Exclusive
กลุ่มเกษตรอินทรีย์-ยโสธร สู้ต่อ บ่ ยั่น! “ฝนหลาย แตงเน่า เราก็ปลูก…ฟักทอง” เครือข่ายปลูกฮัก จังหวัดยโสธร เป็นการรวมตัวกันของสมาชิกเกษตรกรราว 200 ชีวิต ในพื้นที่จังหวัดยโสธร มีภารกิจปลูกและจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรภึงผู้บริโภคโดยตรง โดยผลิตผลส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียวและข้าวเจ้าสายพันธุ์ต่างๆ แต่ผลิตผลที่สร้างชื่อเสียงและเป็นผลิตผลซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ชนิดที่ผ่านมาเรียกว่า ปลูกออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขายนั้นได้แก่ “แตงโมออร์แกนิก” แต่จากผลกระทบพายุ โพดุล เมื่อเร็วๆนี้ ส่งผลให้แปลงแตงโมอินทรีย์พื้นที่ภูสูง อ.เลิงนกทา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายปลูกฮัก นั้น บางแปลงเสียหายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว คุณพรทวี ศรีสง่า ประธานเครือข่ายปลูกฮัก ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เวลานี้พื้นที่เพาะปลูกของสมาชิกเครือข่ายฯ น้ำเริมลดแล้ว พบข้าวบางส่วนเริ่มเน่า แต่เสียหายไม่มาก เพราะน้ำท่วมขังไม่นาน ส่วน แปลงแตงโมอินทรีย์ ได้รับน้ำฝนต่อเนื่อง ประกอบกับใกล้ช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ผลเน่าจนเก็บเกี่ยวไม่ได้ มูลค่าเสียหายราวหนึ่งแสนบาท ประธานเครือข่ายปลูกฮัก กล่าวอีกว่
อบรมสี่วัน-รู้เรื่อง! “การปลูกกัญชาทางการแพทย์ฯ สำหรับประชาชนและเกษตรกร” ข่าวแจ้งว่า ในเวลา 08.30 น. วันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี จะมีการจัดอบรม “การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์สำหรับประชาชนและเกษตรกร” รุ่นที่ 1 ปี 2562 ภาคบรรยายและปฏิบัติการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดงาน และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการจัดอบรมครั้งนี้ โดยผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย คณะเจ้าหน้าที่จากกองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บุคลากรโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ สำหรับเนื้อหาการจัดอบรม ประกอบไปด้วย องค์ความรู้ด้านการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์, เรียนรู้พฤกษศาสตร์ของกัญชา, หลักการและแนวทางปฏิบัติของการปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์, การดูแลรักษา,
คนทุนน้อยเฮ! ผลไม้รถเข็น “ผลสุวรรณ” ผุดธุรกิจให้พ่อค้าแม่ค้ารับผลไม้ไปขาย โดยที่ไม่ต้องลงทุนเอง มาแต่ตัวก็เข็นรถพร้อมผลไม้ไปขายได้เลย เเบ่งกำไรกัน รายได้เฉลี่ยวันละ 600 บาท คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีสำหรับ “ร้านผลไม้รถเข็น” ร้านผลไม้เคลื่อนที่สามารถพบเห็นได้ตามตรอก ซอกซอย หน่วยงานต่างๆ ทั้งห้างร้าน โรงเรียน บริษัท ฯลฯ เป็นอาชีพยอดนิยมของคนไทย เพราะใช้พื้นที่ไม่มากในการเปิดร้าน เพียงมีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง มีตู้กระจกแบ่งช่องสำหรับใส่ผลไม้ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาด หั่น บรรจุถุง เรียบร้อยพร้อมจำหน่าย รอเพียงลูกค้าเข้ามาอุดหนุน จากผู้บริโภคที่ชอบทานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ คุณเบนซ์-ภานุวัฒน์ คำลอย หันมาสร้างแบรนด์ให้กับผลไม้รถเข็น ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์รวมกับสิ่งที่รัก เกิดเป็น “ผลสุวรรณ ผลไม้” เสิร์ฟผลไม้สะอาด สดใหม่ ได้มาตรฐานมายาวนานกว่า 3 ปี “ผมเป็นคนชอบทานผลไม้มาก พยายามหาร้านผลไม้รถเข็นที่สะอาดได้มาตรฐานแต่ก็ยังไม่เจอ ผมเลยคิดว่าทำแบรนด์เองเลยดีกว่า เริ่มศึกษาขั้นตอนการทำจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีกระบวนการทำอย่างไร จากนั้นคำนวณว่าต้องใช้เงินทุนเท่าไ
