How to
กรอบสะเทือนปาก! กุยช่ายบางกรอบ เวอร์ชั่นนี้ขายดีมาก มีงบหลักหมื่น ก็ลงทุนได้ การเก็บข้อมูลหรือการดูสถิติเพื่อให้รู้อินไซต์ลูกค้า ว่าชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีโอกาสเติบโต และอาจได้ไอเดียเมนูหรือโปรดักต์ใหม่ เหมือน คุณท็อป-กิตติศักดิ์ ไกรบำรุง ทายาทร้านกุยช่ายสะพานหัน วัย 26 ปี ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ เบอร์เกอร์กุยช่าย ซึ่งได้ไอเดียมาจากการดูสถิติในช่วง WFH แล้วพบว่า คนนิยมสั่งฟาสต์ฟู้ดจำนวนมาก เขาจึงเปลี่ยนกุยช่ายเป็นฟาสต์ฟู้ด จนฮิตปรอทแตก และอินไซต์ลูกค้ายังบอกคุณท็อปด้วยว่า ชอบทานกุยช่ายกรอบๆ เป็นที่มาให้ชายหนุ่ม พัฒนาโปร ดักต์ใหม่ “กุยช่ายบางกรอบ” ลบภาพลักษณ์กุยช่ายแบบเดิมที่ผู้คนรู้จัก ซึ่งขายดีตั้งแต่วันแรก หมดเร็วใน 4 ชั่วโมง แถมยังเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจ จุดเริ่มต้น ฮ่องเต้ กุยช่ายบางกรอบ กุยช่ายบางกรอบ ของคุณท็อป เปิดตัวมาได้ 2 เดือนกว่า ภายใต้แบรนด์ “ฮ่องเต้ กุยช่ายบางกรอบ” แยกตัวมาจากแบรนด์หลักเพราะตั้งใจเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น โดยใช้คำว่า ฮ่องเต้ เพราะอยากสื่อให้เห็นว่า เป็นใหญ่ในวงการกุยช่าย “ผมเปลี่ยนสูตรแป้งกุยช่ายเดิมๆ
เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ สู่ แดง ดูลาเปอร์ สุดยอดนักปั้นกาแฟยอดดอย ผู้ช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกร “ทำแล้วจะขายที่ไหน? ขายให้ใคร?” นี่เป็นประโยคที่ คุณกิจชญานันท์ ชมสนุก หรือในวงการกาแฟเรียกว่า “แดง ดูลาเปอร์” มักถูกไถ่ถามจากชาวบ้านเสมอ เมื่อแรกเข้าไปเสนอจะช่วยพัฒนาการปลูกกาแฟ จึงเป็นที่มาของแนวทางและวิธีปฏิบัติที่จะช่วยเหลือเกษตรกรครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ฟูมฟักสอนปลูกกาแฟให้มีคุณภาพ มีโรงสีคัดแยกพร้อม ที่สำคัญ มีตลาดรับรอง จูงใจให้เกษตรกรอยากยกระดับพัฒนาตัวเอง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณแดง เล่าจุดเริ่มต้นธุรกิจผลิตและจำหน่ายกาแฟสารชั้นพรีเมียม ว่า ตนรักหลงใหลในกาแฟมาก จนอยากจะทำธุรกิจผลิตเมล็ดกาแฟพิเศษ ซึ่งการจะได้กาแฟที่ดีจริงๆ ต้องลงมือค้นหาด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจเดินทางขึ้นดอยตามพื้นที่ต่างๆ ใน จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อแสวงหาแหล่งปลูกกาแฟชั้นเยี่ยม พร้อมเสนอจะช่วยพัฒนาและรับซื้อผลผลิตเมล็ดกาแฟ คุณแดง เล่าว่า เข้าไปส่งเสริมชาวบ้านให้ปลูกกาแฟคุณภาพเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เริ่มต้นที่บ้านดูลาเปอร์ ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยตั้งแต่สอน อบรมการปลูก ดูแล ตลอดจนเก็บเกี่ยว
อัปเดต 6 เทรนด์การตลาดยุคใหม่ เหล่านักการตลาด-ผู้ประกอบการ ต้องปรับตัวตามให้ทัน ในโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดกระแสดิสรัปชั่น (Disruption) ที่เรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองในทุกด้านเพื่ออยู่รอดในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในด้านสำคัญที่จำเป็นต้องปรับตัวตามมากที่สุด คือด้าน การตลาด (Marketing) ที่มีความอ่อนไหวต่อทั้งเทคโนโลยี สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ อีกทั้งการสลับสับเปลี่ยนของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งทำให้ผู้ทำงานด้านการตลาดกลายเป็นหนึ่งในสายอาชีพที่เรียกร้องความสามารถในการปรับเปลี่ยนและพัฒนาทักษะของตนเองให้สอดรับกับสภาวะความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วเหล่านี้ตลอดเวลา จากการวิเคราะห์ของนิตยสาร Forbes พบว่า ภายในปี 2023 ผู้ที่ทำงานด้านการตลาด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในระดับบริหารและผู้นำในด้านนี้ขององค์กร จะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้นกว่าเดิม ความเลือนลางของเส้นแบ่งประสบการณ์ของผู้บริโภคในโลกจริงและโลกเสมือนจริง หรือแม้แต่พัฒนาการอันก้าวกระโดดของระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสอดคล้อง
พ่อค้าแม่ขาย อยากจ้าง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) โปรโมตสินค้าบ้าง ต้อง เลือกอย่างไร ให้เวิร์ก ในประเทศไทย อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ยังถือเป็น ศาสตร์ใหม่ ที่เข้ามามีอิทธิพลมากในวงการสื่อสาร ปัจจุบัน แบรนด์ไม่ได้เลือกใช้เพียง ศิลปิน-ดารา ในการนำเสนอสินค้า/บริการ แต่ อินฟลูเอนเซอร์รายย่อย ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เพจ Krungsri Business Empowerment ข้อมูลจาก Tiktok เปิดเผยว่า Influencer marketing ยังได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ผู้บริโภค 50% สนใจจะซื้อของบนแพลตฟอร์ม และ 61% มีความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์บนแพลตฟอร์ม TikTok คำถามคือการลงทุนในอินฟลูเอนเซอร์จะทำอย่างไรถึงได้ผลลัพธ์ดีที่สุด คำถามคือ แล้วอะไรล่ะที่เป็นตัวแปรที่เหล่านักการตลาดเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่งๆ ในการนำเสนอสินค้า/บริการ? แล้วพ่อค้าแม่ขายหรือเจ้าของกิจการที่ขนาดไม่ใหญ่มากอย่างเราๆ อยากจะจ้าง อินฟลูฯ มาโฆษณาสินค้า/บริการให้เราบ้าง ต้องเลือกจากอะไร? มาดูกัน 1. จำนวนผู้ติดตาม เราพบว่ายิ่งมีผู้ติดตามตามมากเท่าไหร่ การมีส่วนร่วมก็จะได้รับมากขึ้นเท่านั้น อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากก็ยิ่งจะมีการเข้าถึงมากขึ้นเท่าน
มติชน อคาเดมี x เจ๊จูเป็ดพะโล้ เผยความลับหัวเชื้อเคี่ยวนาน 100 ปี รสเข้ม หอมสมุนไพร เสียงจอแจของแม่ค้าพ่อขาย ความคึกคักของผู้คนในย่านตลาดวงเวียน 1 หมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค ออกมาจับจ่ายตลาดยามเช้า สรรหาของกินแสนอร่อยมากมาย “เจ๊จูเป็ดพะโล้” เป็นหนึ่งในร้านในดวงใจของชาวหมู่บ้านเศรษฐกิจมายาวนานกว่า 70 ปี จากสูตรลับไว้ทำกินในครอบครัว สู่อาชีพพ่อค้าขายเป็ดพะโล้ซึ่งเตี่ย (คุณพ่อเจ๊จู) ใช้เลี้ยงครอบครัวเกือบ 10 ชีวิต ตกทอดมายังเจ๊จูจนทุกวันนี้ การันตีด้วยเสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังกังวานไม่ขาดหาย ลูกค้าต่างแวะเวียนมาอุดหนุนพร้อมคำยืนยันว่า “เป็ดร้านนี้ หอม เนื้อนุ่ม รสเข้มกลมกล่อม น้ำจิ้มแซ่บ ไม่หวงน้ำพะโล้ ราคาไม่แพง” นับเป็นโอกาสดีที่ เจ๊จู–ณัฐชนันท์ ประเสริฐวาที ยอมมาเปิดสูตรลับตกทอดจากอากงมากว่า 100 ปี ในโปรเจ็กต์ 12 เชฟ 12 เดือน ของมติชน อคาเดมี เปิดสอนวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ณ มติชน อคาเดมี ประชานิเวศน์ 1 ราคา 2,999 บาท “เห็นเตี่ยต้มเป็ดขายมาตั้งแต่จำความได้ ไม่อยากทำอาชีพนี้ ไปเป็นลูกจ้างร้านเสริมสวย รับจ้างสารพัด สุดท้ายมานั่งคิดว่า ถ้ายังเป็นลูกจ้างไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ จึงตั
