Exclusive
กลัวที่ไหน! หมดยุคสิ่งพิมพ์ การ์ตูนนิสต์ งานหด หันขายพิซซ่า เฮาส์ เมื่ออาชีพเลี้ยงตัว คือ วาดภาพการ์ตูน ส่งให้ตามสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเรียกกันว่า การ์ตูนนิสต์ นั้น เดินมาถึงหนทางตีบตัน เหตุเพราะโลกออนไลน์คืบคลานครอบคลุม ผู้คนเลิกอ่านหนังสือ หันมาเสพสื่อผ่านสมาร์ทโฟนกันทั้งบ้านทั้งเมือง สื่อกระดาษน้อยใหญ่ จึงทยอยล้มหายตายจาก หากจะพึ่งพารายได้จากการทำงานเดิมๆ คงเป็นไปไม่ได้ คุณป้อม –จิรบูล ศิริเมือง การ์ตูนนิสต์ วัยห้าสิบเศษ จึงมองหาอาชีพอื่นเลี้ยงตัว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยดิ้นรนทำงานอื่นใด นอกจากวาดการ์ตูน กระทั่งเพื่อนสนิท ซึ่งทำงานดูแลร้านชาแบรนด์ดังแถบภาคอีสาน มาแนะนำให้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ไปเปิดที่ร้อยเอ็ด จังหวัดบ้านเกิดของเขา เริ่มแรกไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเพื่อนบอก ลงทุนหนึ่งแสนบาท เดือนเดียวคืนทุนแล้ว “ไม่ถนัดเรื่องค้าขาย เพราะเขียนแต่การ์ตูนมาตลอด แต่เพื่อนบอก แค่มีพื้นที่หน้าโรงเรียน เดือนเดียวคืนทุนแสนนึง ผมบอกมันใช่เหรอ และคิดว่าไม่ใช่งานที่ถนัดอยู่ดี แต่สุดท้ายก็ลงทุน จ้างลูกน้องมาขาย แรกๆ ขายดีอยู่ แต่ทำไปปีกว่า ยอดเริ่มตก” คุณป้อม เล่าประสบการณ์ เมื่อราว 4-5
ทายาทสาว ปัดฝุ่นแบรนด์เก่า 30 ปี เป็นขนมปังกรอบ ของแท้กินแล้วต้องติดฟัน! กว่า 30 ปี ที่ครอบครัวของ คุณก้อ-อัญรินทร์ ธีรอิสริยยศ วัย 38 ปี ผลิตและส่งจำหน่ายขนมปังหัวกะโหลกเป็นเจ้าแรกใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาตั้งแต่เธอเด็กๆ โดยเมื่อ 4 ปีก่อน คุณก้อได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส นำขนมปังที่ถูกตีคืนมาต่อยอด สร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ขนมปังบ้านปังปอนด์” จนเป็นที่รู้จัก “ตอนที่เข้ามารับช่วงต่อกิจการ เรายังคงผลิตขนมปังหัวกะโหลกส่งจำหน่าย แต่เจอปัญหาขนมปังถูกตีคืน เพราะมีบ้างที่ทรงไม่สวย เอวคอด มีรูมีโพรง ลูกค้าจะไม่รับและตีคืนทั้งลัง โดยไม่เช็กให้ละเอียดว่าในลังที่ส่งไปมีขนมปังทรงไม่สวยกี่แผ่น” จากปัญหานี้ คุณก้อ แก้ไขด้วยการนำไปให้ปลากิน เพราะโรงงานอยู่ใกล้แม่น้ำ “เอาไปเลี้ยงปลาบ้าง จนปลาไม่กิน บางครั้งตีคืนมาเป็นตันๆ ช่วงหลังคิดได้ว่าเอามาทิ้งแบบนี้ไม่ได้แล้ว ขาดทุน แบกรับภาระไม่ไหว ครอบครัวเลยช่วยกันคิดสูตรขนมปังกรอบ ทดลองทำขายบ้างแจกบ้าง ไปไหนก็หิ้วไปแจกเขา ลองเอาไปชิมดูก่อน ทำไปทำมามีคนติดต่อขอซื้อ จนกลายเป็นขนมปังบ้านปังปอนด์ถึงปัจจุบัน
จากบ้านเก่า 100 ปี สู่ร้านอาหารไทย ย่านถนนจันทน์ เสิร์ฟความอร่อยกว่า 100 เมนู หากยังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อน มีอดีตแอร์โฮสเตสสาวสวยคนหนึ่ง ผันตัวมาสร้างธุรกิจของตัวเอง แม้เจอปัญหาอุปสรรคก็ไม่เคยท้อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จัก จากพายสูตรเด็ด ภายใต้ แบรนด์เอพริล เบเกอรี่ (April’s Bakery) ที่วันนี้มีกำลังการผลิตมากกว่า 100,000 ชิ้นต่อวัน ส่งจำหน่ายหน้าร้านมากถึง 50 สาขา และในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศอีก 13,000 สาขา อ่านเพิ่มเติม เคยเจ๊งแต่ไม่ท้อ! อดีตแอร์โฮสเตสสาว ใจรักค้าขาย ผลิต “พายสูตรเด็ด” ดังทั่วประเทศ ครั้งนี้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารสาว คุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร วัย 36 ปี ผู้สร้างแบรนด์เอพริล เบเกอรี่ อีกครั้งในบทบาทใหม่ เจ้าของร้านอาหารวนิดา (Vanida Bangkok) ย่านถนนจันทน์ ชื่อวนิดา อาจจะฟังคุ้นหู เพราะคล้ายกับชื่อนางเอกในละครเรื่องหนึ่ง แต่ในโลกธุรกิจ วนิดา คือชื่อของร้านอาหาร เปิดให้บริการมานานร่วม 2 ปี เสิร์ฟเมนูอาหารไทยรสจัดจ้าน ปรุงด้วยความรักความใส่ใจกว่า 100 เมนู ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ว่ากันว่า บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชก
Craftsman ธุรกิจจากความหลงใหล ของเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ผู้หลงรักกาแฟ หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว หรือผ่านย่านบ้านของ นพ ไกรฤกษ์ หรือ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ มหาดเล็กประจำห้องบรรทม ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้จดบันทึกเหตุการณ์ในห้องบรรทมก่อนจะเสด็จสวรรคต จะเห็นว่าตัวอาคารสถาปัตยกรรมนั้นมีสีเหลืองสดใส ซึ่งกองถ่ายละครไทยย้อนยุคหลายๆ เรื่อง มักมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำกันเป็นประจำ ข้างๆ กันนั้นมีตึกเก่าสีเหลืองสไตล์ไทยผสมวิคตอเรียกอธิค ซึ่งเป็นที่พำนักเก่าของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เมื่อครั้งทำงานในไทย ซึ่งปัจจุบันได้เป็นที่ตั้งของร้านคาเฟ่น่ารักๆ อย่าง Craftsman Roastery ของ คุณแวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของร้านสาว วัย 42 ปี คุณแววเล่าที่มาที่ไปของร้านคาเฟ่แห่งนี้ให้ฟังว่า เดิมเธอทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ Niiq มาก่อน ต่อมาเมื่อห้างที่เปิดโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์อยู่ ได้ประกาศปรับปรุงสถานที่ จึงจำเป็นต้องย้ายออก เธอจึงหาที่ใหม่ ซึ่งก็ได้เป็นบ้านเก่าแห่งหนึ่งมาทำโชว์รูมอีกครั้ง แต่ในย่านที่ตั้งของโชว์รูมแห่งใหม่นั้น หาร้านกาแฟทานยาก คุณแววต้องเริ่มต้นหัดทำกาแฟทานเอง จนเกิดอาการตกหลุมรักกลิ่นหอมแ
ไปไงต่อ! สื่อกระดาษหาย รายได้หด นักเขียนการ์ตูน คิดไม่ตก ซื้อแฟรนไชส์ก็ไม่รุ่ง คุณป้อม-จิรบูล ศิริเมือง ปัจจุบันอายุ 52 ปี พื้นเพเป็นคนร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะครุศาสตร์ เอกประถมฯ แต่ด้วยมีใจรักด้านศิลปะขีดเขียน หลังจากเรียนจบออกมาแล้ว ยึดอาชีพเป็น นักเขียนการ์ตูน มาตลอด “ชอบวาดการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกจะเรียนสถาปัตย์ แต่มีเหตุผิดพลาด ประกอบพ่อ อยากให้เป็นครู เลยเรียนให้ท่าน ผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง หลังเรียนจบ เคยไปสอบเป็นข้าราชการครู สอบติดนะแต่ไม่สละสิทธิ์ และหาเลี้ยงตัวด้วยการวาดการ์ตูนเรื่อยมา” คุณป้อม ย้อนความทรงจำ ก่อนคุยให้ฟังต่อ การยึดอาชีพ นักเขียนการ์ตูน ของเขานั้น เป็นลักษณะ ฟรีแลนซ์ คือ ได้ค่าตอบแทนจากสื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่างๆ เป็นรายชิ้นไป “อาชีพนักเขียนการ์ตูน สมัยก่อนพอเลี้ยงตัวได้ ที่ผ่านมาไม่เคยสมัครงานบริษัทเลย ช่วงปี 2535-2536 เคยมีคนเสนอให้เป็นบรรณาธิการหนังสือเด็ก ให้เงินเดือน 8 พันบาท ก็มานั่งคิด ไม่คุ้ม เพราะช่วงนั้น เขียนการ์ตูน เริ่มต้น ได้ชิ้นละ 250 บาท หน้าสี ชิ้นละ 400-450 บาท ถ้าเป็นการ์ตูนการเมือง จะได้เยอะขึ้นอีกหน่
