How to
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีการเลี้ยงเป็ดไข่มากที่สุด ส่งออกขายทั่วประเทศ รวมถึงส่งขายทั่วโลก สำหรับอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และหนึ่งในฟาร์มที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของจังหวัดนี้ ก็คือ “ฟาร์มเป็ด โชคอำนวย” เลี้ยงเป็ดไข่รวมทั้งสิ้น 4 หมื่นตัว และมีการเลี้ยงด้วยระบบฟาร์ม แม่เป็ดออกไข่ดก ฟองใหญ่ ขายได้ราคาดี พ่อค้าคนกลางรับซื้อหน้าฟาร์มฟองละ 4 บาท คุณอำนวย เฉลิมกลิ่น ปัจจุบันรับราชการเป็น อบต. ตำบลบางเลน จังหวัดนครปฐม และยังเป็นเจ้าของฟาร์มเป็ด โชคอำนวย เขาเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า “ผมเริ่มเลี้ยงเป็ดมาตั้งแต่ปี 2536 โดยคุณแม่เป็นผู้ลงทุนให้ทั้งหมด ขณะนั้นเลี้ยงเป็ด 4 พันตัว บนพื้นที่ กว้าง 7 วา ยาว 12 วา เลี้ยงเรื่อยมาจนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นตัว โดยเป็ด 1 ตัว จะใช้เนื้อที่ 7 ตารางเมตร” สำหรับสายพันธุ์เป็ดที่คุณอำนวยเลี้ยง มี 2 สายพันธุ์ คือ เป็ดกากี ราคาลูกเป็ดพันธุนี้ ตัวละ 10 – 21 บาท และเป็ดพันธุ์ต่างประเทศตัวละ 21-24 บาท ซึ่งเทคนิคที่ทำให้เป็ดออกไข่ดก ฟองใหญ่ ต้องเตรียมตั้งแต่ลูกเป็ดยังเล็ก โดยขุนอาหารลูกเป็ดให้ร่างกายสมบูรณ์ ตัวโต “ลูกเป็ดที่อายุ 30 วัน จะถูกนำไปปล่อยทุ
นับว่าเป็นปีทองของพืชยืนต้นกินผล ตระกูลปาล์ม สำหรับ “มะพร้าว” เพราะปี 2016 มะพร้าวขยับราคาขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี มะพร้าวหน้าสวนบางที่ลูกละ 30 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังมีความต้องการสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวเผา หรือ มะพร้าวกะทิ และหนึ่งในผู้ปลูกและจัดจำหน่ายมะพร้าวครบวงจร ซึ่งเป็นกิจการของคนไทย นั่นคือ บริษัท เค เบสต์ ฟาร์ม จำกัด ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าที่ทำจากมะพร้าวหลากหลายประเภทออกสู่ตลาด ภายใต้แบรนด์ “ออลโคโค” (all coco) เช่น มะพร้าวผลสด มะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวด มะพร้าวน้ำหอมเกล็ดหิมะ พุดดิ้ง ซอฟต์ไอศกรีม สโนว์บอล น้ำมันมะพร้าว โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่านช็อปคาเฟ่มะพร้าวน้ำหอม ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ เน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ นอกจากนั้น ยังส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน บริษัทไทย มาตรฐานสากล ใช้นวัตกรรมทุกขั้นตอน คุณเข็มทัศน์ มนัสรังษี หรือ คุณไก่ ประธานบริษัท เค เบสต์ ฟาร์ม จำกัด เล่าถึงการบุกเบิกทำธุรกิจแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดสมุทรปราการ เกิดมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจน้ำตาลมะพร้าว ราวปี 2540 พบวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
การกู้ยืมเงินกันเมื่อมีปัญหาขึ้นมา ถ้าจะต้องฟ้องร้องเป็นคดีจะใช้หลักฐานที่สำคัญคือหลักฐานเป็นหนังสือ ดังในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ดังนั้น เงื่อนไขที่จะฟ้องคดีกู้ยืมเงินจะต้องมีลักษณะ ดังนี้ ๑. กู้ยืมกัน ๒,๐๐๐ บาทหรือ น้อยกว่า ๒,๐๐๐ บาท ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องคดีได้ ๒. กู้ยืมเงินกันกว่า ๒,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้กู้ ๓. หลักฐานเป็นหนังสือ ที่สำคัญคือ จะต้องปรากฏลายมือชื่อผู้กู้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๔๘/๒๕๓๐ จำเลยเขียนจดหมายถึงโจทก์ มีใจความว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปเพื่อสร้างบ้าน ท้ายจดหมาย จำเลยเขียนชื่อเล่นด้วยตัวอักษรหวัดแกมบรรจง ถือว่าเป็นการลงลายมือชื่อแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๒๖๒/๒๕๓๕ จำเลยทั้งสอง กู้ยืมเงินโจทก์ไป สัญญาตอนต้นมีข้อความระบุว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้กู้ แต่จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในช่องพยาน ส่วนจำเลยที่ ๑ ตอนต้นของสัญญาไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้กู้ แต่จำเลยที่ ๑ ลงชื่อในช่
ผู้สื่อข่าวสืบทราบว่ามีเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง ปลูกดอกหน้าวัวขาย มีรายได้จำนวนมากเลี้ยงครอบครัว จึ่งเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยผู้สื่อข่าวพบกับ นายอธิคม ขุนแก้ว เกษตรกรวัย 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 426 หมู่ที่ 6 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สมาชิกยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง เกษตรกรผู้ปลูกดอกหน้าวัว นายอธิคม กล่าวว่า ดอกหน้าวัว เป็นไม้ตัดดอกที่นิยมปลูก และขายกันมากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ มีหลากหลายสี และมีสีสันสดใส ไม่เหี่ยวง่าย สามารถประดับได้นาน 15-20 วัน นิยมนำมาจัดแจกัน จัดซุ้มประดับตามโรงแรม จัดซุ้มประดับงานในวาระสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นไม้ดอกที่ตลาดมีความต้องการสูง เป็นอาชีพที่น่าลองอีกอาชีพหนึ่ง ซึ่งตนได้ใช้พื้นที่ 100 ตารางวา ปลูกดอกหน้าวัวเมื่อปี 2558 จำนวน 500 ต้น โดยใช้พันธุ์ดวงสมร ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค นายอธิคม เล่าว่า การปลูกดอกหน้าวัวเป็นงานที่ไม่ยากและไม่ง่าย ถ้าคิดจะปลูกต้องมีใจรัก เริ่มแรกให้ปรับพื้นที่ให้เรียบ ปูพื้นด้วยทรายขี้เป็ด หนา 10 เซนติเมตร เนื่องจากทรายขี้เป็ดจะเป็นตัวเก็บความชื้นได้ดี ทำหลังคามุงด
ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์การค้าสำคัญ อย่าง เมเจอร์ปิ่นเกล้า แม้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างผลกระทบให้กับหลายธุรกิจที่อยู่ในละแวกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ล่าสุด ทราบข้อมูลจาก คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม เจ้าของกิจการ “ตำหลาย” ร้านอาหารอีสานชื่อดัง ซึ่งเปิดหน้าร้านขายอยู่ในโครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ปิ่นเกล้า ถ.ปิ่นเกล้า ว่า แต่เดิมก่อนหน้านี้ ยอดขายดีมากแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันและหลังเลิกงาน มักมีลูกค้ามาคอยคิวตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ห้างเมเจอร์ฯ กิจการของเธอได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่เขตฯ ไม่อนุญาตให้เข้าไปทำอะไรภายในห้างเป็นเวลา 45 วัน ลูกค้าของเธอจึงไม่มีที่จอดรถ เมื่อต้องไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม หลายคนก็ไม่ข้ามมาอุดหนุน เมื่อสถานการณ์ร้านในยามนี้ อยู่ได้แบบ “ทรง-ทรง” จึงต้องหาช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ล่าสุดจึงออกแคมเปญแฟรนไชส์ “ฟู้ดทรัก” แบบ “จานแซ่บ เคลื่อนที่” ภายใต้แบรนด์ “ตำหลาย” เป็นการออกแบบรถใช้งานเหมาะกับพื้นที่ใช้สอย หวังเจาะทำเล อย่าง ตลาดนัด ตลาดน
