Exclusive
ไม่น่าเชื่อว่า จากจุดเริ่มต้นของผู้บริหารสาวที่ “แพ้นมวัว” จะก้าวมาสู่ธุรกิจ นมอัลมอนด์สัญชาติไทย “137 ดีกรี” ส่งออก 30 ประเทศทั่วโลก ครองใจผู้บริโภคตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่แพ้นมวัวทั่วโลก 137 ดีกรี แบรนด์นี้มีที่มาจากแพ้นมวัว คุณอริสรา กุลปิยะวาจา หรือ คุณพีช ผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 29 ปี กรรมการผู้จัดการ และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ แบรนด์ 137 ดีกรี ก่อตั้งเมื่อปี 2558 ที่มาของ 137 ดีกรี สืบเนื่องมาจากการแพ้นมวัว “พีชพยายามหาทางเลือกใหม่ให้กับตัวเอง จนเมื่อ 2 ปีก่อน สรรหาธัญพืชหลากชนิดมาทำนม กระทั่งได้สูตรที่อร่อยลงตัว เป็นนมอัลมอนด์ ใครผ่านไปผ่านมาที่บ้าน จะแวะเวียนให้พีชทำให้กินอยู่เสมอ” ซึ่งในขณะนั้น นมอัลมอนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย คุณพีชจึงทดลองทำใส่ขวดแก้วฝากขายตามร้านต่างๆ ได้รับการตอบรับที่ดี แต่มีปัญหาสินค้าอายุสั้น จึงเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นรูปแบบบรรจุกล่องมาตรฐาน UHT ในแบบปัจจุบัน แต่กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณพีช เผยสั้นๆ ว่า ช่วงแรกมีแค่ตนกับฝ่ายบัญชีเท่าน
คุณพาณี วงษ์เวียงจันทร์ คือ ผู้ประกอบการ ที่คิดนำ “ของดี”แต่และภูมิภาค อย่าง เสื่อกระจูด งานฝีมือของทางภาคใต้ มาผสมผสานกับผ้าทอของไทย จนได้ออกมาเป็น “รองเท้าแฟชั่นผ้าไทย” ภายใต้แบรนด์ 7-DAYs (เซเว่น เดย์) ออกวางจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง จนเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าทั้งไทยและเทศมานักต่อนักแล้ว แต่กว่าจะได้โอทอป 4 ดาว ในปี 2553 และล่าสุด ขึ้นแท่น “ผลิตภัณฑ์เด่น”ของจังหวัดนนทบุรีนั้น เจ้าของเรื่องราวคราวนี้ เอ่ยปากในตอนต้นของบทสนทนาว่า “ไม่ง่ายเลย” พร้อมย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนหน้านี้ เคยเป็นครูธุรการฝ่ายการเงินในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ทำอยู่หลายปี กระทั่งมีความคิดอยากทำธุรกิจของตัวเอง ในราวปี 2544 จึงลาออกมาค้าขายแบบรับมา-ขายไป ขายสารพัดทั้งเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฯลฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมักเจอปัญหาขายตัดราคากัน เลยลองเริ่มใหม่ ไม่หวังคอยแต่รับของคนอื่นมาขายแล้ว แต่จะผันตัวเป็นผู้ผลิตเอง คุณพาณี เจ้าของกิจการฯ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่าจะผลิตอะไรดี กระทั่งมาพบคุณป้าท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังถักเชือกสานทำเป็นรองเท้าแตะขายอยู่ริมทางเท้า จึงเข้าไปสอบถาม จนทราบขั้นตอนการทำคร่าวๆ แถมคุณป้าท่านนั้
ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยถึงความร่วมมือระหว่าง บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ที่ได้ร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจ Online E-Commerce แบบครบวงจรผ่านทาง www.thailandpostmart.com และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือว่า “บีอีซี-เทโรฯ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์งานด้านระบบออนไลน์มากว่า 20 ปี