Exclusive
ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระภิกษุสงฆ์ ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า โดยมีพระภิกษุสงฆ์ ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ” พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า แนวคิดเกิดจากตัวอาตมาเอง เริ่มจาก แต่เดิมทางวัดสั่งขนมปังจากตลาด มาขายเป็น “ขนมปังปลา”หน้าวัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหา การส่งไม่สม่ำเสมอ บางครั้งนำของหมดอายุมา ขึ้นราบ่อย ไม่มีมาตรฐาน เลยเกิดความคิดจะทำขนมปัง กันเอง แต่ก่อนลงมือ ลงทุน ได้ไปศึกษาข้อปฏิบัติแล้วว่าเข้ากับระบบงานของคณะสงฆ์ ระเบียบของมหาเถรสมาคม หรือไม่ อย่างไร กระทั่งพบระเบียบคณะสงฆ์ ระบุไว้ วัดใดก็ตามที่อบรมประชาชน ต้องสนองงานคณะสงฆ์ ใน 8 หัวข้อ อาทิ ศีลธรรม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ ศึกษาสงเคราะห์ ศาสนสงเคราะห์ เป็นต้น “ขนมปังที่ทำกันเองโดยพระสงฆ์ในวัดนี้ เป็นหนึ่งในระเบียบคณะสงฆ์ หัวข้อ
หนึ่งตัวอย่างเมนูใหม่ จากทุเรียน ใครกินต้องติดใจ เมนูนี้ครีเอตโดย คุณณภัทรกฤศ ปริปุณณะชัย หรือคุณโต้ง โรงแรมคุ้มล้านนา&cafe จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ด้วยความที่เป็นคนศรีสะเกษ ก็อยากช่วยส่งเสริมให้จังหวัดเป็นที่รู้จักในเรื่องของฝาก นอกจากหอมกระเทียมแล้ว ของขึ้นชื่อก็คือทุเรียนภูเขาไฟ “ผมมีโรงแรม และคาเฟ่กาแฟที่ศรีสะเกษอยู่แล้ว จึงลองนำทุเรียนมาทำเป็นกาแฟขาย ให้เป็นเอกลักษณ์ ใครมาต้องแวะกิน” ใช้ทุเรียน LAVA DURIAN SISAKET หรือ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นทุเรียนที่ปลูกบนดินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นหินบะซอลต์ที่ผุพังสลายตัว ปลูกไว้แค่ 3 อำเภอ คืออำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และ อําเภอศรีรัตนะ มีลักษณะเหนียว สีแดง ระบายน้ำได้ดีมาก มีแร่ธาตุชนิดต่างๆ ที่จำเป็นกับพืชปริมาณสูง และเกษตรกรใช้น้ำจากใต้ดินลึกกว่า 50-100 เมตร จึงมีแร่ธาตุครบถ้วน ส่งผลให้ต้นทุเรียนนำแร่ธาตุต่างๆ ไปสร้างอาหาร ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี และด้วยสภาพอากาศที่ไม่ชื้นเกินไป และยังได้รับแสงที่ยาวนาน ทุเรียนจึงดูดธาตุอาหารจากดินมาช่วยสังเคราะห์แสงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื้อทุเรียนจึงเต็มไปด้วยธาตุสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อ
หมี่กรอบ หนึ่งอาหารว่างที่มีมาแต่สมัยโบราณ และยังมีให้กินอยู่จนปัจจุบัน ด้วยวิธีทำไม่ยุ่งยาก แถมรสชาติอร่อย ทำขายประกอบเป็นอาชีพได้สบายๆ คุณจิราภรณ์ สุภาพร หรือ คุณหน่อย อายุ 50 ปี หนึ่งในหลายคนที่เลือกขายหมี่กรอบ ชื่อแบรนด์ “คุณน้าหมี่กรอบโบราณ” เล่าให้ฟังว่าก่อนมาขายหมี่กรอบ เคยทำงานมาหลายรูปแบบ ทั้งทำโรงงาน ขายของชำ จากนั้นก็ลาออกจากงานทุกอย่าง แล้วหันเหมาขายหมี่กรอบได้ประมาณ 4-5 ปี ควบคู่ไปกับการเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน “ส่วนตัวชอบทำอาหารอยู่แล้ว อีกอย่างหมี่กรอบเป็นอาหารว่างโบราณที่คนนิยมทาน ซึ่งสูตรหมี่กรอบที่ทำขายก็ไปเรียนจากคุณน้า เรียนไม่นานก็ทำได้ เพราะไม่ได้ยากอะไร พอทำขายก็นำสูตรมาดัดแปลงให้เป็นรสชาติของตัวเอง คือเพิ่ม ตัดส่วนผสมต่างๆ จนลงตัว ตั้งชื่อ คุณน้าหมี่กรอบโบราณ” จุดเด่นของ คุณน้าหมี่กรอบโบราณ คุณหน่อย บอกว่า อยู่ได้นาน เป็นเพราะเน้นขั้นตอนการเคี่ยวน้ำให้เหนียวได้ที่ อีกอย่างไม่มีของสต๊อกไว้นาน อย่างน้อยจะทำเผื่อล่วงหน้าไว้ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ และไม่ใช่แค่ขายอย่างเดียว แต่คุณหน่อยยังทำไปบริจาคตามงานบุญต่างๆ ด้วย ถามถึงความแตกต่างระหว่างการเป็นลูกจ้างกับการ
