Exclusive
แตงโม จัดว่าเป็นผลไม้ทำเงินของเกษตรกรไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะลูกกลมโต เนื้อแดง น้ำหวานฉ่ำ ชื่นใจ ผู้บริโภคนิยมทาน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนจะขายดีเป็นพิเศษ ที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร พื้นที่แถบนี้มีชื่อเสียงร่ำลือมายาวนาน ว่าเป็นพื้นที่คุณภาพและดีที่สุดในการปลูกแตงโม คุณอัศนีย์ จันทรัตน์ ประธานสหกรณ์การเกษตรผู้ผลิตแตงโมสกลนคร เล่าให้ฟังว่า ในอดีตก่อนการรวมกลุ่ม เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมต่างคนต่างแยกกันปลูก แยกกันขาย ทำให้ประสบปัญหาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ทำอะไรสักอย่างเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมอาจย่ำแย่ กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2552 ตัดสินใจจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นมา จากสมาชิกเพียง 67 คน ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 180 คน คุณอัศนีย์ เล่าต่อ นอกจากรวมกลุ่มสหกรณ์แล้ว ทางสหกรณ์ยังได้ร่วมมือกับบิ๊กซี ในการควบคุมคุณภาพการปลูกแตงโมมาตรฐาน BQL (Quality Line) หรือเรียกอีกอย่างว่า วงจรคุณภาพ “สำหรับการร่วมมือพัฒนาแตงโม BQL โดยบิ๊กซีได้จัดทีมเข้ามาดูแลกระบวนการทั้งหมด ควบคุมคุณภาพ ตั้งแต่แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก การใช้สารเคมี การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว การเก็บ
สืบเนื่องจาก การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการผลิตหมอนยางพารา กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา และภาคเอกชนอย่างบริษัท เลย์เทกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการผลิตและร่วมมือทางการตลาด เพื่อจัดตั้งแบรนด์กลางของ กยท. พัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มช่องทางในการทำตลาดและส่งออกเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราให้สูงขึ้น โดยหลังจากได้ลงพื้นที่เพื่อไปอบรมให้ความรู้กับสถาบันเกษตรกร ให้สามารถผลิตหมอนยางพาราให้ตรงตามมาตฐานการส่งออกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจากโครงการนำร่องที่ชื่อว่า “นครศรีโมเดล” นั้น ล่าสุด ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของเกษตรกรซึ่งถูกพัฒนาโดยกลุ่มสถาบันเกษตรกรทั้งสิ้น 8 แห่งจากทั่วประเทศได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมออกแสดงสู่สาธารณะชนแล้ว โดยมีการจัดแสดงรุ่นแรกภายในงาน “GLOBAL RUBBER LATEX & TYRE EXPO” หรือ GRTE 2018 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งผู้ร่วมงานหลักเป็นกลุ่มนักธุรกิจส่งออกและนำเข้าที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศที่มาติดต่อ เพื่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้วหลายราย โดยช่วงแรกที่นำสินค้าออกสู่
