How to
เปลี่ยนสายนาฬิกาที่ดูดาษดื่นให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยฝีมือของ “โต้ง ปิยวัช ชูตระกูล” ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ชายจิตใจดี ที่หลงใหลนาฬิกาข้อมือ ถึงขนาดเคยนำเงินเก็บ ซื้อนาฬิกาเรือนละ 4 แสนบาทเพื่อนำมาสะสม ล่าสุดเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นธุรกิจ ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรเครื่องมือบอกเวลาไซซ์เล็กที่บ้านย่านลาดพร้าว สร้างเอกลักษณ์ใช้หนังจากกระเป๋าเก็บกระสุนสมัยสงครามโลกภายใต้แบรนด์ crazy chick straps สร้างรายได้ทั้งปีนับล้านบาท คุณโต้ง เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบ คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์นาน 10 ปีจนกระทั่งอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นคือ “นาฬิกา” ในที่สุดขายกิจการแล้วมุ่ง หน้าสร้างธุรกิจตามที่ใจรัก สินค้าชิ้นแรกที่วางขาย คือ สายนาฬิกา ทำจาก กระเป๋าหนังที่ใช้เก็บกระสุนของทหารอเมริกันสมัยสงครามโลก “ผมเปิดร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับรับซ่อม – รับซื้อนาฬิกา จนกระทั่งรายได้นาฬิกานั้นมากกว่า หนที่สุดขายธุรกิจรับซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วมาสร้างตัวด้วยการขายสายนาฬิกาเต็มตัว เรียกว่า รายแรกและรา
อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณใช้ทักษะและความชำนาญด้านฝีมือช่างและงานศิลป์ที่มีติดตัว รังสรรค์รากไม้ไร้ค่าให้กลายเป็นผลงานสุดทึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และประติมากรรม เรียกว่า “จินตนาการจากรากไม้” จำลองเป็นรีสอร์ตสุดเหมือน ฐานชุกชี และประติมากรรมธรรมชาติ ใช้ประดับตกแต่ง ถูกอกถูกใจต่างชาติรุมอุดหนุน สร้างรายได้นับแสนบาทต่อเดือน คุณนิพนธ์ หัสดี ในวัย 78 ปี เท้าความว่า จบ ปวช. ช่างก่อสร้างที่อุเทนถวาย จากนั้นต่อปริญญาตรี วิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ยึดอาชีพครูมายาวนาน 36 ปี ตำแหน่งสุดท้าย คือ อดีตรองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว กระทั่งปี 2532 ลาออกมาดูแลบุพการี และรับบำนาญเลี้ยงตัวเอง ด้วยความที่คุณนิพนธ์ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เขา บอกว่า ไม่อยากอยู่ว่างๆ อยากหากิจกรรมที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวชอบงานไม้ เลยอยากสร้างชิ้นงานที่ทำจากไม้ เลยเป็นที่มาของไอเดีย “ผมเกิดไอเดียเพิ่มมูลค่ารากไม้ ให้กลายเป็นผลงานประติมากรรม จากการที่ได้นั่งมองรากไม้ไร้ค่า ที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป คิดว่าหากนำมาสร้างบ้าน หรือจำลองเป็นเป็นรีสอรต์ สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไ
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
หากเอ่ยชื่อ จังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งแรกๆ ที่ผู้คนจะนึกถึงกันก็คือ นักปราชญ์ หรือศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายของไทย เพราะเมืองสุพรรณบุรีแห่งนี้ ได้สร้างศิลปินชื่อดังระดับประเทศไว้มากมาย แต่ถ้าหากเอ่ยถึงอาหารที่จัดได้ว่าเด็ดดวงอีกเมนูหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็คงหนีไม่พ้น “ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย” ปลาช่อนเผาอบชานอ้อย กำลังเป็นที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำและมีคลองค่อนข้างมาก จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีอาชีพเกี่ยวกับการประมงพอสมควร อำเภอสองพี่น้อง เป็นอำเภอที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 127,677 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ในแถบอำเภอนี้ติดกับแม่น้ำ ประชากรส่วนใหญ่จึงนิยมประกอบอาชีพประมง เลี้ยงปลาและจับปลาเป็นหลัก คุณณรงค์ ศรีทองอ่อน (เฮียติ่ง) และภรรยา “มาตลาดบางลี่ ไม่กินปลาเผาสองพี่น้อง ถือว่ามาไม่ถึงนะ” นี่คือ คำกล่าวของ คุณณรงค์ ศรีทองอ่อนเจ้าของร้านเฮียติ่งปลาเผา ตั้งอยู่ เลขที่ 75/1 ถนนโพธิ์อ้น ตำบลหวายสอ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งคนที่ยอมเปลี่ยนอาชีพจากการขายส่งปลา มาทำธุร
