Exclusive
ยอดตกกว่าเก่า! แม่ค้าร้านข้าว โอด “ปิดห้าง-ตลาดสด” ทำลูกค้าหาย รายได้หด รายจ่ายเพียบ แม่ค้าร้านข้าว – หลังจาก กทม. ประกาศปิดห้างทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. – 12 เม.ย. 63 โดยยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารจำหน่ายได้เฉพาะนำกลับบ้าน ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดสดย่านประชานิเวศน์ 1 บรรยากาศในช่วงประมาณ 9 นาฬิกา ยังคงมีประชาชนมาเดินจับจ่ายใช้สอยกันบางตา คุณกรรณิการ์ สืบสุข วัย 34 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่เจ้าหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า ตลาดก็ยังคงมีการค้าขายปกติ ไม่ได้มีการปิดหรืองดการขาย เพียงแต่โซนที่เคยนั่งทานอาหารได้ ก็ไม่ให้นั่งทานแต่ให้ซื้อกลับไปเท่านั้น “ยอดขายก็ตกลงกว่าเดิมค่ะ ปกติพวกร้านข้าวแกงตรงนี้ จะมีโซนให้นั่งทานตรงกลาง ลูกค้าก็จะมาทานกันเยอะ เพราะเขาไม่สะดวกซื้อกลับ พอทานเสร็จเขาก็ไปทำงานกันเลย แต่เมื่อเช้ามีคนมาซื้อแล้วจะนั่งทาน เราก็บอกว่าซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียว บางคนเขาไม่รู้ว่ามีประกาศออกมา ก็คงงงๆ นิดนึง แต่บางคนเขารู้ข่าวเขาก็เข้าใจเรา ช่วงนี้ก็เงียบค่ะ ปกติธรรมดาขายไก่วันละ 4
กำไรหลักพัน! รถพุ่มพวง เผย อาทิตย์นี้ขายดี ลูกค้าซื้อของตุน โดยเฉพาะหมู กับผัก ฟันกำไรหลักพัน แต่ไม่วางใจ เพราะค้าขายมีขึ้นมีลง ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลายรายกระจายอยู่ทั่วประเทศ สถานที่เสี่ยงต่างปิดให้บริกาชั่วคราวตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ประชาชนเก็บตัวอยู่ในบ้าน กลายเป็นโอกาสของอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ดีลิเวอรี่, รถขายกับข้าว หรือที่ใครๆ เรียกว่า รถพุ่มพวง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณสังวร โคงอยู่ หรือคุณหนุ่ม พ่อค้ารถกับข้าว ที่ยึดอาชีพนี้มามากกว่า 11 ปี ระบุว่า อาทิตย์นี้ขายดีมากขึ้น ลูกค้านิยมส่วนใหญ่ซื้อของไปตุน เช่น หมู และผัก ที่ช่วงนี้มีราคาถูก “ผมออกรถตั้งแต่ตีห้า วิ่งไปตามเส้นทางถนนหมายเลข 347 อยุธยา บางปะอิน เสนา และบางบอน ขายหมดประมาณเที่ยงกว่าๆ ส่วนใหญ่แล้วเราจะมีลูกค้าประจำมาอุดหนุน ถึงช่วงนี้จะขายดีกำไรวันละ 2,500-3,000 บาท แต่ไม่ได้วางใจ เพราะค้าขายมีขึ้นลง” อ่านเรื่องราวของคุณหนุ่มเพิ่มเติมได้ที่ อาชีพรถขายกับข้าวไม่ใช่ง่าย ปัญหาสารพัด งัดกลยุทธ์เด็ดเอาตัวรอดมาได้ 11 ปี
ชีวิตนักร้อง! “แอ๊ว” ครวญ ไร้ทุนค้าขาย ไม่มีอาชีพเสริม วอนรัฐบาลเมตตาด้วย คุณแอ๊ว –ทัศนัย สีมันตะ นักร้องหนุ่มใหญ่ วัยห้าสิบเศษ พื้นเพเป็นคนยโสธร เรียนจบชั้น ป.4 ออกจากโรงเรียน เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ อาศัยอยู่กับญาติแถวปิ่นเกล้าฯ ทำงานครั้งแรกในโรงกลึง ย่านดาวคะนอง ทำอยู่หลายปี ย้ายมาอยู่กับอาในซอยโรงพยาบาลเจ้าพระยา ก่อนอาแนะนำให้ไปเรียนตัดผม พอกลางคืนให้ไปสมัครเสิร์ฟที่สวนอาหารแถวตลิ่งชัน “เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่นานพอสมควร พอดีที่ร้านเขามีนักร้อง ตัวเราชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เลยสมัคร จนได้ขึ้นเวที ตอนอยู่สวนอาหารโพธิ์ทอง ตลิ่งชัน