How to
ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของวงการเทคโนโลยี เมื่อ Apple ประกาศแต่งตั้ง จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้ ขณะที่ ทิม คุก (Tim Cook) จะผันตัวไปรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัย 15 ปีของ คุก ในฐานะหนึ่งใน CEO ด้านเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย โดยที่ผ่านมา จอห์นเป็นผู้ดูแลโปรเจ็กต์ฮาร์ดแวร์ที่เดิมพันอนาคตของ Apple มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ AirPods รวมถึงเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยปลุกยอดขายคอมพิวเตอร์ตระกูล Mac ให้กลับมาคึกคักและชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลงานล่าสุดที่เป็นที่ฮือฮาคือ การเปิดตัว iPhone Air ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดของ iPhone นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ทำความรู้จัก “จอห์น เทอร์นุส” ผู้นำเจนใหม่ บรรดานักวิเคราะห์และคนใน Apple ต่างมองว่าจอห์น คือตัวเต็งอันดับหนึ่งมานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ เจฟฟ์ วิล
จาก “มายเนมอิสไบรอัน” ถึงท่อนแรปไวรัลที่ใครก็ร้องตามไม่ถูก “อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว เฮ้ย อยู่ไม่ไหว อ้าว บ้านนี้มันน่ากลัว กลัวกลัวกลัว อร๊าย” ปรากฏการณ์นี้กำลังบอกอะไรเรา ในแต่ละวัน ผู้คนต่างต้องเผชิญสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดมากมาย ทั้งการเรียน การทำงาน เพื่อน ครอบครัว จนบางครั้งก็รู้สึกราวกับความเครียดนั้นโจมตีมาทุกทิศทาง สิ่งนี้อาจทำให้คนเราอยากหาทางหลีกหนีจากทุกสิ่ง หายตัวไปสักพักเพื่อพักหัวใจอันเหนื่อยล้า แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะก็ตาม แต่การจะปลีกตัวในยุคนี้ก็แสนยาก เพราะมองไปทางใดก็เจอแต่คอนเทนต์สั่งให้ต้องแอคทีฟ 24 ชั่วโมง หรือบังคับให้เราต้องหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แต่ในวันที่สมองเราเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ใครก็ล้วนแต่อยากปล่อยใจจอย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเพิ่มทั้งนั้น ความคิดเช่นนี้จึงนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Escapism” การหลีกหนีความจริง เพราะโลกความจริงแสนเหนื่อยล้า การหลีกหนีความจริง หรือ Escapism คือกลไกการรับมือที่ตัวเราออกแบบมาเมื่อต้องการหลีกหนีจากมรสุมปัญหา อาจมองได้ว่าเป็นการปิดกั้นความหมายออกจากจิตใจ และปล่อยตนเองให้ไร้ซึ่งการตระหนักรู้ชั่วข
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ รายงาน Economy Overview 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจน โดยกว่า 56% ของผู้บริหารมองว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ยาก และคาดว่า GDP ไทยในปีนี้จะขยายตัวเพียง 0.9% ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการคาดการณ์โดย MAT เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว งบประมาณการตลาดจึงกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนที่หลายองค์กรเลือกปรับลด นักการตลาดกว่า 70% มีแนวโน้มคงงบหรือปรับลดงบประมาณ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาอาจติดลบประมาณ 1% สื่อดั้งเดิมหลายประเภทได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่คาดว่าจะหดตัวกว่า 20% และเม็ดเงินโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อออนไลน์กว่า 75% เลือกทิ้งสินค้าไว้ในรถเข็นโดยไม่ชำระเงิน และการค้นหาแบรนด์ผ่าน Search Engine ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้คนเริ่
ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตอบคำถาม แต่สามารถ “ลงมือทำงาน” แทนมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบ แนวคิดของ AI Agent จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรและธุรกิจยุคใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาแนะนำกัน เป็นการยกระดับทักษะด้าน Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เรียนรู้ ลงมือทำ และได้รับรองมาตรฐาน AI Agents in Action – “ให้ AI ทำงานแทน” หลักสูตร AI Agent in Action นี้ ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ AI Agent ไปจนถึงการพัฒนาและใช้งานจริง โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Hands-on) ผ่าน Workshop และโปรเจกต์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบ Workflow ของ AI Agent การใช้งานผ่าน CLI การสร้าง Content อัตโนมัติ การพัฒนา Web Application ที่เชื่อมต่อกับ AI รวมถึงการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและสรุป Insight อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถสร้าง AI Agent ของตนเอง ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และยกระดับศักยภาพในการทำงานในยุคดิจิทัลไ
ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากแผงขายน้ำมะนาวของลูกสาว จะกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ต่อเดือนกว่าครึ่งล้านบาท เรื่องราวของ Swetha (สเวทา) และ Venkat Raju (เวนกัต ราชู) คู่รักชาวอินเดียวัย 40 ปี ในบรูกลิน นิวยอร์ก คือบทพิสูจน์ของคำว่า “โอกาสมีอยู่ทุกที่” หากรู้จักสังเกตและลงมือทำ ย้อนกลับไปในปี 2021 Mahati (มาหตี) ลูกสาวตัวน้อยวัย 6 ขวบ เกิดไอเดียอยากหารายได้พิเศษด้วยการตั้งแผงขายน้ำมะนาวและโดซ่า เครปสไตล์อินเดียใต้รสชาติต้นตำรับ บริเวณตลาด Fort Greene Park Green Market คุณแม่ Swetha จึงลงมือปรุงโดซ่าสูตรพิเศษให้ลูกสาวไปขายเล่นๆ ใครจะรู้ว่ารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นั้น จะสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จนต้องกลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากแผงเล็กๆ ริมทาง สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ Swetha และ Venkat เล็งเห็นโอกาสทอง ที่ซ่อนอยู่ในรสชาติอาหารอินเดียใต้ที่มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาเริ่มจริงจังกับการขายโดซ่าทุกวันเสาร์ พร้อมขนเตาแก๊สมาปรุงสดๆ ร้อนๆ สร้างความฮือฮาจนลูกค้าต่อแถวยาวเหยียด เพื่อลิ้มลองโดซ่าราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300 กว่าบาท ที่อร่อยจนหยุดไม่ได้ ความต้องการที่พุ่ง
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถทำงานระดับเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มคน Gen Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997–2012) กำลังเผชิญกับภาวะหวาดกลัว ต่ออนาคตในตลาดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด Brian Moynihan (ไบรอัน มอยนิแฮน) CEO ของ Bank of America สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดนี้ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นความได้เปรียบได้ หากเรียนรู้ที่จะใช้งาน AI อย่างชาญฉลาด สมรภูมิเด็กจบใหม่ Brian Moynihan เผยในรายการ Face the Nation ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า ล่าสุด Bank of America มีผู้สมัครหลั่งไหลเข้ามาถึง 200,000 คน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นเพียง 2,000 ตำแหน่ง ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในตลาดแรงงานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเขาเอ่ยปากถามกับพนักงานใหม่ว่า พวกเขากลัว AI และอนาคตข้างหน้าหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ พวกเขาต่างยอมรับว่ารู้สึก “กลัว” ต่ออนาคตและการเข้ามาของ AI ซึ่งไบรอันมองว่าเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ เพราะ AI กำลังแสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำงานพื้นฐานที่เคยเป็นหน้าที่ของพนักงานระดับจูเนียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในโลกที่อาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพที่สองของใครหลายๆ คน Nicole Glabman (นิโคล แกลบแมน) พนักงานประจำตำแหน่งฝ่ายโฆษณาที่ Uber นิวยอร์ก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าจากปัญหาส่วนตัวสามารถเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลได้ เธอตัดสินใจปั้นแบรนด์ “She’s The Sauce” ซอสปรุงรสที่อัดแน่นด้วยโปรตีนและพรีไบโอติก จนกลายเป็นม้ามืดในวงการอาหารที่สร้างยอดขายถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัว เริ่มต้นจาก “ความโกรธ” แต่กลายเป็น “โอกาส” นิโคล ไม่ได้เริ่มธุรกิจเพราะอยากรวยตามกระแส แต่เริ่มเพราะ “ความหิวที่ถูกจำกัด” เธอเผชิญกับภาวะโรคส่วนตัวที่เธอเป็น ซึ่งส่งผลทำให้ต้องคุมน้ำหนักและฮอร์โมนอย่างเคร่งครัด คำแนะนำเดียวที่เธอได้รับคือ ถ้าอยากผอม ให้ตัดซอสทิ้ง เพราะซอสส่วนใหญ่มีแต่แคลอรีที่ว่างเปล่า “ฉันรักซอส และฉันไม่อยากตัดสิ่งที่รักออกไป ฉันแค่ต้องการทำให้มันดีขึ้น” นิโคล กล่าว เธอจึงเริ่มทดลองในครัวเล็กๆ ของตัวเองช่วงปลายปี 2023 เพื่อพิสูจน์ว่าซอสไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร้ายเสมอไป โดยการเติมโปรตีนและไฟเบอร์ลงไป เพื่อเปลี่ยนเครื่องปรุงให้กลายเป็นอาหารที่มีฟังก์ชันต่อร่างกาย บททดสอบสุดหิน เมื่อยอดขายพุ่ง แต่ “หลังบ้าน” พัง นิโคล ลงทุน
