Exclusive
“สันต์ ไชยมาตร” หนุ่มใหญ่วัยกลางคน หุ่นสูงชะลูดบุคลิกมั่นใจ พูดจาฉะฉาน พื้นเพอยู่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ก้าวเข้าสู่วงการตลก ด้วยการชักนำของ “หม่ำ จ๊กมก” ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2540 และด้วยความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งมี “เอกลักษณ์” ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาตามลำดับ กระทั่งปัจจุบันสามารถขึ้นแท่น “หัวหน้า” มีคณะตลกเป็นของตัวเองแล้ว เกริ่นแนะนำกันมาเสียยืดยาว หลายคนอาจยังเดาไม่ออกว่าเขาผู้นี้เป็นใคร แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “ยาว ลูกหยี” รับรองต้องมีคนร้อง อ๋อ! เป็นร้อย เป็นพันคน…แน่นอน ช่วงบ่ายของวันทำงาน คุณยาว ลูกหยี แขกรับเชิญในครั้งนี้ กรุณาสละเวลาพักผ่อนตอนกลางวันตามปกติ (ของเขา) มานั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เริ่มต้นด้วยความเป็นมาส่วนตัวให้ฟัง ชีวิตในวัยเด็กได้บรรพชาเป็นสามเณรและศึกษาเล่าเรียนจนจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ก่อนสึกออกมาเรียนต่อในระดับ ปวส. แต่ด้วยเป็นคนรักการเรียน เมื่อไม่นานมานี้ จึงไปลงทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ในคณะบริหารการจัดการศึกษา และกำลังจะได้เป็นบัณฑิตสมใจแล้ว ส่วนอาชีพที่ทำมาก่อนจะเข้าวงการตลกนั้น คุณยาว ย้อนความทรงจำ หลังสึกจากสามเณร เขาได้ไปสม
“จ๊าบ” คือ หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้แปรรูป มีวัตถุดิบเริ่มต้น เป็นไม้ผลจำพวก มะพร้าว มังคุด สละ ที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้าน จากจุดเริ่มเล็กๆ ด้วยเงินทุนหลักหมื่น ทำกันเองในครอบครัว แต่เพราะมีเอกลักษณ์เป็นความต่าง ทำให้ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปของ “จ๊าบ” ได้รับความสนใจ ถึงขั้นเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายของวันทำงาน คุณลักขณา บำรุงพนิชถาวร กรุณาสละเวลา เปิดร้าน “จ๊าบ” ซึ่งตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เธอเริ่มต้นให้ฟังพื้นเพเป็นคนเมืองจันท์ สามีคือ คุณสมบัติ บำรุงพนิชถาวร เคยทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ส่วนตัวเธอเคยเปิดร้านขายทองรูปพรรณในตัวเมือง ธุรกิจของทั้งสองดำเนินมาด้วยดีกระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ได้รับผลกระทบ ขาดทุนย่อยยับถึงกับล้ม ต้องเป็นหนี้แบงก์…หลักล้าน จนปี 2543 ตัดสินใจเลิกกิจการ ขายทรัพย์สินที่เหลือเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ก่อนจะขอกู้เงินจากบริษัทประกันชีวิตมา 80,000 บาท เพื่อลงทุนทำ “วุ้นน้ำมะพร้าว”ขาย สงสัยทำไมหันมาขายวุ้นน้ำมะพร้าว คุณลักขณา ยิ้มน้อยๆก่อนแจงให้ฟัง “ตอนนั้นอยากทำอะ
