How to
เรื่อง / รูปโดย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากเด็กชอบแฮงเอาท์ ชอบปาร์ตี้ วันหนึ่งลุกขึ้นมาทำเงินล้านจากไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ผันตัวกลายเป็นนักธุรกิจรับจัดงานอีเว้นต์สร้างรายได้ต่อครั้งนับล้านบาท เจ้าของไอเดีย คือ คุณนวพร ประยุกตินิวัฒน์ หรือ “อิ่มแปร้” อายุ 21 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จุดเริ่มต้นของธุรกิจรับจัดงานอีเว้นต์ อิ่มแปร้ เผยว่า ส่วนตัวชอบเที่ยว หลังเลิกเรียนชอบไปฟังเพลง ตอนเรียนปี 1 มักรวมตัวกับเพื่อนๆ ไปแฮงเอาท์กันอยู่เสมอ จึงลองชวนเพื่อนทำโปรเจ็กต์ปาร์ตี้ ได้สนุกกันแถมยังมีรายได้เข้ากระเป๋าด้วย “เรารวมตัวกัน 5 คนทำโปรเจ็กต์งานปาร์ตี้อีเว้นท์ให้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง ใช้เงินลงทุน 300,000 บาท จุดขายอยู่ที่มีดีเจยอดนิยมมาเปิดแผ่น สร้างความสนุกมันส์สุดๆ นับจากนั้นมีงานเข้ามาต่อเนื่องไม่ขาดมือ” นักศึกษา 5 คนที่มารวมตัวกันทำโปรเจ็กต์ปาร์ตี้ครั้งนี้ บางคนครอบครัวมีธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่ม บางคนมีกิจการให้เช่าเครื่องเสียง และอุปกรณ์จัดงาน ฯลฯ แต่สิ่งที่ทุกคนชอบเหมือนกัน คือ ชอบฟังเพลง ปาร์ตี้ครั้งแรกเรียกว่
LoL Dogs Cafe’ (แอลโอแอล ด็อกคาเฟ่) คาเฟ่น้องหมา สถานที่ที่คนรักสุนัขต้องมาปักหมุด มีสุนัขหลากสายพันธุ์ให้เลือกมาเล่น เช่น ไจแอนท์ อลาสกัน, อาฟกันฮาวนด์ เจ้าของฉายาราชาแห่งสุนัข, ซามอยด์, วูลลี่ หรือไจแอนท์ ไซบีเรียน, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, แบล็ค รีทรีฟเวอร์, มิเนเจอร์ ชิวาวา และ บีเกิ้ล นอกจากมาสัมผัสความน่ารักน่าชังของบรรดาเจ้าตูบที่ “แอลโอแอล ด๊อกคาเฟ่” ที่นี่ยังมีขนม ของว่าง เครื่องดื่ม เช่น กาแฟสดที่คัดสรรเมล็ดนำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ปานามา นิการากัว ลาว เป็นต้น และที่สร้างปรากฏการณ์วงการธุรกิจสุนัขไทยต้องทึ่ง นั่นคือ บริการ “สุนัขให้เช่า” ทั้งให้เช่าไปถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า ผลงานที่ผ่านมาของสุนัขแก๊งนี้ ถูกรับเชิญไปเป็นเซเลบในแวดวงงานสังคมระดับไฮโซ รวมถึงเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขหลายยี่ห้อ และบรรดากระเป๋าและรองเท้าชื่อดัง เรียกว่าพลพรรคคนรักสุนัขต้องหลงรักกันสุดๆ ไปเลย ควบ 2 ธุรกิจ จากฟาร์ม เปิดคาเฟ่ คุณฟิวส์ มงคล เจ้าของ แอลโอแอล ด๊อกคาเฟ่ เผยกับ “เส้นทางเศรษฐี” ว่า ที่บ้านเลี้ยงสุนัข รักสุนัข เลยเปิดฟาร์มสุนัข เมื่อปี 25
เรื่อง/รูป โดย ข่าวสดออนไลน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีร้านน้ำชาและกาแฟเย็นไอเดียเก๋ใช้วิธีชั่งกิโลขายที่ถนนตลาดล่าง ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบร้านน้ำชาบุญโข ชาโบราณตั้งอยู่เลขที่ 85 ถนนตลาดล่าง ต.ตลาด อ.เมือง โดยมีนายธีระพงศ์ แก้วแดง อายุ 36 ปี เจ้าของร้านกำลังขมักเขม้นชงน้ำชา กาแฟและน้ำชนิดอื่นให้กับลูกค้า นายธีระพงศ์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาเปิดร้านขายน้ำชากาแฟ เคยที่งานเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน โดยเริ่มขายมานานกว่า 12 ปี โดยเฉพาะสูตรชาที่นำมาขายก็เป็นสูตรของทางร้านที่ค้นหาจนได้สูตรที่ลงตัว และชงด้วยรสชาติที่เข้มข้นไม่เหมือนใคร แต่มาในช่วง 5 ปีหลัง จึงได้เริ่มคิดว่าจะหาวิธีไหนที่จะทำให้เพิ่มยอดขายได้มากขึ้น จะเอาใส่เป็นถุงกระดาษก็จะเหมือนกับคนอื่น จึงเริ่มที่ใช้วิธีขายเป็นกิโลกรัม ไม่ว่าจะเป็นน้ำชาเย็น กาแฟเย็น หรือน้ำชนิดอื่นๆ ก็จะขายเป็นกิโลกรัม “โดยขนาดถุงละ 1 กิโลกรัม ขายราคา 35 บาท ถุงละ 1.5 กิโลกรัม ราคา 40 บาท และขนาด 2 กิโลกรัม ราคา 45 บาท หรือถ้าลูกค้าจะซื้อแบบเป็นโอ่งลายมังกรก็มีให้ 2 ขนาด โอ่งเล็กราคา 89 บาท โอ่งใหญ่ 139 บาท และสามารถนำโอ่งมาซื้อใหม่
มีคนเคยกล่าวว่า ถ้าเราได้ทำงานที่มีความสุข ก็เท่ากับว่าเราได้มีความสุขในทุกๆวันการทำงาน ทุกคนล้วนมองหางานที่มีความสุข ไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ บางคนเจอช้า บางเจอเร็ว เช่นเดียวกับ คุณอัครเดช อภิรักษ์วัฒนา วัย 50 ปี หรือคุณช้าง ที่วันนี้ เขาได้พบกับงานที่ทำแล้วมีความสุข คุณช้างมีหลัก ที่ทำอยู่ นั่นคือ ช่วยคุณพ่อทำธุรกิจรับซื้อของเก่า รวมทั้งรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แต่ด้วยการเล็งเห็นพื้นที่หลังบ้าน ว่างๆ ในพื้นที่ดินของตนเอง 1 ไร่เศษ จึงคิดแปลงที่ดินผืนนี้ ทำการเกษตรแบบพอเพียง โดยการเดินตามรอย ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือเมื่อได้แนวคิดมาแล้ว ก็มาแปลงจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา โดยเริ่มจากปลูกสับปะรด ราว 6000 ต้น ทำไมต้องเป็นสับปะรด ทั้งที่ พื้นที่บริเวณนี้ไม่เคยมีใครปลูกสับปะรดในเชิงการค้านับพันต้นมาก่อน คุณช้างเล่าว่า ภรรยาคุณช้าง (คุณจินดา สีเมฆ) มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกสับปะรดค่อนข้างมาก เลยทดลองนำมาปลูก โดยได้ทั้งต้นพันธุ์ และเทคนิคการปลูกมาครบ สับปะรดปัตตาเวีย “เราอยู่ใ
ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ดีไซเนอร์เด็กไทยวัยไม่ถึงยี่สิบปี ผู้มีพรสวรรค์ด้านแฟชั่นระดับอินเตอร์ กล่าวตอนหนึ่งของช่วงสัมผัสประสบการณ์ร้านต้นแบบ ในงานเปิดตัวร้านค้า OTOP SELECT ที่ผ่านการคัดสรรจากทั่วไทย ภายใต้แนวคิด “77 EXPERIENCE” ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ ว่า ทุกวันนี้ วัยรุ่นหลายคน อาจลืมรากเหง้าดั้งเดิมของชนชาติ ที่ผ่านมาเขา จึงพยายามนำ “ความเป็นไทย” มาแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เคยหลงลืมกันไปนั้น สามารถนำมาทำให้มีความทันสมัยในระดับสากลได้ เพราะแม้แต่คนต่างชาติ ยังชอบความเป็นไทยของเรา และหลังจากที่ได้มีโอกาส ได้สัมผัสร้านค้าต้นแบบ OTOP SELECT ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 3 ของห้างสยามดิสคัฟเวอรี่แล้ว ยอมรับว่า ไม่เคยเห็นสินค้าโอท็อปแบบนี้ที่ไหนมาก่อน เพราะโดยปกติ หากเอ่ยคำว่า โอท็อป ส่วนใหญ่มักนึกถึงความเป็นไทยแท้และแฝงความน่าเบื่ออยู่นิดหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ โอท็อปของไทย มีความ “อะเมซิ่ง” มาก ส่วนแพ็กเกจจิ้ง ก็ไม่น่าเบื่อแล้ว “ในฐานะดีไซเนอร์ คิดว่าสามารถนำสินค้าโอท็อปมาใช้กับเรือนร่างได้หมด ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก ขนตาปลอม หรือ ถุงน่อง ที่อาจทำเป็นลาย
คนที่เกษียณอายุจากงานหลวงส่วนใหญ่จะอยู่เฉยๆ ไม่ค่อยทำอะไรมาก นอกจากเลี้ยงหลาน คนที่มีหลานให้เลี้ยงไม่ค่อยจะเดือดร้อน เพราะนอกจากได้บำนาญทุกเดือนแล้ว อาจได้เงินค่าเลี้ยงหลานจากลูกอีก ที่ว่านี้ หมายถึงคนที่เกษียณแล้วได้บำนาญ แต่ถ้าเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอาจมีปัญหาบ้าง ถ้าได้บำเหน็จมาแล้วต้องใช้หนี้จนหมด เพราะต่อจากนั้นจะต้องหาเงินใช้เอง ไม่มีบำนาญให้เหมือนข้าราชการ คนที่ปลดเกษียณมาที่ไม่อยากอยู่เฉยๆ ก็จะหาอาชีพให้กับตัวเอง เช่น ขับแท็กซี่บ้าง ทำขนมบ้าง และมีอยู่ไม่น้อยที่เอาเงินบำเหน็จที่ได้ไปลงทุนปลูกต้นไม้ ปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ ปลูกมะนาว บางคนไปเช่าที่ดินปลูกสับปะรด ก็ได้ผลพออยู่ได้ คือบางปีไม่ได้กำไร แต่เป็นหลักประกันว่าตัวเองมีงานทำ เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งพอเกษียณก็ได้เป็นหมอดูลายมือ ถือเป็นอาชีพที่ดีอย่างหนึ่งของคนสูงอายุเพราะทำให้ไม่เหงา จะมีคนมาหาให้ช่วยทำนายชะตาชีวิตทุกวัน อยู่เฉยๆ ก็มีคนเอาเงินมาให้ถึงบ้าน อาชีพหมอดูที่ว่านี้ผมเคยเอามาเขียนลงเส้นทางเศรษฐีหลายปีมาแล้ว สำหรับเส้นทางเศรษฐีฉบับนี้ผมก็จะขอนำเสนอเพื่อนรุ่นพี่ของผมอีกคนที่มีอาชีพน่าสนใจทีเดียว คนที่ว่านี้มีชื่อว่า สุเทพ ส