ทั้งด้านการผลิตเว็บไซต์ พัฒนาฐานข้อมูล รวมถึงการซื้อขายออนไลน์ ซึ่งจะเห็นได้จากผลงานที่คุ้นตาประชาชน อาทิ เว็บซื้อขายตั๋วออนไลน์ “ไทยทิคเก็ตเมเจอร์”, เว็บซื้อขายตั๋วหนังในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์, เว็บข่าวสารยอดนิยม “เรื่องเล่าเช้านี้.com” และอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงเชื่อมั่นว่าความชำนาญของเราจะช่วยพัฒนาระบบการจำหน่ายสินค้าจากชุมชนผ่าน “www.thailandpostmart.com –ของดีทั่วไทย ส่งให้ถึงมือ” ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และเป็นศูนย์รวมสินค้าโอท็อปของประเทศ ส่งตรงถึงผู้บริโภค” จากความร่วมมือดังกล่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ติดต่อขอพูดคุยกับ ดร.โชคชั
คุณปาริชาติ สุขารมย์ คือ เจ้าของงานศิลป์สุดแสนวิจิตรบรรจง “พวงมาลัยดอกมะลิ” ที่ผลิตมาจาก “กระดาษทิชชู” วัสดุตั้งต้นที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานตรงหน้า ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง เริ่มด้วยการย้อนความเป็นมาให้ฟัง พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ แต่เมื่อคุณพ่อของเธอ ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดตาก สมาชิกในครอบครัวจึงตามไปด้วย หลังเรียนจบชั้น ม.3 ที่จังหวัดตาก เธอมีโอกาสย้ายกลับไปเรียนต่อสายอาชีพที่เทคนิคนครสวรรค์ กระทั่งจบระดับ ปวส. สาขาสถาปัตยกรรม ก่อนออกมาทำงานออฟฟิศ รับผิดชอบด้านคุมงานก่อสร้าง ทำงานประจำอยู่พักใหญ่จนถึงปี 2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจ “ฟองสบู่แตก” งานการที่เคยทำมีอันต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย จนเมื่อราวปี 2543 คุณแม่ของเธอ เปิดร้านขายดอกไม้สด ที่จังหวัดตาก รับจัดงาน-จัดแจกัน-พวงหรีด ชื่อร้าน “ดอกไม้ปาหนัน” โดยมีพี่น้องทั้ง 4 คนมาช่วยกัน ซึ่งรวมถึงตัวเธอด้วย ทำเป็นธุรกิจครอบครัว “งานจัดดอกไม้ งานร้อยมาลัย เห็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่รับจ้างร้อยมาลัยแต่งงานมานานแล้ว พวกดอกไม้ ส่วนใหญ่รับมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ทำเป็นธุรกิจในครอบครัว พอกลับมาอยู่บ้าน คิดอ
Casa อ่านว่า คาซ่า เป็นภาษาสเปน แปลว่า บ้าน ชื่อเรียก CASA DE CAT (คาซ่า เดอ แคท) ต้องการสื่อให้เห็น…ที่นี่เป็นเหมือนบ้านอีกหลังของพวกเหมียวๆ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก “ความรัก” เป็นต้นทุนสำคัญ เพราะทราบดีว่าเป็นเรื่องยากแค่ไหนที่จะวางใจให้คนอื่นมาดูแล…ลูกของเรา ข้อความข้างต้น คือ คำแนะนำตัวจาก โรงแรมแมว CASA DE CAT ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องราวดีๆ นับจากนี้ “เราดูแลเด็กๆ ทุกตัวเพราะความรักค่ะ ไม่ใช่เพราะหน้าที่” คุณทราย (กลาง) คุณทราย-ดวงกมล แดงประเสริฐ วัยสามสิบเศษ เจ้าของกิจการตั้งอยู่ย่านหัวลำโพงที่เกริ่นถึง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกัน เริ่มต้นอย่างนั้นด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มกันเอง ก่อนย้อนความเป็นมา จบการศึกษาปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยทำงานในบริษัทของญาติอยู่พักใหญ่ แต่รู้สึกไม่ใช่ทางที่ชอบ เลยลาออกมาค้าขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ ส่วน โรงแรมแมว CASA DE CAT เป็นธุรกิจตัวที่ 2 โดยมีจุดเริ่มจากครอบครัวเธอและแฟน ต่างรักสัตว์เหมือนกัน กระทั่งเมื่อหลายปีก่อน แฟนของเธอ ซื้อแมวพันธุ์เมนคูนมาเลี้ยงไว้ 1 ตัว ต่อมาเพิ่มเป็น 6 ตัวแล้วก็ยังได้รับการดูแลอย่างดี ประกอบกับที่บ้านเธอ มีห
