How to
กระดาษฟางข้าวจากท้องนาที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์นานัปการ ใช้เลี้ยงสัตว์ ใช้มุงหลังคาหรือแม้กระทั่งใช้ทำกระดาษขาย สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อปี! คุณนุ๊ก-จารุวรรณ คำเมือง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจกระดาษฟางข้าวส่งออก เล่าว่า “ตอนเด็กๆ คุณครูที่รร.บ้านสามขาจะสอนให้นักเรียนรู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบชุมชน อย่างห้วยสามขา เห็ด ป่า นา ข้าว พอโตขึ้นนุ๊กมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิไทยคม เรียนจนจบปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่ถึงจะเรียนอยู่กรุงเทพฯ ใจก็ยังคิดเสมอว่าอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดค่ะ เพราะเราผูกพันกับชุมชนบ้านสามขาตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบจึงตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นธุรกิจทำกระดาษฟางข้าวค่ะ” ทำไมถึงเลือกทำกระดาษฟางข้าวขาย? “สาเหตุที่นุ๊กเลือกทำกระดาษฟางข้าว เพราะเห็นว่าฟางข้าวเป็นวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรฯ ที่มีอยู่ในชุมชน เป็นวัสดุที่เหลือใช้ของบรรพบุรุษ ซึ่งส่วนตัวนุ๊กเองก็ทำนาไม่เป็นปลูกข้าวไม่เป็น แต่ในฐานะของคนรุ่นใหม่เราก็ยังอยากคงไว้ซึ่งอาชีพของบรรพบุรุษอยู่ค่ะ ก็เลยหันมาคิดใหม่ทำใหม่ใช้ความรู้ของตัวเองที่เรียนมาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และเมื่อเทรนด
ไม่ใช่แค่อาหารไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ แต่ผลไม้อย่าง ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ กล้วยไข่ และมะม่วง ก็ติดอันดับผลไม้ไทยที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ถึงขนาดมีคำกล่าวของคนประเทศนี้ว่า“กินอาหารจีนต้องกินที่มณฑลกวางตุ้ง แต่ต้องกินกับข้าวหอมมะลิ เสร็จแล้วต้องตบท้ายด้วยผลไม้ไทย ถึงจะครบสูตร ซึ่งรสชาติผลไม้ไทยที่ถูกปากมากที่สุด คือ ทุเรียนและมังคุด” “ราชาและราชินีผลไม้” เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก นิ้วทองคำ ใช้เคาะทุเรียน ขายนาน 28 ปี หลายคนถ้าอยากกินข้าวเหนียวมะม่วง หรือทุเรียนสด ต้องหาทานตามฤดูกาลเท่านั้น แต่บนถนนเยาวราชหรือที่รู้จักกันดีว่าไชน่าทาวน์ ย่านที่มีของอร่อย เลื่องชื่อเรื่องอาหารทั้งเมนูคาวหวาน รสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติ มีอยู่ร้านหนึ่งมีเมนูดังกล่าวให้รับประทานหน้ำใจทั้งปี ร้านนี้ชื่อว่า “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” “ทุเรียน – บัวลอย นิ้วทอง” ร้านที่มีลักษณะเป็นรถเข็นเปิดตั้งแต่ 18.00-03.00น.อยู่หน้าห้างทองโต๊ะกัง สาขา 3 ผู้ก่อตั้ง คือ คุณรุ่งโรจน์ และ คุณอภิญญา ทับทอง สองสามีภรรยาชาวจีน ค้าขายย่านเยาวราชมานานกว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้จำหน่ายแต่บัวลอย ต่อมาเพิ่มทุเรียนสดด้วย
