Exclusive
กลุ่มไหนได้รับสิทธิ โครงการเราชนะ ผ่านเว็บไซต์ 29 ม.ค.นี้ รับเงิน 7,000 บาท ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการ ‘เราชนะ’ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอกใหม่ โดยแจกเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอนั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.เราชนะ.com เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ‘เราชนะ’ เป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 31.1 ล้านคนนั้น เปิดลงทะเบียน โครงการเราชนะ ผ่านเว็บไซต์ 29 ม.ค.นี้ รับเงิน 7,000 บาท โดยโครงการเราชนะจะจ่ายเงินเยียวยา 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 7,000 บาทต่อคน รวมผู้ได้รับสิทธิ 31.1 ล้านคน กรอบวงเงิน 2.1 แสนล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่สูงพอสมควรในการลดค่าครองชีพ ถ้านับเป็นวันเฉลี่ยวันละ 160 กว่าบาท ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำ วงเงินที่ใช้ในโครงการเราชนะ 2.1 แสนล้านบาท จะใช้เป็นงบของส่วนของเงินกู้และงบเยียวยาที่โยกมาผสมกัน ซึ่งมีความเพียงพอ จากที่มีตอนนี้กว่า 5 แสนล้านบาท ทำให้มีเงินเหลือเกือบ 3 แสนล้านบาท โครงการเราชนะ มีรายละเอียดดังนี้ วงเงิน 3,500 บาท ต่อคน ต่อเดือน จำนวน 2
ยืนหยัด 4 ทศวรรษ! แดง อาหารทะเล งัดกลยุทธ์สู้โควิด ผุดดีลิเวอรี่เสิร์ฟคนเมือง จ.สมุทรสงคราม นอกจากจะเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศแล้ว ยังเป็นสถานที่ตั้งร้านอาหารรสเลิศอีกด้วย ไม่ว่าคนดัง นักการเมือง หรือนักธุรกิจ หากอยากชิมอาหารทะเลราคาไม่แพง ส่งตรงวัตถุดิบจากเรือประมงพื้นบ้านแล้วล่ะก็ ต้องแวะมาที่ “ร้านแดง อาหารทะเล” (ร้านต้นตำรับดั้งเดิมกว่า 40 ปี) ร้านชื่อดังขวัญใจนักชิม ภายใต้การบุกเบิกของ “เจ๊แดง” “เจ๊แดง มีพรสวรรค์ในการทำอาหาร ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ 12 ปี ได้เริ่มขายอาหารตามสั่ง และเมนูอื่นๆ กระทั่งเกิดแนวคิด นำวัตถุดิบอาหารทะเล ใน จ.สมุทรสงคราม มาปรุงขาย แรกๆ ทำกันในบ้าน ยังไม่มีชื่อร้าน แต่ลูกค้าชอบเรียกกันว่าเจ๊แดง ด้วยเสน่ห์ปลายจวัก ทำให้ดึงดูดลูกค้า บอกต่อกันปากต่อปาก จนรถจอดยาวเป็นหางว่าว เลยต้องขยับขยายร้านมาที่ตั้งในปัจจุบัน” คุณแสตมป์-กมเลศน์ กอสกุล วัย 30 ปี ทายาทรุ่นสอง ร้านแดง อาหารทะเล (ร้านต้นตำรับดั้งเดิมกว่า 40 ปี) เล่าถึงที่มา ทายาทรุ่นสอง เล่าต่อว่า เจ๊แดงในวัย 70 ปี ยังเป็นหัวเรือใหญ่ของร้าน และยึดมั่นในการทำธุรกิจเสมอมา “ไม่เติบโตคนเดียว แต่
เยาวราช ยังพอไหว ไม่ถึงกับนั่งตบยุง นักชิมน้อยใหญ่ แห่ต่อคิวร้านดัง ตามที่มีข่าว เวลานี้บรรยากาศการค้าการขายที่ย่านเยาวราช เงียบเหงามาก สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 นั้น ล่าสุด วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจ ย่านการค้าสำคัญดังกล่าว ปรากฏตั้งแต่ช่วงเวลาราวห้าโมงเย็น เริ่มมีนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวชาวไทย ที่มาเป็นคู่บ้าง มากันเป็นกลุ่มบ้าง เดินทางทยอยกันมา มองหาของอร่อยๆ รับประทาน บางส่วนพากันมาถ่ายภาพตัวเองกับบรรยากาศไชน่าทาวน์เมืองไทย พูดคุยกับบริกรสาวร้านซีฟู้ดริมทาง รายหนึ่ง เธอเล่าว่า ช่วงก่อนปีใหม่ การค้าขายกำลังจะไปได้ดี