แดงแหนมเนือง คือ ชื่อร้านอาหารเวียดนามเจ้าเก่าแก่ ชื่อเสียงโด่งดัง จนหลายคนยกให้เป็น “ห้องรับแขก” ของจังหวัดหนองคาย สมัยเริ่มต้น รุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นชาวเวียดนามอพยพหนีสงครามอินโดจีนเข้ามา ได้คิดดัดแปลง “แหนมเนือง” อาหารเวียดนามโบราณ ให้มีรสชาติถูกปากชาวบ้านคนไทย ก่อนจัดใส่สาแหรกเดินหาบขาย ราวปี พ.ศ. 2511 กิจการของสองสามีภรรยา ขยับขยายเป็นอาคารพาณิชย์ 1 คูหา ต่อมาปี 2529 คุณแดง–วิภาดา จิตนันทกุล บุตรคนรองจากพี่น้องทั้งหมด 8 คน และในฐานะลูกสาวคนโต ได้เข้ามารับบทหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ เนื่องจากผู้เป็นแม่ล้มป่วยด้วยโรคหัวใจไม่สามารถทำงานหนักได้ คุณแดง-วิภาดา จิตนันทกุล ผู้ก่อตั้ง “แดงแหนมเนือง” ปี 2533 มีการวางระบบการตลาดและสร้างภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวกิจการ ในนาม “แดงแหนมเนือง” ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน กิจการแห่งนี้ มี “แหนมเนือง” และอาหารแปรรูปหลายชนิด ส่งไปขายทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่รับบริการลูกค้านั่งรับประทานที่ร้าน ได้ราว 500-600 คน และว่ากันว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ร้านนี้ที่นั่ง “เต็มทุกโต๊ะ เต็มทุกวัน” ขนาดนั้นR
เปิดสูตรทำขาย-แบบไม่หวง! “ข้าวเหนียวมะม่วง” ของหวานจานโปรดนานาชาติ ว่ากันว่า “ข้าวเหนียวมะม่วง”นั้น เป็นจานโปรด ที่คนจีนชอบมากพอๆกับทุเรียนเมืองไทย แต่แปลกเขายังกินข้าวเหนียวกับทุเรียนไม่เป็น กินแต่ทุเรียนเฉยๆ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนยิ่งไม่รู้จักเลย ฝรั่งก็ชอบข้าวเหนียวมะม่วงมากเหมือนกัน อย่างที่อเมริกา เขาหุงข้าวเหนียวมูนไว้ แล้วแบ่งเป็นส่วนๆ พอดี 1 จาน ห่อด้วยพลาสติกแร็พเข้าช่องแข็งไว้ พอใครสั่ง ก็เอาออกมาเวฟทั้งอย่างนั้น แกะใส่จาน ราดหัวกะทิแช่เย็น กับมะม่วงของเม็กซิโกซึ่งไม่ช้ำง่ายแบบมะม่วงไทย จานหนึ่ง 200-300 บาท ที่จีนไม่รู้ว่าขายกี่บาท โอกาสนี้ จึงมีสูตร “ข้าวหเนียวมูน”ทำขาย มาฝากสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ เริ่มต้นจาก สัดส่วนของการมูนข้าวเหนียว ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กิโลกรัม ใช้หัวกะทิข้นๆ 800 กรัม (เกือบ 1 กิโลกรัม) ใส่น้ำตาลทรายในกะทิ 300 กรัม เกลือป่นสักครึ่งช้อนชา ส่วนการหุงข้าวเหนียวให้เม็ดสวย ต้องหุงด้วยหวดแบบหุงข้าวเหนียวของอีสาน นึ่งวิธีอื่นเม็ดไม่สวย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเป็นเม็ดรีๆ ยาวๆ เม็ดต้องไม่หัก สีออกมาทางขาว แปลว่าค่อนข้างใหม่ สีเหลืองจะเก่า
ปัญหายากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเราๆ เชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ตรงกันว่า เรื่องคู่แข่ง พัฒนาสินค้า การหาช่องทางการขาย หรือเรื่องการตลาด ล้วนแต่เรียนรู้ ฝึกฝนพัฒนากันได้ แต่ปัญหาใหญ่และยากสุด หนีไม่พ้นเรื่องเงิน เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาเงินช็อต ขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายเลอเลิศแค่ไหนก็ตาม เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม “คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน” พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด “ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อ ก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ป
“กับข้าว-กับปลา” ทำกันใหม่ๆ ร้อนๆ ตักใส่ถุงขายสำหรับผู้คนทั่วไปนั้น มีดาษดื่นให้เลือกหลายหมื่นเจ้า แต่เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสได้เจอแผงขาย “กับข้าวน้องหมา” ที่ทำกันมาวันต่อวัน ใส่ถาดสเตนเลส แลดูสะอาดสะอ้านเป็นอย่างดี เห็นว่าแปลกตา หายากมากในท้องตลาด เลยเข้าไปเลียบเคียงพูดคุยกับคนต้นคิด คุณลุง-คุณป้า ใจดี เจ้าของกิจการ เล่าให้ฟัง กิจการหลักของพวกเขาคือ ข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ส่วน กับข้าวสำหรับ “น้องหมา” นั้น ทำมาได้ 5-6 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำเลี้ยงสมุนในบ้านตัวเอง โดยคิดนำเศษเนื้อไก่ หรือ เครื่องในหมู มาบดก่อนนำมารวนกับซอสจนมีกลิ่นหอม แถมเผยเคล็ดลับให้ฟังแบบไม่หวงสูตรว่า ก่อนรวนห้ามใส่น้ำมันลงไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมามากจนเลี่ยนเกินไป “ขายกับข้าว น้องหมา มาหลายปี ไม่มีทีท่าจะลูกค้าลดลง แถมมีหลายคนกลับมาซื้อซ้ำ ด้วยเหตุผล เจ้าสี่ขาที่บ้านชอบกันมาก วันไหนซื้อกลับไปคลุกข้าวหรืออาหารเม็ด มักซัดกันเกลี้ยงชนิดไม่เหลือติดจาน” เจ้าของกิจการ กับข้าวน้องหมา ที่ตลาดนัด จังหวัดกาญจนบุรี เคยบอกมาอย่างนั้น นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พยายามมองหา “กับข้าวสด” สำหรับน้องหมา ตามตลาดนัดต่า
คุณเบียร์ – ศาสตรา ถนอมลาภ เจ้าของกิจการปลาหมึกบด “สิ้นคิดโภชนา” วัยยี่สิบเศษ คุยไป-บดไป เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า อาชีพนี้ เริ่มต้นมาได้สองปีกว่าแล้ว ปัจจุบันขายประจำอยู่ที่ตลาดนัดมะลิ เมืองทองธานี แต่ก่อนหน้านี้เคยขายที่ตลาดนัดหัวมุม ย่านเกษตร-นวมินทร์ มาก่อน สำหรับประวัติความเป็นมาส่วนตัว คุณเบียร์ เล่าสรุปความได้ว่า จบ ปวช.ช่างยนต์ จากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง หลังเรียนจบตอนอายุได้ 18 ปี เคยทำงานเป็นพนักงานที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ชื่อดังอยู่ได้ประมาณ 5 ปี พออายุ 23 ปี ลาออกมาขายของรองเท้ามือสอง “ตอนทำงานในร้านอาหาร เกือบได้เป็นผู้จัดการแล้ว แต่รู้สึกเบื่อ ต้องอยู่กับที่ ไม่สนุกกับงาน เลยลาออกมาขายของตามตลาดนัด ไปมาหมดแล้วตั้งแต่ รัชดาไนท์ ตลาดรถไฟ จตุจักรกรีน” คุณเบียร์ เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ก่อนบอกต่อ สินค้าก่อนหน้านี้ เป็นพวกรองเท้า-เสื้อผ้ามือสอง ส่วน “ปลาหมึกบด” นี้ เพิ่งเริ่มขายเมื่อราวสองปีก่อนที่ตลาดหัวมุม ส่วนเหตุผลที่หันมาขายปลาหมึกบดนี้ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คิดว่าหันมาขายของกินน่าจะดีกว่า นึกสงสัย ทำไมต้องเป็นปลาหมึกบด คุณเบียร์ เล่าว่า “ผมชอบกินอ
