How to
ช่วงนี้หันหน้าไปทางไหน มีแต่คนบ่นเรื่องแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศของตนกันอย่างคึกคัก จนทำให้ผู้ประกอบการใหญ่ กลาง เล็ก โอดครวญกันเป็นทิวแถว สาเหตุคงอย่างที่ทราบๆ กันว่าเพราะอะไร? ทำไมถึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้? แม้ภาครัฐจะออกมาแก้เกมอยู่บ้าง แต่คงจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะแรงงานต่างด้าวพวกนี้คิดอย่างเดียวว่าขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน รอให้พวกคุณเคลียร์เรื่องในประเทศให้เสร็จเสียก่อน ค่อยกลับมาว่ากันใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการของไทยเอง ส่วนหนึ่งก็อยากให้กลับ เพราะเขาคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับในราคาหลักแสนถึง 1 ล้านบาท แต่บางคนก็ไม่อยากให้กลับประเทศ เพราะการกลับประเทศของแรงงานต่างด้าว ไม่เพียงทำให้ธุรกิจของเขาเกิดความเสียหาย ยังจะเป็นการเติมความชอกช้ำในใจต่อการทำธุรกิจของเขาให้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่และกลาง ที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเสียส่วนใหญ่ แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอาจพอถูไถไปได้บ้าง แต่กระนั้น ต้องยอมรับความจริงว่าปัจจุบันคนไทยไม่ทำงานอะไรที่ใช้แรงงานอีกต่อไปแล้ว หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานทุกอย่างในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแบกหาม ข
จัดว่ากำลังฮิตในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์สวยงาม สำหรับ “ไก่โปแลนด์” หรือ ไก่หัวจุก เพราะมีขนขึ้นบนหัว มีทั้งขนแบบเรียบและขนกลับ มีหลายสี อาทิ สีขาว สีกระ สีดำ อีกตัวคือ “ไก่ซิลกี้” หรือ ไก่ผ้าไหมจีน ไก่ที่มีขนนุ่มเป็นพิเศษ ดุจราวเส้นไหม มีสีสวยงามและมีหลากหลายสีสัน ซึ่งไก่ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา คุณศักดา บรรพจุลจินดา หรือคุณนิ้ง อายุ 48 ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการส่งเสริมการตลาด ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงสวยงามมานาน 10 กว่าปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์ม Doxxa House ตั้งอยู่ใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สถานที่แห่งนี้เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ซิลค์กี้ และไก่โปแลนด์ คุณนิ๊ง เล่าว่า ในอดีตเคยทำงานประจำ ตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาดห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ หน้าที่การงานดี มั่นคง แต่ทว่ารายได้ไม่ขยับ หนที่สุดตัดสินใจลาออก เบื้องต้นทำฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขพันธุ์ชิวาวา รายได้ดี แต่ขณะเดียวกันตลาดก็แข่งขันสูง เลยหันมาเลี้ยงไก่สวยงาม นั่นคือ ไก่โปแลนด์ และไก่ซิลกี้ “ผมเริ่มเลี้ยงไก่ 2 สายพันธุ์นี้ เมื่อปี 57 โดยสั่งลูกไก่มาจากจังห
แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยวัยเกษียรมาหลายปี แต่ทว่าความคิดกลับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ไอเดียลงในผลิตภัณฑ์จักสานที่หลายคนมองว่า “เชย” ให้กลายเป็นสินค้า “น่าใช้” โดนใจไปจนถึงวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ทุกวันนี้ แบรนด์ “ชวาวาด” ไม่เคยขาดช่วงการผลิต ด้วยเพราะออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดช่วงนั่นเอง ชวาวาด เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังทันสมัย แต่ทว่าที่มานั้นจากชื่อประธานกลุ่มวัย 69 ปี คุณวาด ยาเย็น หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ป้าวาด บวกรวมกับวัสดุนำมาใช้ผลิต ได้แก่ ผักตบชวา ชื่อนี้จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังแล้วเข้าหู ดูเข้าตา รวมกลุ่มภูมิปัญญา สืบคุณค่าสินค้าไทย คุณวาดเล่าให้ฟังว่า งานจักสานคือภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเก่าสืบทอดกันมา และตนก็เป็นผู้หนึ่งยึดสร้างอาชีพ แต่ทว่าในสมัยก่อนวัสดุนำมาใช้จะเป็นไม้ไผ่เพราะหาได้ง่าย อีกทั้งกับผักตบชวายังไม่มีใครคิดนำมาผลิต กระทั่งต่อมาในปี 2522 ผักตบชวาเริ่มได้รับความสนใจนำมาผลิตเป็นเครื่องจักรสานสารพัดชนิด แต่ทว่าในยุคนั้นเป็นการผลิตแบบต่างคนต่างทำ ในปี 2526 คุณวาด หญิงผู้สืบสานงานหัตถกรรมเกิดความคิดกับการจัดตั้งกลุ่ม โดยรวบรวมผู้มีทักษะในหมู่บ้านเข้ามาร่วมสืบสานภูมิปัญญา โดยมีผู้ส
“Scone” (สโคน) เป็นขนมว่างที่ได้รับความนิยมของชนชาวอังกฤษ โดยมักจะทานพร้อมกับจิบชาแล้วนั่งสนทนากลางสนามหญ้าตามสไตล์เมืองผู้ดี สโคนมีรูปร่างเป็นทรงกลมขนาดเล็ก ใช้แป้งสาลีเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นขนมที่อยู่ตรงกลางระหว่างขนมปังและบิสกิต ขณะเดียวกัน ไม่ได้เน้นให้มีรสชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้น วัฒนธรรมการทานขนมชนิดนี้จึงต้องทานคู่กับวิปครีม คอตเตจชีส แยมผลไม้ เพื่อเพิ่มรสชาติ ในบ้านเราเริ่มมีสโคนมาตั้งแต่ยุคไหนไม่มีใครทราบ แล้วรสชาติดั้งเดิมเป็นอย่างไรนั้นน้อยคนที่จะตอบได้ รู้แต่เพียงว่าถ้าต้องการลองลิ้มชิมรสสโคนที่มีรสแบบดั้งเดิมเหมือนต้นตำรับต้องไปชิมที่ร้าน Fairy’s Scone House Khaoyai เพราะสโคนที่นั่นผลิตขึ้นจากฝีมือเจ้าของร้านที่ได้ไปร่ำเรียนมาโดยเฉพาะ แล้วบินกลับมาเปิดร้านในสไตล์ยุโรปท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของเขาใหญ่ คุณพิริยา ชาญณรงค์ หรือ คุณแฟร์ เจ้าของร้านที่มีดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี แล้วบินไปต่อโทด้านบริหารโรงแรมที่อังกฤษ ขณะที่ครอบครัวมีธุรกิจด้านร้านอาหารที่เขาใหญ่ จึงไม่แปลกที่ทำให้เธอมีใจรักพร้อมกับพรสวรรค์ที่จะทำขนมสโคนอย่างที่ตัวเองชื่นชอบ พร้อมกับเปิดร้านนี้ทันที
ฤดูหนาวเป็นช่วงที่หลวงพระบางจะมีอากาศเย็นทีเดียว เราจึงนิยมไปเที่ยวกันและเดินทางไม่ไกลจาก กรุงเทพฯ ค่ะ อาหารที่หลวงพระบางมีอร่อยๆ หลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่อยากจะพูดถึงเพราะอร่อยและทำทานง่าย คือ ขนมปังหลวงพระบาง ค่ะ ขนมปังหลวงพระบาง เกิดจากอิทธิพลของฝรั่งเศสที่เข้าครอบครองลาวช่วงหนึ่ง จึงได้นำขนมปังฝรั่งเศสหรือบาแกตต์ เป็นแท่งยาวๆ สัก 2 ฟุต ผิวด้านนอกแข็ง ด้านในนุ่ม เข้ามาทานกัน ไม่แน่ใจว่าฝ่ายใด ฝรั่งเศสหรือลาวที่เป็นคนคิดสูตรนี้ จริงๆ แล้ว ขนมปังหลวงพระบาง คือ แซนด์วิชอย่างหนึ่ง ที่มีไส้เป็นส่วนผสมของผัก หมูยอ และหมูหย็อง คล้ายๆ คลับแซนด์วิชนั่นเอง เพื่อให้มีความเป็นเอเชีย เขาจึงนำน้ำพริกเผาผสมมายองเนสซึ่งอร่อยดี ส่วนตัวชอบใส่ไข่ต้มเพราะทำให้รสชาติเข้ากันได้พอดี ทำให้ไม่เผ็ดจากน้ำพริกเผาหรือเค็มจากมายองเนสเกินไป ที่หลวงพระบางสามารถหาซื้อขนมปังฝรั่งเศสและขนมปังหลวงพระบางได้ง่าย ตามร้านอาหารเล็กๆ และข้างทาง ส่วนผสมจะแล้วแต่ชอบ บางคนอยากใส่ชีส ใส่เบค่อนทอดกรอบก็ได้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าใส่แค่นี้ก็พอเหมาะ ข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำเองคือ เราไม่ใส่ผงชูรส ที่หลวงพระบางจะใส่กันค่ะ ส่วนผสม ขนมปังฝรั่งเ
