Exclusive
ไม่แฟร์ คนละครึ่งเฟสสอง ลงทะเบียนตอนตีห้าได้เฉย 8 โมงเช้า สิทธิเหลือศูนย์แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 16 ธ.ค.นี้ นับเป็นดีเดย์ที่โครงการ คนละครึ่ง เฟสสอง เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. นั้น ปรากฏว่า ประชาชนจำนวนมาก ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย หลายคนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่-ตีห้า เพื่อเปิดโทรศัพท์ลงทะเบียนตามขั้นตอนที่ทางการแจ้งไว้ “ตื่นตั้งแต่ตี 5 ลงทะเบียน 6 โมงตรงยังลงไม่ได้เลย แต่เพื่อนอีกคนไลน์มาบอก เขาตื่นมาลงตอนตี 5 ได้เฉย เลยลองลงดูบ้าง แต่ยังไม่เปิดให้ลง แบบนี้ไม่แฟร์เลย” ประชาชนท่านหนึ่งย่านบางกะปิให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนบอกต่อ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง แต่พอเห็นข่าวเปิดเฟสสอง เลยอยากสมัคร เพราะช่วยประหยัดได้ และร้านค้าหลายรูปแบบที่รับ ร้านยำวุ้นเส้นหน้าปากซอยที่กินประจำยังรับ ตลาดนัดทำทุกร้าน ทุกสินค้า ผลไม้รถเข็นยังจ่ายคนละครึ่งได้เลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงทะเบียนผ่านแอพตามโครงการคนละครึ่ง เฟสสอง นี้ จะมีการระบุว่า ช่วงเวลานั้นเหลือสิทธิที่ให้ลงได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งราว 06.45 น. แอพระบุเหลือสิทธิรา
ถนนข้าวสาร กลายเป็นเมืองร้าง ผปก.โฮสเทล สุดกลั้นน้ำตา ขายอาหาร พยุงธุรกิจ ใครๆ ก็มักขนานนามให้ ถนนข้าวสาร เป็นถนนแห่งความสุข แม้กลางวันยังมีผู้คนมากหน้าหลายตา ออกมานั่งทานอาหารจิบเบียร์เย็นๆ พอตกเย็น แสงไฟและเสียงเพลงถูกเปิดเพื่อดึงผู้คนจากทั่วสารทิศ ให้เดินทางมาเพื่อแสวงหาความสุข แต่เมื่อโควิด-19 แพร่ระบาด ถนนแห่งความสุขเส้นนี้ กลายเป็นเมืองร้าง ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีแสงสี ไม่มีแม้ผู้คน “ที่ผ่านมาจะรู้เลยว่า ข้าวสารตายจริงๆ เงียบมาก วันนี้ NapPark Hostel คือที่สุดท้ายที่ยังเปิดอยู่ในย่านนี้ โฮสเทลที่นี่ไม่ใช่แค่ปิดชั่วคราว มากกว่า 70% คือปิดกิจการ” คุณคริส-กัณณ์ปาณัฎฐ์ เกิดอรุณ ผู้จัดการทั่วไป NapPark Hostel บอกก่อนเริ่มบทสนทนา โฮสเทลที่เหลืออยู่บนถนนข้าวสาร NapPark Hostel เปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปี เป็นโฮสเทลที่ได้รับความนิยมมากบนถนนข้าวสาร และติดอันดับ 1 ใน 5 ของโฮสเทลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ “เราไม่เคยทำการตลาดในเมืองไทย ลูกค้า 100% คือฝรั่งทั้งหมด เรามีทั้งกิจกรรม พาไปเที่ยว ให้ความรู้ต่างๆ นานา เท่าที่เราจะให้ลูกค้าได้ ขณะเดียวกัน มีใครหลายคนบอกว่า NapPark Host