ลองนึกย้อนไปในช่วงเวลาไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมา หากพูดถึง “ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้” เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ อาจเกิดอาการ “งงงัน” ถึงขั้น “ไม่เก็ท”ว่าคืออะไร บ้างคงอาจแย้งในใจ จะจำเป็นแค่ไหนกันนักเชียว ถึงต้องนำของที่ ใครๆก็เห็นเป็น”ขยะ” กลับมาประดิดประดอย ทำเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะมันอาจสร้างความขบขันให้แก่ผู้พบเห็นได้ไม่ยากเลย แม้บ่อยครั้งในอดีต จะถูกมองว่าเป็น “ตัวประหลาด”ในสายตาของผู้คนรอบข้าง แต่เจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ นับว่าเป็นผู้มีความมุ่งมั่นเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ จึงสามารถประคับประคองธุรกิจที่เขารัก ให้ดำเนินมาได้ถึงวันนี้ คือ วันที่ผลงานผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ในนาม “The Remaker- เดอะ รีเมคเกอร์” ได้การยอมรับ โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ เคย “ออเดอร์””สินค้าจากมันสมองของเขาไปขายต่อ ถึงขนาดเป็น ตู้คอนเทนเนอร์…มาแล้ว คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี คือ เจ้าของกิจการ “The Remaker- เดอะ รีเมคเกอร์” ซึ่งเกริ่นมาข้างต้น เริ่มต้นบทสนทนาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง ด้วยเรื่องราวความเป็นมาให้ฟัง ปัจจุบันอายุสี่สิบเศษ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ เคยทำธุรกิ
ข้าวโพดคั่ว หรือ ป๊อปคอร์น เป็นอาหารว่าง ทานง่ายยอดนิยมอย่างหนึ่ง หาซื้อไม่ยาก ตามท้องตลาด ห้างสรรพสินค้า และโรงภาพยนตร์ ราคามีแตกต่างกันไป รสชาติเมื่อก่อนอาจมีแค่หวานกับเค็มแต่ปัจจุบันมีให้เลือกชิมนับสิบรส เส้นทางเศรษฐีมีหนึ่งตัวอย่างธุรกิจป๊อปคอร์นกระแสดังขวัญใจลูกค้า คั่วสดหน้าร้านทุกวันเปิดขายแฟรนไชส์ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 148 สาขา ร้านนี้มีชื่อว่า มือปืนป๊อปคอร์น มือปืนป๊อปคอร์น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มไม่เล็กและกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในไม่ช้านี้ของ คุณชยุต ยอดโต หรือ คุณพี วัย 36 ปี จบจากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คุณพี เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า เพื่อนและคนใกล้ตัวชอบซื้อป๊อปคอร์นเวลาไปดูหนัง ซึ่งมีราคาแพงจึงคิดว่าหากทำขายเองคุณภาพต้องเทียบเท่า ที่สำคัญ ราคาต้องไม่แพง ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถซื้อทานได้ ไม่เพียงแค่คิดแต่คุณพีลงมือทำทันที อาศัยการลองผิดลองถูกอยู่เป็นเดือน ดูวิธีการทำจากยูทูบและในตำราทำป๊อปคอร์น เสียวัตถุดิบไปก็เยอะเพราะขั้นตอนค่อนข้างยาก และไม่ง่ายแบบที่คิด จนถอดใจไป ครั้งหนึ่ง “ผมได้อ่านนิตยสารของเส้นทางเศรษฐีเมื่อปี 2556
คุณอาร์ต สมมุติวงษ์ วัยห้าสิบเศษ เจ้าของกิจการร้าน “กาแฟสดเขาค้อ” ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกรื่นฤดี ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยถึงการดำเนินกิจการของครอบครัวที่ทำมาร่วม 20 ปี แล้ว ว่า รายรับพออยู่ได้ เพราะตลอดทั้งปี จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนไม่เกิน 6 เดือน นอกเหนือจากนั้นแล้ว เขาจะหารายได้จากการทำไร่พืชผัก-ผลไม้ ทำสวนกาแฟอาราบิก้า รวมทั้งรับซื้อเมล็ดกาแฟจากชาวสวนอื่นๆ นำมาคั่วและบด ขายหารายได้เสริมอีกทางหนึ่ง และด้วยความที่คลุกคลีกับ “กาแฟ” มาตลอด ก่อนหน้านี้ เขาจึงสร้างสรรค์ เครื่องชงกาแฟสด แบบเคลื่อนย้ายได้ หรือที่ยุคสมัยปัจจุบัน นิยมเรียกกันว่าเครื่องชง “กาแฟดริป” “การบริโภคกาแฟ ถ้าจะให้ได้ความสุนทรี ต้องมาทั้งกลิ่นและรส ซึ่งเครื่องชงดริปแบบพกพานี้ สามารถตอบโจทย์บรรดาคนรักกาแฟ ได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีลูกค้าให้ความสนใจกันพอสมควร เป็นงานแฮนด์เมด ตามออร์เดอร์ ชุดละ 500 บาท ไม่รวมแก้วกาแฟ สนใจสั่งซื้อไปเป็นของขวัญของฝาก ติดต่อกันมาได้ครับ” คุณอาร์ต ฝากประชาสัมพันธ์มาอย่างนั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณอาร์ต โทรศัพท์ 089-856-9257 หรือ Facebook/อาร
โกเผือกโกดำ (GopuekGodum) ร้านอาหารกระแสดังจากโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและขนมหวานหน้าตาน่ารัก อย่างสังขยา 4 สี ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของวัยรุ่น 4 คนแต่ต่างอายุกัน สองหนุ่มสถาปนิก อย่าง คุณอะตอม-ชนะ ฉายานนท์ อายุ 28 ปี และ คุณบูม-วาสุทิน คำพรหม อายุ 28 ปี และสองสาวที่จบด้านการสื่อสารมวลชนอย่าง คุณขวัญใจ-พชรพรรณ ปิ่นคำพิชัย อายุ 24 ปี และ คุณน้ำ-อภิชญา วงศ์ปัน อายุ 24 ปี คุณขวัญใจ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านรับอาสาเล่าที่มาที่ไปของร้านโกเผือกโกดำ ให้ฟังว่า เริ่มแรกมีหุ้นส่วนอยู่ 3 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 4 คน) เดิมทีที่ตั้งร้านเป็นร้านอาหารเก่าของคนรู้จัก เห็นว่าปิดกิจการจึงขอเซ้งร้านทำกิจการต่อ เหตุจากสองหนุ่มสถาปนิกอยากหาอะไรทำช่วงเช้าก่อนไปทำงาน และสองสาวอยากหากิจกรรมทำระหว่างรอรับปริญญา เกี่ยวกับชื่อร้าน คุณขวัญใจ เล่าว่า คำว่า โก ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารเช้านั่งจิบกาแฟ ส่วนคำว่าเผือกกับดำ มาจากฉายาของหุ้นส่วนหนุ่มสถาปนิกทั้ง 2 คนที่มีสีผิวขาวกับเข้ม เสริมสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ ใช้ของเท่าที่พอหาได้หรือมีอยู่แล้วที่บ้านเพรา
พื้นที่ดอยภูทับเบิก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนดอยภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่างการปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี วัย 62 ปี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในหมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า “ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วย โดยคุณอาเซ็ง เล่าว่า “ญาติที่สนิทกัน ป่วยเป็นหลายโรคมาก ทั้งเป็นมะเร็งตั
ทุกวันนี้วัฒนธรรมกาแฟแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากจะมีสารพัดเมนูแปลกใหม่ เพื่อเอาใจคอกาแฟแล้ว ผู้ประกอบการยังพยายามสรรหาวิธีการต่างๆ ที่ทำให้กาแฟเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ความพยายามดังกล่าวมาถูกทาง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ซึ่งไม่เพียงชื่นชอบรสชาติขมเข้ม แต่ยังชมชอบงานศิลป์จากกาแฟที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เครื่องดื่มแก้วโปรด ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มมูลค่าให้กับเจ้าของธุรกิจด้วย เทรนด์ศิลปะจากกาแฟในปัจจุบันมีหลากหลายจนคาดไม่ถึง “รอยเตอร์ส” นำเสนอศิลปะบนฟองนมแบบสามมิติ ที่เป็นสไตล์เฉพาะของร้าน “มาย โคฟี่” (My Cofi) ในเมืองเกาสงของไต้หวัน “ชาง คุ่ย ฟาง” เจ้าของร้าน “มาย