Exclusive
ในบ้านเรามะพร้าวถือเป็นพืชที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ประโยชน์ได้หลายทาง น้ำและเนื้ออ่อนใช้รับประทาน เนื้อแก่ใช้คั้นน้ำกะทิเป็นวัตถุดิบหลักทำของคาวและหวาน ส่วนกะลานั้นนำไปประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้และของตกแต่งต่างๆ มะพร้าวจึงเป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินชั้นดี ราคาดีบ้าง ราคาตกบ้าง แล้วแต่ยุค และหนึ่งในธุรกิจเกี่ยวกับมะพร้าวที่น่าสนใจ เหมาะกับช่วงฤดูร้อน แก้กระหายได้อย่างดี นั่นก็คือ น้ำมะพร้าว คุณต้อง-นัฐพงษ์ ท้วมเกร็ด นักกฎหมายหนุ่มวัย 31 ปี ซึ่งในตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจเอสเอ็มอีหน้าใหม่ เจ้าของ Coco Crack (โคโค่ แคร็ก) ธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมจุกก๊อก ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ส่งตรงจากธรรมชาติ เปิดง่าย แค่ปลายนิ้ว Coco Crack เริ่มเปิดตัวจริงจังเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา แต่กว่าจะถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้อง นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของไอเดีย เล่าให้ฟังว่า ตนเลือกทำธุรกิจน้ำมะพร้าวเป็นเพราะเติบโตมากับมะพร้าว อีกทั้งที่อำเภอสามพรานบ้านเกิดนั้นมีมะพร้าวเป็นของขึ้นชื่อ หากินได้เกือบตลอดปี ที่สำคัญ ได้รสชาติแบบมะพร้าวจริงๆ คุณต้อง เล่าต่อว่า จากนั้นย้ายเข้ามาเรียนคณะนิติศาสตร์ ในกรุงเทพฯ ทำให้คิดถึงน
แวดวงงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ตำแหน่งบรรณาธิการ คงเป็นความฝันใฝ่ของหลายๆ ท่าน ส่วนในกลุ่มคนทำโฆษณา ถ้าพูดถึง “เก้าอี้ผู้กำกับ” อาจไม่มีใครปฏิเสธ…นั่นคือเป้าหมายสูงสุดในอาชีพ ช่วงบ่ายของวันทำงานตามปฏิทินของชาวออฟฟิศ แต่เป็นวันว่างของ เดวิด-วรเดช บีแกนเดอร์ ฟรีแลนซ์หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดน ในฐานะผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งพกพาบุคลิกสุภาพอ่อนน้อม มานั่งพูดคุยกันก่อนเวลานัดหมาย เริ่มต้นบทสนทนา…ด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ตอนเรียนมัธยมดื้อมาก แทบเรียนไม่จบ จนวันหนึ่งคิดได้ ถ้ายังเป็นคนแบบนี้อยู่ โตขึ้นจะไปทำอะไร ต้องทำงานโรงงานหรือเสิร์ฟอาหาร แค่นั้นเหรอ ขณะที่เชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพพอที่จะเรียนจบปริญญา ความจริงใบปริญญาไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิตขนาดนั้น แต่คิดว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงอยากไปงานรับปริญญาของลูก ผมเลยตั้งหลักใหม่” แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ พอเห็นเพื่อนเคร่งเครียดในการสอบเอ็นทรานซ์ เลยรู้สึกว่าทำไมต้องเครียดขนาดนั้น เขาจึงสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของเอกชนทันทีที่จบม.6 โดยไม่ได้ไปสมัครสอบเอ็นทรานซ์ให้เสียเวลา เริ่มต้นใช้ชีวิต “เฟรชชี่” ยังไม่มีอะไรหวือหวา กระทั่งขึ้นปี 2 เริ่มได้จับกล