เปิดแค่ปีละ 3 รอบ! บุฟเฟ่ต์ขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย อิ่มละ 79 บาท ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย หอมหวาน ต้องยกให้ขนมไทย ไม่ว่าจะชนิดไหนรสชาติก็ดีเยี่ยม แต่ถ้าอยากกินขนมไทยโบราณขนานแท้ต้องนึกถึงชื่อนี้ ร้านขนมไทย บ้านดารา เสิร์ฟขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย 30 เมนู ในราคาบุฟเฟ่ต์ 79 บาท เปิดเมื่อไหร่คนเต็มเมื่อนั้น คุณนุ่น-ธัญพร คุณะดิเรก วัย 35 ปี เจ้าของร้านขนมไทย บ้านดารา เล่าให้ฟังว่า คุณยายทำขนมไทยขายมาตั้งแต่สมัยสาวๆ เมื่อก่อนยังไม่มีสื่อออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กไว้ขายของอย่างปัจจุบัน แต่คุณยายก็สามารถขายขนมได้ ด้วยการเคาะประตูบ้านถามคนนู้นคนนี้ว่าอยากกินอะไร แล้วจะทำมาขายให้ หรือว่าใครมีงานบุญก็มาสั่งขนมกับคุณยาย เปรียบได้กับการพรีออร์เดอร์สินค้าสมัยนี้ “พอมาถึงรุ่นเรามีร้านขายอาหารอยู่แล้วจึงให้คุณยายทำขนมมาวางขายในร้าน และเริ่มใช้สื่อออนไลน์มาช่วยขายได้ประมาณ 5 ปี ด้วยรสชาติที่อร่อยทำให้ลูกค้าเรียกร้องอยากให้เปิดหน้าร้าน เลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านจริงจังมาได้ราวๆ 2 ปี” คุณนุ่น เล่า ปัจจุบันคุณยายเจ้าของสูตรขนมไทย บ้านดารา มีอายุ 74 ปี คุณนุ่น บอกว่า เธอโชคดีมาก เพราะได้ความรู้เรื
สยามเบอร์เกอร์ ใส่สับปะรด-ไข่ดาว สี่สิบกว่าปีที่แล้วขาย 8 บาท ใครกินถือว่ารวยมาก! แม้จะเปิดให้บริการมายาวนานถึง 46 ปี แต่ชื่อของ สยามสะเต๊ค (Siam Steak) ยังคงอยู่ในใจของแฟนคลับทุกคนที่ทานสยามสะเต๊คมาตั้งแต่เด็กๆ จากแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นละ 8 บาท เมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว สู่แบรนด์ที่แข็งแกร่งในวันนี้ ไม่ได้ขายสเต๊กแต่ขายอาหารมื้ออิ่ม และอาหารทานเล่น อย่างแฮมเบอร์เกอร์ ไส้กรอก ฮอตดอก บะหมี่ แซนด์วิช ฯลฯ ณ ปัจจุบันมีมากกว่า 100 สาขา คุณอ้อ-พัชราวดี พลศักดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง สยามสะเต๊ค กรุ๊ป เล่าให้ฟังว่า สยามสะเต๊คก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 โดย คุณแจ่มจันทร์ หมื่นนิกร ท่านไปเป็นนักแปลให้กับทหารอเมริกันที่เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย โดยเห็นว่าทหารอเมริกันนิยมทานแฮมเบอร์เกอร์ คล้ายกับคนไทยที่นิยมทานข้าวแกง ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีแฮมเบอร์เกอร์ที่เป็นอินเตอร์แบรนด์เข้ามาสู่ประเทศไทย หากอยากทานต้องไปตามโรงแรม ด้วยเหตุนี้คุณแจ่มจันทร์จึงสร้างธุรกิจ โดยเริ่มจากแพตตี้ “แพตตี้ คือไส้ของแฮมเบอร์เกอร์ ทำจากเนื้อ หมู หรือไก่สับ ซึ่งได้รับเชลล์ชวนชิมจากแพตตี้ที่เป็นเนื้อสับ จากหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน
บิ๊กเมาน์เท่น กระจายรายได้สะพัด รีสอร์ตเต็มเหยียด พี่วิน วิ่งสองวันรับเป็นหมื่น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบด้านการท่องเที่ยวเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้เมืองท่องเที่ยวน้อยใหญ่ รวมถึงอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พลอยเงียบเหงามาพักใหญ่แล้ว ผู้ประกอบการรีสอร์ต ขนาดสิบกว่าหลัง รายหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอปากช่อง ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักนานหลายเดือนแล้ว โชคดีไม่ได้เช่าที่ เลยพอประคองตัวได้ แต่ช่วงใกล้มีงานใหญ่ประจำปีอย่าง บิ๊กเมาน์เท่น ธุรกิจที่พักหลายแห่งถูกจับจองเต็มล่วงหน้า รวมทั้งรีสอร์ตเล็กๆ ของเขาก็พลอยได้อานิสงส์ไปด้วย “คนที่มาพักช่วงนี้ทั้งหมด คือ คนมาเที่ยวงานบิ๊กเมาน์เท่น งานมีปีละครั้ง แค่สองวันก็จริง แต่ช่วยกระจายรายได้เยอะมาก โรงแรม รีสอร์ต ทุกที่เต็มหมด วินจักรยานยนต์ วิ่งขึ้น-วิ่งลง ส่งผู้โดยสารจากข้างล่างไปขึ้นงานคอนเสิร์ต สองวันรับกันเป็นหมื่น รีสอร์ตเล็กๆ ปกติคืนละห้าถึงหกร้อยบาท ช่วงมีงาน ขึ้นราคาเป็นพันสอง ยังมีคนยอมจ่าย” ผู้ประกอบการท่านเดิม เผยอย่างนั้น ก่อ
แอพส่งอาหาร คือ ทางเลือกเพิ่มช่องทางขาย ถ้าคิดว่าเหนื่อยฟรี ไม่ต้องสมัคร ผู้ประกอบการท่านหนึ่ง ย่านบางกะปิ ซึ่งแต่เดิมเธอทำมาหากินอยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว แต่เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ตัวเธอและเพื่อนๆ จึงรวมตัวกันเปิดร้านขายอาหาร โดยเน้นไปที่การส่งให้ถึงมือลูกค้า หรือ ดีลิเวอรี่ ผ่านทางไรเดอร์ของแอพแบรนด์ต่างๆ ผู้ประกอบการร้านดังกล่าว แชร์ประสบการณ์ในฐานะร้านอาหาร ที่พึ่งบริการแอพส่งอาหาร ว่า รายได้ ก่อเกิดมาจากการขาย ดังนั้นแอพดีลิเวอรี่อาหาร จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำให้เกิดรายได้ ถึงแม้จะไม่มากเท่าการขายหน้าร้าน แต่ก็ก่อให้เกิดรายได้ และข้อดีของแอพอีกประการหนึ่งคือ ช่วยหาลูกค้าที่ทางร้านไม่ได้คาดหวัง หรือ ลูกค้าที่ไม่รู้จักร้านของเขานั่นเอง “ที่ร้าน เลือกสมัครแทบทุกแอพ เพราะมองว่าสามารถเพิ่มช่องทางในการขายมากขึ้น ส่วนการหักค่าจีพี ไม่แตกต่างกันมากนัก ส่วนข้อเด่น ก็แตกต่างกัน อย่าง ไลน์แมนมีข้อดีคือ มีฐานลูกค้าจากเพจวงใน แกร๊บฟู้ดมีฐานลูกค้าจากการใช้แกร๊บแท็กซี่ ฟู้ดแพนด้า มีโปรออกมาบ่อยๆ อย่าง ฟรีค่าส่ง ลูกค้าก็จะเลือกง่าย ส่วนโกเจ๊ก หรือชื่อเดิม คือ เก็ทฟู้ด อาจจะไม่ค่อยมีจุด