แต่พอมีข่าวโควิดระลอกสอง จนถึงวันนี้ ลูกค้าเงียบหายหนักกว่ารอบแรก ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ได้แต่อดทนรอวันที่จะดีขึ้นมาอีกครั้ง เดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนใกล้ค่ำยิ่งเริ่มคึกคัก ผู้คนทยอยมากันหนาตา โดยเฉพาะ ร้านดังๆ ที่มีมิชลินไกด์การันตี อย่าง กวยจั๊บหน้าโรงหนัง หรือ ปาท่องโก๋สังขยา เห็นคนยืนต่อคิวกันยาวเหยียด และอีกหลายๆ ร้านที่ไม่ต้องมีรางวัลจากต่างชาติมารับรอง ก็ขายได้ ขายดี ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นหมึกย่างเ
เจ้าของแฟรนไชส์ เกี๊ยวซ่า ต่อยอดกิจการ ทำแบรนด์ตัวเอง-เน้นขายส่ง แถมผุดคอร์สสอนด้วย หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ คุณน้อย-วิชุดา อ่อนศิลา วัย 38 ปี อดีตนักข่าวสาว ที่ผันตัวมาเป็นแม่ค้าขาย เกี๊ยวซ่าหลายหน้า ซึ่งได้ผลตอบรับดี สามารถสร้างรายได้ให้เธอได้ถึงวันละ 6 พันบาท (อ่านเรื่องราวก่อนหน้า คลิก) วันนี้มีโอกาสได้อัพเดตกิจการของคุณน้อยอีกครั้ง ซึ่งเธอเผยว่า ตอนนี้ต่อยอดกิจการมาทำเป็นแบรนด์ของตัวเองแล้ว ภายใต้ชื่อ อิ่มจัง เกี๊ยวซ่า “เราอยากต่อยอดเพิ่ม อยากให้มันมีหน้าอื่นๆ เพิ่มเข้ามาให้มันหลากหลายขึ้น แล้วมันเหมือนเราก็ตกผลึกได้ เลยเปลี่ยนมาทำเป็นกิจการของตัวเองเสียเลย เน้นขายแบบรับหิ้ว ขายส่งอะไรแบบนี้ ตอนนี้ก็ทำมาได้ปีกว่าๆ แล้วก็เปิดสอนทำเกี๊ยวซ่าหลายหน้าด้วย” คุณน้อย เล่า เธอให้ข้อมูลต่อว่า เปิดสอนมาได้หลายรุ่นแล้ว คอร์สหนึ่ง ราคา 6,500 บาท สอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ สูตรการทำไส้-หน้าเกี๊ยว โดยใช้เวลาเรียนประมาณ 3-4 ชม. ก็เสร็จ “เปลี่ยนมาทำของตัวเอง ผลตอบรับก็ดีค่ะ มีหลากหลายหน้าเกี๊ยวให้ลูกค้าเลือกทานมากขึ้น เมื่อก่อนเคยเปิดหน้าร้าน ไ
เปิดใจเจ้าของ Khao ร้านอาหารไทย ทำอย่างไรถึงได้มิชลิน สตาร์? มิชลิน สตาร์ เป็นรางวัลอันทรงเกียรติของวงการอาหารระดับโลก เป็นตราที่แสดงถึงมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพยอดเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ทางร้านตั้งใจพัฒนาเมนูอาหาร เพิ่มรสชาติใหม่ๆ ความน่าสนใจ และการบริการให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และพึงพอใจสูงสุดเสมอมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณตุ่น-ประดินันท์ อัครชิโนเรศ เจ้าของร้าน Khao ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง ที่สามารถรักษามาตรฐานความอร่อย คว้ามิชลิน 1 ดาว มาได้ถึง 2 ปีซ้อน แน่นอนว่าสิ่งที่หลายๆคน รวมถึงแอดมินเองอยากรู้ว่า เจ้าของร้านสาวคนนี้ เธอมีวิธีการหรือทำอย่างไรให้ ร้าน Khao ได้ดาว มิชลินติดกัน 2 ปีซ้อนแบบนี้ คุณตุ่น เผยว่า สาเหตุจริงๆ นั้น คงไม่มีใครรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ดาวมา แต่สิ่งที่เธอทำกับร้าน คือ การชิม ซึ่งเธอให้เหตุผลว่า วัตถุดิบที่ได้มาในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น มะขามเปียก หรือ กะทิ นั้น ได้มาไม่เหมือนกัน บางวันมะขามเปียกแต่ละกำเปรี้ยวไม่เท่ากัน กะทิมาวันหนึ่งข้นอีกวันหนึ่งใส การชิม จึง