แม้เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แต่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย สำหรับ Kid Mai Death Cafe (คิดใหม่ เดธ คาเฟ่) ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศอบอวลไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความตาย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านด้วยโลงศพ โครงกระดูก มุมเขียนพินัยกรรม ฯลฯ แถมยังมีการจัดโปรโมชั่นแบบหลอนๆ เช่น หากใครลงไปนอนในโลง ทางร้านจะลดราคาเครื่องดื่มให้แก้วละ 5 บาท ฯลฯ กระทั่งยามนี้ดูจะเป็นสถานที่สุดฮิตของเหล่าบรรดาวัยรุ่น ที่ต้องพากันมาเช็กอิน/เซลฟี่ ก่อนแชร์ไปบนโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง บริเวณทางเดินเข้าร้าน สำหรับที่มาของแนวคิดคาเฟ่สุดแปลกรายล่าสุดนี้ มีคำชี้แจงจากแอดมินเพจ Kid-Ma Death Café’ ว่า เป็นการดำเนินการตามผลของงานวิจัยของ “สถาบันคิดใหม่” ซึ่งเป็นองค์ที่เกิดจากการรวมตัวของ มูลนิธิบ้านอารีย์ สมาคมบ้านปันรัก และ บริษัท คิดใหม่ จำกัด (กิจการเพื่อสังคม) มี ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา เป็นผู้ก่อตั้งและบริหารงาน โดยมุ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาการทุจริตและความรุนแรงในสังคม ด้วยการนำเครื่องมือในทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญอย่างมาก นั่นคือ “มรณานุสติ” หรือ การระลึกถึงความตาย เพรา
หลายคนกว่าจะรู้ตัวว่า ชอบทำอะไร หรืออะไรเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ก็ใช้เวลาค้นหาอยู่นาน บางคนโชคดีหน่อยที่เจอได้เร็ว ที่บอกว่าเป็นความโชคดี หรือเป็นสิ่งที่ต้องค้นหาก็เพราะว่า หากได้ทำในสิ่งที่ชอบ ที่รัก ก็จะทำให้ เราทำงานนั้นอย่างมีความสุข แบบที่เรียกว่า ทำงานในสิ่งที่รัก ก็เหมือนไม่ต้องทำงาน บรรยายภาพ / คุณมายด์ (คนกลาง) (ขอบคุณภาพจาก คุณมายด์) คุณสุจรรยา หมวดดารักษ์ หรือ คุณมายด์ วัย 37 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่มาได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ หลังจากผ่านงานประจำมาระยะหนึ่ง งานที่ว่านี้คือ การทำขนมบัวลอย พอพูดถึง ขนมบัวลอย หลายคนก็อาจจะคิดไปว่า ก็เป็นขนมพื้นๆ ใครๆ ก็รู้จัก เป็นขนมอยู่คู่สังคมไทยมานาน แทบจะเรียกได้ว่า เกิดมาก็รู้จักขนมบัวลอยแล้ว แต่ขนมบัวลอย ของคุณมายด์มีความแตกต่าง และความแตกต่างนี้เอง ที่ทำให้มีพื้นที่ทางการตลาด อีกทั้งหากจะต่อยอดธุรกิจออกไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก ความแตกต่างที่ว่านี้คือ จากแป้งขาวๆ ก็กลายเป็นแป้งม่วงที่ทำจากมันม่วง แถมมีไส้ไข่เค็มอยู่ด้านใน นอกจากมันม่วง ยังมี สีเหลืองจากฟักทอง สีม่วงอ่อนจากเผือก สีเขียวใบเตย สีฟ้าอัญชัน และสีแดงจากบีทรูท ยังไม่พอ กะท
จากกระแสละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ทำให้มีแฟนละครทั่วบ้านทั่วเมือง และจังหวะนี้เองแบรนด์ดัง ก็เกาะกระแสละครดัง โปรโมตสินค้ากันรัวๆ แทบจะทันทีทันใด สมกับเป็นการตลาดยุคใหม่ ตัวอย่าง เมื่อช่วงละครออนแอร์ (7 มีนาคม) ที่ผ่านมา มีฉาก นางเอก การะเกด ทำมะม่วงน้ำปลาหวาน และนักแสดงก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย ร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN ก็ปล่อย มะม่วงน้ำปลาหวาน สินค้าประจำร้าน ออกมาแทบจะทันทีทันใด พร้อมแคปชั่นเก๋ๆ “ไม่กงไม่กลับแล้วบ้าน กลับไม่ทัน #ออเจ้า แวะดูกันที่เซเว่นเลยละกัน เห็นบอกจะทำมะม่วงน้ำปลาหวาน แอดนี่เปรี้ยวปากรีบจัดก่อนเลยจ้า ดีนะ #ออเจ้า ไม่อยากกินข้าวผัดกะเพรา” ส่วน บาบิกอน ก็ไม่แพ้กัน จะส่งกระทะไปให้การะเกด ชาวอโยธยา โดยในช่องคอมเมนต์ ก็มีการโต้ตอบ แซวกันระหว่างแอดมินเพจ และ ผู้ติดตาม อย่างสนุกสนาน นี่ล่ะค่ะ การตลาดยุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการรายใดปรับตัวได้เร็ว ย่อมได้พื้นที่ไปครอง