เป็นเรื่องยากที่เหล่าบรรดาเด็กหนุ่มวัยนักศึกษาที่มีใจรักในงานประดิษฐ์ สนใจเทคโนโลยี ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่มีนวัตกรรม เพราะนอกจากเรื่องสถานที่แล้ว เงินที่จะนำมาใช้จ่ายก็เป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ฉะนั้น ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีคุณหมอใจดี นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน หรือ คุณหมอจิมมี่ ก่อตั้ง “เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ” เปรียบเสมือนเป็นห้องแล็บและสนามทดลองของบรรดาเด็กที่มีไอเดียดี แต่ขาดสถานที่และเครื่องมือ ได้มาระดมสมองแบบฟรีๆ เปิดให้มาใช้บริการ 24 ชั่วโมง รวมพลคนมีไอเดีย ชิ้นงานต่อยอด เชิงพาณิชย์ เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ตั้งอยู่ที่ ถนนอารักษ์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนสถานที่และทุนทรัพย์ตั้งชมรมจากคุณหมอจิมมี่ ก่อตั้งสถานที่นี้ขึ้นเพื่อให้คนที่มีความสามารถหลากหลายมาอยู่รวมกัน ได้มาแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี ภายใต้คำว่า “Made in Thailand” ให้สามารถขายในตลาดโลกได้ คุณหมอจิมมี่ บอกว่า โดยส่
สร้างสีสันให้วงการศาสนา สำหรับกล่องเครื่องเล่นเสียงธรรมแบบพกพา สื่อเผยแผ่ธรรมะร่วมสมัยในยุคดิจิตอลที่บรรจุเสียงธรรมคมชัดไว้ให้ฟังมากมาย อาทิ บทสวดมนต์ เสียงธรรมบรรยายจากพระเถรานุเถระ พระธรรมเทศนา นิทานธรรมะ ข้อคิดเตือนใจต่างๆ วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกเพศ ทุกวัย มองว่าการสวดมนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ ฉะนั้น กล่องเครื่องเล่นเสียงธรรมแบบพกพา จึงเป็นทางเลือกของคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ทำจิตใจสงบ และผ่อนคลาย พลิกวงการสื่อธรรมะ ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ธรรมสภา สำนักพิมพ์เอกชนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 มีปณิธานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณพระสุธรรมเมธี (นายบรรลือ สุขธรรม ป.ธ.๘) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ก่อสร้างธรรมสภา อันเป็นธรรมสภาแห่งแรกของประเทศไทย สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงปิดทองลูกนิมิตเอก ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2493 ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ธรรมสภาจดทะเบ
นับเป็นอาณาจักรฟาร์มหมูที่ผลิตสุกรแบบครบวงจรมากที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับ เครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วย 4 บริษัทในเครือ ได้แก่ 1. บริษัท วี.พี.เอฟ. กรุ๊ป จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มพ่อพันธุ์แม่ 2. บริษัท แม่ทา วี พี จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มสุกรขุน แบบโรงเรือนปิด 3. บริษัท แม่ทา วี.พี. ฟีดมิลล์ เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 4. บริษัท วี แอนด์ พี เฟร็ชฟูดส์ จำกัด เป็นโรงชำแหละสุกร รวมรายได้ทั้ง 4 บริษัทนับพันล้าน ปัจจุบัน บริษัทในเครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 43 ปี บริหารโดยเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่ง คุณวรพงศ์ จีรประภาพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปสายงานผลิตภัณฑ์อาหารในเครือวี.พี.เอฟ. เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเส้นทางเศรษฐี จากชาวสวน ความรู้ ม.3 สู่เจ้าของฟาร์มหมูพันล้าน คุณวรพงศ์ เท้าความว่า ฟาร์มหมูแห่งนี้เกิดขึ้นจากคุณพ่อ หรือ คุณยุทธพงศ์ จีรประภาพงศ์ เดิมท่านเป็นชาวสวน จบการศึกษามัธยมปีที่ 3 เริ่มต้นเลี้ยงหมู วัว ไก่ เมื่อปี 2516 ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 60 ไร่ หมูมีเพียงแม่พันธุ์ 4 ตัว พ่อพันธุ์ 1 ตัว เลี้ยงแบบชาวบ้านทั่วไป ทำคลอดหมูเอง ให้อาหารเอง
