How to
หลังแม่เสียชีวิต “มนัสนันท์ พจน์จิรานุกูล” หรือ หน่อย น้องคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 4คน ที่ใช้นามสกุล “พจน์จิรานุกูล” ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดีของครอบครัว เลือกเส้นทางชีวิตด้วยการทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ไม่พึ่งเงินกงสี และใฝ่ดีจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง “โปร-แอ็ค มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ปส์” จำหน่ายสินค้ากันรั่ว กันซึม กันร้าว พื้นไร้รอยต่อครบวงจร ปีนี้ตั้งเป้าโกยรายได้ 150 ล้านบาท ไม่เกิน 3 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณมนัสนันท์ เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 47 ปี เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนจีน ทำธุรกิจผลิตเครื่องเทศ แบรนด์ วีไทยแลนด์ โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ส่วนคุณแม่เสียชีวิต ขณะกำลังศึกษา ม.รามคำแหง ปี 2 หลังขาดเสาหลักของครอบครัว หญิงสาวไม่พึ่งเงินกงสี เธอเลือกที่จะเข้ามากรุงเทพฯ มีเงินติดตัวเพียง 3,000 บาท เรียนไปด้วย หางานทำไปด้วย เบ็ดเสร็จใช้เวลาเรียน ป.ตรี เต็มพิกัด 8 ปี ตำแหน่งงานสุดท้ายก่อนรับใบปริญญา เป็นผู้จัดการบริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง และปี 2545 เลือกที่จะเสี่ยงลาออกมาเป
หากจะพูดถึง ไก่ชน หรือบางท้องที่จะเรียก ไก่ตี ทุกคนย่อมรู้จักกันดี เพราะมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ตามตำนาน การชนหรือการตีไก่ ได้บอกว่า เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศพม่า โดยเฉพาะในราชสำนัก การตีไก่จัดเป็นกีฬาชาววังกันเลย ซึ่งไก่ชนหรือไก่ตีนี้ เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง แต่จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องของการตีหรือการต่อสู้ และที่สำคัญ การเลี้ยงไก่ชนเพื่อเอาไว้ชนหรือตี ยังถือเป็นกีฬาและเป็นมรดกวัฒนธรรมอีกแขนงหนึ่งของไทยเราที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน การเลี้ยงไก่ชน หรือไก่ตี ยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า ซุ้มไก่ ก็กระจัดกระจายอยู่ในทั้งภูธรและนครบาล เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้อย่างเหนาะๆ ก็ตกเดือนละ 50,000-100,000 บาท เหมือนกับฟาร์มไก่ชนเงินแสน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มของหนุ่มนักสู้ ผู้ที่เลี้ยงไก่ชน
หากเอ่ยถึงอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย คงมีหลายคนนึกถึงภาพความเป็นอยู่อันเรียบง่ายของผู้คน ริมแม่น้ำโขง ความสงบของท้องถิ่น ประเพณีต่างๆ อันงดงามอย่างการตักบาตรข้าวเหนียว แต่ทุกวันนี้เมื่อถึงหน้าหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญของเชียงคาน กลับเต็มไปด้วยผู้คนทุกสารทิศหลั่งไหลเข้าไปเยือนโดยอาจหลงลืมวิถีดั้งเดิมที่เคยมีของที่นี่ ศิริรัศดิ์ดา ธรรมรัศดิ์กุล หรือ พี่จิ๋ม หนึ่งในผู้คนที่เคยมาเยือนเชียงคานจนหลงใหลในความเรียบง่ายและวัฒนธรรมอันดีงามของที่นี่ และติดใจจนกระทั่งคิดทำกิจการบ้านพักโฮมสเตย์ชื่อ “บ้านพุดซ้อน” ที่เจ้าตัวบอกว่าอยากให้การมาพักที่นี่เหมือนการมาเยี่ยมญาติ สะดวกสบายแต่ไม่ทิ้งวิถีชีวิตเดิมของผู้คนริมโขง ความเป็นมาของการเปิดโฮมสเตย์บ้านพุดซ้อน พี่จิ๋ม เล่าว่า “พี่ทำงานกับกลุ่มประมงซึ่งเขาเป็นกลุ่มชายขอบ เขาหาปลาได้น้อยจึงอยากหาวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากการทำประมง และย่านเศรษฐกิจของเชียงคานจะอยู่ตั้งแต่ซอย 7 ถึงซอย 14 แต่กลุ่มชายขอบจะอยู่ห่างออกไปทำให้ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวน้อย ประการแรกถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นอาจจะไปช่วยจุดไฟดวงน้อยๆ ให้กับชุมชนชายขอบลุกขึ้น
คุณเพ็ญจันทร์ ล้อจักรชัย ผู้บริหาร บริษัท ยูนิค ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตขนมปังแท่งอบกรอบ หรือที่นิยมเรียก ขนมขาไก่ โดยใช้ชื่อตราสินค้าออกสำเนียงญี่ปุ่นว่า “กูริซือนิ” (GURISSINI) สำหรับที่มาของชื่อ กูริซือนิ มาจากภาษาญี่ปุ่น グリッシーニ ซึ่งแปลว่า ขนมปังที่มีรูปทรงเป็นแท่งตรงและมีความกรอบ เดิมมีที่มาจากขนมปังในอิตาลีที่เรียกว่า “กริสซินิ” (Grissini) โดยมีต้นกำเนิดอยู่ทางเหนือของอิตาลี แต่เนื่องด้วย Grissini ดั้งเดิมนั้นมีรสชาติจืดและแห้ง จึงไม่เป็นที่นิยมมากนักในแถบเอเชีย ต่อมาขนมปังกริสซินิของอิตาลีแพร่หลายเข้าไปในญี่ปุนและได้รับความนิยมมาก จึงเรียกชื่อขนมนี้เป็นสำเนียงญี่ปุ่นว่า “กูริซือนิ” คุณเพ็ญจันทร์ ได้พัฒนาสูตรและรสชาติของขนมขาไก่ในรูปลักษณ์ใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัด ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น และอิงต้นกำเนิดของขนมปังที่มาจากอิตาลี ยึดรสชาติที่คนไทยนิยมจึงเน้นเนยสดคุณภาพดี ทำรสชาติออกเค็มนิดๆ ทำให้ขนมขาไก่ภายใต้ชื่อ “กู-ริ-ซือ-นิ” ของคุณเพ็ญจันทร์กลายเป็นของขบเคี้ยวที่เป็นทั้งของหวานและของคาวในเวลาเดียวกัน “เบื้องต้นเราได้สูตรมาแล้วก็ต้องปรับปรุงให้เป็นสูตรของเราเ
ชีวิตของเศรษฐีตัวจริง ที่เมืองคอน ขายผ้าได้วันละห้าแสนบาท ถึงล้านบาท ใช้หลักการบริหารลูก น้อง ทำให้ทุกคนอยากอยู่ อยากช่วยงานไปตลอดชีวิต ถึงคราวต้องเสียภาษีก็ครบถ้วนถูกต้องให้เงิน เข้ารัฐทุกบาททุกสตางค์ แถมกำไรที่ได้ยังแบ่งปันและทำบุญ ผมกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องและเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่นครศรีธรรมราช หรือที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าเมืองคอน ทุกครั้งที่ผมกลับเมืองคอนบ้านเกิด ผมจะต้องไปที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือที่คนคอนจะเรียก สั้นๆ ว่าวัดพระธาตุ ขณะอยู่ที่วัดพระธาตุจึงได้เห็นว่าเจดีย์ซึ่งมียอดทองคำกำลังบูรณะซ่อมแซม ไม่ได้ซ่อมแซมอย่างเดียวยังได้นำทองคำมาห่อหุ้มยอดให้เหลืองอร่ามเพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีผู้บริจาค เงินคนเดียวถึง 28 ล้านบาท ผู้บริจาคเงินมีชื่อว่า ‘จิมมี่ ชวาลา’ เป็นพ่อค้าขายผ้า มีร้านค้าชื่อว่า หจก.จิมมี่นคร ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวัง ถนนราชดำเนิน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของผมในอดีต ผมอยู่ที่เมืองคอนหลายวัน วันหนึ่งของบางวันผมได้ถือโอกาสไปพบกับคุณจิมมี่ คุณอนันต์ สิงหโกวินทร์ ซึ่งพาผมไปพบเพื่อสัมภาษณ์คุณจิมมี่ได้บอกผมเพิ่มเติมว่า คุณจิมมี่ไม่ได้บริจาคเงิน