“ชวลิต ยิ้มประเสริฐ” หรือเชฟเคน เอ็กเซคคูทีฟ ซู เชฟ ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และผู้ที่อยู่เบื้องหลังคอยคิดสูตรเมนูอาหารอร่อยๆ ให้กับทางผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ วันนี้เชฟเคน มีคำแนะนำผู้ที่ต้องการเปิดร้านข้าวแกง หรือ อาหารตามสั่ง สำหรับมือใหม่ พร้อมเผย 5 เมนูร้านข้าวแกงต้องมี ทำดีๆ โกอินเตอร์ได้แน่ๆ สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นเปิดร้านข้าวแกง กูรูด้านอาหาร แนะนำ 5 กลยุทธ์ นั่นคือ เจ้าของร้านที่ดี ควรมีทักษะด้านการทำอาหาร ไม่ควรพึ่งแม่ครัว / พ่อครัวเพียงอย่างเดียว วัตถุดิบ อุปกรณ์ ต้องพร้อม อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ ต้องสะอาด ควรจะพร้อมใช้งาน เงินทุน ยกตัวอย่าง ร้านข้าวแกงขนาดเล็ก เงินทุนเริ่มต้น 3,000 บาท สามารถทำอาหารได้ 5 – 6 เมนู/วัน อาทิ ต้มจืดผักกาดขาวหมูสับก้อนเล็ก ผัดผักคะน้าหมู ผัดแตงกวาใส่ไข่ แกงเขียวหวานไก่ เป็นต้น สถานที่ที่ดีควรตั้งอยู่ในบริเวณผู้คนพลุกพล่าน สามารถสัญจรผ่านไปมา ได้สะดวก คุณภาพและความอร่อยของอาหาร ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จเจ้าของร้านอาหาร คือ ความพร้อมทางด้านเงินทุน เป้าหมาย และทักษะความชำนาญ” เชฟเคน เผยต
ปัจจุบันหลายประเทศได้นำ “มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ( SPS)” มาใช้เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจำหน่ายในตลาดโลก ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้สนับสนุนและขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางอาหาร” (Food Safety) มาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาแหล่งผลิตพืชผักและผลไม้เข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) โดยมีการตรวจสอบและรับรองแปลูกพืชตามมาตรฐาน GAP ทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง “ลุงปลึ้ม จันทุง” เกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ในพื้นที่ตำบลเกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสวนผลไม้เข้าสู่ระบบมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) จนได้รับรางวัล เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ประจำปี 2558 ลุงปลื้ม จันทุง เริ่มทำสวนบนเนื้อที่ 14 ไร่มาตั้งแต่ปี 2520 โดยแรกเริ่มปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง แต่พอทุเรียนจะให้ผลผลิตก็ประสบปัญหาโรครากเน่า-โคนเน่า ทำให้ต้นทุเรียนตายเกือบทั้งสวน เหลือเพียง 3 ต้น จึงเปลี่ยนมาปลูกมังคุดแทน จำนวน 265 ต้น ลองกอง 120 ต้น แ
ชลธิชา ศรีอุบล : เรื่อง / เทคโนโลยีชาวบ้าน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี วิจัยปัญหาพิเศษการยืดอายุของมะนาวและกล้วยน้ำว้า วิจัยผลของสารเคลือบอัลจิเนตและอุณหภูมิการเก็บรักษาต่อคุณภาพทางกายภาพและเคมีของมะนาวผู้ ดร.