ไม่หยุดแค่ส่งเป็ดย่าง “เอ็มเค” ต่อยอด “ดีลิเวอรี่ผักสด” ถึงบ้าน


https://www.facebook.com/mkrestaurants/posts/3128950947139056


https://www.facebook.com/mkrestaurants/posts/3128950947139056
“อย่ารอให้เกษียณแล้วค่อยทำ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ตอนที่เรายังแข็งแรงอยู่ เพื่อที่จะได้มีเวลาเสพสุขกับมันไปนานๆ” จะมีสักกี่คนที่เลือกใช้วันหยุดจากงานประจำ กลับมาปลูกต้นไม้ ทำสวน และสร้างคาเฟ่เล็กๆ ด้วยตัวเอง ในคอนเทนต์ชุดพิเศษ “โอกาสธุรกิจเกษตร” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ x เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาไปพูดคุยกับ คุณแป้ง-ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ ที่นอกจากอาชีพหลักอย่างการเป็นผู้ประกาศข่าวแล้ว เธอยังสวมหมวกอีกใบ นั่นคือการเป็นเจ้าของคาเฟ่เล็กๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชื่อว่า “บ้านสวนกำไรสุข” โดยเธอใช้เวลานอกเหนือจากงานประจำ ค่อยๆ สร้างพื้นที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังบ้านสวนแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของการเปิดร้านอาหารหรือทำเกษตร แต่ยังเป็นเรื่องของความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากให้พิสูจน์ว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องรอถึงวันเกษียณเสมอไป เริ่มต้นจากความฝัน คุณแป้งเล่าให้ฟังปนรอยยิ้มว่า ความจริงแล้ว “เกษตรกร” คือความฝันแรกในชีวิต เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำเกษตร คุณพ่อเป็นเกษตรกรปลูกสวนมะม่วงมาตลอด แต่เพราะภาพจำในอดีตที่เห็นว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีรายได้น้อย อีกทั้งยังโดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง คุณแม่จึงไม่สนับสนุนให้เ
“โก๋แก่” แบรนด์ถั่วคู่วัยรุ่นไทย ยืนหนึ่งเรื่องถั่ว เปิดตัวร้าน “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) เป็นร้านที่เนรมิตสารพัดเมนูถั่วสุดฟินเอาใจคนรุ่นใหม่ พร้อมประกาศแลนดิ้งปักหมุดความอร่อยต้อนรับสาขาใหม่ล่าสุด ณ ซีคอนบางแค ชั้น 4 บริเวณหน้า Street Gourmet ดีเดย์เปิดวันแรก 1 มิถุนายน 2569 นี้! การสปินออฟ (Spin-off) แตกไลน์ธุรกิจสู่ร้าน “โก๋นมถั่ว” ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการหยิบอินไซต์ (Insight) ผู้บริโภคของหวานและคนรักสุขภาพมารวมกันอย่างลงตัวพร้อมกับ ยกระดับวัตถุดิบจาก “ถั่วคุณภาพ” สู่เมนูไอศกรีม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ภายใต้คอนเซปต์ “มันส์ทุกเม็ด” ตาม DNA ของแบรนด์โก๋แก่ สำหรับ ไฮไลต์เมนู เด็ดที่ห้ามพลาดและพร้อมเสิร์ฟแบบจัดเต็ม ได้แก่ : และเมนูอื่นๆ มากมาย เช่น ไอศกรีม Softserve เนยถั่วซันเดย์ , ปังโก๋ และเมนูน้องใหม่ เครื่องดื่ม “โก๋เฟรช Refreshing” เมนูเครื่องดื่มเบสเลมอนผสมโซดาซ่าส์สูตรใหม่ เน้นความซ่าส์ ดับร้อน เติมความสดชื่น แนะนำรส “บ๊วย เลมอนเนด โซดา” ความลงตัวของความเปรี้ยว ซ่า อร่อย สดชื่นสะใจ ฉลองเปิดร้านใหม่และสาขาใหม่ทั้งที โก๋แก่จัดหนักอัด
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ “น้องหมีเนย” ที่ตกมัมหมี พ่อหมี และพี่สาวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ล่าสุดแบรนด์ Butterbear ได้เปิดตัว “Bianca Bear” หรือน้องเบียงก้า พี่สาวคนสวยแสนดีของน้องหมีเนยที่ไม่ได้เจอกันมานาน เพราะตัดสินใจเดินตามความฝันของตัวเองในการเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ แล้วก็ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน แถมโดนแซวว่า “พอกผิว” ด้วยมีขนสีขาว และเรียบร้อยแบบลูกคุณหนู โดยเปิดตัวน้องเบียงก้าเป็นครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เล่นเอาศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์แทบแตกเพราะเหล่ามัมหมี พ่อหมี และพี่สาวต่างมารอดูความน่ารักของสองพี่น้องกันอย่างคับคั่ง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้สะท้อนความนิยมของคาแร็กเตอร์ทั้งสองเท่านั้น แต่ Butterbear ทำอย่างไรให้น้องหมีเนยและน้องเบียงก้ากลายเป็นมาสคอตที่สร้างทั้งไวรัล ความผูกพันและฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้ เขมนิจ มาลาเว อาจารย์ประจำสาขาการสร้างสรรค์อิเวนต์และการประชาสัมพันธ์ดิจิทัล วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต อธิบายว่า ความสำเร็จของน้องหมีเนย คือการใช้ Digital Public Relations กับ Marketing Public Relations (MPR) โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างตัวตนของน้องหมีเนยให้