อดีตโปรดิวเซอร์ทีวี เบนเข็มสร้าง “เอี่ยมดี รีไซเคิล” ธุรกิจจัดการขยะ ปันโอกาสเพื่อสังคม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจน่าสนใจอย่าง “เอี่ยมดี รีไซเคิล” ธุรกิจจัดการขยะ ของ คุณโดม-สัมพันธ์ เณรรอด วัย 36 ปี อดีตโปรดิวเซอร์รายการสารคดีชื่อดัง อย่าง กบนอกกะลา และฅนค้นฅน ที่ผันตัวมาทำธุรกิจเกี่ยวกับขยะนี้ได้ปีกว่าแล้ว “เราอยู่กับวงการทำโปรดักชั่นมา 16 ปี เรียกได้ว่าอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งบริษัททีวีบูรพาเลย ทำเบื้องหลังมาหลายรายการ ทั้งกบนอกกะลา ฅนค้นฅน ด้วยอาชีพของเราที่มันเป็นรายการเพื่อสังคมอะไรพวกนี้อยู่แล้ว บวกกับผมเองก็ชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ก็เลยทำให้ผมมีความสนใจในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มันก็ถึงจุดที่ผมรู้สึกว่า เราอิ่มตัวแล้ว เลยอยากลองทำอะไรที่มันตอบโจทย์ชีวิตดูสักหน่อย เอาที่สามารถเป็นธุรกิจได้ และก็ช่วยเหลือสังคมได้ด้วย” คุณโดม กล่าว จากนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานเงินเดือน 6 หลัก แล้วหันมาเริ่มต้นธุรกิจช่วยเหลือสังคมตามที่ใจปรารถนา คุณโดมเล่าต่อว่า ก่อนจะเป็น เอี่อมดี รีไซเคิล เขาพาตัวเองเข้าไปเป็นอาสาสมัคร ไหนจะเรีย
เปิดเทคนิค จัดแต่งจานอาหารยังไงให้สวยมัดใจลูกค้า เพราะสมัยนี้อาหารทุกจานต้อง “แต่งให้สวย” กันสุดฤทธิ์ เนื่องจากค่านิยม “แชะก่อนกิน” นั้นมาแรง จัดเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับ 1 ของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะกินอาหารทุกครั้งในร้านอาหาร ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร หลายคนลงทุนซื้อกล้องราคาแพงเพื่อการนี้ ถ่ายเสร็จรีบแชร์ขึ้นออนไลน์ อวดเพื่อนฝูงได้มากินของอร่อยจานสวยแล้วน้า คนยุคนี้จึงตามตัวกันง่าย อยู่ที่ไหนตอนไหนรู้หมด อาหารในร้านอาหารต่างๆ จึงต้องคิดวิธี “แต่งสวย” กันสุดฤทธิ์ วิชาจัดแต่งจานที่เมื่อก่อน จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเชฟโรงแรมกับในรั้วการศึกษาเลยออกมาแพร่หลายขึ้นในวงการร้านอาหาร ร้านไหนจัดจานได้สวยปิ๊งชวนคนมา “เช็กอิน” กันได้มากๆ ยิ่งเป็นการเชิญชวนแขกมาเข้าร้านตัวเองได้มากขึ้น บางร้านแต่งได้สวยมากจนไม่อยากกิน บางร้านคิดว่าแต่งได้สวยจนไม่อยากกินเช่นกันเพราะกินไม่ลง เผอิญผมและทีมงานโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ได้รับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอบรมอาจารย์และบุคลากรภาควิชาคหกรรมศาสตร์ การโรงแรม การท่องเที่ยว วิชาการจัดแต่งอาหาร หรือ อาหารสมัยใหม่ เป็นโครง