เราทุกคนนั้นล้วนมีชีวิตกับเวลาเท่ากัน และที่เหมือนกันคือมีหน้าที่นำพาชีวิตก้าวเดินต่อไป แต่ความไม่เหมือนกันอยู่ที่ว่าแต่ละคนย่อมเลือกเส้นทางการก้าวเดินออกไปเพื่อทำหน้าที่สำหรับของชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ฉะนั้น จงก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเราเลือกด้วยตัวเองและความต้องการของเรา เส้นทางนั้นย่อมเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด แต่หากต้องการก้าวเดินบนเส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ให้ได้สมบูรณ์แบบ ความเหมือนที่ต้องมีติดตัวตลอดเวลาคือความขยันและอดทน เพราะนี่คือเหตุผลของความเป็นจริงของชีวิตที่จะสามารถช่วยให้ก้าวไปได้อย่างมั่นใจและมั่นคงตลอดเส้นทาง สำหรับเรื่องราวของดินชีวภาพสูตรพิเศษ หลังจากที่ได้นำไปใช้ และมั่นใจว่ามีคุณภาพเยี่ยมมากในเรื่องของดินที่สามารถนำมาเป็นอีกตัวเลือกได้ สำหรับเรื่องของดินที่นำมาใช้สำหรับปลูกพืชที่มีวางขายอยู่มากมายหลากหลายสูตร แบบว่าสูตรใครสูตรคนนั้นตามแผงขายพันธุ์ไม้ทั่วไป แต่สำหรับดินชีวภาพสูตรพิเศษนี้น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากเหมาะกับผู้ที่ต้องการดินเพื่อใช้สำหรับนำมาประกอบการทำสวน จัดสวน หรือปลูกพืช หรือนำมาปลูกพืชผักสวนครัว หรือนำไปเพาะชำกล้าไม้ต่างๆ ได้
“ปัญหายางพาราราคาตกต่ำ” ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ ภาครัฐและเกษตรกรพยายามที่หาทางรอด ด้วยการเปลี่ยนพืชหลักใหม่ๆ เช่น ปาล์ม ทุเรียน หรือพืชชนิดอื่นๆ หรือเปลี่ยนอาชีพไปเลย หรือพยายามต่อสู้ต่อด้วยการเพิ่มมูลค่าน้ำยางพาราด้วยการนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ถ้าโปรเจ็กต์ยักษ์น่าจะเป็นการทำถนนที่ภาคใต้ ที่เห็นค่อนข้างเกร่อเต็มตลาดคือ ทำหมอนยางพารา ด้วยตลาดมีความต้องการทั้งในและต่างประเทศ จึงมีการผลิตตามๆ กัน แข่งขันกันด้วยราคา ไม่คำนึงถึงคุณภาพที่ได้มาตรฐาน การผลิตที่ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับและพยายามมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้ผลิตที่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน เริ่มต้นพึ่งตนเอง ไม่กู้ธนาคาร เน้นกระจายรายได้ชุมชน มีรายได้ปันผลทันที คุณเกรียงไกร เทพินทร์อารักษ์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด จำกัด เล่าว่า เดิมสหกรณ์ของกลุ่มยางพาราเนินดินแดง ตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ช่วยเหลือเกษตรกรผลิตยางรมควันขาย แต่เห็นว่ายังเป็นการแก้ปัญหาที่กลางน้ำ เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้ จากข้อมูลการผลิตยางพาราวัตถุดิบส่งต่างประเทศ 90% และนำมาแปรรูปในประเทศเพียง 10% เป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่ง ดังนั้น ในเดือนตุลาคม 2
ยุคไอเดียสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ จับต้องได้จริง ขายได้ทั้งนั้น ยิ่งเรื่องอาหารการกิน ถ้าจับทางลูกค้าถูก เชื่อได้แน่ว่ารุ่ง นอกจากไอเดียจะดีแล้ว ช่องทางการตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นบนโลกออนไลน์ ทำให้ใครๆ ก็สามารถทำการค้าขายกันได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ถือเป็นช่องทางหารายได้พิเศษกันอีกทางเลยทีเดียว คุณนัยนา ก่ำจำปา หรือ คุณแดง วัย 45 ปี ปัจจุบันมีอาชีพเลขานุการ อยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ความตั้งใจที่จะหารายได้เสริม จึงมองหาสิ่งที่ถนัดและสามารถทำได้จริง ตั้งต้นจากความชอบทำอาหารอยู่ก่อนแล้ว จึงมองหาไอเดียที่จะสามารถสร้างรายได้เสริมได้ อาชีพเสริม ที่เริ่มจากศูนย์ อิทธิฤทธิ์ “ตำ ตำ ตำ” ทำเงิน โดยคุณแดง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงประวัติย่อๆ ส่วนตัวว่า เป็นเลขาฯ อยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเพียงคนต่างจังหวัดคนหนึ่งที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ด้วยพื้นฐานเป็นคนชอบทำอาหาร และอาหารที่ชอบทานบ่อยๆ ก็คือ ส้มตำ ไอเดียเริ่มต้นมาจากการที่ได้มานั่งคิดว่า คนทุกคนอย่างน้อยสัปดาห์หนึ่งก็น่าจะต้องอยากกินอะไรแซ่บๆ อย่างส้มตำ หรือตำต่างๆ สัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ว่ากันไป ซึ่งมีคนหลายกลุ่มที่สามารถหาเวลาออกไปหาทานได้ แต
กระแสกิน “คลีน” ยังฮิตไม่เลิกไม่รา เห็นคนเขาทำสลัดโรลใส่กล่องขาย มีน้ำสลัดให้จิ้ม ก็ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า วางเท่าไหร่ขายหมด สาวแถวบ้านผมยังทำขายส่งตามร้านสถานีรถไฟฟ้าเลย น้ำสลัดของสาวคนนี้ ไม่ได้คลีนอะไรมากมาย เพราะผมเห็นเธอไปซื้อมายองเนสถุงๆ มาผสม แต่ทีเด็ดที่คนติดใจน้ำสลัดของเธอคือ รสชาติแซ่บหลาย เธอเล่นใส่ทั้งกระเทียม พริกขี้หนู พริกไทยดำ น้ำมะนาว ปั่นกับมายองเนส จะไม่แซ่บทนไหวรึ กินสลัดโรลดีที่ได้กินผักเยอะๆ ขอให้ล้างสะอาด ไขมันจากมายองเนสนิดหน่อย พอไปวัดไปวาได้ บางวันเธอใส่ไส้ปลาทูทอด ให้จิ้มกับน้ำพริกกะปิ ขายดีอีก แต่อย่างหลังนี่โซเดียมออกจะสูง ปลาทูก็เค็ม เลยเป็นคลีนแบบไม่ค่อยคลีน อาหารคลีนต้องไม่มีสารพิษ แปลว่า วัตถุดิบต้องมาจากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ “ออร์แกนิก” (ไม่กี่วันก่อน มหาวิทยาลัยดังไปตรวจผักออร์แกนิกในห้าง พบสารพิษเพียบ) มีผักสด กินถั่ว กินงา เนื้อปลาโปรตีนไขมันต่ำ มีแป้งประเภทขัดสีแต่น้อยด้วย ปรุงด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ผ่านขั้นตอนซับซ้อน รสชาติไม่จัดจ้าน ไม่งั้นจะได้โซเดียมกับน้ำตาลสูงเกินต้องการ เข้าทำนอง “อาหารสุขภาพต้องไม่อร่อย” มาเข้าทางคำถามของคุณกอล์ฟ ลูกศิษย์ที่โรงเร
