Exclusive
บทความโดย : รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ………….. หลายท่านคงคุ้นหูกับคำว่า Disrupted Economy (เศรษฐกิจที่มีการสะดุดหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนรูปแบบอย่างพลิกผัน) กันพอสมควรนะคะ ในโลกยุคดิจิตอลนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพราะเทคโนโลยี ซึ่งมีผลทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวกันให้ทันการเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนวิธีการในการผลิต การทำการตลาด การขาย การบริการลูกค้า ฯลฯ รวมความแล้ว คือ ต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแทบทั้งหมด หากปรับเปลี่ยนไม่ทันก็จะสูญเสียตลาดให้กับบริษัทเกิดใหม่ ที่คล่องตัวในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการและเจาะหาตลาดใหม่ๆ ได้เร็วกว่าองค์กรรุ่นเก่า เร็วๆ นี้ท่านอาจจะได้เห็นข่าวในโทรทัศน์ที่รายงานเรื่องบริษัทขายของเล่นเด็กขนาดยักษ์ใหญ่ของโลก ทอยส์ อาร์ อัส (Toys r Us) ที่กำลังทยอยปิดสาขาทั่วโลกและกำลังพยายามดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์ที่จะหนีจากสภาพล้มละลาย ทั้งนี้เป็นเพราะทอยส์ อาร์ อัส ไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทรายเล็กรายน้อยที่ขายของเล่นผ่านทางออนไลน์ที่มีสินค้าหลากหลายกว่า ราคาต่ำกว่า ส่งได้เร็
เรื่องของดอกเบี้ยเงินฝาก ที่นับวันจะลดน้อยถอยลงจนแทบจะติดลบ ย่อมเป็นปัจจัยส่งผลให้ใครที่พอจะมีทุนอยู่ในมืออาจกำลังมองหาธุรกิจสักอย่างทำ เพราะน่าจะดีกว่ากำเงินไว้เฉยๆ โดยไม่มีโอกาสงอกเงย แต่อย่างที่รู้กัน ทุกวันนี้เศรษฐกิจภาพรวมนั้นสุดแสนจะซบเซา หันซ้าย แลขวา ถ้าจะหาร้านที่ขายดิบขายดีได้คงยากเต็มที ฉะนั้นถ้ามีธุรกิจอะไร ที่เสนอตัวเข้ามาในตลาด พร้อมประกาศชัด “คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ สินค้าไม่มีเอาต์ แถมไม่เน่าไม่เสีย” คงเป็นตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังอยากลงทุนในยามนี้ คุณไผ่-ชาคริต ภูษิต อายุสามสิบเศษ เจ้าของธุรกิจขายปลีก-ส่ง สินค้าญี่ปุ่นมือสอง แบรนด์ “เนโกะ” ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง 2 สาขา คือ ผู้ยืนยันว่า ธุรกิจในแบบของเขานั้น สามารถคืนทุนได้เร็วแถมมีความเสี่ยงต่ำอีกด้วย ก่อนย้อนความเป็นมาส่วนตัวใหรู้จัก พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โท ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำทางสายไอทีมาตลอด ทำงานออฟฟิศอยู่พักใหญ่ รู้สึกการงานไม่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างที่อยากได้ เลยตัดสินใจลาออก แต่บอกตรงๆยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไรต่อ พอมีโอกาสไปเจอร้าน