ติวเตอร์สาว ผุดธุรกิจเล็กๆ ผลิตลูกอมสมุนไพรจากโรสแมรี พัฒนาสูตร 2 ปี ก่อนวางจำหน่าย ในท้องตลาด มีลูกอมหลากหลายยี่ห้อวางจำหน่าย หากแต่แบรนด์นี้ คือลูกอมสมุนไพร ที่เกิดจากไอเดียของเจ้าของร้านอาหารและติวเตอร์ภาษาญี่ปุ่น คุณมิ้ว-ลิสรา คงเมือง วัย 32 ปี เธอปลูกโรสแมรีไว้ในสวนหลังบ้านจนงอกงาม ก่อนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ FIN (Food Innovation And Packaging) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ITAP (Innovation And Technology Assistance) ของ สวทช. ช่วยปรับสูตร เพื่อจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Finlo Herb ในปัจจุบัน คุณมิ้ว เล่าให้ฟังว่า เธอมีความจำเป็นต้องใช้โรสแมรีในการทำอาหาร แต่สมุนไพรชนิดนี้มีราคาแพง จึงต้องทดลองปลูกเอง แม้จะรู้ว่าปลูกยากมากก็ตาม “มีโอกาสน้อยมากที่โรสแมรีจะรอด พอได้ปลูกจริงๆ แล้ว ปรากฏว่ามันรอด และได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยความบังเอิญของการทำงาน อีกอาชีพเป็นติวเตอร์สอนภาษาญี่ปุ่น สังเกตเห็นคนที่มาเรียนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เขาพกลูกอมมาด้วยเสมอ ทำให้เกิดไอเดียนำโรสแมรีมาทำลูกอม” คุณมิ้ว เล่าถึงที่มา ก่
กูรูอาหาร เซ็ง เชฟฝรั่ง ไม่ศึกษารากเหง้าอาหารให้ถ่องแท้ ก่อนสอนออกสื่อ จากกรณีเชฟฝรั่งสอนทำ “ต้มยำกุ้ง” แบบไทย ใส่ซอสพริก-ขิง-ถั่วงอก ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ ณ ขณะนี้ อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ ผจก.สถาบันโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย เผยว่า กรณีเชฟต่างชาติ หรือเชฟดัง นำอาหารไทยไปสอนออกสื่อ สลับกัน เชฟไทยนำอาหารต่างชาติมาสอนออกสื่อ เช่น ทำอาหารญี่ปุ่น ทำอาหารรัสเซีย ในแง่ของความเป็นเชฟหรืออาจารย์ที่สอนทำอาหาร สิ่งที่ต้องสำนึกไว้อันดับแรกคือ ต้องศึกษารากเหง้า หรือตำรับของอาหารชนิดนั้นให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ต่อได้ “เห็นเชฟดังๆ เมืองนอกทำอาหารไทยหลายคนแล้วอยากฆ่าตัวตาย เขาคิดว่าศึกษาดีแล้ว เคยมาเมืองไทย เห็นคนไทยทำแล้วจำไปทำ โอเค มันมีอาหารฟิวชั่น เป็นการผสมผสาน บางอันพอยอมรับได้ แต่ใส่ซอสพริกแบบนี้ยอมรับไม่ได้ แต่ถ้าตำเครื่องแกงไม่แหลกแล้วเอาไปละลายกับกะทิยังพอหยวนๆ ไป เพราะเราเองยังนำอาหารชาติอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม หรือจีน เช่น ราเมงมาจากจีน พอไปญี่ปุุ่นก็กลายเป็นสูตรต้นตำรับของญี่ปุ่น หรือสุกี้ คนจีนยังบินมาเรียนในไทย เพราะอร่อยกว่าสุกี้ญี่ปุ่น เราปรั
เปิดชีวิตบาริสต้าหูหนวก สู้หาเงินไม่เคยท้อ เจอลูกค้าเหวี่ยงไม่เคยหวั่น ไม่เพียงแต่เป็นร้านกาแฟทั่วไป หากแต่ ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ คือสถานที่สร้างโอกาสให้กับคนพิการหลายคน ได้มีอาชีพทำกิน มีรายได้ และมีความรู้ติดตัวไปต่อยอดในอนาคต เช่นกันกับ คุณบี-วิภาวรรณ คันใจ วัย 23 ปี เธอคือผู้บกพร่องทางการได้ยิน ที่ได้รับโอกาสจากร้านกาแฟแห่งนี้ จากเด็กธรรมดากลายเป็นบาริสต้าฝีมือดีประจำร้านมานาน 9 เดือน รายได้ส่วนนี้นอกจากจะดูแลตัวเองได้แล้ว ยังส่งต่อเลี้ยงดูคนในครอบครัวด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พูดคุยกับคุณบีโดยมีล่ามช่วยแปลให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เธอทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งนาน 