Exclusive
เค้กโบราณหน้าฝอยทอง ของอร่อยต้องทำใหม่สดทุกวัน ลองชิม ติดใจ ซื้อต่อเอง ผมนั่งเปิดดูหน้าขายอาหารออนไลน์ในอินเทอร์เน็ต มีอาหารเยอแยะไปหมด ทุกชาติทุกภาษา จนถ้ามีคนถามว่า อยากขายอาหารออนไลน์ จะขายอะไรดี ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เพราะมันมีหมดแล้วเกือบทุกอย่าง ขายของออนไลน์รวมทั้งอาหาร ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกอาชีพอันดับหนึ่งตอนนี้ จนน่าคิดว่าถ้ามาขายออนไลน์กันหมดแล้วเหลือใครเป็นคนซื้อบ้าง ช่วงก่อนโควิดกระหน่ำซัมเมอร์เซล มีแม่บ้านนักเรียนเจ้าประจำของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยเข้ามาให้สอนทำ “เค้กฝอยทอง” ขอสูตรเค้กสไตล์โบราณๆ แต่เอานิ่มๆ นะ ไม่เอาแบบใส่สารเสริม จะเอาไปทำส่งขายออนไลน์ บนหน้าออนไลน์ เค้กฝอยทองมีทั้งแบบดั้งเดิมเจ้าดังๆ มีแบบใส่ไส้ลาวาครีมมะพร้าวอ่อน ซึ่งไม่มีอะไรมากแค่ตุ๋นกะทิ น้ำตาล น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว ผมมีสูตรอร่อยอยู่เดี๋ยวใส่ให้ข้างท้าย ความยากของการขายอาหารออนไลน์หลายอย่าง คือ ทำเก็บไม่ได้ และคนสั่งก็ชอบของทำสดๆ บรรดาไรเดอร์ (นึกถึงไอ้มดแดง) ต่างต้องรออาหารเจ้าหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 นาที จนเป็นเรื่องปกติ เค้กอร่อยๆ ก็ทำเก็บไว้นานไม่ได้ ถ้าไม่ใส่สารกันบูด อายุอยู่ได้ไม่กี่วัน อยากขาย
เสริมสวยดีลิเวอรี่ ฮิตติดลม ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย แถมราคาถูกกว่าไปทำที่ร้าน เชื่อว่า หนึ่งในภารกิจอันดับต้นๆ ของผู้คนจำนวนมาก หลังคลายล็อกดาวน์ ต้องมีเรื่องตัดผม เสริมสวย-เติมหล่อ ติดอันดับด้วยอย่างแน่นอน ที่จริงแล้ว ผู้ให้บริการด้านนี้ต่างก็ปรับตัวรับกับการระบาดของโควิด-19 ด้วยการนำเสนอบริการแบบดีลิเวอรี่ พร้อมเสิร์ฟความงามถึงบ้าน เพราะถ้าจะรอให้ไวรัสยุติการแพร่ระบาด ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ในอินเดีย เทรนด์เสริมสวยดีลิเวอรี่ก็เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป เพราะแม้จะคลายล็อกดาวน์จากการระบาดระลอก 2 ของสายพันธุ์เดลตา ธุรกิจร้านเสริมสวยก็ยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิกเกอิ ระบุว่า ธุรกิจร้านเสริมสวยในอินเดียไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่พฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากที่เคยใช้บริการแบบดีลิเวอรี่ในฐานะทางเลือกชั่วคราวช่วงล็อกดาวน์ กลับกลายเป็นกระแสหลักในขณะนี้ เหตุผลที่ทำให้ชาวอินเดียนิยมเสริมสวยแบบดีลิเวอรี่ เพราะพวกเขารู้สึกปลอดภัยกว่าหากช่างมาทำให้ที่บ้าน แทนที่จะต้องออกไปร้าน และราคาบริการแบบดีลิเวอ
อาชีพใหม่ยุคโควิด ผู้ปกครองตามหาจ้าละหวั่น ประกบน้อง ป.1 เรียนออนไลน์ กำลังเป็นที่ต้องการสำหรับหลายครอบครัว ถึงขั้นผู้ปกครองต้องประกาศหาทาง “ไลน์หมู่บ้าน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสื่อสารสำหรับผู้คนชนชั้นกลางในเมืองยุคปัจจุบัน “รับนักศึกษา (จบใหม่) หรือบุคคลทั่วไป ที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐาน” ผู้ปกครองรายหนึ่ง เริ่มต้นประกาศด้วยข้อความดังกล่าว ก่อนบรรยายลักษณะงานที่ต้องทำ ว่า เป็นงาน “ประกบน้อง ป.1 เรียนออนไลน์” โดยทางผู้ปกครองผู้ว่าจ้าง ตั้งเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนไว้ที่ 10,000-15,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงขอบข่ายงานไว้ว่า “งานเริ่มเวลา 07.20-14.00 น. จันทร์ ถึง ศุกร์ นอกจากประกบการเรียนออนไลน์ของน้อง ป.1 หลักสูตรอินเตอร์ แล้ว ยังขอให้ช่วยสอนการบ้านและสรุปเนื้อหาที่เรียนแต่ละวันด้วย” และยังมีการระบุคุณสมบัติสำคัญในยุคโควิด ไว้ในตอนท้ายด้วยว่า “ขอคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว และสามารถตรวจ Rapid Test ได้ (ที่บ้านน้องมีให้)” “การเรียนการสอนออนไลน์ โรงเรียนมักบังคับให้พ่อแม่อยู่ด้วย แล้วสั่งงานเยอะ การบ้านเยอะ พ่อแม่ต้องคุมลูกเรียน แล้วเรียนไปด้วย เพื่อช่วยทำงานส่งครู ซึ่งไม่ใช่พ่อแม่ท
แป๊ะราดหน้ามหาชน คัมแบ็ก วันแรกลูกค้าอุดหนุนเพียบ สั่งเองถึงร้านไม่ผ่านไรเดอร์ คุณปุ๊บปับ-พหล สิริเวชชะพันธ์ วัย 43 ปี เล่าให้ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า ก่อนโควิด ร้านแป๊ะราดหน้ามหาชน เป็นที่นิยมของลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ด้วยมีอาหารหลากหลายให้เลือกชิมไม่ซ้ำ และเมนูเด็ดราดหน้า ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึงราดหน้าจานยักษ์ 30,000 บาท ขายดีถึงขนาดเคยผัดเส้นใหญ่วันหนึ่งเป็นร้อยกิโล และใช้กุ้งวันละ 40-50 กิโล ก็ทำมาแล้ว อ่านเพิ่มเติม วิกฤตมาถ้าไม่ตาย ต้องดำเนินชีวิตต่อ ปรับตัวให้ได้ จะล้มลุกคลุกคลานก็ต้องไป จนวิกฤตมาแบบไม่ทันตั้งตัว ต้องสู้จนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าร้าน ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน ไม่มีแม้กระทั่งเงินซื้อวัตถุดิบขายในวันต่อไป ต้องขายสมบัตินำเงินมาใช้จ่าย นอกจากเรื่องสภาพคล่องแล้ว โควิดยังส่งผลกระทบต่อจิตใจ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. คุณปุ๊บปับ แชร์เรื่องราวผ่านเพจ มีพนักงานบางส่วนติดเชื้อโควิด ตนได้สั่งให้อยู่กับที่ ห้ามออกไปไหน และรักษาตัวทันที ส่วนตัวเองต้องกักตัวห่างจากครอบครัวและลูกนาน 14 วัน หนำซ้ำพนักงานที่ไม่ติดเชื้อยังถูกตราหน้า และถูกสายตามองรังเกียจ “ผมช่วย
เค้กมินิมอล อาชีพเสริมทำเงิน ของสาววิศวะ ขายดีจับเงินแสนมาแล้ว จากนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ใส่ใจคนรอบข้าง เธอเป็นคนคอยจัดหาเค้กวันเกิดให้เพื่อนๆ มาโดยตลอด เสมือนได้ก้าวขาเข้าไปอยู่ในวงการขนมเค้กแบบไม่รู้ตัว จนวันหนึ่งเกิดแนวคิดอยากทำเค้กให้เพื่อนๆ ทานด้วยตัวเอง ในช่วงเรียนปี 4 เทอม 2 คุณแป้ง-สุตานันท์ รื่นธงชัย ซึ่งขณะนี้อายุ 23 ปี เธอได้เริ่มศึกษาการทำเค้ก โดยซึมซับวิธีการทำมาจากคุณแม่ ร่วมกับการศึกษาสูตรต่างๆ จากอินเตอร์เน็ต “คุณแม่ของแป้งชอบทำอาหารทำขนมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในการทำขนมต่างๆ จึงมีครบ สูตรขนมส่วนใหญ่ก็มาจากแม่ เพียงนำมาปรับใหม่แล้วให้เพื่อนๆ ช่วยชิม หากมีเวลาว่างก็นั่งศึกษาสูตรเพิ่มเติมด้วย กว่าจะปาดหน้าเค้กเป็น กว่ารสชาติจะอร่อยลงตัว ใช้เวลานานเหมือนกัน ซึ่งแป้งเลือกทำเค้กมินิมอล เพราะชอบสไตล์นี้” กระทั่งได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้เปิดร้านเค้ก ร้านนี้ชื่อว่า ppthebaker (พีพีเดอะเบเกอร์) เปิดแบบไม่มีหน้าร้าน ผลิตจากครัวในบ้าน และนัดรับของ สองจุดใหญ่ คือ ชิดลม และเทพารักษ์ “ร้านเราไม่มีหน้าร้าน ต้องสร้างตัวตนบนโลกโซเชียลให้ลูกค้ารู้จัก เริ่มเปิดอินสตา