ร้านเสริมสวยเจ๊ง เปลี่ยนมาขับเก๋ง เปิดท้ายขายส้มตำ หาเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จากร้านเสริมสวยที่เคยรุ่งเรือง มีเงินส่งให้ครอบครัว และส่งลูกๆ จนเรียนจบ มาปีนี้ ไม่รุ่งเรืองเหมือนที่ผ่านมา เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ คุณกาญจนา บุญเกิด อายุ 43 ปี ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ เปิดท้ายขายส้มตำ “ยาริส ส้มตำยำแซ่บ” เพราะยังมีภาระ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ คุณกาญจนา เล่าย้อนให้ฟังว่า เปิดร้านเสริมสวย ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มานาน 2 ปี ให้บริการ ขัดหน้า สปา อบสมุนไพร ฯลฯ รายได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาท มีเงินส่งให้ครอบครัว และส่งลูกเรียนจนจบ กระทั่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้บรรยากาศร้านเงียบเหงา เพราะต่างคนต่างกลัว ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน จึงทำได้เพียงเคลียร์ของในสต๊อก เช่น เครื่องสำอาง ลูกประคบสมุนไพรต่างๆ มีทั้งทิ้งไปบ้าง ขายขาดทุนบ้าง ส่วนเครื่องขัดตัว เครื่องอบ และเตียงนวดหน้ายังเก็บไว้อยู่ “ตอนนั้น โควิดเริ่มระบาดหนัก มีการประกาศล็อกดาวน์ ทำให้ร้านต้องปิดโดยปริยาย ตัดสินใจไปขับฟู้ดแพนด้าอยู่ 2 เดือน เป็นผู้หญิงคนเดียวในอำเภอแม่สอดที่ยึดอาชีพนี้ ได้เงินเดือนละหมื่นกว่าบาท แต่ต้องเสียค่าโท
อิ่มตัวชีวิตลูกจ้าง หันทำขนมขาย คำติ-ชม ของลูกค้า คือ พลังบวกให้เดินหน้า ทุกคนมีความสามารถมากกว่าหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำความสามารถในแต่ละด้านมาสร้างประโยชน์ในทางใด บางคนเลือกให้เป็นงานอดิเรก บางคนนำมาเป็นอาชีพ เช่นเดียวกับ คุณอันติกา ทองอยู่ เจ้าของแบรนด์ สดุจตา ที่ชื่นชอบการทำขนมและเธอได้นำมาสร้างเป็นอาชีพเสริม “เติบโตมากับครอบครัวที่ทำอาหารกินเอง พ่อกับแม่ทำกับข้าวเก่ง เราก็เหมือนซึมซับและได้รับการสอนมาด้วย จากนั้นเวลาอยากกินอะไร ชอบอะไรก็จะทำเอง ลองผิดลองถูกอยู่ในครัวนั่นละ เวลาที่คิดสูตรทดลองมันตื่นเต้นและสนุก”คุณอันติกา เริ่มอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ จากความสนุกกับการทำกิน เริ่มก่อตัวเป็นอาชีพ ย้อนไปเมื่อราวๆ 20 ปีก่อน ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เราก็อยากช่วยทางบ้านหารายได้ จึงทำขนมไทย อย่าง ข้าวต้มมัด ขนมกล้วย ถั่วแปบ ขนมต้ม ไปขายตลาดนัดที่เปิดอยู่ในห้างฯแห่งหนึ่ง โดยตอนนั้นไม่ได้มีแบรนด์อะไรเลย ใส่กระจาดขายง่ายๆ ขายดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ไม่ขาดทุน เหมือนได้เรียนรู้ตลาด เรียนรู้วิธีขาย ทำอยู่อย่างนั้นนานนับปี กระทั่งเรียนจบจึงเข้าทำงานประจำ และแม้จะไม่ได้ทำขนมขายดังเช่นแต่ก่อน แต่ด