ร้านข้าวแกงแม่สมบูรณ์ เจ้าของร้านชื่อคุณสมบูรณ์ เสนาด หรือคุณมุก อายุ 38 ปี บ้านเดิมอยู่จังหวัดสกลนคร แต่มาทำงานกรุงเทพฯ เป็นสาวห้าง 10 กว่าปีเเล้ว คุณมุก เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นาน 10 กว่าปี ลาออกเพราะอยากมีกิจการส่วนตัว ตัดสินใจมาเปิดร้านอาหาร ปัจจุบันมี 3 สาขา สาขาที่1 อยู่บางบางปลา ซอย 63 สาขาที่ 2 โลตัส บางพลี และ สาขา3 เทพารักษ์ กม3. ด้วยความที่หญิงสาวเคยลำบากมาก่อน เลยเข้าใจถึงหัวอกคนหาเช้ากินค่ำ เธอจำหน่ายข้าวราดแกงราคาไม่แพง กับข้าว 2 อย่าง เพียง 25 บาทเท่านั้น นอกจากราคาอาหารที่ย่อมเยา คุณมุกยังช่วยเหลือสังคม ด้วยการให้ผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป และผู้พิการเพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรผู้พิการ ก็สามารถรับประทานได้ฟรีทุกวัน ทานต่อมื้อกี่จานก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้งและปริมาณอาหาร “ดิฉันให้ผู้สูงอายุ และคนพิการ เข้ามาทานอาหารฟรี 2 ปีกว่าแล้ว ที่ผ่านมามีคนกลุ่มนี้เข้ามาทานตลอด แต่ละวัน 10 กว่าคน บางคนนั่งรถเมล์มาจากวงเวียนใหญ่เพื่อมาพิสูจน์ว่าร้านมีจริงไหม” สำหรับวัตถุประสงค์ที่เจ้าของร้านให้ผู้สูงอายุและผู้พิการทานฟรีนั้น ก็เพื่
เรื่องและรูป : ยศพิชา คชาชีวะ ไก่กระต๊าก! สิครับ ทุกวันนี้ พอคนไม่ค่อยกินเนื้อ กลัวอ้วนไม่กินหมู ปลาหมึก กุ้ง คอเลสเตอรอลสูง เหลือแค่ ปลา กับ ไก่ แถมไก่ยังราคาถูกกว่าเนื้ออย่างอื่น โลละ 70-80 เอง ขณะที่หมู ปลา โลเป็นร้อย เลยกินกันแต่ไก่ จนจะขันกระต๊ากๆ ได้ พวกนักเล่นกล้าม ขอซิกซ์แพ็ก กินแต่เนื้ออกไก่ เพราะว่าเป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันต่ำที่สุดในจำนวนเนื้อไก่ส่วนต่างๆ เนื้ออกไก่ 100 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี เป็นพลังงานจากส่วนของไขมัน 1.4 กรัม แค่ 13 กิโลแคลอรี คิดเป็น 2% ของปริมาณไขมันที่เราต้องกินต่อวัน แต่อกไก่ก็มีคอเลสเตอรอลอยู่ถึง 66 มิลลิกรัม คือเป็น 22% ของปริมาณคอเลสเตอรอลที่เราควรกินเข้าไปต่อวัน มีโปรตีน 26 กรัม แคลเซียม 12 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 288 มิลลิกรัม โซเดียม 73 มิลลิกรัม โดยรวมเนื้ออกไก่เป็นเนื้อส่วนที่ดี โปรตีนสูง ไขมันต่ำ โทษน้อย ข้อที่คนเป็นเกาต์กลัวไก่คือ กรดยูริก อกไก่มีสารพิวรีนสารตั้งต้นกรดยูริกในระดับกลางๆ อกไก่ 100 กรัม มีสารพิวรีน 175 มิลลิกรัม เทียบกับเนื้อสัตว์พวกเครื่องในมีสารพิวรีนอยู่ประมาณ 500-600 มิลลิกรัม แปลว่า คนเป็นเกาต์ก็ควรระวังการกินอกไก่เหมือ
เมื่อวานนี้ถามไปว่าสุดสัปดาห์นี้ทำอะไรดี ถามเองแล้วตอบเองว่า เรียนทำอาหารซิจ๊ะ ใกล้คริสต์มาส ใกล้ปีใหม่ มีงานเลี้ยงทั้งคริสต์มาส ทั้งส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แถมเพื่อนบางคนยังเกิดวันที่ 1 มกราคม เมื่อวานแนะนำไปถึงทำทองม้วนกรอบ ทองม้วนสด ราคาไม่แพงเพียง 1,605 บาท สัปดาห์หน้าวันศุกร์ที่ 16 เสาร์ 17 อาทิตย์ 18 มีเรียนประกอบอาหาร ทั้งอาหารกินเล่น อาหารหนักประเภทขาหมู ไส้กรอกอีสานยอดฮิต ซาลาเปา บาร์บีคิว