ฮ่องกง ที่ดินแพงกว่าทอง และอาจเป็นน้องเพชรอยู่ไม่เท่าไหร่ ราคาที่ดินบนถนนนาธาน ถนนสายการค้าของฝั่งเกาลูน ประเมินกันไว้ที่ตารางเมตรละ 800,000 บาท แต่เพิ่งมีการขายจริงๆ กันที่ตารางเมตรละ 1 ล้านบาทไปเมื่อปีที่แล้ว คำนวณมาเป็นแบบไทยๆ จะอยู่ราวไร่ละ 1,500 ล้านบาท เมื่อเป็นฉะนี้ นโยบายพัฒนาเมืองของฮ่องกง จึงมีสั้นๆ The way out is up แปลง่ายๆ ว่า สร้างสูงขึ้นฟ้าสถานเดียว อาคารร้านค้าต่างๆ จะสร้างซ้อนกันบนตึกสูงเกือบทั้งสิ้น แต่ละตึกจะมีทั้งสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และหน่วยธุรกิจต่างๆ เรียงกันอยู่หลายสิบชั้น อันว่าหลายสิบชั้นนี้มีระดับ 30-40 ชั้น เป็นระดับที่เรียกว่าธรรมดามาก ส่วนบ้านคนก็เป็นตึกสูงหลายสิบชั้นอีกเช่นกัน แต่อยู่นอกเมือง คล้ายกับสิงคโปร์ ฮ่องกงจึงไม่ได้ขาดแคลนที่ค้าขาย แต่ที่ขาดคือพื้นที่สำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย พวกนี้อาศัยในที่คับแคบจนเรียกที่นอนของตัวเองว่าโลงศพ แต่แม้จะคับแคบแค่ไหน ฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางการค้าของโลก เป็นท่าเรือสำคัญของโลก และเป็นแหล่ง ช็อปปิ้งสำหรับคนทั้งโลก มีคนไปเที่ยวฮ่องกงแต่ละปี มากกว่าคนฮ่องกงแท้ๆ หลายเท่าตัว นักท่องเที่ยวจ
ตะไคร้ สมุนไพรใกล้ครัว มีสารพัดประโยชน์ นอกจากใช้ปรุงอาหารได้แล้ว ยังสามารถไล่แมลงได้อีกด้วย เพราะในตะไคร้มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ทั้งในใบและในลำต้น ด้วยสรรพคุณของตะไคร้นี้เอง คุณชัยวัฒน์ สองสุวรรณา หรือ คุณนักรบ อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน Nucifera สมุนไพรเพื่อชีวิต จึงนำตะไคร้มาสกัดเป็นสารระเหย ผลิตผลิตภัณฑ์เทียนหอมสมุนไพรตะไคร้หอมวางจำหน่ายเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในไทย คุณนักรบเริ่มทำสบู่สมุนไพรตะไคร้หอมมาก่อน จากนั้นต่อยอดเป็นเทียนจุดธรรมดาแต่ไม่ได้วางจำหน่าย ด้วยกลิ่นแรงและหมดไวเกินไป จึงทดลองทำแบบใหม่ หล่อให้เป็นรูปลักษณ์ โดยไม่ต้องจุด สามารถอยู่ได้นานเป็นปี ใช้ตะไคร้ที่ปลูกด้วยตนเอง นำมาสกัดเป็นสารระเหย ผสมกับเทียน และ พาราฟิน วิธีการคล้ายเทียนหอมชนิดอื่น ออกแบบรูปลักษณ์ให้แปลกไม่ซ้ำใคร เป็นไอเดียจากคุณนักรบเอง “เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวเทียนหอม แทนที่จะเป็นรูปแบบธรรมดา ก็เปลี่ยนรูปลักษณ์เสียใหม่ โดยเน้นไปที่รูปแบบเครื่องราง และของมงคล เช่น พระพิฆเนศ ปีนักษัตร” ด้วยลูกค้ามีทุกเพศทุกวัย หากเป็นวัยรุ่น จะมีรูปทรงที่ทันสมัย เช่น รูปหัวใจ รูปดาว รูปหมี คุณนักรบ บอกว่า ลูกค้าสา
ยุคที่การจราจรสุดเมืองใหญ่สุดแสนจะวิกฤติ ส่งผลให้การออกไปจับจ่ายใช้สอยลำบากมากขึ้น แต่นั่นคงไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว พราะยามนี้ มีอาชีพ “รับหิ้วสินค้า Sale”โดยเฉพาะ มาคอยบริการรับกระแสสินค้าลดราคาที่กำลังล่อตาล่อใจ “ขาช็อปฯ”น้อยใหญ่ทั้งหลาย สนใจสินค้าตัวไหน แค่ อินบ็อกซ์ เจรจา โอนเงิน รอรับของอยู่บ้านแบบสบายๆ ได้เลย คุณแอร์-พัชรา สุภาวัฒน์เจริญกุล อายุ 30 ปี เป็นอีกคนที่หันมา “รับหิ้วของ Sale” เป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ เธอเล่าว่า ทำมาเกือบ 1 ปี 2 เดือน เพราะอยู่ใกล้แหล่งที่มีสินค้าลดราคาเยอะ สามารถหิ้วได้ จึงลองทำดู โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ช่วงวันหยุด และพักกลางวัน ออกไปหิ้ว แต่ต้องวางแผนก่อนออกไปหิ้ว เช่น ถ้าเวลาน้อยจะหิ้วบริเวณใกล้เคียงเพื่อกลับมาทำงานให้ทัน เน้นที่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ จะไม่รับรายการหิ้วไกลและเดินทางไปยาก สรุปเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นนักหิ้วมืออาชีพ ต้องมีเวลา มีรถถึง จะคล่องตัวกว่าที่เธอทำ “ส่วนใหญ่เวลาไปหิ้วของ จะอาศัยการเดินเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะบางครั้งไปหิ้วแล้วสินค้าไม่มีก็เยอะ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ก็มีค่ะ” คุณแอร์ บอกรูปแบบการทำงาน ค
ในยุคที่ “ช้อปออนไลน์” กำลังเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ เพียงแค่คลิก จ่ายเงิน จากโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว กลายเป็นยุคที่ห้างร้านต้องคิดหนักว่าจะทำเช่นไรจึงจะอยู่รอด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยังมี “ช็อปเครื่องสำอาง” แบรนด์หนึ่ง ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับกระแส กับ “อีฟแอนด์บอย” หรือที่ใครหลายคนคงจะคุ้นตากันดีกับแบรนด์ร้านเครื่องสำอางสีชมพูดำ ที่ได้เห็นสาวๆ แน่นร้านตลอดวัน เรียกได้ว่า เป็นมัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย ที่เทียบชั้น มัลติแบรนด์สโตร์ของเมืองนอกที่มาเปิดในเมืองไทยได้อย่างสูสีทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม อีฟแอนด์บอยยังมีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 2,200,000 ราย จากวันแรกจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 12 ปีที่ “อีฟแอนด์บอย” มัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยมี “บอย-หิรัญ ตันมิตร” ลูกเจ้าของร้านโชห่วยเมืองมหาสารคาม อายุ 35 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่นำแบรนด์ไทยสู่ความสำเร็จ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 เมื่อสำเร็จการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระแสของห้างร้านดังที่กำลังจะแทนที่โชห่วย กลายเป็นเรื่
หลายคนอาจรู้จักกันดี สำหรับ ท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของฉายา “นางฟ้าไอที”คนล่าสุด ผู้ก่อตั้ง เพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่มียอดไลก์นับแสน และเขายังเป็นเจ้าของเอกลักษณ์แต่งกายภายใต้คอสเพลย์ชุดนักเรียนสาวมัธยมฯญี่ปุ่น ไว้ผมบ๊อบหน้าม้า ทว่าหนวดเครารุงรัง กระทั่ง “ลุคส์”ดังว่า เข้าตาเจ้าของสินค้าหลายราย จนมีการว่าจ้างให้เป็นเป็น “พริตตี้”ของแบรนด์ ค่าตัววันละหลักหมื่นเลยทีเดียว ความน่าสนใจของ “นางฟ้าไอที” คนนี้ ไม่ได้อยู่แค่ที่ รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เหมือนใคร แต่สาระสำคัญบนเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” นั้น ยังมีประโยชน์ต่อคนทั่วไป