เพจ “ศุภชัย เสมอมิตร โหน่งโชว์” มีเนื้อหาหลักนำเสนอเกี่ยวกับการทำอาหารสารพัดเมนู ดูง่ายๆ แต่น่าอร่อย โดยคนปรุงเป็นผู้ชายไว้หนวดเข้ม พูดจาฉะฉาน ลีลาเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันมีคนกดไลก์ให้เกือบหนึ่งล้านห้าแสนแล้ว คุณโหน่ง –ศุภชัย เสมอมิตร อายุสี่สิบปีเศษ เจ้าของเพจต้นเรื่องครั้งนี้ เคยให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ว่า พื้นเพเป็นคนอำเภอแกลง จังหวัดระยอง จบการศึกษาระดับปวส.ก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับทำหน้าที่โฟร์แมน ตระเวนไปตามไซต์ก่อสร้างถนนหนทางต่างๆ “มีภรรยา 1 ลูก 4 เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน สาเหตุที่เป็นคนชอบทำอาหาร เพราะปกติจะใช้ชีวิตในแคมป์ก่อสร้างต้องอยู่คนเดียว ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ช่วงที่ต้องอาศัยอยู่ในแคมป์ตอนเย็นหลังเลิกงาน มักมีกิจกรรมบันเทิงกับลูกน้อง พักผ่อนหย่อนใจกันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผมจะอยู่แผนกทำกับแกล้ม คอยสรรหาเมนูมาทำกินกันเรื่อยๆ เลยได้ฝึกวิชาการทำอาหารอย่างสม่ำเสมอ” คุณโหน่ง เล่ามาอย่างนั้น และว่า ก่อนหน้านี้ กิจกรรมยามว่าง คือ ถ่ายรูปอาหารจานต่างๆ ที่ทำเลี้ยงลูกน้องในแคมป์ไว้ แล
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สสว. เข้าร่วมงาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ปรากฎว่า มีผู้ประกอบการ SME สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับ สสว. จำนวน 1,545 ราย และขอรับสินเชื่อเพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจ 4.4 ล้านบาท ทั้งนี้ สสว. ร่วมจัดงานนี้ในโซนกิจกรรมภายใต้ชื่อ “SME ONE เชื่อมต่อทุกความต้องการธุรกิจ” ถือเป็นการประสานพลังเครือข่ายประชารัฐที่ให้บริการแก่ SME จุดเดียวแบบครบวงจร โดยภายในบูธ สสว. จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งให้บริการรับปรึกษาด้านการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเขียนแผนธุรกิจ การบริการจัดการธุรกิจ การเริ่มต้นธุรกิจ รวมไปการตลาด และพบว่า SME สนใจขอรับคำปรึกษาจาก สสว. 3 อันดับแรก ได้แก่ เรื่องการตลาด เรื่องการเงิน และการบริหารจัดการธุรกิจ ตาม
สองหนุ่มเพื่อนซี้ลงขันทำธุรกิจร่วมกันตั้งแต่อายุ 17 ปี ไม่ขอเงินพ่อแม่ ส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ผ่านอุปสรรคร่วมกันมาก็เยอะ ดำเนินมาหลายกิจการยังไม่รุ่ง ล่าสุดเห็นโอกาสธุรกิจความงาม ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรมัลติแบรนด์ “บิวตี้คลับ” และอาหารเสริมนิวเวย์ นับว่ามาถูกทาง มัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพสร้างรายได้ร้อยล้านบาทต่อปี คุณบอย – นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ และคุณเอ็ม – พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล 2 หนุ่มผู้บริหารบิวตี้คลับ เล่าย้อนว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ธุรกิจแรกที่ทำด้วยกัน คือ รับต่างหูต้นทุนคู่ละ 2 บาทมาขายตามตลาดนัด ขายกระเป๋า ชีวิตพลิกผันไปเป็นครูสอนภาษา เปิดสถาบันกวดวิชาในระบบแฟรนไชส์แห่งแรกในประเทศไทยใช้ชื่อ “ติวเตอร์คลับ” ต่อมาเข้าสู่ธุรกิจขายตรงอาหารเสริม เครื่องสำอาง พอเห็นโอกาสกระแสธุรกิจความงามมาแรง สร้างแบรนด์อาหารเสริม “นิวเวย์” ทั้งคุณเอ็มและคุณบอย ทั้งคู่ต่างมีความตั้งใจที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียน ไม่ขอเงินทางบ้าน คุณบอย เล่าว่า ช่วงที่ขายต่างหู ไม่มีทุนอาศัยเอาเสื้อผ้าไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุน เจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง ช่วงที่เปิดแฟรนไชส์สถาบันกวดวิชาอายุเพียง 18 ปี ใช