เว็บไซต์ TasteAtlas หรือเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่น วัตถุดิบดั้งเดิม และร้านอาหารยอดนิยมจากทุกมุมโลก ได้จัดอันดับเครื่องดื่มยอดฮิตที่สุดในโลก โดยมีหัวข้อที่ว่า “Best Non-alcoholic Beverage Types in the World” หรือแปลเป็นไทยว่า อันดับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ยอดเยี่ยมที่สุดจากทั่วโลก โดยเมนู “ชาไทย” จากประเทศไทย ติดโพลอยู่ในอันดับที่ 9 ทาง TasteAtlas ได้อธิบายความเป็นชาไทยไว้ว่า “ชาเย็น” (หรือชาไทย) ขนานแท้ คือส่วนผสมที่ลงตัวของชาดำรสเข้มข้น นมข้นหวานหรือนมข้นจืด น้ำตาล เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่น โดยตามธรรมเนียมดั้งเดิมนั้น ตัวชาจะทำจากใบชาดำแบบแห้ง เช่น พันธุ์อัสสัม ซีลอน หรือคีมุน หรือบางสูตรจะมีการเพิ่มส่วนผสมอย่าง มะขามบด โป๊ยกั๊ก หรือกระวาน ลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งในปัจจุบันที่เป็นแบบรถเข็นข้างทางและในร้านอาหาร มักนิยมใช้ผงชาแบบสำเร็จรูปที่มีการผสมสีผสมอาหาร ซึ่งทำให้ชามีสีส้มที่โดดเด่นและดูไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่ชาแบบดั้งเดิมควรจะมีสีน้ำตาลอำพันที่เข้มและลึก โดยปกติแล้วจะนำน้ำชาไปทำให้เย็นก่อนนำมาผสมกับน้ำแข็ง ชาไทยนั้นมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านรถเข็นข้างทาง และยังพบได้
จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ที่เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยนอกจากใช้สิทธิในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีได้อีกด้วย โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 เงื่อนไขสำหรับประชาน แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่เข้าร่วม เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ วิธีสมัครร้านค้าถุงเงิน การเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วิธีลงทะเบียนร้านค้าในแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี หมายเหตุ : กรณีร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ไม่เห็นแบนเนอร์สมัครใช้งานฟู้ดดีลิเวอรีให้อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรือตรวจสอบ “ประเภทร้านค้า” ในแอปฯ ถุงเงิน โดยกดเมนู ตั้งค่า > ข้อมูลแอปพลิเคชัน (ร้านที่มีสิทธิเห็นแบนเนอร์สมัครฟู้ดดีลิเวอรี จะต้องได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประเภท อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเท่านั้น) อ้างอิงข้อมูลจาก https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-6
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อที่เปราะบาง “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกำลังซื้อ เอสเอ็มอี ภาคเกษตร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT TALK ครั้งที่ 25 “Food Economy: เมื่ออาหารกลายเป็นแรงขับเศรษฐกิจไทย” ระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ Food Economy ในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากผู้บริโภคสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า หมวดร้านอาหารยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยอดใช้จ่ายหมวดร้านอาหารเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนครั้งการใช้จ่ายต่อสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนว่าอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น “ในมุมของเคทีซี อาหารคือมากกว่ากา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจัดพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่เชิดชูเกียรติ “DBD SHINING Star Award 2026” ให้ผู้ประกอบการที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดัน SME ไทยก้าวสู่ยุค AI-First Commerce สอดรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทยในโลกการค้ายุคใหม่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่ากรมฯ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ปรับตัวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และขยายช่องทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ของตนเอง เพื่อสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการใช้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด การสร้างคอนเทนต์ และการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การโ