อินทิรา ลิจันทร์พร เล่าว่า การยืดอายุของผลไม้ทำได้โดยการควบคุมกระบวนการเปลี่ยนแปลงผลผลิตที่นำไปสู่ความเสื่อมสลาย โดยการควบคุมอัตราการหายใจของผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด สามารถทำให้ยืดอายุได้นาน ด้วยการจัดการปัจจัยภายนอกให้เหมาะสม การยืดอายุผลไม้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเก็บรักษาในห้องเย็น การเก็บรักษาโดยการควบคุมสภาพของบรรยากาศและการใช้สารเคลือบผิว โดยเฉพาะการใช้สารเคลือบผิวอัลจิเนตหรืออัลจินซึ่งเป็นสารที่สกัดได้จากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล ไม่เป็นอันตรายและใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด เช่น น้ำสลัด เบียร์ เคลือบผิวเนื้อปลา แช่แข็งเจ้าของผลงานการวิจัยผลของสารเคลือบอัลจิเนตและอุณหภูมิการเก็บรักษาต่อคุณภาพทางกายภาพและเคมีของมะนาว โดยนายเกรียงไกร ดาวแสงเพชร และนางสาววนิด
ทันทีที่ นายทรวง ซึ่งจ่าย ชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปลี่ยนจากอาชีพปลูกผักแล้วหันมาเลี้ยงไก่ขาย กระทั่งนำมาสู่การต่อยอดย่างไก่ขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ขณะที่อำเภอวิเชียรบุรีในช่วงนั้นยังไม่มีผู้ใดย่างไก่เป็นอาชีพ จึงนับได้ว่า นายทรวง เป็นบุคคลแรกในอำเภอวิเชียรบุรีที่ริเริ่มการย่างไก่ขายเป็นอาชีพ นายทรวง เริ่มจากการหาบไก่ย่างขายตามป้ายรถประจำทางอยู่นาน 2 ปี กระทั่งพัฒนาเป็นร้านขายไก่บริเวณหน้าบ้าน แล้วตั้งชื่อร้านว่า “ไก่ย่างตาแป๊ะ” อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2505 โดยครั้งแรกขายเป็นไก่ย่างน้ำปลา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการย่างไก่ที่ใช้สมุนไพรในเวลาต่อมา นายทรวง ซึ่งจ่าย เจ้าของร้านไก่ย่างตาแป๊ะ จวบจนปัจจุบัน ร้านไก่ย่างตาแป๊ะ มีอายุยาวนานเป็นเวลากว่า 50 ปี สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่นไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขา 2 ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายแบบคู่ขนาน หากย้อนกลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไก่ย่างตาแป๊ะได้รับความสนใจ ได้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ชำนาญการชิมอาหารอย่าง แม่ช้อยนางรำ เข้ามารับประทานไก่ย่าง เมื่อปี 2525 จนติดใจ
ได้รับฉายาจากลูกค้าทั่วสารทิศที่แวะเวียนมาอุดหนุนว่าเป็น “ร้านข้าวแกงที่เล็กที่สุดในโลก” เพราะขนาดพื้นที่ร้านเล็กเพียง 1 ตารางเมตรเท่านั้น ซึ่งเจ้าของร้านข้าวแกงสุดจิ๋วนี้ คือ ป้าอี๊ด หรือคุณประสาร ทรงประดิษฐ์ ผู้หญิงอัธยาศัยดีวัย 60 ปี ป้าอี๊ด เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า หลังจบป.4 ก็เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ช่วยแม่ขายของ หลักๆ ขายอาหาร เช่น ส้มตำขายตั้งแต่ครกละ 2 บาท ลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้งไม้ละ 50 สตางค์ เข็นรถขายมาตลอดย่านสุขุมวิท และเพลินจิตซอย 5 กระทั่งแม่อายุ 80ปี เลิกขายเพราะรู้สึกว่าแก่มากแล้ว เดินทางกลับบ้านที่อำเภอกบินทร์บุรีจังหวัดปราจีนบุรี หลังจากที่แม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ป้าอี๊ดเลือกที่จะไม่กลับด้วย เธอยังคงประกอบอาชีพค้าขาย คราวนี้หันมาขายข้าวราดแกงโดยปักหลักอยู่ที่ย่านประตูน้ำมายาวนาน 40 ปี “ดิฉันพอมีฝีมือทำกับข้าว เลยเลือกที่จะขายข้าวราดแกง โดยยังคงเข็นรถขาย คราวนี้เลือกมาขายที่ประตูน้ำ เพราะรู้สึกว่าผู้คนพลุกพล่าน มีตลาดขายส่งเสื้อผ้า ซึ่งแต่ละวันจะมีคนเข้ามาย่านนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน” เนื่องจากย่านประตูน้ำเป็นพื้นที่ ที่บรรดาร้านค้ามักสลับสับเปลี่ยน โยกย้ายร้านกัน