โคฟี่” ริเริ่มไอเดียเติมงานศิลป์ลงบนฟองนมของเมนูคาปูชิโน่ร้อน โดยใช้ภาพถ่ายเป็นแบบ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการภาพอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นภาพสัตว์เลี้ยงแสนรัก บางคนก็อาจจะเลือกการ์ตูนหรือสัตว์แปลกๆ สำหรับภาพสัตว์เลี้ยง เธอจะเริ่มต้นจากการทำฟองนมให้เป็นรูปเป็นร่าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้กาแฟ ช็อกโกแลต หรือแยมผลไม้หลากสี บรรจงแต่งแต้มให้ออกมาคล้ายกับภาพต้นแบบที่สุด สนนราคาของกาแฟที่เสิร์ฟพร้อมงานศิลป์แบบสามมิติก็จะขึ้นอยู่กับระดับความยาก-ง
ไอศกรีมดอกไม้ “ศรีมาลา” ปัจจุบันร้านต้นแบบอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และสาขาแฟรนไชส์อีกหลายแห่ง มีจุดเริ่มต้นจาก การนำเอาดอกไม้ในท้องถิ่น เช่น ดาหลา อัญชัน เข็ม บัว และ กุหลาบมอญ มาผสานกับความรู้ทางวิชาการในโครงการอุตสาหกรรมและวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (IRPUS) ที่เน้นการวิจัยสามารถแก้ปัญหาจริงให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือแบบไตรภาคี ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), ผู้ประกอบการ และ ทีมงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้ในท้องถิ่น จน “ศรีมาลา”กลายเป็นสินค้าเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมดังกล่าวไปแล้ว คุณโจ้-พีรวงศ์ จาตุรงคกุล เจ้าของไอศกรีม “ศรีมาลา” เริ่มให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้รู้จักกันมากขึ้นว่า พื้นเพอยู่จังหวัดสมุทรสาคร แต่มาทำมาหากินอยู่ตลาดน้ำอัมพวา ได้ราว 7 ปีแล้ว เริ่มด้วยการเปิดร้านขายข้าวคลุกน้ำพริก ชื่อ “กำปั่น” ปรากฏประสบความสำเร็จ มีคนสนใจมาก เลยคิดต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยการมองหา “เสน่ห์”ของอัมพวา มาเป็นจุดขาย
“…อีก 10 ปี เราจะมีเด็กกับผู้สูงอายุในสัดส่วนเท่ากันประมาณ 12 ล้านคน และในระยะยาวจำนวนผู้สูงอายุจะมีมากกว่าจำนวนเด็ก ขณะที่วัยแรงงานเริ่มลดลงเป็นโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงอายุประชากรที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า…” ข้อมูลส่วนหนึ่งจากการวิจัย ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ข้างต้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ให้เห็นภาพในอนาคตอันใกล้ได้ลางๆว่า ชีวิตบั้นปลายของใครหลายคน อาจไม่มีคนในครอบครัวมาคอยดูแลใกล้ชิด เหมือนสังคมไทยในยุคก่อน ที่ปู่ย่า-ตายาย มักได้อยู่ร่วมชายคากับครอบครัวถึงรุ่นเหลนโหลน เรื่อยไปจนกว่าอายุขัยจะสิ้นสุดลงตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป และด้วยปัจจัยภายนอกหลายประการ ต่างส่งผลให้ “ผู้สูงอายุ”กลุ่มหนึ่ง ขาดแคลนคนคอยดูแล บรรดาลูกหลาน ซึ่งอาจพอมีกำลังจ่าย จึงมักมองหา “เนิร์สซิ่ง โฮม-Nursing Home” เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระประจำวัน จนในปัจจุบันธุรกิจให้บริการลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นหนาตาอย่างเห็นได้ชัด “บ้านอุดมสุข” บ้านสีเขียวหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินขนาดกว่า 5 ไร่ เป็นกิจการรับดูแลผู้สูงอายุ เปิดให้บริการมาได้ราว 4 ปี ตั้งอยู่ที่อำเภอ