2 ปี ภายหลังหมดสัญญาจ้างทำให้เธอต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานใหม่ จนได้คำแนะนำจากเพื่อนให้มาสมัครงานที่ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ “ตอนที่มาสมัครงาน ไม่มีพื้นฐานการชงกาแฟด้วยเครื่องมาก่อน ช่วงเดือนแรกจึงค่อนข้างลำบาก แต่โชคดีที่ได้พี่ๆ ในร้านคอยช่วยสอนและให้ความรู้ จนสามารถจำสูตรกาแฟและชงกาแฟเป็นได้ใน 2 เดือน แต่การทำงานยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ และที่สำคัญ
เปิดเคล็ดลับความสำเร็จ แบล็คแคนยอน เจอสารพัดวิกฤต อะไรคือเทคนิคให้ผ่านมาได้ หากเอ่ยถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังของไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก แบล็คแคนยอน ที่โลดแล่นมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง แต่ยังยืนหนึ่งในใจลูกค้ามาตลอด ปัจจุบันมีสาขาในไทยกว่า 300 สาขา และ 47 สาขาในอาเซียน โดย คุณประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด เผยในรายการ HOW TO THINK (ฮาวทูทิ้ง) (คลิก ชมรายการ) ว่า ย้อนไปเมื่อปี 2536 ตนยึดอาชีพด้านไอที เปิดบริษัทซอฟต์แวร์เฮ้าส์ และเป็นตัวแทนขายคอมพิวเตอร์ แต่ธุรกิจไอที มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีค่อนข้างเร็ว จึงมองหาธุรกิจเสริมเล็กๆ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องมีหลายสาขา “เริ่มมองหาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่มีคนทำแล้ว เลยเปลี่ยนมามองธุรกิจร้านกาแฟในไทย จนเจอ แบล็คแคนยอน ตอนนั้นมีประมาณ 4-5 สาขา และธุรกิจไม่ค่อยดี แต่ชิมแล้วมีโอกาสนำมาทำเป็นธุรกิจได้ เลยเข้าไปติดต่อว่าอยากซื้อแฟรนไชส์ คุยไปคุยมา ทำให้รู้ถึงความไม่มีระบบ ความไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการบริหารจัดการ ทำแบบลูกทุ่ง ตอนนั้นเงินเรามีไม่เยอะหรอก ใช้วิธีระดมทุ
เนลฟี่ สตูดิโอ ร้านอุปกรณ์ทำเล็บครบวงจรสัญชาติไทย ชูจุดแข็ง House Brand คุณภาพเทียบแบรนด์อินเตอร์ ตั้งเป้ายกระดับธุรกิจสู่สากล เนลฟี่ สตูดิโอ ร้านอุปกรณ์ทำเล็บครบวงจรใหญ่สุดในประเทศ โชว์ศักยภาพศูนย์รวมสินค้าชั้นนำระดับโลก เผยจุดแข็ง House Brand “Nailfie Signature” ส่วนเติมเต็มช่องว่างตลาดสีทาเล็บไทย เตรียมพร้อมยกระดับตัวเอง รับความท้าทายตลาดเล็บโลก หวังเป็นหนึ่งในผู้ชี้ช่องศิลปินเล็บให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ต่อยอดเป็นส่วนสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจทำเล็บไทย ทัดเทียมตลาดโลก คุณอมลณัฐ สิริวัฒน์ธนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนลฟี่ ซัพพลาย จำกัด เปิดเผยว่า “เนลฟี่ ซัพพลาย” เป็นบริษัทค้าส่ง-ปลีก อุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในร้านทำเล็บ ที่มีสินค้าที่หลากหลายมากที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสีเล็บให้เลือกมากกว่า 10,000 เฉดสี มีสต๊อกสีทาเล็บมากกว่า 100,000 ขวด โดยเรามีโชว์รูมชื่อว่า “เนลฟี่ สตูดิโอ” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที่มากกว่า 750 ตารางเมตร และมีโกดังสินค้าขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ในการสต๊อกสินค้า เล่าย้อนกลับไปในช่วงแรกของการก่อตั้ง เนลฟี่ สตูดิโอ ถึงประสบการ