กรีน ดีไซน์ คือ การออกแบบชิ้นงานมุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สามารถสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ ส่วนใหญ่มีการนำเอาสิ่งของเหลือใช้ อย่าง เศษกระดาษ เศษเหล็ก เศษพลาสติก มาเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบพร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ กระทั่งทำให้เกิดผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว RE + PAIR (รี + แพร์) คือ ชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีแนวคิดนำเศษวัสดุเหลือใช้ อย่าง ที่จับฝาขวดน้ำดื่ม โซ่จักรยานยนต์ กล่องนม ถุงหิ้วพลาสติก ตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยว อะไหล่รถเบ็นซ์ ฯลฯ มาดัดแปลงเป็นส่วนประกอบสำคัญของนาฬิกาข้อมือ โคมไฟตั้งโต๊ะ สายคล้องมือถือ หรือแม้กระทั่งลำโพงไอ-พอด เจ้าของผลิตภัณฑ์ แนวกรีน ดีไซน์ ภายใต้แบรนด์ Re+Pair ที่จะแนะนำให้รู้จักในครั้งนี้ มีเจ้าของความคิด เป็นสาวน้อยร่างเล็ก บุคลิกร่าเริงสดใส วัยเพียงยี่สิบเศษ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลน่าสนใจในหลายแง่มุม คุณแพร์-ฉัตรพร นิลธรรมชาติ แนะนำตัวว่า พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ รับงานเกี่ยวกับกราฟฟิกดีไซน์ ตามที่ร่ำเรียนมา และมีอาชีพเสริมเป็นเจ
คุณประดิษฐ์ ฮกชุน อายุห้าสิบปลาย เจ้าของผลิตภัณฑ์ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ภายใน 5 นาที เจ้าเดียวในไทย แบรนด์ MAGIC COOLS (เมจิกคูลส์) ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้ฟังว่าพื้นเพ เป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมาย ก่อนหน้าเคยทำงานประจำ ทำหน้าที่อยู่ฝ่ายบุคคลได้ 5 ปีเศษ จึงลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มจากขายเสื้อผ้าเก่าตามตลาดนัดเปิดท้าย ก่อนหันมาทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ และ ปลาเรซิ่นใส่ตู้ปลา “แต่ละอาชีพที่ผ่านมาไม่เหมือนกันซักอย่าง อาจเพราะชอบอิสระ และใช้จินตนาการ ไม่เหมือนคนอื่น”คุณประดิษฐ์ เผยถึงบุคลิกประจำตัว ซึ่งเป็นที่มาของความคิดประดิษฐ์ ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้นก่อนอธิบายถึงที่มาของแนวคิด “ผมรู้สึกทึ่งกับถังปั่นไอศกรีมหลอดของสมัยโบราณ ที่แค่ใส่น้ำอัดลมหรือน้ำหวานลงในหลอดอะลูมิเนียม แล้วใช้มือหมุนไม่กี่นาทีกลายเป็นไอศกรีมแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มเบียร์เป็นวุ้น เลยลองนำขวดเบียร์ มาแช่ในถังทำไอศกรีมหลอดดู ปรากฎเบียร์เย็นเร็วกว่าเดิมแถมเป็นวุ้น ทำให้เกิดความคิดอยากผลิตสินค้านี้ออกมา” เมื่อไอเดียแรกเริ่มบังเกิด สิ่งที่คุณประดิษฐ์ คิดทำต่อ นั่นคือการลงมือทำ ซึ่งเขาตั้ง
เวเนซุเอลา ประเทศสวยงามในอเมริกาใต้ กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก มีสื่อตะวันตกตั้งอกตั้งใจกระพืออย่างไม่วางมือมากว่าเดือน ผู้คนกำลังเฝ้ามองการล่มสลายของเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอย่างเศร้าใจ เงินของประเทศนี้เฟ้อหลายสิบเท่าตัวในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา คือ เรียกว่าจะเท่ากับเศษกระดาษเข้าไปทุกที ขนมปังแถวละ 900 กว่าบาท ไข่โก่โหลละ 500 บาท นี่หมายถึงต้องเข้าแถวรอทั้งวัน เพื่อจะมีโอกาสได้ซื้อ แต่ที่หนักกว่าความเศร้าใจคือ อาการดราม่า งง-งง ที่ว่า เวเนซุเอล่า ดิ่งนรกจากประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาใต้ มาเป็นประเทศที่ยากจนกระทั่งผู้คนไม่มีกิน ต้องคุ้ยขยะกิน บ้างกระเสือกกระสนหนีออกนอกประเทศอย่างสิ้นไร้ไม้ตอก เช่นนี้ได้อย่างไร คือ แบบทำท่างงกันหนักว่ามันเป็นไปได้อย่างไร มันไม่น่าเป็นไปได้นี่นา หัวข้อข่าวที่กระจายทั่วโลกก็จะเน้นเช่นนี้ ออกมาในแนวดราม่าจากปราสาทสู่สลัม ทำนองนั้น ดราม่าหนักไปกว่า คือ ด่านักการเมือง ซึ่งมักเป็นธรรมเนียมของคนที่รู้อะไรนิดหน่อยแล้วอยากออกความเห็น คือด่านักการเมืองไว้ก่อน ปาก้อนหินลงไป มันไม่ถูกหัวใครก็หัวใครสักคนแหละน่า แต่ถ้าเราจะระลึกเวเนซุเอลาด้วยความจริงใจ และเรียงร้อยประสบการณ
