How to
ตะลุยอาเซียน ส่อง 10 เมนูประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีวัฒนธรรมการกินคล้ายๆ กัน ในช่วงนี้ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังคึกคักเป็นพิเศษ จากกระแสการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ได้ กัมพูชา เป็นประเทศเจ้าภาพ นอกจากเรื่องการแข่งขันกีฬาที่หลายชาติให้ความสำคัญแล้ว 10 ประเทศเพื่อนบ้านยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมาย อย่างเช่น เรื่องอาหารการกิน ที่มีวัฒนธรรมการกินคล้ายๆ กัน แต่จะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ลองมาทำความรู้จัก 10 เมนูประจำชาติอาเซียนกันดีกว่า 1. ต้มยำกุ้ง ประเทศไทย ต้มยำกุ้ง คืออาหารยอดนิยมที่คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันเป็นอย่างดี มีให้รับประทานกันทุกภาคในไทย ใส่กุ้งตัวโตเต็มคำ กับน้ำซุปเข้มข้นครบรส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ที่มีให้เลือกทั้งน้ำใสน้ำข้น 2. อโดโบ้ ประเทศฟิลิปปินส์ อโดโบ้ คืออาหารยอดนิยมในฟิลิปปินส์ ทำจากเนื้อหมู หรือเนื้อไก่ที่ผ่านการหมัก และปรุงรส โดยจะใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยอบในเตาอบ หรือทอด แล้วนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ 3. กาโด กาโด ประเทศอินโดนีเซีย กาโด กาโด อาหารยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผัก และธัญพืช
ไม่ต้องมีเตาอบ ก็ทำเบเกอรี่ขายได้ ด้วย ทุเรียนชีสพาย เมนูของหวานช่วงซัมเมอร์ ช่วงนี้หลายๆ ร้าน ต่างก็หยิบเอาผลไม้สุดฮอตช่วงฤดูร้อนอย่าง ทุเรียน มาทำทานทำขายกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน ใครที่อยากได้เมนูของหวาน ทำง่ายๆ โดยใช้ผลไม้ดาวเด่นซัมเมอร์มาทำบ้าง เจ้าของเพจ Ch.Nuii ใจดี อนุญาตให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำสูตร ทุเรียนชีสพาย มาให้ลูกเพจได้ทำกัน ดังนี้ วัตถุดิบ ส่วนที่ 1 1. เนื้อทุเรียนหมอนทอง 500 กรัม **ตีให้เนื้อละเอียดหรือจะนำไปปั่นก็ได้ค่ะ 2. ครีมชีส 250 กรัม 3. วิปปิ้งครีม 140 กรัม ส่วนที่ 2 1. เจลาตินยี่ห้อ Gelita แบบแผ่น 2 แผ่น **นำไปแช่น้ำเย็นจนนิ่ม 2. วิปปิ้งครีม 70 กรัม ส่วนที่ 3 1. แครกเกอร์บดละเอียด 240 กรัม 2. เนยจืดหรือเนยเค็ม 120 กรัม ขั้นตอนการทำ 1. นำครีมชีส (ทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง ให้นิ่ม) ตีให้ส่วนผสมเนื้อเนียน จากนั้นเติมวิปปิ้งครีมและเนื้อทุเรียนลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง **ในส่วนของขั้นตอนนี้ อยากให้เนื้อเนียน สามารถนำไปกรองได้ค่ะ 2. นำวิปปิ้งครีมไปตั้งไฟหรือเข้าไมโครเวฟแค่พออุ่นๆ เพื่อละลายเจลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้ว 3. นำส่วนผสมทั้ง ข้อที่ 1 และ 2
หลานชายคนเก่ง ไม่สนคนมอง เรียนจบจุฬาฯ มาขายบัวลอย ขอรับช่วงต่อร้านเล็กๆ ที่ครอบครัวสร้างมา 70 ปี หน้าวัดประตูสาร จังหวัดสุพรรณบุรี มีบัวลอยเจ้าดังเปิดขายมานาน 70 ปี โดยมีอาม่าต้นตำรับรุ่นแรก ส่งไม้ต่อให้ลูกชายรุ่นสอง และปัจจุบันมี คุณเฟิร์ส-วัชพล ทองมูลดี หลานชายวัย 29 ปี อดีตเทรนเนอร์ ดีกรีปริญญาตรี จุฬาฯ เข้ามารับช่วงต่อเป็นรุ่นที่ 3 ตั้งแต่ปี 2019 แม้บัวลอย วัดประตูสาร จะสืบทอดกันมาถึง 3 รุ่น แต่รสชาติความอร่อยนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน การันตีได้จากปริมาณแป้งที่ใช้วันละ 20 