โรงแรมเมืองบุรีรัมย์ หยิบสูตร น้ำพริก หารายได้ ก่อนแตกไลน์สินค้า ตอบโจทย์ชาว WFH จะเห็นได้ว่า ช่วงโควิดระบาดแบบนี้ หลายๆ คนเริ่มหันมาขายของกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ต่างๆ ขนมนมเนย รวมไปถึงอาหาร ที่ถือเป็นปัจจัย 4 ที่มนุษย์ยังคงมีความต้องการอยู่เสมอ ซึ่ง คุณตาจิตรพงศ์ และ คุณคริส-กฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้เป็นลูกชาย เจ้าของโรงแรม เอกลดา ในจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้ผันตัวมายึดอาชีพขาย น้ำพริก ในระหว่างที่โรงแรมยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ทั้งคู่ได้เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า โรงแรม เอกลดา เปิดให้บริการอยู่ที่ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มาได้กว่า 8 ปีแล้ว มีพนักงานในความดูแลกว่า 20 ชีวิต โดยที่ผ่านมาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นปกติ จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว “โควิดมันมาช่วงมีนา เมษา ปีที่แล้วใช่ไหมครับ ทางจังหวัดก็มีการปิดเมือง มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มันก็ทำให้ธุรกิจเงียบเหงาหน่อยๆ โรงแรมเราก็ได้รับผลกระทบเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละครับ แต่เราไม่ได้เครียดมาก เพราะเราดำเนินกิจการด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง ร.9 มาตั้งแต่ที่เริ่มทำกิจ
ตะไคร้หย็อง ผลผลิตสู้วิกฤต จากตะกอนความคิด ของ เจน จงสถิตย์วัฒนา ทายาทนานมีบุ๊คส์ หากใครเป็นหนอนหนังสือโดยเฉพาะวรรณกรรมเยาวชน ย่อมไม่มีใครไม่รู้จัก สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ อย่างแน่นอน โดยนานมีบุ๊คส์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 โดย คุณสุวดี จงสถิตย์วัฒนา ที่ได้ต่อยอดมาจากธุรกิจร้านหนังสือภาษาจีนและเครื่องเขียนของคุณพ่อ หรือ คุณทองเกษม สุพุทธิพงศ์ ทายาทนานมีบุ๊คส์รุ่นที่ 2 คุณเจน จงสถิตย์วัฒนา เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังต่อว่า ธุรกิจหนังสือของครอบครัวดำเนินกิจการมาได้หลายทศวรรษ ภายใต้แนวคิด การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ยึดกันมาตั้งแต่รุ่นอากงและส่งต่อมาจนถึงเธอ ด้วยกระแสเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ประกอบกับทุกสิ่งทุกอย่างมีการพัฒนาอยู่ตลอด เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล กิจการหนังสือที่เฟื่องฟูก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว ครอบครัว จงสถิตย์วัฒนา ได้เล็งเห็นว่า การทำธุรกิจหนังสือเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถฝ่ากระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้ จึงได้ขยายไลน์ธุรกิจเดิม มาทำ ศูนย์การเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติ Go Genius Learning Center เมื่อ 9 ปีที่แล้ว “นานมีบุ๊คส์ เราไม่ได้เป็นเพียงสำนักพิมพ์ที่ขายแต่หนังสือ
เครียดข่าวการเมือง! แพทย์แผนไทย แนะใช้ “ใบบัวบก-ขิง” ลดไมเกรน พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ ประชาชนจำนวนมากต่างเสพข่าวการเมืองที่มาจากหลายทาง อาจทำให้เกิดอาการเครียด ประกอบกับเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันอากาศร้อนจัด หลายคนถึงขั้นปวดหัวไมเกรน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตระหนักถึงสถานการณ์ช่วงนี้ จึงขอเสนอทางออกของการบรรเทาอาการไมเกรนด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และขิง อย่างไรก็ตาม พท.