ธนาคารบังกลาเทศ “กรามีน แบงก์” ชูแนวคิด คนยากจนมองเห็นแสงสว่างจากตัวเอง อุปสรรคสำคัญของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยคือ “เงินทุน” เพราะหากไม่มีเงินทุนก้อนแรกในการประกอบอาชีพ เขาก็ไม่รู้จะค้าขายอะไร แม้บางคนอาจเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ก่อน เช่น ขายข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าปากซอย, ขายปาท่องโก๋, ขายน้ำเต้าหู้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายที่พอจะเลี้ยงตัวได้ แต่กระนั้น เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศฝืดเคือง มีคนขายมากกว่าคนซื้อ จึงทำให้รายได้ของพวกเขาค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนบางรายต้องปิดร้านม้วนเสื่อกลับบ้านนอกเพื่อไปทำนา ทำไร่ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยอื่นๆ ต่างหันไปกู้เงินนอกระบบ แม้จะรู้โดยสัญชาตญาณว่าดอกเบี้ยแพงมหาโหด แต่เขาจำเป็นต้องกู้ เพราะไม่เช่นนั้นไม่รู้จะประกอบอาชีพอย่างไรต่อ ไหนลูกจะต้องกินต้องใช้ ต้องไปโรงเรียน และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจิปาถะ สำคัญไปกว่านั้น เหตุผลที่พวกเขาจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ เพราะไม่มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ได้ทำงานบริษัทห้างร้าน ไม่มีสลิปเงินเดือน และไม่มีใครค้ำประกันเงินกู้ได้ ครั้นจะขอกู้เงินจากแบงก์รัฐ และแบงก์พาณิชย์ก็ทำไม่ได้อีก เพราะไม่มีเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ชีวิ
ทำใหญ่เกินตัว-ทุนไม่หนาพอ-ลูกค้าไม่ได้ตามเป้า บทสรุปก่อนปิดฉาก “แหลมเกต” เป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมายนัก หลังมีข่าวแจ้งว่าเมื่อเร็วๆ นี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม “โจม พารณจุลกะ” หรือชื่อเดิม “โค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์” ผู้บริหารบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของกิจการร้านอาหารสไตล์ “บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด” ชื่อดัง “แหลมเกต อินฟินิท” ในข้อหาร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดคุณภาพ ปริมาณในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยข้อกล่าวหาดังกล่าว เริ่มต้นจาก “แหลมเกต อินฟินิท” มีการขายบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลโปรโมชั่นราคาถูก แต่เมื่อผู้ที่ซื้อโปรโมชั่นไปกินจริงๆ อาหารและการบริการไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากไหว อาหารคุณภาพต่ำ จนต้องระงับบริการ ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการขายโปรโมชั่นล่วงหน้าไปแล้วจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องคืนเงินส่วนดังกล่าวให้กับผู้ซื้อ ต่อมาพบว่า ร้านได้ปิดตัวลงอย่างเงียบๆ โดยอ้าง กำลังปรับปรุงแต่กลับกลายเป็นปิดถาวร อีกทั้งต่อมามีแม่ค้าส่งอาหารทะเล ออกมาระบุได้รับผลกระทบจาก “แหลมเกต อินฟินิท” ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเช็คที่สั่งจ่ายค
นับจากที่รัฐบาลนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจทั้งจากภายในประเทศและทั่วโลก หน่วยงานต่างๆ ภาครัฐได้ทุ่มสรรพกำลังเป็นกลไกผลักดันเป้าหมายที่รัฐบาลได้มุ่งหวังไว้ เช่นเดียวกับธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของรัฐบาลในการร่วมขับเคลื่อนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและประสบคามสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาล ได้ออกมาตรการชุดใหญ่ผ่านการปล่อยสินเชื่อ ในเงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษสุด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และอีกมาตรการเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระดับท้องถิ่น คือพักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี ให้กองทุนหมู่บ้าน โดยเตรียมวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ไว้ถึง 104,500 ล้านบาท “เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐได้เร่งดำเนินการภายใต้นโยบาย “ประชารัฐสร้างไทย” กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งได้จัดวงเงินสินเชื่อเงื่
ใช้ชีวิตลำพัง-เทรนด์ชาวญี่ปุ่น! ร้านรวงแห่เปิดมุมต้อนรับ “ลูกค้ามาคนเดียว” คนจำนวนมากอาจรู้สึกเขินเวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอกตามลำพัง มักจะมีคำถามผุดในหัวว่า ดูหนังหรือนั่งกินข้าวคนเดียวดูแปลกไปไหม แถมร้านบุฟเฟ่ต์บางแห่งก็คิดเงินเพิ่มถ้าไม่มีใครมาด้วย แต่ทุกวันนี้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตแบบเดี่ยวๆ ได้อีกแล้ว เพราะจำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น อัตราการเกิดลดลง ไหนจะไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้คนอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับครอบครัว ทำให้ร้านค้าจำนวนไม่น้อยหันมาอ้าแขนรับผู้บริโภคแบบมาลำพัง “คาราโอเกะ กัง” ในย่านชิมบาชิของกรุงโตเกียว เปิดมุมให้บริการลูกค้ามาเดี่ยวโดยเฉพาะ ใครจะร้องเพราะ ร้องเพี้ยน ก็ตะโกนไปให้สาแก่ใจ เพราะไม่มีใครได้ยิน และไม่ต้องเขินคนที่มาด้วย “มาซาคิ คิตะโคกะ” วัย 33 ปี มาใช้บริการที่นี่บ่อยครั้ง เขาจะเข้าไปในบู๊ธเล็กๆ ที่มีโต๊ะกับเก้าอี้อย่างละตัว และร้องเพลงที่ตัวเองชอบยาวๆ ไป 90 นาที เว็บไซต์เจแปน ไทมส์ ระบุว่า “คิตะโคกะ” เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนเทรนด์การทำกิจกรรมตามลำพัง หรือที่เรียกว่า “โอฮิโตริซามะ” ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเมินกันว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนในญี่ปุ่น
ชีวิตเหมือนนิยาย! “ชายสี่หมี่เกี๊ยว” ลูกชาวนาร้อยเอ็ด รับจ้างสารพัด รปภ.ทำมาแล้ว คุณพันธ์รบ กำลา ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์บะหมี่เกี๊ยวริมทางแบรนด์ดัง “ชายสี่” ที่ปัจจุบันมีรถเข็นคู่ค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 3,700 สาขา ล่าสุด ยังมีการขยายธุรกิจ แตกไลน์สินค้าออกเป็นแฟรนไชส์อีกหลายรูปแบบ นับแต่ “พันปีบะหมี่เป็ดย่าง” “บะหมี่ไก่ ข้าวมันไก่” และ “ชายสี่ คอร์นเนอร์” ที่หวังเจาะลูกค้ากลุ่มกลาง-บน บุกทำเลคอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน แม้ปัจจุบัน หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเศษ ชาวร้อยเอ็ดผู้นี้ จะมีธุรกิจใหญ่โตระดับประเทศ แต่กว่าเขาจะก้าวมาถึงจุดมั่นคงแข็งแรง ระดับ “หลายร้อยล้าน” ได้อย่างที่เห็น บอกเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “เรียน กศน. จบ ม.6 ตอนอายุ 41 ปี ทำนามาตั้งแต่จำความได้ ทำมาแล้วสารพัดอาชีพ ทั้งรับจ้างเก็บฝ้าย รับจ้างเก็บพริก เป็นลูกจ้างโรงกลึง รับจ้างทำงานบ้าน เป็น รปภ. เป็นพ่อค้าขายไอติม” คุณพันธ์รบ ย้อนประวัติโดยย่อ ก่อนบอกต่อ เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่-เกี๊ยว ช่วงปี 2535-2537 โดยยึดทำเลย่านลำลูกกา ปทุมธานี ปรากฏขายดีตั้งแต่เริ่ม ลูกค้าอุดหนุน