นับเป็นผู้บุกเบิกนมออร์แกนิกเจ้าแรกในประเทศไทย และเป็นผู้ผลิตนมที่มีนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “แดรี่โฮม” แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมโคออร์แกนิกที่คนไทยรู้จักมายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ ธุรกิจผลิตน้ำนมขนาดเล็ก แต่สินค้าไม่เคยพอขาย ยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางเจ้าตลาดรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ก่อตั้งโดย คุณพฤฒิ เกิดชูชื่น บุกเบิก นมออร์แกนิก ตั้งแต่ปี 2542 รับซื้อให้ราคาดีกว่าตลาด ก่อนรับบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณพฤฒิเคยเป็นนักวิชาการสอนปรับปรุงพันธุ์โคนม ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และเคยทำงานอยู่ที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านฟาร์มโคนมมายาวนาน 10 กว่าปี กระทั่งปี 2535 เขาลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสร้างฝันให้เป็นจริง นั่นคือ อาณาจักรฟาร์มโคนมออร์แกนิก “งานประจำมีข้อจำกัดหลายอย่าง ประกอบกับผมฝันไว้ว่าอยากทำธุรกิจส่วนตัว หลังจากที่ลาออกจากงานในช่วงแรกร่วมหุ้นกับเพื่อนปลูกหญ้าให้วัวกิน แต่เจอปัญหาฝนแล้ง เกษตรกรไม่รับซื้อ เจอภาวะขาดทุน หลังจากปลูกหญ้าขายได้ 4 ปี หันไปจำหน่ายอาหารวัวสำเร็จรูป รายได้พอประคองตัว” การเข้าไปอยู่ในวงการโคนม คุณพฤฒิ บอกว่า ทำให้รู้ถึงปัญหาของเกษตรก
ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาตั้งคำถามในการจับจ่ายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะต้องการประหยัดเงิน แต่พวกเขารู้สึกว่าสิ่งของหลายๆ อย่างไม่จำเป็นต้องซื้อ จะได้ไม่ต้องคอยดูแลรักษา แถมไม่เปลืองทรัพยากรจนกลายเป็นภาระให้โลกอีกด้วย ยกตัวอย่าง “รถยนต์” ที่อาจจะขายดิบขายดีในบ้านเรา แต่คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศไม่ได้รู้สึกอยากครอบครอง เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้มีแอพพลิเคชั่นแบ่งปันกันใช้ ใครทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน หารค่าใช้จ่ายแล้วจบ ไม่ต้องมีภาระผ่อน แถมค่าบำรุงรักษาจิปาถะ แนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ และบริการให้เช่าสิ่งของก็กลายเป็นทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์เรื่องนี้ ในอนาคตจะไม่ได้มีแค่การเช่าที่อยู่อาศัย แต่จะรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แม้แต่เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าสำหรับทำงาน ก็จะไม่ต้องควักเงินซื้ออีกต่อไป “อิเกีย” ห้างค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลกก็กำลังปรับตัวรับเทรนด์ชอบใช้ แต่ไม่อยากซื้อ เห็นได้จากคำพูดของ “เจสเปอร์ โบรดิน” ซีอีโอของบริษัท ที่กล่าวในเวทีประชุมเวิลด์ อีโคโนมิ