เมนูหมูๆ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ น่ากินเป็นมื้อกลางวัน เริ่มจากวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม จากคาวบอยคาเฟ่ 2 ร้านดังเจ้าตำรับ ไก่ทอดคาวอย ต้มซุปเปอร์ขาไก่รสแซ่บ กุ้งทอดครีมซอสมะนาว หมูหรือเก้งผัดพริกไทยดำ และหัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วญี่ปุ่นยอดนิยม ที่นักชิมคนไทยต้องสั่งเมื่อเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ผู้สอนคือ เซฟปอพิชญ์ ใจชาญสุขกิจ ราคา 2,999 บาท (ไม่ถึง 3,000 บาท) วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม มีหลายรายการให้เลือก เริ่มจาก ตี่ โภชนา ร้านดังเรื่องขาหมูหมั่นโถว อาจารย์เกียรติก้อง จิรสุขานนท์ สอนสุดฝีมือ โดยเฉพาะหมั่นโถวนุ่มมือ ราคา 2,999 บาท ตามต่อด้วย นนท์เบเกอรี่ ร้านดังย่านเมืองนนท์ มาเรียนรู้เรื่องขนมปังหลากหลายไส
หลายคนเข้าใจว่า หากมีการตบตีทำร้ายร่างกายกันเล็กๆน้อยๆ จากนั้นก็ขึ้นโรงพัก เสียค่าปรับ ก็จบ แต่ในแง่ของกฎหมายแล้ว อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการตบตี ทำร้ายร่างกายอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391ที่ว่า “ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” ในกรณีความผิดตามมาตรา 391นี้ เป็นคดีลหุโทษ ตามกฎหมายอาญามาตรา 102 ที่ว่า “ความผิดลหุโทษคือ ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” สำหรับคดีลหุโทษ หากจะเลิกกันได้ ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 37 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 38 นั่น คือ เจ้าพนักงานต้องเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุก จะมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ ขณะเดียวกัน ต้องมีความยินยอมของผู้ต้องหาและผู้เสียหายด้วย คดีจึงจะเลิกกันได้ด้วยการปรับของเจ้าพนักงาน ดังนั้น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าถ้าเจ้าพนักงานไม่เห็นควร หรือ หากผู้เสียหายไม่ยินยอม หรือแม้ผู้เสียหายยินยอมแต่ผู้ต้องหาไ
“แมงกะพรุนลอดช่อง” คือ แมงกะพรุนที่นิยมบริโภคทั้งทำในรูปตากแห้ง ไปแปรรูปใส่เย็นตาโฟ ใส่ในสุกี้ยากี้ รวมทั้งส่งออก หรือส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ญี่ปุ่น จีน วิธีการดองแมงกะพรุนให้กรอบ ด้วยวิธีธรรมชาติ 1. การแช่น้ำจืด นำแมงกะพรุนสดๆ ที่ตักได้มาแช่น้ำจืด ทิ้งไว้ 1 คืน ให้ตัวสะอาดไม่มีเมือก และให้น้ำฝาดเปลือกอินทรีย์ซึมเข้าในตัวแมงกะพรุน 2. การล้างทำความสะอาด ล้างน้ำให้สะอาด 3-4 ครั้ง จนเห็นตัวใส 3. แช่น้ำเปลือกอินทรีย์ นำแมงกะพรุนวางในภาชนะ ตุ่ม กะละมัง ใส่น้ำเปลือกอินทรีย์ ใช้ผ้าปิดคลุมไว้ แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 5 วัน และ 4. การรับประทาน นำมาล้างให้น้ำฝาดออก 4-5 ครั้ง จิ้มกับน้ำจิ้มถั่ว เนื้อแมงกะพรุนดองอร่อย ต้องใช้เนื้อเปลือกต้นอินทรีย์ที่แก่จัดและให้เข้าเนื้อแมงกะพรุน เวลารับประทานจะมีกลิ่นหอมน้ำฝาด เนื้อจะกรุบกรอบโดยเฉพาะตรงอก การทำน้ำฝาดเปลือกอินทรีย์ และน้ำจิ้มถั่วให้อร่อย การทำน้ำฝาดจากเปลือกต้นอินทรีย์ น้ำฝาดจากเปลือกต้นอินทรีย์ที่นำมาดองแช่แมงกะพรุน “น้ำฝาด” จะช่วยขับน้ำออกจากตัวแมงกะพรุน ยางในเปลือกช่วยรักษาเนื้อของแมงกะพรุนให้สด น้ำฝาดมีสีแดงๆ เมื่อนำมาดองแมงกะพรุนเนื้อจึงสีแดง ชมพ