กิโล อะไรคือเหตุผลให้คุณเฟิร์สตัดสินใจลาออกจากงานมารับช่วงต่อธุรกิจ และทำไมบัวลอย เมนูธรรมดาๆ ถึงขายดีตลอด 70 ปี ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้ จากเทรนเนอร์สู่พ่อค้าบัวลอย คุณเฟิร์ส เด็กหนุ่มจากสุพรรณบุรี เข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงระดับปริญญาตรี ในคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบก็เลือกทำงานอยู่ในเมืองหลวงด้วยอาชีพเทรนเนอร์ งานนี้ถือว่าไปได้ดี แต่ก็มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจ เพราะทางบ้านอยากให้กลับมารับช่วงต่อกิจการร้านบัวลอยของครอบครัว “ผมคิดหนักเหมือนกันครับในตอนแรก ปรึ
จากดอกไม้ริมทางธรรมดา สู่ ชาเฟื่องฟ้า ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ของ ชุมชนบ้านตม ถ้าพูดถึง ดอกเฟื่องฟ้า เชื่อว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคยไม่ใช่น้อย กับดอกไม้ริมทางที่ดูไม่มีมูลค่าอะไร แต่ใครจะเชื่อว่า มันสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม กลายเป็น ชาจากดอกเฟื่องฟ้า ได้อย่างลงตัว คุณจาลี ศรีสมัย ตัวแทนชุมชนบ้านตม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเคยทำงานบริษัทมาได้สักระยะหนึ่ง กระทั่งถึงวัยที่ต้องเกษียณอายุงาน จึงตัดสินใจ เดินทางกลับบ้านเกิด ประกอบกับ คุณจาลีเล็งเห็นว่า ในชุมชนของเธอส่วนมากมีการปลูกต้นเฟื่องฟ้ากันเกือบทุกครัวเรือน จึงเกิดเป็นไอเดียหยิบดอกเฟื่องฟ้ามาแปรรูป “น้าเพิ่งเริ่มปลูกกันไปแค่ประมาณ 150 ต้น แต่ตอนเนี่ยเราอยากทำเป็นจุดเช็กอินของชุมชนบ้านตม เราเลยทำเป็นถนนดอกไม้กินได้ และอยากทำชาจากดอกเฟื่องฟ้า ไอเดียเริ่มแรกคือ ดอกเฟื่องฟ้าในชุมชนมีจำนวนเยอะมาก ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เลยช่วยกันระดมความคิดว่า เราลองเอาไปทำเป็นชาดูดีไหม เพราะเห็นว่าดอกไม้อื่นๆ ก็ยังเอามาทำเป็นชาได้ พอดีกับมีอาจารย์จากกรมอุตสาหกรรมและสถาบันเพิ่มพูนผลผลิตแห่งชาติ เข้าไปแนะนำปรับสูตร เลยออกมาเ
เปิด สินค้าจากไทย ที่คนจีนชอบ ผู้ประกอบการอยากบุกตลาดต่างประเทศ ต้องรู้! จีนคือมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในแง่ของประชากรมหาศาลที่มีกำลังซื้อ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิด-19 ชาวจีนมาเที่ยวเมืองไทยมากถึง 11,138,658 คน สะท้อนให้เห็นว่า คนจีนชื่นชอบเมืองไทยและคุ้นเคยกับสินค้าไทยเป็นอย่างดี ทั้งยังนิยมสั่งซื้อสินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Taobao, Tmall Global, JD.com, Pinduoduo, VIP.com หากคิดจะขยายธุรกิจให้เติบโต การเจาะตลาดชาวจีนก็นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เว็บไซต์ Krungsri Auto พาผู้ประกอบการที่สนใจจะขยายตลาดไปจีน ไปดูสินค้าไทยยอดฮิตที่คนจีนชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์ ดังนี้ ผลไม้ไทยยังอนาคตสดใส ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูป ช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2565 ไทยส่งออกผลไม้ไปยังจีนมูลค่าสูงถึง 9.2 หมื่นล้านบาท โดยผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมในจีน ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าวอ่อน มังคุด ลำไย ส้มโอ สับปะรด ชมพู่ และเงาะ ซึ่งนอกจากซื้อเพื่อบริโภคแล้วคนจีนยังนิยมมอบผลไม้เป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ อีก