“เศรษฐกิจพอเพียง” แม้จะเป็นวลีฮิตที่หลายคนนิยมกล่าว ทว่าน้อยคนไม่ได้ลงมือทำ แต่สำหรับ คุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เขาได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย อดีตผู้รับเหมา ผันตัวทำเกษตร กลายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ดีเด่น สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่งเขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม” “ผมจบการศึกษาระดับ ปวส. ด้านเทคนิคและ
ทุกวันนี้ สินค้าและบริการเกี่ยวกับบรรดาน้องหมา-น้องแมว ต่างเรียงรายทยอยออกมาสู่ตลาดมากขึ้นตามลำดับ มีทั้งของไทยของเทศให้เลือกซื้อกันตามรสนิยมและกำลังทรัพย์ของผู้เลี้ยง เรียกว่าถ้ามี “แค็ตตาล็อก”ให้เลือกชม คงต้องใช้เวลาเปิดดูกันเป็นวันๆเลยก็ว่าได้ สำหรับเสื้อยืดสกรีนข้อความกวน-กวน ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นชาย-หญิง มาได้พักใหญ่ และล่าสุดได้ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไปที่ “น้องหมา”เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงบ้านเรา นับวันจะขยายตัวโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พูดง่ายๆมีคนเลี้ยงสัตว์มากขึ้น มีคนต้องการซื้อทั้งสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ฉะนั้นหากผู้ประกอบการรายใด มีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ ห้วงเวลานี้อาจเป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มต้นค้าขาย โดยอาจลองเทียบเคียงกับความต้องการของคนเป็น “ตัวตั้ง”ก่อน เหมือนอย่างเสื้อยืดกวน-กวนยี่ห้อนี้ก็ได้แต่ขอให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่ไปก๊อปปี้งานคนอื่นเขา…นะฮับ…โฮ่ง โฮ่ง
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 36 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ว่ากันว่าชุมชนเล็กๆที่มีสมาชิกทุกเกือบ 200 คนแห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานและยอมรับในระดับโลก ยกย่องให้เป็นแหล่งผลิตถ้วย-ชาม ลายคราม รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ ที่ฝีมือประณีตวิจิตรงดงาม อยู่ในลำดับต้นของประเทศ แถมยังมีรางวัลการันตีจากหน่วยงานต่างๆมากมาย อาทิ หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น , สุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว มาตรฐานระดับสากล , ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ แม้ปัจจุบันภาพแห่งความสำเร็จดูจะเด่นชัด น่าชื่นใจ แต่กว่าจะมาเป็น “หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี” ในวันนี้ได้ หลายท่านอาจทราบดีว่า…ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย คุณอุไร แตงเอี่ยม ประธานกลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ให้ข้อมูลในฐานะผู้บุกเบิกจัดตั้งชุมชนแห่งนี้ ย้อนความทรงจำถึงความเป็นมาให้ฟัง เมื่อครั้งเพิ่งเรียนจบชั้นประถมฯ 4 คุณพ่อ-คุณแม่ เคยมีอาชีพทำไร่ไถนา แต่ฐานะทางบ้านไม่สู้จะดีนัก จึงพากันไปสมัครเป็นคนงานในโรงงานทำชามตราไก่ ชื่อ “เสถียรภาพ” ซึ่งช่วงเวลานั้นจัดว่าใหญ่สุดในย่านอ้
