Exclusive
“…บริการจัดส่งและจำหน่ายอาหารเหนือสูตรต้นตำรับถึงบ้าน โดยที่ท่านไม่ต้องไปทานไกลถึงเชียงใหม่ ทั้งนี้ท่านจะได้รับประทานอาหารเหนือจากต้นตำรับที่ อร่อย สะอาด ใหม่ สด ทุกวัน การันตีคุณภาพ จากประสบการณ์ทางด้านอาหารเหนือมามากกว่า 20 ปี พร้อมรางวัลคุณภาพจากรายการ….” คือ ข้อมูลแนะนำตัวเบื้องต้นจากกิจการ อาหารเหนือออนไลน์ By ตุ๊กกี้ ขันโตก ที่มี คุณตุ๊ก-กาญจนรัตน์ ทวีโชติรัฐกรณ์ เป็นผู้ดูแลมาตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน เจ้าของเรื่องราววัย 58 ปี กรุณาสละเวลาดูแลร้าน “พึงจิตต์อาหารเหนือ” ซึ่งอยู่บริเวณศูนย์อาหาร ชั้น G ของห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ย่านหลักสี่ มาพูดคุยด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง ย้อนความเป็นมาให้ฟัง พื้นเพเป็นคนเชียงใหม่ แต่ด้วยความที่คุณพ่อของเธอรับราชการเป็นตำรวจ จึงมีโอกาสย้ายติดตามไปหลายจังหวัด ทำให้มีเพื่อนฝูงหลายกลุ่ม ส่วนวุฒิการศึกษาของเธอนั้น จบปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนหน้านี้ทำมาแล้วหลายอาชีพ ทั้ง ขับรถตู้ส่งของ เซลส์ขายหนังสือ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทขายตรง ฯลฯ จนเมื่อราว 20 ปีก่อน ทราบจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งเคยขายแคบหมู ว่าเข
คุณปรีชา เจี๊ยบหยู อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เผยว่า เดิมทีการทำน้ำตาลมะพร้าวในจังหวัดสมุทรสงครามมีทำกันเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อสังคมเมืองมีการขยายตัว ทุกคนมีทางเลือกมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจไปทำอาชีพอื่นแทน จึงส่งผลให้การทำน้ำตาลมะพร้าวค่อยๆ สูญหายไป เขาจึงได้ทำการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง โดยนำชาวบ้านที่มีองค์ความรู้มารวมกลุ่ม จนทำให้ทุกวันนี้การทำน้ำตาลมะพร้าวของกลุ่มสามารถทำรายได้เลี้ยงสมาชิกได้ถึง 12 ครัวเรือนกันเลยทีเดียว คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยปี 2500 พื้นที่บริเวณนี้มีชาวบ้านที่ทำน้ำตาลมะพร้าวถึง 52 บ้าน ทำแบบเชิงเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ไม่ได้รวมกลุ่ม ต่อมาจังหวัดสมุทรสงครามเริ่มมีถนนพระราม 2 ตัดผ่านและมีการเปิดใช้งานจึงทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น จึงทำให้การทำน้ำตาลมะพร้าวเริ่มมีจำนวนที่ลดลงไปด้วย คือเหลือประมาณ 2 เตาในปี 2534 ซึ่งผู้ที่ขึ้นปาดน้ำตาลในขณะนั้นก็เป็นผู้สูงอายุแทบทั้งสิ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้สนใจในอาชีพนี้มากนัก ต่อมาเมื่อมองเห็นถึงความสำคัญของการทำน้ำตาลมะพร้าวให้คงอยู่ คุณป
คุณธันย์ชนก สนองอุทัย หรือ เนย วัย 22 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการร้าน “เรื่องของมัน” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นร้านเล็กๆ ของเธอว่า “มันเริ่มมาจากพอเรียนจบ ก็ไม่ได้อยากเข้าทำงานประจำ ช่วงนั้นก็ต้องคิดหลายอย่างมาก ว่าจะเอาอย่างไรดี จะไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศเหมือนเพื่อน หรือว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี” เธอได้คำตอบ หลังจากวันที่เธอบังเอิญไปเจอร้านขายขนมไข่เต่า แถวตลาดสำเพ็ง เป็นร้านเล็กๆ ริมถนน แต่กลับมีคนต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อขนมไข่เต่าที่ร้านนี้ เธอจึงคิดว่า เธออยากเปิดร้านขายขนมไข่เต่า เป็นกิจการเล็กๆ ที่เธอทำเองตั้งแต่แรกเริ่มได้ จึงตัดสินใจที่จะทำขนมไข่เต่าขาย เพราะช่วงที่เริ่มทำก็ประจวบกับกระแสไข่เต่า และมันม่วงกำลังมาแรงมาก เธอจึงตัดสินใจที่จะทำร้านขึ้นมาทันที “ตอนคิดง่ายมากที่จะทำ แต่พอทำจริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะวันแรกๆ ที่ทำขาย เราไปขายที่ตลาดนัดรถไฟ บางวันขายไม่ได้เลยก็มี ขายเหมือนแจก บางวันได้เงินแค่ 60 บาท เราก็คิดได้อย่างหนึ่งว่า ขนมไข่เต่ามีขายทั่วไป เขาไปซื้อที่ไหนก็ได้ จะมาซื้อขนมไข่เต่าที่เราทำไม จึงคิดว่าถ้าอยากข