คนละครึ่ง คือ สิ่งเดียวที่ลุงตู่ ทำให้ยิ้มได้ ยอดขายเพิ่มจริง แม่ค้าชมเปาะ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจความเห็นของผู้ประกอบการ ที่มาออกบู๊ธขายของในงาน เทศกาลงานกิน FOODTIVAL 2020 ที่ฮอลล์ 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เกี่ยวกับผลตอบรับโครงการคนละครึ่ง ซึ่ง คุณนก แม่ค้าขนมบราวนี่ วัย 45 ปี เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ตอนนั้นไปเปิดบู๊ธขายของที่ศูนย์ราชการ มีลูกค้ามาถาม พี่ไม่มีแอพคนละครึ่งเหรอ เราก็งง ว่าคืออะไร เลยถามเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน เขาบอกให้ไปสมัคร มันเป็นแอพเหมือนแบบ ลุงตู่ ออกครึ่ง ลูกค้าออกครึ่ง เราก็เฮ้ย จริงเหรอ เลยวิ่งไปสมัครที่แบงก์ โอ้โห เท่านั้นแหละ ปรากฏว่ายอดขายขึ้นยอะมาก เยอะจริง” คุณนก แม่ค้าคนเดิม บอกอีกว่า “ยอมรับนะขนมที่เราขาย ชิ้นละ 55 บาท สองชิ้นร้อยบาท มันไม่ถูก สำหรับหลายคนที่ค่าแรงต่อวันไม่มาก แต่พอให้พวกเขาชิม เออ ของพี่อร่อย แต่จะให้เขาจ่าย 55 บาท ต่อขนมหนึ่งชิ้น เขาก็คิดหนักอยู่นะ แต่พอมีคนละครึ่ง มันทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น ในการได้ซื้อของดีๆ” “คนละครึ่ง น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ลุงตู่ ทำให้ชีวิตแม่ค้าอย่างเรายิ้มได้ หลายคนแฮปปี้มากนะ แต
ลูกใหญ่เครื่องแน่น “ขนมจีบไส้หมู” ทุนหลักร้อย ทำขายได้กำไร! ขนมจีบ อาหารว่างประเภทคาวแบบแห้งของจีน ใช้แป้งแผ่นห่อไส้เป็นทรงกระบอก ลักษณะคล้ายกับผลทับทิม หรือคล้ายกับดอกไม้บาน หลังจากนั้นจึงนำไปนึ่งจนสุก คนสมัยก่อน นิยมทานคู่กับน้ำชา วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เปิดสูตรการทำขนมจีบง่ายๆ ทำทานเองได้ ทำขายก็ดี ก่อนอื่นต้องเตรียมส่วนผสมและวัตถุดิบ ได้แก่ -หมูสับ 1 กิโลกรัม -มันแกวนึ่งแล้ว (ขูดเป็นฝอย) 2.5 กิโลกรัม -ต้นหอมซอย 5 ต้น -น้ำตาลทราย 8 ช้อนโต๊ะ -ซีอิ๊วขาว 8 ช้อนโต๊ะ -ซอสปรุงรสฝาเขียว 8 ช้อนโต๊ะ -น้ำมันหอย 8 ช้อนโต๊ะ -พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ -ผงชูรส 2 ช้อนชา -ไข่ไก่ 2 ฟอง -แป้งเท้ายายม่อม 8 ช้อนโต๊ะ -ใบเกี๊ยวอย่างดี เทส่วนผสมทุกอย่างและนวดให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นหยิบไส้ขนมจีบที่ผสมเรียบร้อย ห่อใส่ใบเกี๊ยว “การห่อขนมจีบ ต้องแตะน้ำมันเล็กน้อย แล้วจับจีบเป็นลูก จึงจะสวย น่าทาน “ เมื่อจับจีบห่อเสร็จก็นำลงซึ้งเพื่อนำไปนึ่ง 10 นาที โดยก่อนวางขนมจีบลงไปในถาดซึ้ง ควรทาน้ำมันให้ชุ่มถาดเสียก่อน เมื่อนึ่งเสร็จ ขนมจีบจะได้ไม่ติดถาด คุณยายบอกว่า ส่วนผสมขนมจีบนี้ คิดแล้วลงทุนประม