เปิดร้านน้ำไม่เวิร์ก! เปลี่ยนมาขาย ‘ครอฟเฟิล’ ไซซ์จิ๋ว เริ่มต้น 14 บาท ออร์เดอร์พรึบ วันละ 2,000 กว่าชิ้น เพราะบรรยากาศที่เงียบเหงาในช่วงโควิด ทำให้ร้านน้ำของ คุณโอ๋-จรัส บุตรงาม ที่เปิดขายในตลาดขายไม่ได้ เพื่อความอยู่รอดและเรียกยอดขายกลับมา คุณโอ๋จึงต้องปรับตัวเบนเข็มมาเปิดร้านครอฟเฟิล ไซซ์จิ๋ว เริ่มต้นชิ้นละ 14 บาท ถึงปัจจุบัน 1 ปีกว่า ‘คิงครอฟเฟิล’ กลายเป็นร้านขวัญใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย สามารถทำยอดขายได้วันละ 2,000 กว่าชิ้น ครอฟเฟิลของคุณโอ๋ แตกต่างจากร้านอื่นอย่างไร ทำไมถึงขายดีขนาดนี้ มาพูดคุยกับเธอกัน คุณโอ๋ วัย 31 ปี เริ่มบทสนทนา ก่อนหน้านี้เปิดร้านน้ำในตลาดละลายทรัพย์ แต่ก็เงียบเหงา เพราะมีโควิดระบาด ระหว่างนั้นเธอได้สังเกตพฤติกรรมลูกค้าในตลาดและพนักงานออฟฟิศว่าชอบกินอะไร อีกทั้งจากการดูยูทูบ ก็ได้เห็นว่าเบเกอรี่ โดยเฉพาะครัวซองต์ น่าจะขายได้ “กินครัวซองต์เป็นปกติอยู่แล้วค่ะแต่กินไม่เคยหมด เพราะชิ้นใหญ่มาก เลยลองปรับมาทำชิ้นเล็ก นำเข้าเตาอบวอฟเฟิลแล้วแต่งหน้า แรกๆ หน้าขนมขี้เหร่มาก ไม่อร่อย เจอสารพัดปัญหา เราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเริ่มเปิดร้านเมื่อสิ้
เปิด 5 พฤติกรรมผู้บริโภคแบบใหม่ เหล่าผู้ประกอบการ ต้องรู้ และ ปรับตัวตามให้ทัน นอกจาก เทรนด์ธุรกิจ ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแทบจะตลอดเวลา พฤติกรรมผู้บริโภค ก็แทบจะเรียกว่าอัปเดตบ่อยจนบางทีก็ตามกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ทำให้เหล่า เจ้าของธุรกิจ-ผู้ประกอบการ ต้องวิ่งตามทั้งเทรนด์ธุรกิจและเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคกันจนเหนื่อยเลยทีเดียว เว็บไซต์ K SME เผยแพร่ พฤติกรรมลูกค้าแบบใหม่ บน (โลก) ธุรกิจเดิม ที่ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจควรรับทราบ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจต่อไป ดังนี้ 1. คิดก่อนจ่าย : เรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้นของ เฮ้าส์แบรนด์ เลยก็ว่าได้ เพราะแบรนด์ไหนที่มีการผลิตสินค้าเอง หรือ ผ่าน OEM (อาทิ ท็อปส์ หรือ โลตัส เป็นต้น) จะกลายเป็นกลุ่มแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เพราะมีความคุ้มค่า และ สะดวกในการซื้อ นั่นเอง 2. ชีวิตติดสมาร์ทโฟน : ด้วยพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ ตลาดออนไลน์ เติบโตขึ้นเป็นอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนใช้สมาร์ทโฟนในการ ค้นหาข้อมูลออนไลน์ ใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ในการดูหนังฟังเพลงมากขึ้น รวมถึงการซื้อของออนไลน์และทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ด้วย เจ้า