กล้วยปิ้ง ขนมหวานแสนอร่อย ถือเป็นการแปรรูปนำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นอาชีพด้วยวิธีการอันง่ายดาย ที่สำคัญต้นทุนต่ำ จะเห็นได้จากตามตลาด ตรอก หรือซอกซอย มักจะมีร้านกล้วยปิ้งอยู่แทบทั้งนั้น ด้วยเป็นขนมทานง่าย อิ่มท้อง คนไทยจึงนิยมกิน คุณไผ่-ครองศักดา สีสังข์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้งคิงคอง เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านทำสวนกล้วย ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไส้ขาวมากว่า 10 ปี ส่งขายตลาด และวางจำหน่ายหน้าบ้าน แต่ช่วงหลังมานี้มีเกษตรกรปลูกกล้วยจำนวนมาก ส่งผลให้กล้วยล้นตลาด ราคาตกเหลือเพียงหวีละ 2-3 บาทเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกชายเจ้าของสวนอย่างตน จึงหาทางระบายผลผลิตออกสู่ตลาดด้วยการแปรรูปเป็นกล้วยปิ้ง ตั้งชื่อ “กล้วยปิ้งคิงคอง” ปัจจุบันเปิดมาได้ 2 ปี ร้านตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 205/13 ถนนบ้านดอนตูม ซอย 5 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ โดยก่อนหน้านี้คุณไผ่ทำงานวนเวียนในสายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ทำอยู่ 5 ปี เรียกได้ว่าทำครบหมดแล้วตั้งแต่ผลิต แปรรูป กระทั่งอาหาร บวกกับอายุที
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา ” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จ.จันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตรทั้งในปร
นักเรียนโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยคนหนึ่งมาจากนอก เจอกระทะเล็กๆ ทำไข่กระทะแบบอุดรแขวนอยู่ ถามว่า เอาไปทอดไข่เจียวได้มั้ย ผมบอกไม่ได้ อย่างนี้เอาไว้ทำไข่กระทะ ขึ้นชื่อคือที่อุดรธานี ซึ่งได้สืบเชื้อสายมาจากไข่กระทะเวียดนามกินกับบาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสซึ่งได้มาจากคนฝรั่งเศสอีกที สมัยฝรั่งชอบรุกรานครอบครองเอเชีย ไข่กระทะ เอากระทะไข่ตั้งไฟ ใส่เนยสดแท้ๆ 1 ช้อน น้ำมันนิดหนึ่ง กันเนยไหม้ ต่อยไข่ใส่ 1-2 ฟอง หาฝาปิดให้ไข่สุกเร็ว ไฟอย่าแรง บางคนแนะว่าให้เอาฟ็อกกี้ฉีดน้ำหน้าไข่หน่อย จะนุ่ม พอไข่เริ่มสุก เปิดฝา หย่อนกุนเชียงหั่น หมูยอหั่น หมูสับผัดโรยต้นหอม เหยาะซอสปรุงรสกับพริกไทย ไข่สุกดีจัดเสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศสดุ้นสั้นๆ ผ่าครึ่งทาเนยสด ปิ้งไฟพอเหลือง ต้องไปกินที่อุดรธานี อุบลราชธานี ถึงจะได้บรรยากาศ อร่อยกว่าทำกินเองที่บ้าน ผมไปคิดทำไข่กระทะแบบแปลกๆ ให้ร้านอาหารแถวจันทบุรีอีก 2 แบบ แบบหนึ่งขโมยมาจากของสเปนเคยเห็นในทีวี เขาใช้ซอสที่ทาพิซซ่ามาใส่มะเขือเทศสด แล้วต่อยไข่ใส่ลงไป น่ากินมากกกกก ไข่กระทะพิซซ่า เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนชา มะเขือเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/2
กำลังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อลูกค้าคนดังอย่าง “คุณลีน่า จัง” ไลฟ์สดต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรง เนื่องจากเธอเดินทางไปเยี่ยมชมสวนผลไม้ “สวนละไม” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อหวังเข้าร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวสวนรวมแพ็กเกจทานทุเรียนได้ไม่อั้น แต่เมื่อเดินทางไปถึงปรากฏ “ทุเรียนหมด” ทางสวนไม่มีทุเรียนให้รับประทาน เนื่องจากขายบัตร 3,000 หมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมาทางผู้รับผิดชอบได้ออกมาชี้แจงเหตุผลและขอโทษลูกค้าผ่านทางเพจของสวนละไม ไปแล้วนั้น ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจข้อมูลการจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ของทางสวนละไม พบว่า เพิ่งมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เกิดปัญหาทุเรียนหมดสวน คือ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมานี้เอง และได้ระบุรายละเอียดไว้ ปีนี้ทางสวนละไม เปิดกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ถึงวันที่ 15 ก.ค. เปิดตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. สามารถมาซื้อบัตรที่หน้าสวนวันที่มาเที่ยวได้เลย ไม่ต้องจอง และไม่มีการรับจองล่วงหน้า “วันธรรมดาลูกค้าไม่เยอะมาก เที่ยวสบายๆ สุดๆ ค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว ลูกค้าเยอะอาจต้องรอคิวเข้าสวนนิดนึง พยายามมา