ต่อมาย้ายมาร้องที่คาเฟ่แถวปิ่นเกล้าฯ จนกระแสคาเฟ่ซาไป ร้านอาหารอีสานบูมแทน เลยสมัครเป็นนักร้องในสวนอาหารอีสานมาจึงถึงวันนี้ ร้านล่าสุด คือ อีสานฟองแก้ว อยู่หลังห้างพาต้า ปิ่นเกล้าฯ” คุณแอ๊ว ย้อนความทรงจำให้ฟัง ก่อนเล่าต่อ ช่วงมาทำงานที่กรุงเทพฯ พยายามเรียนหนังสือต่อ แต่ไม่มีใครแนะนำ กระทั่งมามีโอกาสได้เรียนเมื่อไม่นานนี้ “พาหลานจากบ้านนอกมาเรียนมัธยมฯ ในกรุงเทพฯ แต่เขาเกเร โดดเรียน อาจารย์ไม่ไหว เลยแนะนำให้พาไปเรียนกศน. ก็พาหลานไป พอสมัครเสร็จ ถามอาจารย์ว่า ผมอายุมา
ศิลปินแห่งชาติ “เดชา วราชุน” ผู้มีอาชีพรอง เหนือ อาชีพหลัก ผมได้พบกับอาจารย์เดชา วราชุน ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์เดชาไปพบหมอตามปกติ ผมก็ไปพบหมอตามนัดเช่นกัน บังเอิญเป็นหมอคนเดียวกัน ผมจึงได้รู้ว่าอาจารย์เดชาป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะเหมือนผม ผมโชคดีที่เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เพราะภรรยาผมเป็นอาจารย์เช่นเดียวกับอาจารย์เดชาก็เบิกได้เช่นกัน สำหรับอาจารย์เดชาดีกว่าผมตรงที่เบิกได้สองทาง ทางหนึ่งเบิกในฐานะเคยรับราชการเป็นอาจารย์มาก่อน และอีกทางหนึ่งท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ซึ่งมีสิทธิเบิกได้เช่นกัน เมื่อเอ่ยถึงศิลปินแห่งชาติ ต้องยอมรับว่า อาจารย์เดชาพบกับความสำเร็จในชีวิตถึงสามอย่าง อย่างแรก อาจารย์มีฝีมือในการทำงานศิลปะที่เป็นแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน อย่างที่สอง อาจารย์เดชาเป็นอาจารย์สอนหนังสือจนได้เป็นศาสตราจารย์ อย่างสุดท้าย อาจารย์เดชาได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ท่านจึงมีสามอย่างอยู่ในตัวซึ่งปัจจุบันท่านได้เกษียณอายุแล้วแต่ก็มีเงินใช้อย่างสบายเพราะมีทั้งเงินบำนาญและเงินเดือนที่ได้รับในฐานะศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เดชา ว
เลิกบ่น เปลี่ยน Mindset รุ่ง! ขายแพนเค้ก เริ่มต้นสี่หมื่น โตเป็นสามร้อยล้าน คุณบุญประเสริฐ พู่พันธ์ ซีอีโอ บริษัท เอ็นบี แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของธุรกิจขนมแพนเค้ก เครปหน้าต่างๆ ในเครือเอ็นบีกรุ๊ป บรรยายตอนหนึ่งในงานสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกเทรนด์ธุรกิจอาหาร ปี 2563 วิกฤตหรือโอกาส SME ไทย” จัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SMEDBANK) เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตนเองไม่ใช่นักวิชาการ แต่เป็นนักปฏิบัติ โดยเริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2541 ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ทำให้เข้าใจว่าทุกช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตนั้น เป็นโอกาสด้วย ขึ้นอยู่กับที่ใครจะมอง “เวลานี้ คนส่วนใหญ่ อาจมีข้อคิดเห็นว่า เศรษฐกิจไมดี ฉันไม่ควรทำอะไร หรือ ยอดขายตกเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งผมก็เคยคิดแบบนั้นมาก่อน” คุณบุญประเสริฐ บอกอย่างนั้น และว่า ตัวเขาเป็นเอสเอ็มอี คนหนึ่ง ที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ด้วยทุน 4 หมื่นบาท และสามารถพัฒนาให้ธุรกิจไต่ระดับไปถึง 200-300 ล้านบาท ซึ่งเขาเชื่อว่าทุกคนก็สามารถทำเหมือนเขาได้ เพียงแค่เปลี่ยน Mindset ของตัวเอง “สมมติเจอสึนามิ ครั้งแรกแล้ว ครั้งที่สองถ้าน้ำทะเลลง จะวิ
สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยทั้งประเทศกำลังเฝ้าจับตามองกันอย่างใกล้ชิด หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคสังคม ได้ออกมาตรการเพื่อรับมือวิกฤตครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่แล้วนั้น ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้เสียสละ และเป็นปราการด่านสำคัญ ในการเฝ้าระวังและรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นก็คือเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมีความเสี่ยงติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับ เอไอเอส เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ในประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง จึงร่วมพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยี 5G และ 4G มาช่วยเสริมขีดความสามารถการทำงานของหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาจากฝีมือคนไทย โดย ศ.ดร.วิบูลย์ แสงวีระพันธุ์ศิริ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหัวหน้าศูนย์ Regional Center of Robotics Technology ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ ผู้อ
แม่ค้าโอด! ตลาดสดเงียบเหงา เหตุคนแห่ตุนของในห้าง เพราะมีของเยอะกว่า ตลาดสดเงียบเหงา – หลังจากที่มีข่าวประชาชนแห่ซื้อของกักตุน เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทวีความน่ากลัวขึ้น ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดสด ย่านเตาปูนและประชานิเวศน์ 1 ถึงสถานการณ์การกักตุนอาหารที่เกิดขึ้น แม่ค้าร้านชำในตลาดรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ยิ่งมีเรื่องไวรัสระบาดด้วย คนยิ่งไม่ค่อยมาเดินตลาดกันเท่าไหร่ ทำให้ค้าขายเงียบ เห็นข่าวว่าคนไปซื้อของมาตุน แต่เธอก็ไม่เห็นคนมาซื้อของตลาดสดสักเท่าใด ซึ่งส่วนใหญ่คนจะไปซื้อของในห้างมาตุนกันมากกว่า ทำให้พวกตลาดสด ก็ยังมีของและทำการซื้อขายปกติ แค่เงียบเหงาลงเพราะคนไม่ค่อยออกมาเดิน แม่ค้าร้านขายข้าวสารในตลาด กล่าวว่า คนไม่ได้มาซื้อข้าวสารตุนกันจนของขาดเหมือนในห้าง แต่มาซื้อมากกว่าปกตินิดหน่อย แต่ของไม่ได้ขาด ที่ร้านก็ยังขายได้เรื่อยๆ ส่วนใหญ่ถ้าคนจะกักตุน มักจะเข้าไปซื้อในห้างกันมากกว่า เพราะมีทั้งของกินของใช้หลายขนาดให้เลือกซื้อ เจ้าของร้านขายผักในตลาด กล่าวว่า ช่วงนี้ค้าขายเงียบ จากที่เงียบเพราะเศรษ
สถานบันเทิง ชี้! ไม่ปิดตอนนี้ อาจไม่มีอะไรให้ปิด ต้องยอมเจ็บ เพื่อรักษาประเทศ คุณปกรณ์กิตติ์ นนท์ธนาวงศ์ หุ้นส่วนสำคัญกิจการ “อีสานตะวันแดง สาดแสงเดือน” ย่านคลองตัน กรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณี กิจการในความดูแล ได้แจ้งทำการหยุดให้บริการชั่วคราว ตามแถลงการณ์ของรัฐบาล ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา และจนกว่าจะมีการประกาศเปิดให้บริการอีกครั้งว่า ร้านอีสานตะวันแดงฯ เปิดให้บริการมานานราว 24 ปีแล้ว ปัจจุบันมีวงดนตรีหนึ่งวงใหญ่ นักร้องชายหญิง ประมาณ 40 คน และพนักงานเสิร์ฟอีกราว 30 คน ส่วนการที่รัฐบาลมีมาตรการให้ปิดสถานบันเทิงยามค่ำคืน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น เขามองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องยอมเสียสละ เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ เสียหายมากขึ้นๆ เมื่อถึงวันนั้น คงไม่มีสถานบันเทิงอะไรให้ปิดอีกแล้ว “เรื่องนี้ มันเจ็บกันทุกคนแหละครับ ผมรับรองได้ แต่ถ้าไม่เจ็บตอนนี้ ต่อไปจะยิ่งหนัก เมื่อถึงจุดที่เอาไม่อยู่ ความเสียหายคงไม่ใช่เฉพาะตัวเรา ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจของเรา แต่ประเทศจะยิ่งแย่” คุณปกรณ์กิตติ์ บอกอย่างนั้น และว่า “เ
ไม่ใช่ภาพลวงตา! “บ้านเมืองกำลังเกิดพิบัติภัยจากไวรัสและการบริหารประเทศ” เมื่อหลายวันก่อน….. ตะ-รึ๊งงงงง เสียงสัญญาณเตือน “มีไลน์เข้า” ตั้งแต่เช้าเหมือนปกติ ในใจคิดน่าจะไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นการทักทายอรุณสวัสดิ์ ของญาติสนิท มิตรสหาย พอถึงช่วงสายของวันทำงาน ก่อนสตาร์ตยานพาหนะออกจากบ้านเพื่อฝ่าการจราจรเข้าออฟฟิศ เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กสักหน่อย ไล่ดูอยู่ครู่เดียว ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เมื่อภาพดอกไม้หรือวิวทิวทัศน์ที่ส่งมาอรุณสวัสดิ์ตามปกติแทบทุกเช้า จากผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กลับเปลี่ยนเป็นข้อความสั้นๆ “ควรตุนข้าวสารอาหารแห้งไว้ได้แล้ว บ้านเมืองกำลังเกิดพิบัติภัยจากไวรัสและการบริหารประเทศ” จะว่าไปเรื่องการกักตุนอาหารของประชาชน พอได้ยินมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในต่างประเทศ อีกทั้ง “หลวงท่าน” ก็ประกาศสร้างความมั่นใจให้อยู่ตลอดว่า ปัญหาการขาดแคลนใดๆ ทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ หรือ แม้กระทั่งอาหาร-น้ำดื่ม จะไม่มีทางเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราอย่างแน่นอน เลยไม่รู้สึกตื่นกลัวเท่าไหร่ แต่ครั้นจะไม่รับฟัง ข้อความดังว่าคงไม่เข้าที เพราะผู้ที่ส่งสัญญาณเตือนมานั้น ท่าน
ให้นวดฟรี! ดีกว่าปล่อยร้านเจ๊ง ขอแค่ทิปให้หมอ หวังว่าไทยจะช่วยไทย กระทบจังๆ สำหรับร้านนวดแผนโบราณย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ ‘ร้านจารวี นวดแผนไทย’ ที่โดนพิษโควิด-19 เล่นงาน จากที่เคยมีหมอนวดแผนไทย 115 คน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 500-700 คน หมอนวดคิวยาว ต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง รายได้วันละ 1,000-1,200 บาท ตอนนี้ หมอนวดแผนไทยลดเหลือเพียง 30 คน รายได้หายไปเหลือวันละไม่ถึง 100 บาท ล่าสุดเจ้าของร้านอัดโปรโมชั่นเต็มเหนี่ยว ให้คนไทยนวดฟรี ขอแค่ทิปให้หมอ หวังคนไทยจะเห็นใจ คุณจารวี ติสันโต เจ้าของร้าน จารวี นวดแผนไทย เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ก่อนจะมาเปิดร้านนวดแผนโบราณ คือเปิดบริษัททัวร์รับคนจีนเข้ามาเที่ยวในเมืองไทย ซึ่งกิจกรรมนวดไทย คนจีนนั้นชอบมาก หนที่สุดเลยตัดสินใจต่อยอดธุรกิจด้วยการเปิดร้านนวดแผนโบราณเมื่อปี 2560 ลงทุนไปกว่า 3 ล้านบาท กิจการรุ่งเรืองมาก มีลูกทัวร์เข้ามาครั้งละ 30-40 รถบัส หรือครั้งละ 1,000-1,600 คน มีหมอนวดในร้าน 115 คน หากใครจะมานวดต้องจองล่วงหน้า 3 วัน “ย่านห้วยขวางมีร้านนวดแผนไทยเยอะ เป็นโซนท่องเที่ยว มีหลายสถานที่ที่ทัวร์มาลง อาทิ ช็อปปิ้งที่ตลาดรถไฟรัชดา มาดูโชว์ที่สยา