โดย ท๊อฟฟี่ เคยบอกไว้ “หัวใจหลัก” ของเพจนี้ อยากให้คน ทุกเพศ ทุกวัย มองว่า คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หรือเข้าถึงยาก อย่างที่คิด เนื้อหาที่นำเสนอเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเบื้องต้น เวลามีปัญหา ไม่ต้องคอยแต่ส่งร้านซ่อมอย่างเดียว เป็นเหมือนการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้กับคนทั่วไป โดยนำเรื่องในชีวิตการทำงานของตัวเขา เอง มาสร้างเนื้อหาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ด้วยความน่าสนใจของบุคลิกภาย
“การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาประจำโรงงานในเมืองไทย ตำแห่งหัวหน้าฝ่ายผลิตต่ออีก 3 ปี “ตอนเรีย
คุณภคพล กิจประภาศิริ วัย 28 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ปัจจุบันหันมาสร้างกิจการของตัวเอง ด้วยอาหารญี่ปุ่น เมนู เทมปุระ คุณภคพล เผยแนวคิดเบื้องหลังว่า เทมปุระ น่าจะนำมาทำเป็นของกินเล่นได้ เนื่องจากตัวเองชอบกินเทมปุระมาก “ผมเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ชอบกินเทมปุระ ไปนั่งกินที่ร้านอาหาร แต่อยากกินแค่เทมปุระไง ก็เลยเกิดไอเดียว่า ทำไมไม่ทำเป็นสแน็ก กุ้ง หอย ปู ปลา ผัก นำมาทอดได้หมด” ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก็เนื่องจาก เบื่อการเดินทาง และคิดว่าน่าจะทำอะไรเป็นของตัวเองดีกว่า ด้วยความรู้ที่เคยมี ทางด้านการทำอาหาร เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่โรงแรมแมริออท ทำให้คุณภคพล ตัดสินใจพัฒนาสูตรเทมปุระให้เป็นของตัวเอง โดยไม่แพง แต่เป็นของทอดแบบญี่ปุ่น ยังทาด้วยซอสเผ็ด และราดชีสเยิ้ม ถูกใจผู้บริโภคยุค 4G “ตอนแรกไปขายที่ เอแบค บางนา นั่งขายอยู่หลายชั่วโมงได้ 2 กล่อง รับงานถัดมา ก็ขายได้ประมาณนี้ ผมก็ท้อนะ แต่ไม่เลิก จนกระทั่งมาได้ที่ขายอาร์ตบ๊อค เกิดเลย ขายได้เกือบ 400 กล่อง กล่องละ 99 บาท ได้เงินเกือบ 40,000 บาท ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว คือเราต้องหาทำเลที่ลูกค้าเราอยู่ตรงนั้
จากกระแสฮือฮาในวงการ “ปลาร้า” ภายหลังที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศช่วงราวกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 โดยมีการระบุ ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว นั้น คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล ผู้จัดการโรงหมัก “ปลาร้าป้าสาย” และผู้ผลิตปลาร้าแปรรูปพาสเจอไรซ์ แบรนด์ “ปลายจวัก” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า หลังข่าวประกาศราชกิจจาฯ ออกเรื่อง “การควบคุมมาตรฐานปลาร้า” มาไม่นานนี้ ปรากฏมีประชาชนติดต่อสอบถามกันเข้ามา อย่างมากมาย ส่วนใหญ่สอบถาม ปลาร้าต้องทำยังไงให้ผ่านมาตรฐาน ทำยังไงถึงจะสะอาดน่ารับประทาน ทางเราหวงวิชาหรือไม่ เพราะอยากรู้เคล็ดลับอื่นๆ บ้าง คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล (สวมแว่น) “ทางเราไม่หวงวิชาการทำปลาร้าครับ สามารถอธิบายเป็นขั้นตอนใ