ย้อนกลับไปปี 2016 ออเดรย์ ฟินอคเคียโร (Audrey Finocchiaro) กับ แซม แลนแคสเตอร์ (Sam Lancaster) แฟนหนุ่มของเธอ ตอนนั้นยังเป็นแค่คู่รักวัยทำงานที่มีความฝันเล็กๆ คืออยากเปิดร้านกาแฟของตัวเอง ทั้งคู่ใช้เวลาหลายเดือนปั่นรถเข็นกาแฟเล็กๆ ที่ต่อขึ้นเองในชั้นใต้ดินบ้านพ่อแม่ ใช้เงินรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงินราว 50,000 บาท เพื่อซื้อไม้ ล้อจักรยาน และอุปกรณ์ทำกาแฟ ก่อนจะตั้งชื่อร้านว่า “The Nitro Cart” ช่วงซัมเมอร์ทั้งสองออกไปขายกาแฟไนโตร (Nitro Cold Brew) ตามตลาดนัด งานเกษตรกร และอีเวนต์เล็กๆ ทั่วรัฐโรดไอแลนด์ แต่รายได้วันหนึ่งยังไม่ถึง 3,000 บาท ออเดรย์เล่าว่า “เราตื่นเช้า ออกไปขายทุกวัน บางวันฝนตก คนไม่มา เงินก็ไม่ได้ แล้วเรายังเป็นแฟนกันอีก มันเลยเริ่มมีอารมณ์ใส่กัน จนคิดว่าหรือเราควรพับโครงการนี้เก็บดี” จุดเปลี่ยนที่ใช้เวลาแค่ 30 นาที จนวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง แซมตัดสินใจลองเข็นรถกาแฟไปขายที่มหาวิทยาลัย Brown ปรากฏว่า แค่ 30 นาทีแรก กาแฟหมดเกลี้ยง วันนั้นพวกเขาทำเงินได้ 14,000 บาท ถือเป็นรายได้ก้อนแรกที่ทำให้ทั้งคู่มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้น The Nitro Cart กลายเป็นขวัญใจเด็กมหา
“เช้าสวมบูทลุยฟาร์ม เย็นสวมไข่มุกรับลูกค้า” เรื่องราวของ New Chepter อย่างเพนนี โบเวอร์ส-เชบัล (Penny Bowers-Schebal) หญิงแกร่งวัย 55 ปี ผู้เปลี่ยนบทบาทจากเกษตรกรเลี้ยงแพะในเมืองลับตาคน ให้กลายเป็นเจ้าของธุรกิจชุดเจ้าสาวที่สร้างรายได้หลักสิบล้านบาทต่อปี Business Model ที่เฉียบคม เปลี่ยน “ความไร้ค่า” ให้เป็น “มูลค่ามหาศาล” ท่ามกลางทุ่งหญ้าในออสตินเบิร์ก รัฐโอไฮโอ เพนนีเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดูแลแพะและนกยูง ก่อนจะขับรถเพียง 7 นาทีเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อสวมบทซีอีโอแห่ง Formality Bridal ร้านชุดเจ้าสาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ในโบสถ์เก่าสุดคลาสสิก หัวใจของธุรกิจนี้คือ Smart Strategy เพนนีมองเห็นช่องว่างในอุตสาหกรรมวิวาห์ เธอรับซื้อชุดตัวอย่างจากรีเทลเลอร์ยักษ์ใหญ่ทั่วอเมริกา แล้วนำมาจำหน่ายต่อในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง ไม่เกิน 999 ดอลลาร์ (ราว 35,000 บาท) ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดเกือบเท่าตัว เธอบริหารความเสี่ยงอย่างเหนือชั้นด้วยการสร้างพันธมิตรกับร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป เพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งกันเอง กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่วิน-วินทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ความสำเร็จที่วัดจาก “ความสุข” ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” แม้ตั
ซีเจ มอร์ เปิดรับสมัคร ซีเจ ซีเนียร์ พลัส โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หน้าที่ความรับผิดชอบ พนักงานร้านกาแฟ Bao Café หรืองานอื่นๆ ใน CJ อัตราค่าจ้าง 50 บาทต่อชั่วโมง คุณสมบัติ อายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป วุฒิการศึกษา ป.6 ขึ้นไป หรืออ่านออกเขียนได้ ลักษณะการทำงาน พนักงานพาร์ตไทม์ ทำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ตามตารางที่ผู้จัดการสาขากำหนด ปฏิบัติงานไม่เกิน 6 ชม./วัน (ช่วงเวลา 07.00/08.00/09.00 น. ตามที่ ผจก. กำหนด) ตำแหน่งพนักงานร้านบาวคาเฟ่-ชง/เตรียม/เสริฟ สินค้า-จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์-ทำความสะอาดพื้นที่ขาย-หน้าที่อื่นๆที่ได้รับมอบหมาย สวัสดิการ ทำงานวันหยุด กองทุนเงินทดแทน ตรวจสุขภาพประจำปี ประกันชีวิต หมายเหตุ ตรวจสุขภาพประจำปี จะได้รับกรณีที่ทำงานต่อเนื่อง 1 ปี และได้รับการต่อสัญญา ส่วนประกันชีวิตจะได้รับกรณีทำงานต่อเนื่อง 1 เดือนขึ้นไป กดสมัครที่ https://link.cjmore.co.th/storejobs-cj สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ : 02-026-2233 Line : @jobcj