รู้หรือไม่! โลกการค้าขาย การใช้ระบบ เหมาะสมกับ สินค้า ส่วน บริการ ต้องใช้ความเป็นมนุษย์ เมื่อใดที่เราควรใช้ระบบมาจัดการธุรกิจให้ง่ายขึ้น แล้วเมื่อใดที่ควรใช้ความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาในการตอบโต้กับลูกค้า เรื่องง่ายๆ ที่หลายธุรกิจ ตกม้าตาย เอามาใช้แบบผิดที่ผิดทาง ผมมีโอกาสนั่งคุยกับเพื่อนเก่าแก่ ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอาหาร ขายก๋วยเตี๋ยวร้านไม่ใหญ่ ไม่มีสาขา แต่ว่าลูกค้าตรึม ยิ่งเที่ยงๆ ลวกกันข้อมือแทบหัก ขายก๋วยเตี๋ยวจนสามารถลงทุนเปิดร้านอาหารแนวคาเฟ่ได้อีกร้านที่บ้านเกิด ซึ่งเนรมิตฝันของทุกคนในครอบครัวให้เป็นจริงได้ด้วยเงินหลายล้าน ด้วยความที่เป็นธุรกิจใหม่ ต้องอาศัยความใส่ใจฟูมฟัก เพื่อนคนนี้จึงต้องยอมทิ้งร้านก๋วยเตี๋ยวที่ กทม. ไปดูแลคาเฟ่ในต่างจังหวัดบ่อยมาก สัปดาห์หนึ่งก็ 5-6 วัน กลับมาดูร้านที่ กทม. แค่ 1-2 วัน ความเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีทั้งน้อง ทั้งหลาน รวมถึงลูกน้องในร้าน ช่วยเป็นหูเป็นตาได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องความซื่อสัตย์ เรื่องการยักยอก อีกทั้งทุกคนที่มอบหมายให้ดูแล ล้วนแล้วแต่ได้ผ่านประสบการณ์ร่วมกันมาอย่างช่ำชอง ช่วงเดือนแรกของร้านคาเฟ่ แม้ทั้งร้านจะเริ่มต้นแบบธุ
เปลี่ยน ชากุหลาบ เป็น วุ้นกรอบ ขนมหวานทำเล่นที่บ้าน ทำขายได้ ไม่ยาก หากใครที่ชื่นชอบการทานชาและขนมหวานแล้วล่ะก็ วันนี้ คุณครูนิด-นิสาภ์รัชฏ์ เหล่าก้อนคำ เจ้าของเพจ ห้องขนมครูนิด ได้มาแบ่งปันสูตรการทำ วุ้นกรอบชากุหลาบ มาให้ทำทานเล่นกันที่บ้าน หรือใครจะนำไปต่อยอดทำขายก็ไม่ยากอย่างที่คิด ส่วนผสม – ผงวุ้น 15 กรัม (ครูใช้ตรานกยูง) หรือใช้ตามที่มี – แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ (แป้งเท้ายายม่อมที่จะใช้เติมในวุ้นควรละลายน้ำเปล่าสะอาดก่อนและใส่เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากต้มวุ้นกับน้ำตาลจนเดือดใส่แป้งเท้ายายม่อมคนให้ทั่ว) – น้ำตาลทรายขาว 750 กรัม – เกลือ 1/4 ช้อนชา – น้ำชากุหลาบ 600 กรัม หรือใช้กลิ่นกุหลาบตามชอบ สัดส่วนชากุหลาบและวิธีทำ – ชากุหลาบ 10 กรัม แช่ในน้ำร้อนจัด 650 กรัม เหมือนการชงชา 30 นาที – นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง พักให้เย็นสนิท (จึงนำไปแช่วุ้น หรือในกรณีแต่งด้วยกลิ่น แต่งตามชอบได้เลย) – พิมพ์วุ้นตามต้องการ – จากนั้นให้แช่วุ้นกับน้ำชากุหลาบที่พักจนเย็นแล้ว – ปล่อยวุ้นทิ้งไว้ให้อิ่มตัว 15 นาที – ต้มวุ้นชากุหลาบให้สุก ค่อยๆ
เคยปูเสื่อขายหน้าห้าง ก่อนเป็น ร้านดินปั้น ขายออนไลน์เดือนละหลายหมื่น คนเราถ้าตั้งใจทำอะไรแล้ว ย่อมเห็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกับ คุณกัญ-กัญชนก ต๊ะมามูล ที่ฝึกฝนวิชาการปั้นดินด้วยตัวเอง บวกกับพรสวรรค์ที่มี จนสามารถเปิดร้านดินปั้น ครีเอตเป็นเครื่องประดับ เคสโทรศัพท์ และ Griptok งานแฮนด์เมด ที่เธอปั้นเองทุกชิ้น ผ่านเมนูอาหารไทย ฝรั่ง และขนมหวานหน้าตาน่าทาน สร้างรายได้ดีเดือนละ 30,000-40,000 บาท เจ้าของร้านสาว เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธออยากทำธุรกิจของตัวเอง เมื่อเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงเริ่มฝึกฝนการปั้นดิน ไม่ได้ผ่านการลงคอร์สจริงจัง แต่ฝึกด้วยตัวเอง จากนั้นถึงเริ่มปั้นเครื่องประดับ “เคยทำงานแฮนด์เมดขายตั้งแต่สมัยเรียน ก็ชอบตั้งแต่นั้นมา อาศัยฝึกฝนเอาเองจนทำได้ ใช้ดินไทยและดินญี่ปุ่นสลับกันไป งานปั้นชิ้นแรกคือเครื่องประดับ มีทั้งกำไล สร้อย ต่างหู พวงกุญแจ ทำเป็นรูปอาหาร เพราะชอบกินและมีหลากหลายเมนูช่วยให้เราจินตนาการได้เรื่อยๆ” คุณกัญเริ่มขายเครื่องประดับจากออฟไลน์ คือปูเสื่อขายหน้าห้าง อยู่ 3-4 ครั้ง รวมทั้งออกบู๊ธ จากนั้นย้ายมาขายอ