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ข้าวมันไกร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแ
น้ำพริก อาหารพื้นเพของคนไทย ทานคู่กับผักสด ผักต้ม อร่อยอย่าบอกใคร มีหลายสูตรหลายรสชาติให้เลือกตามแต่พื้นที่ แต่ใครจะคิดว่าอาหารง่ายๆ ที่เราสามารถทำทานเองได้ที่บ้านจะสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากมายขนาดนี้ คุณฟาง- ชโลธร กอพัฒนกุล อายุ 27 ปี เจ้าของน้ำพริก แบรนด์ “ลองยัง” เธอใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ที่ร่ำเรียนมาคิดสูตรน้ำพริกแปลกใหม่จนได้มาถึง 4 สูตร ขายผ่านเฟซบุ๊กและตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 ราย ผลิตในจังหวัดแพร่ เปิดขายมา 3 เดือนกว่า เดิมทีก่อนทำแบรนด์น้ำพริก เธอเคยทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งขายของออนไลน์ ทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในลักษณะทำตามออร์เดอร์ ควบคู่ไปกับการขายน้ำพริก แต่ดูเหมือนว่าการขายน้ำพริกจะเป็นอาชีพหลักของเธอมากกว่า คุณฟาง เล่าอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักบอกให้เธอช่วยคิดสูตรน้ำพริกขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรจุกระปุกแก้วติดฉลากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นน้ำพริกแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีขายทั่วไป เธอจึงทำและขายไปด้วยแต่ไม่ได้คิดจริงจังอะไรจึงเลิกไป แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้
จากนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เดินทางมาเยี่ยมเยือน “เขาค้อ” ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าการเดินทางมาที่นี่ จะสร้างแรงบันดาลใจเปลี่ยนชีวิตของนักท่องเที่ยว อย่าง คุณบังอร ศรีสุนทร หรือ พี่แอ๊ว วัย 59 ปี เจ้าของไร่กาแฟ ต้นกาแฟเขาค้อ อดีตข้าราชการที่ผันตัวเองมาทำไร่ เธอเริ่มต้นเล่าให้ฟังด้วยความเป็นกันเอง บวกกับบรรยากาศเย็นสบายของไร่ว่า “มันเริ่มต้นมาเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จากการมาเดินทางท่องเที่ยว จนอยากมาสร้างบ้านพักของตัวเองที่เขาค้อ เพราะชอบอากาศ ชอบธรรมชาติที่นี่ จึงได้ตัดสินใจละทิ้งวิถีชีวิตคนกรุงสู่ อ.เขาค้อ เพื่อแสวงหาชีวิตที่สุขสงบ เรียบง่าย และได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งพี่แอ๊ว เล่าย้อนให้ฟังถึงประวัติส่วนตัวก่อนที่จะตัดสินใจละทิ้งชีวิตในเมืองกรุงมาอยู่กับธรรมชาติที่นี่ว่า ตัวเธอ นอกจากจะเคยรับราชการมาก่อนแล้วนั้น หลังจากที่ลาออกมาจากงานราชการ ก็มาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ชีวิตประจำวันอยู่ในเมือง แต่มีนิสัยรักต้นไม้ จึงอยากใช้ชีวิตที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อีกทั้งเล่าถึงแรงบันดาลใจที่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม และสร้างต้นกาแฟเขาค้อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวว่า “นอกเหนือจากที่รักต้นไม