ทางออกคนมีหนี้! 4 ทริก พิชิตวิกฤตหนี้ สู่ (ว่าที่) เศรษฐีเงินล้าน ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ช่วงนี้ก็มีแต่คนคุยเรื่อง “หนี้” เว็บไซต์ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ แชร์วิธีการ “ปลดหนี้” ในแบบที่ไม่ต้อง “กัดก้อนเกลือกิน” แถมยังมีโอกาสที่จะสร้างทรัพย์สินและเก็บเงินไว้ลงทุนได้เสียด้วย เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ 1. หยุดเป็นหนี้เพิ่ม เพราะว่าการเพิ่มหนี้เข้ามาก็ยิ่งเพิ่มรายจ่ายในการผ่อนชำระหนี้ให้กับเรา จะยิ่งทำให้เราหนีไม่พ้นวังวนแห่งหนี้สิน และที่สำคัญที่สุดคือ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างจริงจัง เพื่อที่เราจะได้ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นทิ้ง แน่นอนว่าจะทำให้เรามีเงินมาชำระหนี้ได้หมดเร็วขึ้น 2. ชี้ประเภทให้ชัด โดยการแยกประเภทหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หรือ หนี้อื่นๆ เพื่อทำให้เราเห็นภาพหนี้สินที่มีอยู่ชัดเจน และทำให้เราสามารถวางแผนชำระหนี้ได้ดีขึ้น 3. จัดรวมกลุ่มหนี้ ขั้นตอนนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ คือเราจะทำการบริหารหนี้ที่มีอยู่ด้วยการ “ย้ายโอนหนี้” จากหลายๆ แห่งให้มารวมกันอยู่ในธนาคารแห่งเดียวที่อาจให้ดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยต่ำกว่าที่เคยจ่าย ซึ่งจะทำให้เรามียอดผ่อนชำระต่อ
อดีตวิศวกร ผันตัวทำฟาร์มเห็ด ต่อยอดผลิต สแน็กเห็ด หักทุนแล้ว กำไรหลักแสน จากอดีตวิศวกร ผันตัวมาทำฟาร์มเห็ด ก่อนจะแตกไลน์มาเป็นโรงงานเห็ดแปรรูป สร้างแบรนด์ สแน็กเห็ด The Mushroom House วางขายบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ สร้างรายได้กว่าหลักล้านบาท หักทุนหักอะไรแล้วกำไรเหลือๆ กว่าหลักแสน ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง สำหรับ คุณวรเศรษฐ์ เกิดทะเลไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปักธงชัยฟู้ดโพรเซส จำกัด เจ้าของฟาร์มเห็ดผลิตภัณฑ์แปรรูปเห็ด ภายใต้แบรนด์ The Mushroom House และผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพร เขาเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า หลังจากที่ตนเองและภรรยาได้ลาออกจากการทำงานประจำ ซึ่งเดิมตนเองเป็นวิศวกร และภรรยาทำงานด้านบริหาร บริษัทแห่งหนึ่ง “ตอนลาออกจากงานมาก็มาทำฟาร์มเพาะเห็ด บนพื้นที่ 2 ไร่ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพราะตอนนั้นเห็นว่า ตลาดเห็ดบ้านเรา คนมีความต้องการสูง ทั้งยังมีเทรนด์สุขภาพที่คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เลยเลือกมาทำฟาร์มเห็ด โดยเห็ดที่เพาะที่ฟาร์ม ประกอบไปด้วยเห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดนางรมฮังการี และเห็ดโคนญี่ปุ่น ผลผลิตที่ได้
อดีตครู ผันตัวเปิดบริษัท ถูกโกงเป็นล้าน สู้ใหม่ หันทำน้ำส้มเกล็ดหิมะขาย รายได้ไม่มาก แต่สุขใจ เรียกว่าล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อยทีเดียว สำหรับ คุณปู–ยุคลธร นิยุตรานนท์ เจ้าของกิจการ ร้านน้ำส้มสดเกล็ดหิมะ มายไอซ์ วัย 53 ปี คนนี้ ที่ก่อนหน้าที่จะมาทำ น้ำส้มเกล็ดหิมะ มายไอซ์ ขาย เธอเคยมีอาชีพรับราชการครู แต่เลือกลาออกมาหวังเป็นนายตัวเอง ทำบริษัทตรวจสอบโรงเรียนแต่ดันถูกโกงจนต้องปิดบริษัทไป “ก่อนที่จะมาทำน้ำส้มขาย เคยทำงานราชการครูมาก่อน ก่อนลาออกมาทำธุรกิจ เพราะช่วงที่ออกมา เราไปตรวจโรงเรียนและเปิดทำบริษัทตรวจโรงเรียน ต่อมาเพื่อนโกงไปเป็นล้าน เราได้แต่บังคับคดีได้เงินคืนปีละนิดหน่อย เลยเกิดความรู้สึกเบื่อค่ะ จึงทำการค้าแบบพอเพียง แต่ความใจดีของเรามั้ง ก็ยังมีโกงนะ” คุณปู ว่าอย่างนั้น นอกจากนั้น อดีตครูท่านนี้ ยังเล่าต่อว่า แรงบันดาลใจที่ลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยการทำ น้ำส้มเกล็ดหิมะ แบรนด์ มายไอซ์ ขายมาจากการที่คุณปู เป็นคนชอบชิมชอบลองทานอาหารเครื่องดื่มใหม่ๆ โดยเคยซื้อน้ำส้มเกล็ดหิมะ ที่มีขายทั่วไปมาลองทานแล้วพบว่า ผู้ผลิตไม่ได้ใช้ส้มสดมาคั้นเป็นน้ำส้ม รสชาติจึงไม่ถูกใจเลย ทำให้คุณปูเกิดความ
เราทุกคนจดจำเขาได้ในฐานะนักแสดงตลก แต่เขากลับมีหลายอย่างที่มากกว่านั้นในหลายๆ มุม ทั้งการเป็นดารา นักแสดง รับบทเป็นพิธีกร เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เอ็มวีเพลง รายการทีวี และอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ยังมีอีกมุมที่หลายคนอาจจะพอเห็นผ่านตามาบ้าง นั่นคือ นักธุรกิจ น้ำปลาร้าตราหม่ำแซ่บ ของ หม่ำ จ๊กมก ร่วมมือกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง นับเป็นสินค้าที่ไม่ผิดคาดจากตัวเจ้าของแบรนด์ไปไม่แต่น้อย เพราะเมื่อนึกถึง หม่ำ จ๊กมก-เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา คำว่าอีสานก็จะลอยเข้ามาในหัวทันที วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปสำรวจจุดเริ่มต้นกับมุมของนักธุรกิจน้ำปลาร้าหม่ำแซ่บว่ามีแนวคิด และวิธีการอย่างไรก่อนจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นี้ คุณหม่ำ เล่าว่า ด้วยความที่เขาเป็นคนอีสานกินปลาร้ามาตั้งแต่เด็กจนโต มักคุ้นชินกับการกินปลาร้าดิบมากกว่าการต้มสุก เขาเริ่มหันมาทดลองกินปลาร้าสุก พร้อมกับลองหมักปลาร้าด้วยปลาหลายชนิดแล้วเริ่มเปลี่ยนวิธีการกินของตัวเองมาเรื่อยๆ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป “ผมเป็นคนที่กินปลาร้าอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อก่อนกินดิบมาตลอดก็ลองคิดว่าถ้าเอามาต้มสุกจะเป็นยังไงวะ มันจะเหมือนที่เราจกกินในไหหรือเปล่า มันจะเหมือนบ้
“เปิงด้าจก์” เป็นภาษามอญ แปลว่า ข้าวน้ำ ที่หมายถึงข้าวแช่นั่นเอง ชาวมอญมีประเพณีในการทำข้าวแช่เพื่อถวายพระสงฆ์และเลี้ยงชาวบ้านในชุมชนในเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นงานที่สำคัญยิ่งของชาวมอญ จึงมักเรียกข้าวแช่ว่า “เปิงซังกราน” ที่หมายถึง ข้าวสงกรานต์ ข้าวแช่มอญเข้าสู่วังเพราะเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 เป็นชาวมอญได้ทำถวาย และเป็นที่เลืองลือในความอร่อย จากชาววังจึงแพร่หลายมาสู่ชาวบ้านโดยทั่วไป เมื่อถึงฤดูร้อนเราคงนึกถึงข้าวแช่เป็นอันดับแรก สงกรานต์ของชาวมอญนั้นสนุกสนาน จะมีการแห่หงส์และธงตะขาบไปที่วัด แล้วนำธงขึ้นสู่พระธาตุ ชายชาวมอญสวมเสื้อลายดอกคอพวงมาลัย พาดผ้าจีบหรือผ้าขาวม้าสีสันสดใส นุ่งผ้าลอยชายคาดเข็มขัดทองหรือนาก ถือไม้ตะพดหัวเลี่ยมเงินลายสวยๆ อวดกันเต็มที่ ใส่หมวก สวมถุงเท้า รองเท้าหนัง แต่งตัวกันเต็มที่ไม่น้อยหน้าฝ่ายหญิง สาวมอญแต่งกายด้วยเสื้อผ้าลูกไม้ มีผ้าถักคล้องคอ นุ่งซิ่นปักดิ้นงดงาม มุ่นมวยผมปักดอกไม้ทองเขียนหน้าทาปากงดงาม สาวมอญนั้นเป็นที่เลื่องลือในเรื่องความงาม เขาว่าจะจีบสาวมอญนั้นยากเพราะผู้ชายมอญนั้นดุและขี้หวง ชายที่มีลูกสาวสวยจึงต้องถือไม้ตะพดเตรียมไว้แ
