกุ้งออกลูก ทดลองนำลูกกุ้งไปขายในเฟซบุ๊ก ปรากฏขายได้ นับจากนั้นเลยเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชเป็นเรื่องเป็นราว” คุณพีมเริ่มเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เมื่อต้นปี 2559 เขาเริ่มเลี้ยงไว้เพียงดูเล่น โดยไปซื้อจากตลาดนัดจตุจักร เป็นกุ้งเครย์ฟิช
ขึ้นแท่นของฝากเลื่องชื่อสำหรับ “ขนมบ้านโกไข่” ประจำอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมนูเด่นที่ทุกคนต่างโปรดปราน ได้แก่ เค้กสามเหลี่ยมไส้มะพร้าวอ่อน เปี๊ยะกุหลาบ ขนมปังสังขยา พายสับปะรด กิจการทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของ คุณพรศักดิ์ ตั้งคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมบ้านโกไข่ จำกัด อดีตวิศวกรชายหนุ่มผู้หลงรักขนมหวาน สำหรับต้นกำเนิดร้านขนมบ้านโกไข่ มาจากจังหวัดตรัง ดินแดนเลื่องชื่อด้านขนมเค้ก ผลิตเค้กมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า พอมาถึงรุ่นหลานได้สร้างแบรนด์ “ขนมบ้านโกไข่” ให้เป็นที่รู้จัก และการยอมรับของผู้บริโภค ปัจจุบัน กลายเป็นร้านขนมชื่อดังมีมากถึง 9 สาขา ขึ้นแท่นของฝากดังของภาคใต้ไปแล้ว “โกไข่” ชื่อคุณอา สูตรขนมสืบทอดรุ่นสู่รุ่น คุณพรศักดิ์ เผยว่า ครอบครัวมีสูตรทำขนมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ราว พ.ศ. 2538 คุณอา มีนามว่า “โกไข่” อาศัยอยู่อำเภอทับเที่ยง จังหวัดตรัง ท่านทำพัฟสังขยา ขายเพียงเมนูเดียว ในขณะนั้นใช้วิธีเร่ขายบนรถมอเตอร์ไซค์ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไปจนถึงจังหวัดสตูล พัฟสังขยาของคุณอาโกไข่ หลานชาย เล่าว่า รสชาติดี กลมกล่อม ไม่มีแบรนด์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยอาสาไปช่วยขายด้วยกา
ยูทูบที่ชื่อ Net Fishing Tour นำเสนอวิธีตกปลาแบบชาวบ้านที่ใช้อุปกรณ์รอบตัวไม่กี่อย่าง อาทิ ตะกร้า ตะแกรงพัดลม ท่อพีวีซี เชือก และก้อนอิฐ ทั้งหมดหาได้ง่ายใกล้ตัว และสามารถจับปลาได้เหมือนกัน ไปดูวิธีการกัน Net Fishing Tour
วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่กลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร สูตรเงาะป่าซาไก ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง มีนางเพียงเพ็ญ คงแสง เป็นประธานกลุ่ม เล่าว่า เดิมตนเองมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย และมีลูกค้าหลากหลาย ต่อมามีลูกค้าที่มารับบริการ ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ชักชวนให้ตนรวบรวมสมาชิกในหมู่บ้าน เพื่อจัดตั้งกลุ่มอาชีพตามความถนัด หลังรวบรวมสมาชิกในหมู่บ้านได้ประมาณ 20 คน จึงจัดตั้งกลุ่มสัมมาชีพ เมื่อกลางปี 2559 โดยสมาชิกส่วนใหญ่ลงมติที่จะแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร สูตรเงาะป่าซาไก โดยทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีนครินทร์ ส่งตนและตัวแทนกลุ่มอีก 4 คน เข้ารับการฝึกอบรมการผลิตปลาดุกร้า พร้อมสนับสนุนงบประมาณ จัดสร้างโรงตากปลาดุก ซึ่งต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่ม จากกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยพ่อ ใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน นำมาสร้างโรงตากปลาเพิ่มขึ้นอีก 1 โรง นอกจากนั้นยัง ได้จัดสร้างอาคาร และจัดซื้อเครื่องซีนถุง เพื่อบรรจุปลาดุกร้าด้วย นางเพียงเพ็ญ กล่าวอีกว่า การแปรรูปปลาด