ป.เบญจวรรณ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจอาการและรู้จักไมเกรนก่อนว่า เป็นความผิดปกติในกลุ่มโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย โดยมีอาการทางระบบประสาทก่อนมีอาการปวดศีรษะไมเกรน เดิมเชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวเกิดขึ้น หลังจากนั้นร่างกายมีการตอบสนองโดยการทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ซึ่งการขยายตัวของหลอดเลือดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น ลักษณะสำคัญคือ มักมีอาการปวดข้างเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดตื้อๆ (ประมาณ ร้อยละ 85%) การปวดมักเป็นมาก ปานกลาง ถึงรุนแรง และมักเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว ระยะเวลาข
ชีวิตต้องเดินต่อ ข้าวต้มบวร เปิดขายอีกครั้ง ไม่หวังรายรับ แค่ไม่อยากให้ร้านเศร้า จากกรณี เฮียเซี๊ยะ เจ้าของกิจการข้าวต้มบวร อีกหนึ่งตำนานของร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังย่านบางลำพู ซึ่งเสียชีวิตด้วยโควิด-19 เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา สร้างความเสียดายให้กับผู้คนในแวดวงอาหารเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.ย. คุณโจ-ธุราทร สวัสดิ์ธนะโรจน์ บุตรชายของเฮียเซี๊ยะ ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรก หลังจากการสูญเสียครั้งใหญ่ โดยเผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ป๊า…ไปขึ้นสวรรค์แล้วครับ” ก่อนย้อนเหตุการณ์ให้ฟัง “โควิดรอบ 3 ช่วงแรก รัฐบาลสั่งให้หยุด และมีเคอร์ฟิว เราก็หยุด ตอนนั้นป๊า ยังสบายดีอยู่ พอปิดร้านได้ 2 วัน มีพนักงานที่ร้านป่วย พอวันที่ 4 ป๊าป่วยตาม คิดว่าเป็นไข้ทั่วไป ก็พากันไปหาหมอ แต่ไม่หายสักที พอวันที่ 6 มีลูกน้องที่ร้านติดโควิดแจ้งมาที่บ้าน เลยตกใจกันใหญ่ คราวนี้รีบพาป๊าไปตรวจโควิด แต่หาโรงพยาบาลไม่ได้เลย หาเตียงก็ไม่ได้ หาที่ตรวจก็ไม่ได้ กระทั่งญาติติดต่อไปได้ที่ รพ.พญาไท ศรีราชา” “พอเข้าไปรักษา ตรวจพบเป็นโควิด ป๊าเริ่มอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ ผมก็บอกป๊าสู้ๆ นะ
ประกาศผลผู้โชคดีได้รับบัตรเติมน้ำมันบางจาก มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 20 รางวัล จากงานสัมมนา “Move On ฝ่าวิกฤตโควิด เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” รายชื่อ account เฟซบุ๊ก 20 ท่าน ดังนี้ Napa Srnprasitti Ravipim Pim saovarose ronnakiat อนุสรณ์ นรงยาตีพล สรณ์ Monyatee Prasittiponjarurn Baifern Piyachat Meendyz densuriyaprom Chanpim Piyakunakorn Sali eiei aumamp loylew Kittiya Wongnade Chira Kchti KhunChayeKrub ธมนวรรณ รวมสุข จินุชนันท์ สุขสวัสดิ์ Paradee Moo Thesratanavong perfectday_ying nutchanok somsawat Mahutthanahiran Kayuta Thenoi kanok อนึ่ง – การตัดสินของทีมงานเส้นทางเศรษฐีถือเป็นสิ้นสุด – ผู้โชคดีจะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินรางวัลในครั้งนี้ – ทีมงานจะ inbox เพื่อให้ผู้ได้รับรางวัล ยืนยันตัวตน พร้อมส่งสลิปหลักฐานการโอนเงินค่าภาษี ภายใน 7 วันนับจากวันประกาศผล มิฉะนั้น จะถือว่า สละสิทธิ์ – หลังจากได้รับหลักฐานครบถ้วน จะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันไปให้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้