เทศบาลนครรังสิต เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองสวัสดิการสังคม ได้ดำเนินการจัด “โครงการส่งเสริมอาชีพประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569” มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพระยะสั้นในหลักสูตรภูมิปัญญาไทยชั้นสูง “การทำขนมไทยชาววัง” ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารเทศบาลนครรังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ นำไปต่อยอดประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเปิดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายทรงสิทธิ์ ฐานุกิจอนันท์ รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งร่วมพบปะให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยมี จ่าเอกวีรภัทร ผลบูรณ์ รองปลัดเทศบาล รักษาการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน ซึ่งการอบรมตลอดทั้งสองวันประกอบไปด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเมนูขนมไทยยอดนิยมและขนมมงคล ได้แก่ ทองหยิบ, ทองหยอด, เม็ดขนุน และลูกชุบ ตั
จาก “ล้มละลาย” วันนี้ คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล อายุ 39 ปี และ คุณโจ้-วัชรพงษ์ กลางชนีย์ อายุ 42 ปี กลายเป็นเจ้าของแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อดัง “SARAN JEANS ” ที่ขายได้เดือนละ 1 แสนกว่าตัว สร้างรายได้ 280 ล้านในปี 68 พร้อมตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท ในปี 2569 โดยหวังทำกำไรมากขึ้นจากปีก่อน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เรียนจบด้านแฟชั่นโดยตรง ฝ่ายหนึ่งจบเภสัชศาสตร์ อีกฝ่ายจบฟู้ดไซน์ แต่ใช้ “ความเข้าใจลูกค้า” และการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง ค่อยๆ พัฒนาแบรนด์จากการแก้ Pain Point ของผู้หญิงไทย จนทำให้ “ความสำเร็จ” ค่อยๆ เกิดขึ้น “มีวันนี้ได้เพราะลูกค้า” คือประโยคที่สะท้อนเส้นทางของ SARAN JEANS จากวันที่เคยล้ม จนกลายเป็นแบรนด์ยีนส์ที่หลายคนเลือกใส่ในวันนี้ เคยล้มละลาย กลับมาตั้งต้นใหม่ด้วย SARAN JEANS คุณโจ้กับคุณหมวยขายสินค้าออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรก โดยรับกางเกงยีนส์จากประตูน้ำมาขายตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ด้วยเป็นสินค้าสำเร็จรูป ทำให้มี Pain Point เรื่องรูปทรงที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จึงหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ป้ายหมวย (MUAYY)” ที่เน้น “คุณภาพ” ของเนื้อผ้าและรูปทรงเป็นหลัก ขายตัวละ 890 บาท ส
มีหลักฐานยืนยันว่า “กรีน” มาตั้งแต่รุ่นอากง สำหรับการดำเนินกิจการของ “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” โรงแรม 5 ดาว สัญชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันตกทอดมาถึง ผู้บริหารเจน 3 แล้ว “ไม่ได้ทำโรงแรมมาตั้งแต่ต้น ที่ดินตรงนี้เป็นของครอบครัวตั้งแต่ 50-60 ปีที่แล้ว ตอนแรกทำเป็นอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น ต่อมา อากง เปลี่ยนมาเป็นฮอลิเดย์ แมนชั่น เป็นโรงแรม 3-4 ดาว กระทั่ง 15-16 ปีที่แล้ว จีนเปิดประเทศ การท่องเที่ยวไทยเติบโต ท่านเห็นโอกาส ด้วยทำเล ที่อยู่ๆ เรากลายมาอยู่ใจกลางเมือง เลยตัดสินใจทุบตึก 8 ชั้นทิ้ง สร้างเป็น ศิวาเทล ทาวเวอร์ ที่เป็น Mixed-Use” คุณหนิง–อลิสรา ศิวยาธร CEO โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ในฐานะผู้บริหารเจน 3 เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนคุยต่อด้วยอัธยาศัยกันเองว่า ในวันแรกของการเป็น “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” คือ โรงแรมสำหรับนักธุรกิจ ที่มีคอนเซ็ปต์รักษ์โลก และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะ “อากง” ของเธอ บอก ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มักใช้ทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ จึงอยากจะมีส่วนรับผิดชอบสังคม โดยเริ่มจากการวางระบบในโรงแรม “เรามีระบบประหยัดพลังงานตั้งแต่เริ่มทำโรงแรม ใช้หลอด LED มาต
