Exclusive
ขายออนไลน์ยังได้ “ชีสเค้กทุเรียน” กล่องเล็กๆ 150 บาท กำไรครึ่งหนึ่ง สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อาหารออนไลน์ดีลิเวอรี่ “ฮิตหนักมาก” ใครมีฝีมือทางไหน พอทำอะไรได้ และขอให้มีเพื่อนฝูงมากหน่อย รับรองขายได้ ไม่ว่าจะเป็นปลาเค็มทอด หมูแดดเดียว กุ้งเผา ปูนึ่งแกะ น้ำจิ้มซีฟู้ดอย่างเดียว ยังขายได้เลย และ โควิด ก็มาพอดีกับทุเรียน ปีนี้นึกว่าจะได้กินทุเรียนถูก เพราะส่งออกโดนโควิดชูป้ายห้าม ก็ไม่ยักกะถูก ทุเรียนทั้งเปลือกโลละ 120-150 บาท แกะแล้วไม่ต้องพูดถึง โล กลายเป็นพัน สรุปคนไทยยังกินทุเรียนแพงเหมือนเดิม กินแบบถูกหน่อย ซื้อมาเป็นลูกจากผู้ที่อ้างว่าเป็นสวนทุเรียน เอามาปอกเอง บอกคนขายว่าขอกินพรุ่งนี้ พวกเลือกให้ ปรากฏว่าอีก 4 วันทุเรียนกว่าจะหอม แถมพูยังเน่า เนื้ออ่อน ปอกยาก เจออย่างนี้ 3 หน เข็ดเลย ทีนี้ทุเรียนอ่อน ลูกละ 600 ปอกแล้ว เนื้อแข็ง มีกลิ่นหอมนิดหน่อย เคี้ยวพอหวานปะแล่ม เอาไปทำอะไรดี โบราณทำแกงบวด แบบแกงบวดฟักทอง แล้วขึ้นชื่อว่าเป็นแกงแต่ไม่ใช่ของคาว เมื่อเติมคำว่า บวด เข้าไป ที่บวดกันแต่โบราณ มีฟักทอง เผือก ทุเรียนอ่อน สาเก กล้วยน้ำว้า แต่ถ้ากล้วยบวชชีต้องสะกดด้วย “ช” เท่านั้น แปลว่า
#โควิด มา! หากินได้ไม่เหมือนเก่า ทำอาหารขายออนไลน์ ไม่ง่ายเหมือนที่พูดกัน New Normal วิถีชีวิตใหม่ ทำไม่ค่อยถูกเหมือนกัน ทำๆ ไป ผ้าคาดปากก็เริ่มตกลงคางกลับไปคล้ายๆ เดิม จะไม่ตกก็ต้องมีโควิด แหยมมาใหม่ ตอนที่เขียนนี่ยังไม่มา อย่ามาน่ะดีแล้ว ที่ไม่เหมือนเก่าเลย คือ การทำมาหากิน ตราบใดที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังเข้าไทยไม่ได้ อะไรๆ มันก็อั้นๆ ไปหมด วิถีใหม่ ทำอะไรดี เขาบอกกันว่า คนหนึ่งต้องมีหลายตะกร้า โบราณเขาบอก “เหยียบเรือสองแคม” ซึ่งไม่ดี เดี๋ยวนี้ดี ทำอาชีพเดียวไม่พอ ควรมีอาชีพสำรองด้วย ไว้เผื่ออนาคตมีเหตุการณ์อย่างนี้กลับมาอีก จะได้ไม่อดตาย เอาเข้าจริง เราๆ ก็คิดไม่ออกครับทำอะไรดี คิดออกอย่างเก่ง ทำอาหารขายออนไลน์ ขายของออนไลน์ แต่มันไม่ได้ง่ายเหมือนกับที่พูดแนะกัน ไหนจะต้องตีโจทย์ว่าจะขายอะไร ถนัดอะไร ขายผ่านอะไร ขายให้ใคร โฆษณายังไง โดนหักเท่าไหร่ สุดท้ายมีดวงในการขายของหรือเปล่าด้วย ถ้าไม่มีดวงด้านนี้ ขายยังไงก็ขายไม่ออก คนขายของได้เก่งต้องช่างเจ๊าะแจ๊ะครับ ช่วงปิดโควิด ที่บ้านผม ลูกสาวเขาชอบขายของอยู่แล้ว พอดีมีเพื่อนแนะนำติดต่อกับร้านขายส่งกุ้งก้ามกราม เจ๊าะแจ๊ะกันถูกคอ เลยสั
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณอรจรรยา จันทวรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทรักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด หรือ KTBGS ได้จัดเวิร์กช็อปประจำปี สำหรับพนักงานที่กำลังจะเกษียณของบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมีแนวคิด ‘หากพนักงานเกษียณไปแล้ว จะทำอย่างไรให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข’ จึงได้พาคณะพนักงานที่สนใจ มาศึกษาดูงานที่ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงบ้านสารภี ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม สำหรับศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อ “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียงชุมชนบ้านสารภี” แห่งนี้ มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และแนวทางการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ให้ทั้งเกษตรกร และผู้ที่สนใจมาดูงาน เพื่อให้มีความแข็งแกร่ง อันเป็นการสร้างรากฐานต่อยอดในแต่ละอาชีพ โดยคุณสุชล สุขเกษม ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภีนั้น มีประสบการณ์ การดูงานด้านเกษตรในหลายจังหวัด ทั้งยังได้ใช้ความรู้จากตอนทำงานต่างประเทศ ได้น้อมนำพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทาง แล้วจึงได้ก่อตั
ศาลพระภูมิ คือ ศาลที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่สถิตของเทพารักษ์ มีลักษณะเป็นบ้านหรือวิหารหลังเล็กๆ ตั้งอยู่บนเสาเดี่ยว หรือปะรำที่ทำมาจากปูน หรือเป็นไม้ ศาลพระภูมิจะถูกจัดตั้งไว้ในจุดที่เชื่อกันว่า มีความร่มเย็น เป็นสิริมงคล แก่เจ้าบ้านและคนที่อยู่อาศัย บ้านหนึ่งก็อาจมีศาลพระภูมิมากกว่าหนึ่งหลัง และมักจะอยู่ริมรั้วหรือมุมหนึ่งนอกบ้าน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเห็นศาลพระภูมิรูปแบบใหม่ ที่มีการแชร์ออกไปในโลกออนไลน์และถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากในขณะนี้ โดยรูปทรงของศาลพระภูมิแบบใหม่นี้ มีความโมเดิร์น ทันสมัย คล้ายกับแบบจำลองบ้าน โดยศาลพระภูมิรูปแบบใหม่นี้ ผลิตและจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ “The angel home บ้านเทวดา” คุณนัท – ณัชฌานันท์ ชำนาญยา เจ้าของกิจการ The angel home บ้านเทวดา วัย 43 ปี ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของธุรกิจนี้ว่า ธุรกิจบ้านเทวดา เปิดมาได้เกือบ 2 ปีแล้ว เดิมตนเรียนจบการตลาด ทำธุรกิจส่วนตัวเป็นอาชีพหลัก จุดเริ่มต้นของธุรกิจศาลพระภูมิ เริ่มมาจากการเห็นศาลพระภูมิที่บ้าน แล้วรู้สึกอยากทำให้สวยงาม แตกต่างจากของบ้านอื่น แต่ตนก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องการออ
ย้อนตำนาน “ลุงขาวไขอาชีพ” ที่พึ่งคนยาก สอนอาชีพง่ายๆ โดยไม่คิดเงิน คุณวราพงษ์ พงษ์บริบูรณ์ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อ “ลุงขาวไขอาชีพ” นักธุรกิจ นักประชาสัมพันธ์ นักพูด นักประดิษฐ์ นักสังคมสงเคราะห์ และนักเขียนชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2471 เป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน อ่านเรื่องราวของขาวละออเภสัช ได้ที่ เปิดตำนานยาสมุนไพร 90 ปี “ขาวละออเภสัช” ยืนหยัดด้วยคุณภาพ สู่งานวิจัย “ขาวละออ เมาท์เจล” ชีวิตส่วนตัวคุณวราพงษ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนพณิชยการพระนคร ในปี พ.ศ. 2490 ภายหลังได้สมรสกับ คุณบุญเรือน พงษ์บริบูรณ์ บุตรสาวของ หมอหลง ขาวละออ ผู้ก่อตั้งขาวละออโอสถ ปัจจุบันคือ บริษัท ขาวละออเภสัช จำกัด ชื่อ “ลุงขาวไขอาชีพ” เริ่มขึ้นเมื่อคุณวราพงษ์ได้เข้าทำงานที่ห้างขายยาขาวละออโอสถ ด้วยมีแนวคิดนำยาไปขายยังต่างจังหวัด จึงได้ออกตระเวนฉายหนังพร้อมขายยาไปทั่วประเทศในนามห้างขายยาขาวละออโอสถ ชาวบ้านจึงเรียกติดปากว่า ลุงขาว ระหว่างเดินทาง ลุงขาวได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีเทวดาฟ้าฝนเป็นที่พึ่ง มีทั้งคนว่างงาน และคนด้อยโอกาส ลุงขาวจึงนำความรู้ด้านวิชาชีพที่สั่งสมมาจาก