สู้ไปด้วยกัน! รีสอร์ตดังชวนพนักงาน เก็บผักสดขึ้นรถสองแถวไม้ วิ่งขายกว่า 120 กิโล จากผลกระทบของโควิด-19 รอบแรก ธุรกิจต่างๆ ยังไม่ทันได้ฟื้นตัว กลับต้องมาเจอวิกฤตระลอกใหม่ ที่ดูหนักหน่วงไม่แพ้กัน และสิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ตอนนี้คือการช่วยเหลือตัวเอง หาช่องทางทำเงินใหม่ๆ เพื่อหล่อเลี้ยงกิจการให้อยู่รอด อย่างรีสอร์ตดังในจังหวัดระนอง “บ้านไร่ ไออรุณ” ที่ผ่านมา ต่อสู้ด้วยการขายน้ำพริกออนไลน์ มีรายได้เข้ามาหลักล้านบาท มาโควิดระลอกใหม่ ยังขอสู้สุดใจ เก็บผลผลิตทางการเกษตรขึ้นรถสองแถวไม้ สัญลักษณ์ประจำจังหวัดระนอง วิ่งขายไป-กลับระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร “บ้านไร่ ไออรุณ” เปิดให้บริการเมื่อ 5 ปีก่อน จากน้ำพักน้ำแรงของอดีตสถาปนิกหนุ่ม คุณเบส-วิโรจน์ ฉิมมี วัย 34 ปี เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เดินทางกลับบ้านเกิด อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เพื่อดูแลพ่อแม่ พร้อมกำเงินเดือนก้อนสุดท้ายมาต่อยอดความฝันสร้างรีสอร์ตดังกล่าว “อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวเหมือน สมุย ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ แต่เป็นชุมชนที่ไม่ค่อยมีคนผ่าน ไปขอกู้แบงก์ก็ไม่ผ่าน เพราะโลเกชั่นไม่สามารถทำรีสอร์ต หรือร้านอาหารได้ เลยต้องเริ่มต้นจ
โควิดเป็นเหตุ! สองสามีภรรยา ปั้นแบรนด์แชมพูสุนัขออร์แกนิก เอาใจคนรักสัตว์! ใช่ว่าจะมีแต่คนซะเมื่อไหร่ที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณ หรือเส้นผม เพราะสุนัขเองก็ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพมาบำรุงเส้นขนให้ไม่หลุดร่วงเช่นกัน ที่กำลังพูดถึงอยู่คือแบรนด์แชมพูสุนัขออร์แกนิก Bubble Bear Shampoo for pet จากสองสามีภรรยา ที่ลาออกจากงานประจำด้วยเหตุจำเป็น มาทำธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วน แต่เมื่อเกิดโควิด-19 บวกกับปัญหาภายใน ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเปิดธุรกิจส่วนตัวเร็วขึ้น แต่ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ Bubble Bear Shampoo for pet คุณธี-ธีระพงษ์ ทักษะวณิชชา วัย 52 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 7 ปีก่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการงาน ภรรยา (คุณศิริลักษณ์ ทรงวศิน) ลาออกจากงานประจำ ก่อนจับพลัดจับผลูมาทำสบู่แชมพูขายในเพจ Bath Studio แม้ไม่ได้เรียนจบด้านนี้มาโดยตรง แต่ก็ไปเรียนเพิ่มเติมจนมีความรู้ขั้นพื้นฐานติดตัว ส่วนตัวคุณธีเอง คลุกคลีอยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงมานาน 7 ปี เคยเป็นประธานชมรม Siam Reef Club (กลุ่มคนเลี้ยงปลาทะเล) แต่สุดท้ายต้องแยกย้ายกันตามสภาพ กระทั่งมีหุ้นส่วนชักชวนให้ไปช่วยทำธุรกิจแชมพูอาบน้ำสุนัขยี่ห้อหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งประสบส
เจ้าของธุรกิจเครื่องเสียง สูญเงินนับแสน โดนยกเลิกงานเพราะโควิด ต้องขายเครื่องมือ-รับจ้างก่อสร้างยังชีพ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ส่งผลทำให้หลายกิจการถูกยกเลิกงาน เช่น ร้านอาหาร-โรงแรม ที่ถูกยกเลิกการจอง หรือจะเป็นงานเครื่องเสียงกลางแจ้งที่ถูกยกเลิกคิวเพราะโควิด-19 เช่นกัน คุณปรีชา วางกลาง อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจเครื่องเสียง ปรีชา มิวสิค ใน ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนยึดอาชีพจัดงานเครื่องเสียงกลางแจ้งมาได้ 