Exclusive
“ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัย 33 ปี เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจักรพล ย้อนจุดตั้งต้นของธุรกิจตกทอด ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรก รองเท้าผ้าใบนันยาง นั้น เป็นสินค้านำเข้
ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว คนเป็นหนี้ แต่ทิ้งเวลาไปถึง 8 ชั่วโมง มันไม่ใช่ มันน่าจะมีอะไรทำต่อจากที่เราขายข้า
ปกติจะเคยเห็นแต่ถั่วทอดแผ่นใหญ่ น้ำมันเยิ้ม จะกินแต่ละครั้งก็ร่วงเลอะพื้น วันนี้จะไม่เกิดปัญหาเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะถั่วทอดร้านที่เส้นทางเศรษฐีจะนำเสนอต่อไปนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ไซซ์ขนาดเล็กพอดีคำ แถมเก็บได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งในอนาคตจะสามารถเก็บได้นาน ถึง 6 เดือน และนานสุดถึง 1 ปี เลยทีเดียว ‘ราย็องถั่วทอดแผ่น’ ธุรกิจถั่วทอด โดยคุณศิริพร บัวพุ่ม หรือคุณเกด ซึ่งเปิดกิจการมาได้ 5 ปี ปัจจุบันเป็นหนึ่งแบรนด์เอสเอ็มอีที่ขานรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ จำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’ เส้นทางเศรษฐีจึงสอบถามถึงที่มาของธุรกิจ ได้ความว่า ราย็องถั่วทอดแผ่น เป็นธุรกิจของที่บ้าน ที่จังหวัดระยอง “พี่มองว่าอยากจะทำธุรกิจอะไรก็ได้ ที่สามารถเป็นของฝากจากจังหวัดระยอง คิดว่าน่าจะมีอะไรนอกเหนือจากผลไม้ ซึ่งขนมถั่วทอดเป็นของโปรดของคุณพ่อ บวกกับพี่กับพี่สาวเองก็อยากหารายได้เสริมด้วยอยู่แล้วจึงช่วยกันทำ” คุณเกด เล่าต่อว่า หลังได้ไอเดีย เริ่มคิดทำให้สินค้าแปลกใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค “พี่มองว่าถั่วทอดแผ่นโบราณจะมีไซซ์ใหญ่ มีปัญหาเรื่องน้ำมัน คนกินจะกลัวอ้วน เพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ กินได้ในคำเ
การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันมีความท้าทายขึ้นจากเมื่อก่อนหลายเท่าตัว ด้วยธุรกิจมักเจอคู่แข่งใหม่ปรากฏตัวขึ้นเสมอทุกนาที จากทั่วทุกมุมโลก มิหนำซ้ำยังต้องต่อสู้กับคู่แข่งเหล่านี้ 24 ชั่วโมง และการแข่งขันยิ่งดุเดือดมากขึ้นเมื่อกลุ่มอาลีบาบา เข้ามาขยายการลงทุนในไทย โดยซีอีโอ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน และยิ่งเป็นที่น่ากลัวมากขึ้นเมื่ออาลีบาบาสามารถขายทุเรียนหมอนทองมากกว่า 80,000 ลูก ทางเว็บไซต์ได้ในเวลา 1 นาที ฉะนั้น การมองหาวิธีการใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจจึงเป็นเหมือนการติดอาวุธ ทำให้นักรบอย่างธุรกิจหรือเอสเอ็มอีสามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทย กระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ “ของดีทั่วไทย” (www.kongdeetourthai.com) มาเขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช็อป ซึ่งรวบรวมสินค้าทั่วไทยระดับหัวกะทิมาไว้ที่เดียวกัน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องการส่งสัญญาณว่าวิถีการค้ายุคใหม่เป็นวิถีของ E-Commerce โดยแท้จริง และสัญญาณนี้ชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนที่
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ว่า สถาบันวิจัยแห่งนี้ เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีพันธกิจเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับแสงซินโครตรอน เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ทัดเทียมสากลนานาอารยประเทศ และมีเป้าหมายสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาล นั่นคือการสร้างงานวิจัยที่เกื้อกูลต่ออุตสาหกรรมเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2556 – 2560 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน มีอัตราการเติบโตของการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 54% สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่า 7,800 ล้านบาท อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ SMEs มากกว่า 50 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประเภทโลหะ เซรามิกและวัสดุก่อสร้าง พอลิเมอร์ รวมถึงอาหารและยา โดยประโยชน์หลักจาก แสงซินโครตรอนนั้นใช้เพื่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ของวัตถุต่างๆ ในระดับอะตอมและโมเลกุล โดยสามารถทดสอบได้ทั้งวั
ได้รับฉายาว่า “มนุษย์ร้อยอาชีพ” เพราะหาเงินเลี้ยงชีพด้วยวิธีต่างๆ มาแล้วมากมาย สำหรับ “อนันต์ เดชอนันต์ชาติ” หรือคุณอนันต์ที่หลายคนรู้จักกันดีว่าผู้ชายคนนี้ คือ เจ้าของอาณาจักรโยโกะ ผลิตภัณฑ์ความงามส่งออก 80 ประเทศทั่วโลก โรงแรมโยโกะริเวอร์แคว รีสอร์ท โยโกะ อพาร์ตเมนต์ และห้างเจ๊หลี ซุปเปอร์สโตร์ สำหรับจุดเริ่มต้นธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้ชายคนนี้ ในวัย 75 ปี เขาเติบโตมาจากครอบครัวชาวจีน เป็นบุตรชายคนที่ 2 เป็นพี่ชายคนโตต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่วัยเด็ก “ผมทำงานตั้งแต่อายุ 12 ขวบ อาชีพแรกคือ การขายของบนรถโดยสาร ต่อมาเป็นลูกจ้างขายปาท่องโก๋ เป็นเด็กเสิร์ฟร้านก๋วยเตี๋ยว ขายปลาหมึกปิ้ง ขายเฉาก๊วย ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้มีรายได้ ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตในวัยเด็กค้าขายเพียงอย่างเดียว” OLYMPUS DIGITAL CAMERA กระทั่งคุณอนันต์อายุ 15 ปี เขาบอกว่า ไปเป็นลูกจ้างร้านขายผ้าที่ตลาดสำเพ็ง ได้เรียนรู้งานจากเถ้าแก่ในหลายเรื่อง และพอจะมีเงินเก็บ เลยมาทดลองทำโรงงานพลาสติกของตัวเอง ด้วยเงินทุน 6,000 บาท นับจากนั้นมาได้ร่วมงานกับเจ้าของบริษัทศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ทำคอนโดมิเนียมและบ้านจัด
คุณเชา-ชวลิต ประเสริฐ วัยห้าสิบเศษ อดีตผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า ที่ปัจจุบันหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำสวนเกษตรอินทรีย์พื้นที่กว่า 17 ไร่ บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า จบการศึกษาทางช่างไฟจากเทคนิคสุราษฎร์ฯ พื้นเพเป็นคนเกาะสมุย แต่เป็นเขยเกาะพะงัน และย้ายมาอยู่บนเกาะพะงัน ได้ 22 ปี ก่อนหน้านี้ทำงานหลายอย่าง ทั้งผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง ทำเกสต์เฮ้าส์ ร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนสวนเกษตรอินทรีย์ในแบบของเขา เริ่มมาได้กว่า 10 ปีแล้ว เกิดจากแนวคิด อยากนำผลผลิตที่ปลูกได้ มาใช้ในร้านอาหารของตัวเอง และทำเป็นแนว “เกษตรอินทรีย์”ตั้งแต่แรก เพราะมั่นใจผลผลิตที่ได้จะดีต่อสุขภาพทั้งคนปลูกและคนทาน แต่ด้วยความที่เรียนมาทางช่างไฟฟ้า จึงศึกษาข้อมูลด้านเกษตรจากการอ่านหนังสือเป็นหลัก พอมาช่วงหลังหันมาใช้ “กูเกิ้ล” ช่วยอีกทาง “บนที่ดิน 17 ไร่ เริ่มจากเลี้ยงไก่ ต่อมา ปลูกมะพร้าว กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด ลำไย และ ผักสวนครัว ปริมาณผลผลิตพออยู่ได้ ส่งให้ร้านตัวเองแล้ว หากเหลือก็ขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้ารับไปขายต่อ” คุณเชา บอกมาอย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ และด้วยความที่มีการปลูกพืชหลากหลายช
คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารหนุ่ม วัย 33 ปี ทายาทรุ่นที่สามของธุรกิจผลิตและจำหน่าย “นันยาง” รองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะแบรนด์เก่าแก่อายุในตลาดยาวนานมากว่า 60 ปี ในฐานะเจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า รองเท้าแตะนันยาง หรือที่ลูกค้าส่วนใหญ่ เรียกกันติดปากว่า รองเท้าแตะช้างดาว เป็นสินค้าที่แทบไม่ได้ทำการตลาดมาตลอด 60 ปี แต่ยังขายได้เรื่อยๆ ลูกค้ายังถามหา แต่ไม่โตหวือหวาอะไร ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าที่ “ยังขายได้” แต่ต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ด้านหนึ่ง ของรองเท้าแตะช้างดาว นั้น หลายคนอาจมองว่าเชย เป็นของคนมีรายได้น้อย ใส่แล้วดูไม่ดี ไม่เท่ ทำให้คน รุ่นใหม่ไม่เลือกใส่ แล้วจะทำอย่างไร เพราะลูกค้าที่ชื่นชอบมีอยู่ แต่เป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ถ้าไม่สร้าง “ฐานลูกค้า” กลุ่มใหม่ขึ้นมา สินค้าตัวนี้คงไปต่อไม่ได้ คุณจักรพล กล่าวต่อ ที่ผ่านมา นันยาง พยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ และปรับภาพลักษณ์สินค้าให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ เพื่อเปลี่ยนจากรองเท้า ที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากใส่ ให้กลายมาเป็นรองท้าสำหรับคนมีสไตล
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “อาหารไทยในเมืองนอก ร้านไหนอร่อยหรือไม่อร่อย เจ้าของเป็นคนไทยแท้หรือเป็นคนต่างชาติ ให้ลองสั่งไข่เจียวมากินแล้วจะรู้คำตอบได้ทันที” ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ นะครับ “ไข่เจียวแบบไทยๆ” ใช้เป็นดัชนีชี้วัดหรือมาตรฐานอาหารไทยได้เป็นอย่างดี เพราะไข่เจียวไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องเนื้อฟู กรอบนอกนุ่มใน ไข่ไม่ด้าน มีผิวเกรียมนิดๆ ไข่แดงกับไข่ขาวต้องตีเข้ากันดี ไม่เห็นเป็นชิ้นไข่ขาวหรือไข่แดง ผมเคยสั่งไข่เจียวในร้านอาหารที่เมืองจีน ได้ไข่ด้านๆ หนาๆ ไม่ประทับใจ ครั้งหนึ่งที่ฝรั่งเศส ทัวร์พาเข้าร้านอาหารไทย ให้กินน้ำพริกกะปิ กับไข่เจียว กันลูกทัวร์คิดถึงบ้าน บอกได้คำเดียวว่าไม่ผ่าน ไข่เจียวแฟ่บ เหี่ยว หนังเหนียว น้ำพริกกะปิใสจ๋องแจ๋ว เค็มทางเดียว สอบถามได้ความว่าเจ้าของเป็นชาวเวียดนาม จึงยืนยันสมมติฐาน “ไข่เจียว” ได้ชัดแจ้ง วิชาไข่เจียว จึงเป็นวิชาที่คนทำอาหารไทยทุกคนต้องทำให้เป็นถึงจะสอบผ่านเป็นกุ๊กอาหารไทยได้ โชคดีในข้อสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติไม่ยักกะมีข้อสอบไข่เจียว ไม่งั้นคงตกกันระนาว ไข่เจียว เจียวยังไงให้ฟู นุ่ม กรอบ จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย ข้อสำคัญต้องห้ามเสียดายของท
ข้าวหลาม ขนมทานง่ายไม่ว่าช่วงไหน “วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม” ร้านข้าวหลามชื่อดังจังหวัดนครสวรรค์ มีที่มาไม่ธรรมดา เพราะร้านนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นยายแล้ว กระทั่งถึงรุ่นปัจจุบัน โดย คุณธนภัสสร์ ศรีสังข์ หรือ คุณแจ็ค อายุ 41 ปี คุณแจ็ค บอกกับเราว่า ตนเป็นรุ่นที่ 4 มารับช่วงต่อได้ 15 ปีแล้ว ข้าวหลามของทางร้านเป็นสูตรของนครสวรรค์โดยแท้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเซลขายยา พอเข้าช่วงอายุหนึ่งจึงกลับมาสานต่อการทำข้าวหลามของที่บ้าน ถามคุณแจ็คต่อว่าทำไมเลือกสานต่อการทำข้าวหลาม เจ้าตัว บอกว่า เห็นว่านำมาเป็นอาชีพ ยึดเป็นรายได้หลักได้ ในรุ่นก่อนนั้น วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม มีรสชาติปกติคล้ายกับข้าวหลามทั่วไป หลังจากคุณแจ็คเข้ามาดูแล มีการเพิ่มรสชาติขึ้นให้หลากหลาย ด้วยเพราะต้องการนำข้าวหลามเป็นสินค้า OTOP จังหวัดนครสวรรค์และแข่งดาวกับข้าวหลามเจ้าอื่นๆ “การจะเข้า OTOP เราจะต้องคัดสรรสิ่งดีๆ ดัดแปลง และปรับสูตร เพื่อแข่งดาว การเข้า OTOP ยังทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน เพราะมีการรวมตัวกันทำ เรียกได้ว่าหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านข้าวหลามก็ได้” รสชาติที่บอกว่าทำเพิ่มขึ้น มีดังนี้ ไส้ถั่วดำ ไส