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวทราบว่า ที่ริมถนนอุดรธานี-บ้านผือ บ้านหนองหัวคู หมู่ 1 ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มีชาวบ้านมาปลูกเพิงพักขายของป่าริมทาง ให้แก่ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา ซึ่งทราบว่าขายติดต่อกันมาเป็นเวลานานถึง 20 ปี แล้ว ของป่าที่ชาวบ้านเก็บมาขายนั้นก็มีผลไม้ป่า หน่อไม้ เห็ดชนิดต่างๆ จนทำให้เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า หากต้องการกินเห็ดป่าอย่างปลอดภัย ต้องมาซื้อที่นี่ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่ร้านค้าดังกล่าวผู้สื่อข่าวพบกับ นายอภัย อภัยสูงเนิน อายุ 43 ปี และนางวิลัย อภัยสูงเนิน อายุ 42 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พ่อค้าแม่ค้าขายเห็ดป่า โดยสอบถามถึงสาเหตุที่มาทำอาชีพนี้ นายอภัย เปิดเผยว่า ขายเห็ดป่ามานานกว่า 20 ปี ทุกวันทั้ง 2 คนพร้อมด้วยเพื่อนบ้านจะเข้าไปเก็บเห็ดป่าที่ป่าโคกในหมู่บ้าน โดยจะไปตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งเป็นจะเป็นเวลาที่เห็ดออกดอก แล้วจะนำเห็ดมาล้างให้สะอาดจากนั้นก็นำมาใส่จานวางขาย ให้กับลูกค้าซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวบ้านที่ขับขี่รถผ่านไปมา นางวิลัย กล่าวว่า ช่วงที่เห็ดป่าออกดอกม
วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อขายรายงานว่าที่บริเวณใต้สะพานนเรศวรข้ามแม่น้ำน่าน ฝั่งหน้าศาลหลักเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่อยู่หลับนอนชั่วคราวของชายหนุ่มผู้รักอาชีพอิสระ ชื่อนายผล บุญชาติ อายุ 46 ปี ชาวบ้านยาง ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ได้ใช้เป็นที่อาศัยหลับนอน เพื่อเตรียมตัวในการเริ่มต้นในการทำงานสานรูปสัตว์ต่างๆ จากใบตาล ใบลาน ออกตระเวนขายตัวละ 20 บาท ซึ่งมีฝีมือจักสานที่ไม่ธรรมดา เพราะแต่ละตัวหน้าตาคล้ายของจริงมาก เป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยการฝึกฝนมีความชำนาญและต้องขยันเดินเร่ขาย นายผล เปิดเผยว่า ตนเกิดที่บ้านยาง ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ชีวิตได้พลิกผันไปเรื่อย ช่วงชีวิตหนึ่งต้องเข้าไปอยู่ข้างในสถานกักขัง แต่ก็ได้วิชาความรู้จักสานสัตว์ชนิดต่างๆ ติดตัวมา เมื่ออกมาใช้ชีวิตอิสระอีกครั้ง ได้ตระเวนทำอาชีพอิสระรับจ้างไปเรื่อย ทั้งช่างเชื่อม งานชนิดต่างๆ และปัจจุบัน ได้ไปปักหลักอาศัยอยู่ที่วัดพรหม อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เจ้าอาวาสท่านมีเมตราให้ที่อยู่อาศัยหลับนอน ควบคู่ไปกับการช่วยงานวัดต่างๆ ช่วยพระบิณฑบาตร เป็นต้น เมื่อมีงานต่างๆ เช่น แข่งเรือยาวพิษณุโลก พิจิตร งานโอท็อป และตลาดนัดสัญจร ก็จะสานรูปสัตว
ถ้านึกถึงร้านอาหารทะเลในกรุงซึ่งอยู่ใกล้ทะเลอ่าวไทยจริงๆ คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากย่านชายทะเลบางขุนเทียน สองข้างทางถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลอุดมไปด้วยร้านอาหารทะเลเมนูหลากหลายประชันกัน แต่มีอยู่รายหนึ่งตั้งใจว่าจะทำร้านเล็กๆ ขายอาหารทะเลเฉพาะของอร่อยที่ชอบทำเพียง 20 กว่าเมนูเท่านั้น จึงตัดสินใจเปิดร้านในย่านใกล้ๆ ริมถนนพุทธบูชาแทน มีชื่อโดนใจสะดุดตามากว่า กบ สุวนันท์ ถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำคนแถวนั้น คงสงสัยว่าดาราดังหันมาเอาดีทำร้านอาหารแล้วหรือ ปิ่นโตเถาเล็กขอเฉลยเลยว่าร้านนี้เป็นของสามีภรรยาชาวบางขุนเทียน ฝ่ายชายมีชื่อว่า พี่กบ ไพรสินธุ์ กุรุพินธุ์ ประกอบอาชีพส่งอาหารทะเลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายหญิงเคยทำบ่อเลี้ยงกุ้งชื่อ สุนันต์ แก้วนิล แต่เพื่อนๆ ชอบเรียกว่า สุวนันท์ เวลาไปงานแต่งงาน เจ้าภาพก็มักจะกล่าวเชิญในนามกบ สุวนันท์ อยู่เสมอ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเสียเลย จนบัดนี้เปิดมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ร้านกบ สุวนันท์เป็นร้านเล็กๆ ชั้นเดียวขนาด 2 คูหา อยู่ ปากซอยพุทธบูชา 26/1 สำหรับคนต่างถิ่นอย่างพวกเรา ทางมาร้านที่ง่ายที่สุดคือให้ข้ามสะพานพระราม 9 มาตามทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) แล้วไปลงสุด