5 ปีแล้ว ปกติจะมีคิวงานเข้ามาทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง หรืองานสังสรรค์ปีใหม่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ทำให้ได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ แต่ก็อดทนรอเวลา จนสถานการณ์มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะโควิดกลับมาอีกครั้ง ทำให้คุณปรีชาได้รับผลกระทบซ้ำ จนแทบยืนไม่ไหว “ตั้งแต่โควิดมาเมื่อต้นปีที่แล้ว ก็โดนยกเลิกงานไป 5-6 งาน แต่ก็กัดฟันเพราะเพิ่งซื้อพวกโครงเวที ตู้ลำโพงมาใหม่ ที่ว่าเงียบๆ ไม่ค่อยมีงาน มันก็ยังได้ 5-6 พัน ไม่ก็หมื่นนิดๆ พอตอนที่มันเริ่มคลายล็อก
เป็นอาจารย์เงินเดือนน้อย แถมเจอโควิด! หันขายลูกปัดดินเผา งานฝีมือพื้นถิ่น ยิ่งใส่ยิ่งสวย “คนอายุรุ่นนี้ พอเจอโควิด จะเริ่มงานใหม่มันยาก มันน่าสงสาร อายุมากแล้วไม่สามารถสมัครงานเงินเดือนสตาร์ตเท่ากับเด็กได้ จึงอยากเสนอและให้กำลังใจว่า เราก็ทำงานเดิม แต่มีงานเสริมขึ้นมา ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ ผมเป็นอาจารย์ แต่ไม่อายต้องมาขายของ คณบดีก็สนับสนุน ให้รู้ว่าการเรียนออกแบบ สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ เหมือนอย่างที่ผมทำอยู่” นี่คือคำบอกเล่า จาก คุณแสน ศรีสุโร วัย 51 ปี อาจารย์สาขานฤมิตศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปัจจุบันยังเป็น เจ้าของแบรนด์ลูกปัดดินเผาแฮนด์เมด “หอม-กลิ่น-ดิน” คุณแสน เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวเคยเปิดร้านเครื่องปั้นดินเผาที่โคราช ทำให้ซึมซับวิธีการปั้นเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาที่ทำจากดินด่านเกวียน อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด กระทั่งโควิดแพร่ระบาด ตนได้มีโอกาสส่งผลงาน ‘สร้อยคอ’ เข้าประกวดในโครงการของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จนสามารถเข้ารอบติด 1 ใน 30
ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป พรเทพ พลสระน้อย ชายพิการผู้ขายข้าวเกรียบเลี้ยงชีพ สู่เจ้าของธุรกิจขนส่งพัสดุ ถือว่าเป็นกระแสบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะในทวิตเตอร์มาได้สักพักแล้ว กับ ข้าวเกรียบลุงพรเทพ ชายผู้บกพร่องทางการสื่อสาร ที่หาเลี้ยงชีพตัวเองจากการขายข้าวเกรียบตามสถานีรถไฟฟ้า ล่าสุด คุณลุงต่อยอดอาชีพตัวเอง เปิดร้านรับส่งพัสดุเองแล้วด้วย! โดยคุณลุงพรเทพ หรือ พรเทพ พลสระน้อย วัย 44 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงชีวิตความเป็นอยู่และที่มาที่ไปของอาชีพที่ทำอยู่ คุณลุงเล่าว่า ตนมีอาการพูดไม่ชัดเหมือนลิ้นจุกปาก เหตุเพราะเมื่อตอนเด็กๆ มีอาการชักอย่างรุนแรง จึงส่งผลต่อการสื่อสาร เมื่อโตขึ้นก็ทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเอง โดยยึดอาชีพขายข้าวเกรียบมาได้หลายปีแล้ว ซึ่งก่อนจะมาขายข้าวเกรียบ เคยทอดแคบหมูขายมาก่อน “ลุงเคยทำแคบหมูขายมาก่อน ก็ไม่ได้ไปเรียนที่ไหน ดูวิธีทำวิธีทอดเอาจากยูทูบ ทอดเสร็จก็เอาไปขายตามออฟฟิศ ตามตลาด แต่คนกินน้อย เพราะเขากลัวอ้วน แต่ก็ไปขายตามปกติ จนวันหนึ่งยืนขายที่ตลาดก็เห็นคนทอดข้าวเกรียบขาย ก็อาศัยจำๆ วิธีทำเขามา แล้วเราก็ไปสั่งแผ่นข้าวเกรียบมาทอดขาย ซึ่งมันก็พอขายได้เย