ในยุคก่อนๆ มวยไทยอาจถูกบัญญัติไว้ว่าเป็นกีฬาของการต่อสู้ ฝึกซ้อมเพื่อขึ้นชกบนสังเวียน เป็นกีฬาที่ทุกคนเข้าใจว่าเล่นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ในช่วงหลังทัศนคติเหล่านี้เปลี่ยนไป มวยไทยถูกจัดประเภทใหม่ให้เป็นกีฬาสำหรับออกกำลังกาย เป็นเทรนด์ใหม่ที่มาพร้อมกับความสวยความงาม เพราะผู้หญิงมีความเชื่อว่าคนสวยต้องหุ่นดี จึงหันมาเล่นมวยไทยจำนวนมาก จนเกิดเป็นธุรกิจยิมมวยเปิดไว้รองรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ จากอดีตที่เคยพลาด สู่เจ้าของธุรกิจยิมมวย คุณสุพจน์ ลีลาพิสุทธิ์ หรือ คุณหมู เจ้าของธุรกิจค่ายมวย MTM (MUAYTHAI MANIA ACADEMY) “มวยไทย มาเนีย อคาเดมี” พ่วงดีกรีด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรังสิต เติบโตมาในครอบครัวทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ทำอาหาร ในอดีตคุณหมูเคยไปฝึกงานที่สหรัฐอเมริกาถึง 3 เดือน พอกลับมายังไม่ได้ช่วยงานที่บ้าน เพราะพ่ออยากให้หาประสบการณ์ข้างนอกก่อน ชายหนุ่มเลยไปทำงานที่ 1577 Home Shopping ทำอยู่ประมาณ 6 ปี พอได้จังหวะจึงออกมาทำธุรกิจค่ายมวยเป็นของตัวเอง แต่กว่าจะมาเป็นผู้บริหารค่ายมวยในทุกวันนี้ ชายหนุ่มเคยผิดพลาดในชีวิต นั่นคือ ติดยาเสพติดอยู่นาน 7 ปี ไม่เป็นผู้เป็นคน
มะเขือพวง จัดเป็นพืชผักสวนครัวที่คนไทยนิยมบริโภคกันเป็นอย่างมาก มักจะนำไปใส่เป็นเครื่องเทศในแกงต่างๆ ประกอบกับนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ มีการแปรรูปอาหารเครื่องเทศส่งออกนอก นับว่าเป็นผลดีในการขยายตลาดของมะเขือพวงให้กว้างมากขึ้น มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ยืดอายุอาหาร ปรับเปลี่ยน แพ็กถุงเพิ่มมูลค่า ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยไม่น้อย ดังนั้น การปลูกมะเขือพวงจึงเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ ทั้งยังเป็นพืชอายุสั้น ปลูกได้ตลอดปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะลงทุนควรศึกษาให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการตลาด คุณศิริพร กุศล (คุณดำ) สวนตั้งอยู่ เลขที่ 38 หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ปลูกมะเขือพวง ข่า ตะไคร้ ส่งโรงงาน โดยคุณดำเล่าให้ฟังว่าตนเป็นพนักงานบริษัทญี่ปุ่น ทำเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถยนต์ ทำงานในตำแหน่งเซลส์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง มานานกว่า 20 ปี ได้รับเงินเดือนสูงถึง 150,000 บาท ต่อเดือน แต่ผลตอบแทนที่มากขนาดนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะตอบโจทย์คุณดำได้ทุกอย่าง ช่วงหลายปีหลังๆ เริ่มอิ่มตัวในสายงาน ประกอบกับอายุที่มากขึ้น อยากได้ชีวิตที่อิสระและมีไอดอลอยู่ในใจ “พี่ที่เป็นไอดอลเราเขาเป็นผู้จัด