“เพนกวิน อีท ชาบู” พลิกเกมสู้โควิด จนเปลี่ยนสถานะเป็นหนี้ แต่ไม่ล้ม! ท่ามกลางวิกฤตเราได้เห็นหลายๆ ธุรกิจงัดกลยุทธ์โชว์หมัดเด็ดเพื่อความอยู่รอดกันไม่เว้นวัน แต่จะมีสักกี่แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้สำเร็จเหมือน “Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู” ร้านชาบูชื่อดังที่หันมาทำดีลิเวอรี่ ออกโปรแรงสั่งชาบูแถมหม้อได้เป็นพันๆ ใบมาแล้ว แต่ในความสำเร็จก็มีเรื่องให้ปวดใจ เพราะโควิด-19 ทำให้ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน ประกาศปิดร้านไปถึง 2 สาขา (นิมมานฯ-สีลม) พร้อมๆ กับสถานะเป็นหนี้ ลงทุน 1 ล้าน คืนทุนใน 5 เดือน ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน มีร้านชาบูเล็กๆ ถือกำเนิดขึ้นโดยสองพี่น้อง “คุณต้น-คุณต่อ” เพราะทั้งคู่ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยความจำเป็น “ช่วงนั้นที่บ้านประสบปัญหาธุรกิจ ผมและพี่ชายต้องมาเป็นหัวหน้าครอบครัว เราตัดสินใจทำธุรกิจร้านอาหาร เพราะไม่ได้มีเงินทุนเยอะ ทำรีเสิร์ชดูแล้วตลาดชาบูระดับกลางยังมีช่องว่างอยู่ ผู้เล่นในตลาดนี้ยังทำอะไรเดิมๆ เราไม่ทำ ขอคิดแบบตีลังกา สร้างความต่างให้ตัวเอง ทั้งโลโก้ สไตล์ร้าน
ลูกสาวชาวสวน ส่งผลไม้แช่อิ่มแบรนด์ ‘เสวย’ ขายในร้าน7-11 ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท/ปี คุณนันทภรณ์ ชะเสริมไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสวยผลไม้แช่อิ่มจำกัด วัย 34 ปี เธอเกิดมาในครอบครัวเกษตรกร เรียนจบด้านฟู้ดไซน์ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนน้องสาวจบด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อกลับมาสานต่อกิจการของพ่อ “ที่บ้านปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ฝรั่ง ชมพู เป็นต้น แต่ทุกอย่างพังราบเป็นหน้ากลองเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 ผลไม้ที่ปลูกไว้ล้มตายมีแค่มะกอกน้ำเท่านั้นที่รอด เลยหันมาปลูกมะกอกน้ำ และแปรรูปผลไม้ชนิดนี้ เริ่มแปรรูปแบบดองเค็ม แต่รสชาติยังไม่ถูกปาก เลยเปลี่ยนมาแช่อิ่ม แจกให้คนรอบข้างชิมก่อน พอมีคนมาขอซื้อจึงพัฒนากลายเป็นธุรกิจ และได้ขยายไปทำผลไม้ชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มะม่วง มะดัน กระท้อน มะปราง มะขาม ที่มีตามฤดูกาล” ลูกสาวชาวสวนคนเดิม เล่าต่อว่า ในข่วงแรกยังนำผลไม้แช่อิ่มแพ็กใส่ถุงขายธรรมดาๆ กระทั่งได้พบกับทีมงานของเซเว่นฯ ร่วมกันพัฒนาทั้งสูตรการแช่อิ่ม แพ็กเกจจิ้ง มาตรฐานต่างๆ จนสามารถน้ำผลไม้แช่อิ่ม แบรนด์เสวย ขายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ ได้ในปี 2542 “วาง
ฟังเสียง ‘ธุรกิจโฮสเทล’ ขอสู้เฮือกสุดท้าย หลัง ‘เที่ยวปันสุข’ ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น “โฮสเทล” ถือเป็นที่พักที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติ นอกจากราคาไม่แรงแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันไม่แพ้โรงแรม จึงไม่แปลกที่จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว หากมีวันหยุดหรือช่วงเทศกาลบุ๊กกิ้งจะถูกจองล่วงหน้า และเข้าพักเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท 39 มีโฮสเทลบรรยากาศดี ของสองเพื่อนซี้วัย 36 