ปลาสลิดเป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของประเทศไทย ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในลุ่มภาคกลาง มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระดี่หม้อแต่ขนาดโตกว่า ปัจจุบันปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมรับประทาน ในรูปของปลาสลิดแดดเดียว ซึ่งแหล่งผลิตและแปรรูปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คือ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ การเพาะเลี้ยงปลาสลิด ทุกวันนี้มีการพัฒนาไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเพาะลูกปลา รูปแบบการเลี้ยงดูที่หลากหลาย สามารถย่นระยะเวลาการเลี้ยงให้สั้นลง เพิ่มจำนวนผลผลิตต่อไรที่สูงขึ้น ตลอดจนปรับเปลี่ยนกลไกการซื้อขายในตลาดปลาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้สะดวกรวดเร็วและประหยัด แรงงาน ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิตลง ส่งผลทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีกำไรเพิ่มขึ้น คุณประวิง แดงโชติ เป็นคนที่รักในอาชีพเกษตรกรรม พยายามพัฒนารูปแบบการทำการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลา ซึ่งหลังจากออกมาสร้างครอบครัว คุณประวิงได้มายึดอาชีพ และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อยู่ที่บ้านเลขที่ 579 หมู่ 7 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก คุณประวิง เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเป็นคนชอบที่ชอบจับสัตว์น้ำ แต่ละวันจะออกไปจับสัตว์น
เด็ก ป.4 อายุ 8 ขวบ โรงเรียนจันทศิริวิทยา ใฝ่ดีช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา คุณแม่แอน เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เมื่อ พ.ศ. 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน๊ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ลูกชายหาเงินเอง แต่ฐานะคนเป็นแม่ก็อดที่จะช่วยเหลือลูกไม่ได้ คุณแอน เลยบอกให้น้องภูริ ปลูกผักขาย เพราะเห็นว่าไม่ยาก เด็กสามารถปลูกได้ อีกทั้งครอบครัวก็ปลูกผักทานอยู่แล้ว “ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประกอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูก
เปิดให้บริการในย่านรัชดามาได้ปีกว่าแล้ว สำหรับ เตี๋ยวแม่ กลอง&เล้งต้มแซ่บ กระดูกขาหลังหมูต้มเปื่อย ปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน มะนาว น้ำปลา และนอกจากรสชาติจะจัดจ้าน เจ้าของร้านยังครีเอทเสิร์ฟไซซ์ยักษ์ ลูกค้าดารา เซเลป แห่อุดหนุน ขาย 10 เดือน ปลดหนี้ได้ 6 แสน คุณอาริยา วีรกานนท์ หรือโอ๋ สาววัย 42 ปี คนแม่กลอง เล่าว่า ในอดีตเคยเป็นพนักงานประจำ ทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจเช่าซื้อสินค้า รับเงินเดือนอยู่นาน 12 ปี หนที่สุดตัดสินใจลาออก เหตุผลเพราะอยากมีกิจการส่วนตัว “ตอนทำงานประจำรายได้เป็นแสน แต่ถึงจุดจุดหนึ่ง เราอยากมีกิจการส่วนตัว เลยลาออก ในเบื้องต้นขายก๋วยเตี๋ยวเพราะชอบกินก๋วยเตี๋ยว ใช้เงินลงทุนไป 4 แสนบาท เมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงสูตรโบราณ” ร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณโอ๋ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสูตรน้ำแดงโบราณ ส่วนผสมหลักของน้ำซอสมีเต้าหู้ยี้ และน้ำตาลทราย รสชาติจะออกหวานๆ จำหน่ายในราคาชามละ 25 บาท นอกจากนั้นยังมีเมนูปลาทูผัดกระเพรา ขนมเค้ก เบเกอรี่ต่างๆ หญิงสาวในวัย 42 ปี เล่าต่อว่า กระแสตอบรับ “ร้านก๋วยเตี๋ยว”ไม่ดีเท่าดีควร สาเหตุเพราะอำเภอแม่กลองเป็นอำเภอเล็กๆ คนที่อาศัยอยู่
แนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่าตั้งแต่ทางเหนือไล่ลงมาทางด้านตะวันตกตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีและลุ่มน้ำสาละวิน มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เด่นชัดมากที่สุดคือ กะเหรี่ยงหรือยาง ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มปกากะญอหรือ กะเหรี่ยงสะกอ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม กะเหรี่ยงโป กะเหรี่ยงบเว และปะโอ หรือตองสู ความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขาคือนับถือผี ต่อมาก็นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์ ซึ่งศาสนาคริสต์ได้แพร่หลายเป็นอย่างมากในหมู่ปกากะญอ ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ส่วนหนึ่งอยู่ในดินแดนประเทศไทยมาก่อน อีกส่วนหนึ่งหนีสงครามจากพม่ามาตั้งถิ่นฐานในเขตแดนประเทศไทย อยู่อาศัยมานานนมดำรงชีพด้วยการทำไร่หมุนเวียน วิธีการดำรงชีพของชาวกะเหรี่ยงที่ต้องอาศัยป่าจึงรู้จักที่จะอยู่กับป่าและธรรมชาติของป่า ฉันเคยเข้าป่ากินนอนในหมู่บ้านกะเหรี่ยงอยู่หลายวัน พบว่าอาหารแบบกะเหรี่ยงคือ อาหารป่าที่หาได้ในท้องถิ่น ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ในแต่ละมื้อจะหนีไม่พ้นน้ำพริก ผักจิ้ม และอื่นๆ ตามที่หามาได้ มีน้ำแกงไว้ซดน้ำสักถ้วย เมนูกะเหรี่ยงวันนี้ก็เป็นอาหารง่ายๆ ดังที่ว่าไปแล้วเป็นต้มส้มกุ้งแห้งใบส้มป่อยที่ภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า “ตะด่อโพจือที” ฉันพบว่าอาหารของชาวพม่ามักนิยมผักรสเปร
พนักงานขายเก่งๆ มักใช้วิธี “ไม่ขาย” แต่เขามักใช้วิธี “สตอรี่เทลลิ่ง (Storytelling)” เล่าเรื่องราวที่ขยี้ต่อมอยากของลูกค้าจนอักเสบ แล้วก็ยอมจ่ายเงินในที่สุด ผมเองเป็นคนชอบเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานช่าง เพราะว่างๆ ก็ชอบสนุกกับ DIY ทำโน่นทำนี่ไว้ใช้ในบ้าน หรือซ่อมแซมอันโน้นอันนี้ ดังนั้น ห้างใหญ่ที่ขายวัสดุภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับตกแต่งซ่อมแซมบ้าน จึงมีผมเป็นลูกค้าประจำ มีอยู่ 2 ห้างดัง ที่ผมเลือกใช้บริการ อยากเก็บข้อดีข้อเสียมาฝากทุกท่าน เผื่อเอาไปพิจารณาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราเอง ห้างแรก เป็นห้างที่เขาเคลมว่าเชี่ยวชาญเรื่องบ้าน เวลาไปเดินห้างนี้ ผมชอบที่แอร์เย็นสบาย พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตจนเดินเมื่อย มีข้าวของที่จำเป็นๆ สำหรับบ้านในเมืองค่อนข้างครบ แต่สิ่งที่น่ารำคาญ คือ การสอนพนักงานให้พูดคำว่า “สอบถามได้นะครับ/คะ” ถามพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญ เดินผ่านตั้งแต่ รปภ. เฝ้าประตูหน้า ก็พูด “สอบถามได้นะคะ” เจอพนักงานกี่คน ก็ได้ยินเท่าจำนวนคน แล้วก็พยายามเดินตามมาถาม ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ การปล่อยให้ลูกค้าได้เดินดูสินค้าอย่างอิสระ แล้วสังเกตอยู่ห่างๆ เมื่อใดที่เห็นลูกค้าเริ่มเงยหน้ามองหาใครสักคน
หากผ่านไปที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และอยากลิ้มลองอาหารไทย-อีสานรสชาติแซ่บ จัดจ้าน สะอาด ราคาย่อมเยา บรรยากาศสบายๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านตัวเอง ต้องมาที่ร้าน “ครัวต้มแซ่บ @สวนผึ้ง” ตั้งอยู่ริมถนนราชบุรี-ผาปก เลขที่ 237 ม.1 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง สังเกตง่ายๆ จากตัวเมืองราชบุรีเข้าเขต อ.สวนผึ้ง ข้ามสะพานแม่น้ำภาชี ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอสวนผึ้งเพียง 500 เมตร ร้านอยู่ด้านขวามือ มีรูปปั้นพริกสีแดงเม็ดใหญ่อยู่หน้าร้าน นางณัทภร บุตรพริ้ง หรือ ตุ่ม เจ้าของร้าน วัย 46 ปี เล่าให้ฟังว่า บ้านเดิมอยู่ จ.นครสวรรค์ เมื่อ 6-7 ปีก่อนได้มาเที่ยวบ้านญาติที่ อ.สวนผึ้ง ก็ติดใจหลงใหลในบรรยากาศที่ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งภาคตะวันตก” ประกอบกับตอนนั้นว่างงานอยู่ น้องสาวจึงชักชวนให้มาเปิดร้านอาหาร เพราะเห็นว่าตนพอมีฝีมือการทำอาหารแนวไทยอีสานอยู่ ตอนแรกชวน นายสุทธิพงษ์ บุตรพริ้ง อายุ 48 ปี สามีที่มีฝีมือทำอาหารมาเปิดร้านขายส้มตำเล็กๆ ก่อน พอเริ่มมีลูกค้าเยอะขึ้น เลยขยายร้านจาก 4 โต๊ะ เป็น 16 โต๊ะในปัจจุบัน ลูกค้ามีทุกระดับ ส่วนใหญ่ติดใจในรสชาติอาหาร ที่สำคัญปริมาณกับราคาทำเอาลูกค้าตกใจในความถูกไปแล้วไม