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ รถมินิบิ๊กซี ออกให้บริการในชุมชน ตามที่มีข่าวออกไป ซึ่งทาง บิ๊กซี เองก็ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่า บริษัทยังไม่มีแผนชัดเจนที่จะขยายธุรกิจด้านนี้ ยังอยู่ในช่วงศึกษาธุรกิจเท่านั้น ส่วน “รถมินิบิ๊กซี” ที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์นั้น มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อทดลองตลาด มีเพียงคันเดียววิ่งอยู่ในโซนจ.ปทุมธานี ซึ่งรถคันดังกล่าว มาจากการที่บริษัทเคยนำรถจำหน่ายสินค้าไปช่วยเหลือในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” พร้อมกันนี้ยืนยันว่ารถของบิ๊กซี ไม่ได้ไปแย่งลูกค้าร้านค้าปลีก หรือรถเร่รายอื่นๆ เพราะมีความแตกต่างกับรถเร่ขายของทั่วไป เนื่องจากเจาะกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่มกัน (ที่มา ข่าวสดออนไลน์) หลังจากที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีกระแสความคิดเห็นเข้ามาอย่างมากมาย และประเด็นหนึ่งที่พูดถึงกันคือ หากมีการลงมาทำธุรกิจทำนองนี้ของนายทุนรายใหญ่ จะเกิดผลอย่างไรกับพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ ที่ขายอยู่ในชุมชนทั่วไป ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ สัมภาษณ์ พ่อค้ารถเร่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า รถพุ่มพวง คุณทอง กวางทุม เจ้าของรถเร่ ขายสินค้าประจำวัน ตั้งแต่ กะละมัง รองเท้าแตะ น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำล้างจาน ก
สร้างความคึกคักกันทุกวงการ สำหรับละครดังอิงประวัติศาสตร์ “บุพเพสันนิวาส” ทำเอาชาวพระนครและบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งหน้าตั้งตารอดูพี่หมื่นเดช และแม่หญิงการะเกดกันจนถนนโล่ง แม้แต่พิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว ใจกลางกรุง สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ ไทยแลนด์ (Stanley MiniVenture Thailand) ยังจับกระแสละครดัง โพสต์เชิญชวนออเจ้าสายตาดี มีความว่องไว มาช่วยกันตามหา “พี่หมื่นกับแม่หญิงการะเกด” ของเมืองที่หายไป ชิงรางวัลเงินหมื่น โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ออเจ้าทั้งหลาย เพลานี้ที่ #StanleyMiniVenture กำลังตามหา “พี่หมื่นกับแม่หญิงการะเกด” ของเมืองอยู่ อยากจะเชิญชวนออเจ้าที่มีความสามารถสายตาว่องไว มาช่วยกันตามหาให้ข้าที หากออเจ้าพบข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม ถึงรางวัลละ ๑๐,๐๐๐ บาทกันเลยนะเจ้าคะ💸💸💸 #Miniature #บุพเพสันนิวาส #Bangkok #Thailand
อาชีพเกษตรกรรมยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างรายนี้ แต่ก่อนเคยทำงานในกรุงเทพฯ ไม่นานเริ่มอิ่มตัว เธอเลือกผันชีวิตมาทำเกษตรเปิดฟาร์มด้วง เริ่มต้นจากเลี้ยงแค่ 50 กะละมัง ปัจจุบันมีมากถึง 500 กะละมัง คุณทิติยา คำเถื่อน หรือ คุณญา วัย 29 ปี เจ้าของธุรกิจด้วงสาคูฟาร์มมาดี เล่าให้ฟังว่า หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ยึดอาชีพขายหมูกระทะอยู่นานถึง 8 ปี ด้วยระยะเวลาขนาดนี้ ตนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อยากลองหาสิ่งใหม่ๆ ทำดูบ้าง คุณญา เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี กระทั่งมีโอกาสลงไปเที่ยวภาคใต้ ได้ทานด้วงสาคู เกิดติดใจในรสชาติ เห็นว่าน่าจะนำมาทำเป็นธุรกิจได้ จึงซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเพาะขาย “วิธีการเลี้ยงด้วงสาคูเรียนรู้จากคนที่เลี้ยงด้วงทางภาคใต้ ช่วงแรกเลี้ยงด้วยต้นสาคู จากนั้นปรับสูตรอาหารเองให้เหมาะกับวัตถุดิบในพื้นที่” โดยเริ่มแรกคุณญาเลี้ยงแค่ 50 กะละมังเท่านั้น ผลผลิตที่ได้ออกมาตามต้องการ จาก 50 กะละมัง ก็ขยายมาเรื่อยๆ เปิดเป็นฟาร์ม เพิ่มจำนวนเป็น 500 กะละมัง วิธีการเพาะพันธุ์ด้วงสาคูฟาร์มมาดี คุณญาจะใช้กะล
ชาวเขาเผ่าม้ง ลูกหลานเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฐานะยากจน แต่ใฝ่ดีตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี เลือกกลับบ้านมาพัฒนาถิ่นกำเนิด เป็นเกษตรกรปลูกผัก พร้อมเป็นตัวแทนรับซื้อผักจากเพื่อนเกษตรกรหลายกลุ่มมาทำการตลาดให้ ส่งขายแม็คโคร โดยมีทีมงานฝ่ายจัดซื้อของแม็คโครเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้ คำแนะนำการผลิตและวางแผน จนยอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ ต่อยอดการสร้างอาชีพให้เพื่อนพี่น้องชาวเขาได้มีอาชีพ มีรายได้ ล่าสุด พัฒนาปุ๋ยเป็นสูตรของตัวเอง ส่งผลให้ผักขายดี ถอยรถตู้คอนเทนเนอร์มาส่งผักแล้ว วันนี้ คุณวิทยา หวานซึ้ง ชาวเขาเผ่าม้ง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแม่เหาะ หมู่ 4 ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเกษตรกรและเจ้าของธุรกิจ SMEs มีชื่อกิจการว่า “วิทยาการเกษตร” รับซื้อผักจากเครือข่ายเกษตรกรกว่า 1,800 -2,000 ครอบครัวในหลายพื้นที่ทั่วภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน โดยมีผักประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว มะเขือม่วงก้านเขียว มะเขือเทศท้อ มะเขือเทศราชินี บีทรูท คุณวิทยา เกิดในครอบครัวเกษตรกร ปากกัดตีนถีบ เรียนจบปริญญาตรี จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล คณะเกษตรศาสตร์บางพระ สาขาพืชไร่ จังหวัดชลบุรี ห
ข้าวโพดปกติ มักนำไปต้ม หรือย่าง หรือนำไปแปรรูป แต่ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปพบมาคราวนี้คือ ข้าวโพดฝักดิบ รับประทานได้ดิบๆ คุณรฐา ธนากรอภิรัช หรือคุณอ้อ เป็นเจ้าของร้าน ที่นำมาออกกับงานอีเว้นต์ ฟันฟู้ดแฟร์ แม่มณีชวนชิม ที่จัดไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางกะปิ คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า ไปเห็นข้าวโพดตัวนี้ ที่งานอีเว้นต์ แห่งหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด จากนั้นก็ติดต่อมาขายบ้าง เป็นข้าวโพดพันธุ์ทับทิมสยามไทย สีม่วง และพันธุ์ฮอกไกโด สีขาว มีแหล่งปลูกอยู่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งจะว่าไปแล้วที่จังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ก็มีปลูกอยู่ ราคาขายหน้าร้าน ฝักละ 35 บาท 3 ฝัก 100 บาท เป็นข้าวโพดรับประทานดิบ ไม่ต้องต้ม ไม่ต้องย่าง นำไปแช่เย็น กินดิบๆ รสชาติ หวาน กินแล้วท้องไม่อืดเหมือนข้าวโพดทั่วไป ทั้งนี้ ใครจะนำไปต้มก็ได้ แต่วิตามินก็จะลดลง เท่านั้นเอง ส่วนช่องทางการตลาด ก็ออกอีเว้นต์ไปเรื่อยๆ รวมทั้งขายผ่านทางเฟซบุ๊ก และไลน์ด้วย คุณอ้อ เล่าว่า เดิมเคยทำงานเป็นพนักงานธนาคาร มีหน้าที่ หาลูกค้าทำบัตรเครดิต แต่ด้วยความที่ลูกค้าติดแบล็คลิสต์กันเยอะ เ