ปี คุณเปิ้ล-สมลักษณ์ วิสุทธิผล และ คุณชื่น-ภาณุนี พิริยะวงศ์ ทั้งคู่ช่วยกันเนรมิตตึกเก่า อายุราวๆ 20 ปี ซึ่งเคยเป็นที่พักอาศัยของคุณชื่นเมื่อวัยเด็ก ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เปิดโฮสเทลเล็กๆ ชูคอนเซ็ปต์โรงนา เน้นธรรมชาติและงานไม้ ชื่อ Barn & Bed Hostel (บาร์น แอนด์ เบด โฮสเทล) สามารถรองรับลูกค้าได้ทั้งหมด 36 เตียง ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 พร้อมๆ ไปกับการต่อสู้วิกฤตโควิด-19 คุณเปิ้ล เล่าว่า เธอมีความชำนาญเรื่องโรงแรม เพราะที่บ้านทำธุรกิจโรงแรม ส่วนคุณชื่นมีตึกที่ถูกปล่อยว่างมานานหลายปี เมื่อสำรวจดูแล้วตึกแห่งนี้เหมาะทำเป็นโฮสเทลมา
กล้วยหอมในเปลวไฟ! ทำยากนิดๆ! ของหวานสไตล์ฝรั่งเศส “บานาน่า เฟลมเบ้” Banana Flambé (บานาน่า เฟลมเบ้) คือ กล้วยหอมในคาราเมลซอสเคี่ยวกับน้ำส้มและเหล้ารัม จุดไฟตอนเสิร์ฟค่ะ เฟลมเบ้ คือ flame หรือ เปลวไฟในภาษาฝรั่งเศส นั่นเอง เมนูนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนิดๆ นะคะ ต้องใจเย็น อย่าลัดขั้นตอน ดูส่วนผสมก่อนนะคะ ส่วนผสม กล้วยหอม 4 ลูก น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย น้ำส้มซันคิสคั้น 1 ถ้วย (2 ลูก) ผิวส้มหั่นฝอย 1/2 ลูก เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งกระทะท้องแบนบนไฟอ่อนค่อนไปทางกลาง ใส่น้ำตาลทรายกระจายทั่วๆ ปล่อยให้น้ำตาลทรายละลายเป็นน้ำสีน้ำตาล ห้ามคน ใส่น้ำส้มให้เดือดสักพัก ใส่ผิวส้มลงไปคน 3-4 หยิบมือ ใส่เหล้ารัม ใส่กล้วยหอมที่ปอกเปลือก ผ่าตามยาวลงไปในน้ำเชื่อมให้เข้าเนื้อ ตักกล้วยใส่จาน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา และเชอรี่มีก้าน ที่บอกว่าใจเย็น ตั้งแต่ละลายน้ำตาล ถ้าไฟแรงจะไหม้และขม ถ้าคน น้ำตาลจะแข็งค่ะ ปล่อยให้เขาละลายเอง ตอนใส่น้ำส้ม น้ำตาลจะแข็งบางส่วนไม่ต้องตกใจค่ะ ใจเย็นๆ เคี่ยวไฟอ่อนต่ออีกนิด ใส่ผิวส้มซอย 3-4 หยิบมือ ใม่ใช่ช้อนโต๊ะนะคะ ใส่มากจะขม ใส่พอให
#ต้นทุนผมคือพยายาม พิการแต่ไม่ท้อ “โฟล์ค” ขอทำงานหาค่าขนมด้วยตัวเอง ย้อนไปเมื่อราวสามปีก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณน้ำ – นงนุช ศรีชัยญา คุณแม่ของ “น้องโฟล์ค-ถิรพุทธิ์ ศรีชัยญา” ที่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุขณะขี่จักรยานยนต์บนถนนแถวหมู่บ้าน แต่เกิดมีรถจักรยานวิ่งตัดหน้าจนรถพลิกคว่ำ ศีรษะด้านซ้ายไปกระแทกกับของแข็งจนกะโหลกยุบ เนื้อสมองบางส่วนเสียหาย ทำให้หูข้างซ้ายดับถาวร และสูญเสียความสามารถด้านการสื่อสาร พูด อ่าน เขียน ไม่ได้ตลอดชีวิต แต่หูข้างขวายังได้ยินและความทรงจำยังดีเหมือนเดิม เหตุการณ์ในครั้งนั้น แม้ลูกชายคนโตของเธอจะรอดชีวิตมาได้ แต่เขาต้องกลายเป็นคนพิการอย่างน่าเสียดาย “น้องโฟล์คอาการค่อนข้างหนัก สลบไป 15 วัน โอกาสรอดน้อยมาก แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ต้องรีสตาร์ตใหม่ ความทรงจำค่อยฟื้น ครอบครัวต้องช่วยๆ กัน จนถึงวันนี้ยังพาไปทำกายภาพบำบัดอยู่” คุณน้ำ เล่าน้ำเสียงหม่น และว่า ช่วงที่น้องโฟล์คประสบอุบัติเหตุนั้นเพิ่งเรียนจบ ปวช.สาขามัลติมีเดีย และตั้งใจจะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้านนิเทศศาสตร์ เพราะเขาอยากจบออกมาเป็นผู้กำกับ แต่เมื่อชะตาพาชีวิตมาถึง