ได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ดัง ระบุให้เป็น 1 ใน 10 ร้านบาร์เบอร์…มาแรงแห่งยุค สำหรับ Snapback Barbershop (สแนปแบ็ก บาร์เบอร์ช็อป) แห่งตลาดนัดสุดฮิป เจเจ กรีน จตุจักร กิจการเจ้าของเรื่องราวนี้ ใช้เวลาไม่กี่ปี ด้วยทุนตั้งต้นสามพันบาท และ หัวใจ “สู้-สู้” ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ทำให้ร้านบาร์เบอร์สไตล์ “ลมโชย” กลางตลาดนัดกลางคืน ที่มีราคารับตัดเฉพาะลูกค้าผู้ชายหัวละ 60 บาท สามารถเติบโตกลายเป็น ร้านหรูหราถาวร แถมยังมีลูกค้าไม่ขาดสาย ขนิดที่วันธรรมดาควรโทร.จองคิวล่วงหน้า ส่วนวันศุกร์- เสาร์-อาทิตย์ ไม่มีรับจองคิว ต้อง วอล์ก อิน อย่างเดียวเท่านั้น! คุณบอย -คุณมีมี่ เจ้าของกิจการ สแนปแบ็ก บาร์เบอร์ช็อป คุณมีมี่-ณัฎฐนิช ฐิติรัตนศาสน์ วัยสามสิบต้น หนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญ สละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยร่าเริงกันเอง เล่าให้ฟัง จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เคยผ่านงานด้านอีเวนต์ในบริษัทเอกชนชื่อดังอยู่หลายปี ก่อนมาเป็นพนักงานประจำบริษัทรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำงานที่ใหม่ได้ปีเศษ เริ่มอยากมีกิจการของตัวเอง เลยปรึกษากับ คุณบอย – นที อ้อมณฑา แฟนหนุ่ม ก่อนชวนกันลาออกมาเปิ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา เพราะฉะนั้น อาหารการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มผู้ค้าขายอาหารหันมาประยุกต์และปรับปรุงสูตรให้เข้ากับเทรนด์ วันก่อนได้ไปพบกับร้าน สวนดินคานาอัน มีเมนูที่ลูกค้าพากันต่อคิวซื้อ เมนูที่ว่าคือ “พั้ฟย่าง” ต่อยอดมาจากกะหรี่ปั๊บปรับสูตรทั้งแป้งและไส้ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อคนรักสุขภาพ และรสชาติที่ลงตัว คุณมะลิ เหลืองอร่าม วัย 43 ปี เจ้าของเมนูเด็ด “พั้ฟย่าง” เล่าที่มาว่า เดิมทีเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำมาหลากหลายอาชีพเป็นทั้งลูกจ้างและเปิดธุรกิจของตัวเอง แต่ยังไม่ลงตัว ทำงานหาเงินมาเพื่อให้คนอื่นหรือนำไปซื้อของกินซึ่งล้วนแล้วไม่ปลอดภัย ทำให้เธอ เริ่มหันมาปลูกผักทานเอง ซึ่งสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้และปลอดภัย หลังจากนั้นจึงตัดสินใจ ลองไปทำสวนที่บ้านเกิด อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เพราะเชื่อว่า การมีอาหารที่ปลอดภัย คือ ความมั่นคงที่สุดในชีวิต ด้วยความที่ยังต้องขึ้นลงไปกลับชัยภูมิ-กรุงเทพฯ เป็นระยะๆ เพื่อให้การเดินทางขึ้นลงไม่เสียเปล่า จึงได้นำสินค้าจากชุมชนบ้านเกิด นำขึ้นมาขายด้วย โดยร่
ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้จัดอันดับให้ Bangkok Street Food เป็นอาหารริมทางที่ดีที่สุด อันดับ 1 ของโลกจาก 23 เมืองทั่วโลก เป็นปีที่ 2 หรือแม้กระทั่งนิตยสารฟอร์บส์ ก็จัดอันดับให้อาหารริมทางในกรุงเทพเป็นอันดับ 1 ใน Worldtop 10 cities for Street Food ทำให้ร้านอาหารริมทางในกรุงเทพและจังหวัดท่องเที่ยว เป็นที่กล่าวขานในบรรดานักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าอาหารริมทางจึงเป็นจุดแข็งที่มีเสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของผู้หลงใหลในอาหาร อันเป็นการช่วยเพิ่มอาชีพให้กับคนไทย โดยอาหารที่ขึ้นชื่อ คือ ผัดไทย หอยทอด ส้มตำ ก๊วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) ทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จึงได้ประชุมหารือกับ สำนักอนามัย สถาบันอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัตน์ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม และโรงเรียนสอนทำอาหาร ครัววันดี จากนั้นได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อมีส่วนร่วมในการยก
เป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker BKK (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker BKK หนุ่มอัธยาศัยดี วัยยี่สิบกลางๆ ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเว้นต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – คณิต ประภา มาลงหุ้นทำ เบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่”กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยยังไม่ค่อยมีใครทำ และเมื่อมีต้นแบบมาจากชาวอเมริกัน
เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสา
คุณวรรณา วรรณชาติ วัย 64 ปี เจ้าของร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ มีหน้าร้าน อยู่ที่ หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คุณวรรณา เล่าให้ฟังว่า ช่วยแม่ขายขนมเบื้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ก็ช่วยยายมาก่อน รุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นขนมสูตรโบราณอย่างแท้จริง ขนมเบื้องโบราณนี้ ไม่ใส่ครีมขาวๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่น้ำตาลทาหน้าขนมเบื้อง ทำจากน้ำตาลโตนด และไข่แดง ถ้าเป็นครีมขาวๆ จะใส่น้ำตาลทราย และไข่ขาว ที่คุณวรรณ ว่า “ขนมเบื้องไส้ครีม เขาจะทำกลับด้าน กับของเรา” นอกจากนี้ตัวแป้งยังทำจากถั่วทอง ไม่ใช่ถั่วเขียวผ่าซีก และโม่เอง ทำให้ตัวแป้งกรอบ และกรอบนาน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1 สัปดาห์โดยที่ยังกรอบอยู่ ส่วนไส้ มีหลักๆ อยู่ 3 ไส้คือ ไส้หวาน ไส้เค็ม และไส้ธัญพืช ที่เพิ่งมาประยุกต์เพิ่มในตอนหลัง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ไส้หวานมีฝอยทองเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนไส้เค็มมีกุ้งผัด มะพร้าว พริกไทยดำ และผักชี ขายชิ้นละ 12 บาท คุณวรรณา เผยว่า วันหนึ่งขายได้พันกว่าชิ้น ส่วนถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็เพิ่มป็นสองเท่า คุณวรรณา ทำขนมเบื้องมากว่า 50 ปีสิ่งที่ทำให้อยู่ได้คือความซื่อสัตย์ต่อลู
คราวนี้ ข้ามประเทศไปถึงอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ ติดอ่าวเบงกอล เมืองเชนไน หรือ เจนไน เดิมชื่อ มัทราส เป็นเมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู เป็นกลุ่มเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศ ที่นี่เขาเป็นเมืองเก่าครับ มีโบราณสถานปราสาทหินต้นแบบของที่กัมพูชา ใครที่ชอบเที่ยวชมของโบราณ ไปเชนไนรับรองไม่ผิดหวัง เจนไน แดดแรง ผิวเขาเลยคล้ำ ผู้หญิงห่มสาหรี่ ผู้ชายนุ่งผ้าขาวๆ เช้าๆ หยักรั้งเหมือนผ้าขาวม้า ทำเป็นกางเกงขาสั้น ตกกลางวันปล่อยยาว เย็นถลกอีกเหมือนเดิม เพื่อความคล่องตัว ในเมืองเจนไนกำลังก่อสร้างวุ่นวาย ฝุ่นเลยเยอะ เป็นหลุมเป็นบ่อ เดินไม่ค่อยสะดวก รถไฟฟ้าก็กำลังทำ เวลาอยู่ในเมืองแขก เดินๆ หรือนั่งรถ อาจจะสะดุ้งเป็นระยะๆ เขาบีบแตรกันตลอด ถนนไม่ต้องตีเลน เพราะไม่มีเลน ใครขับรถเมืองแขกแล้วรอดมาได้ แสดงว่ามีบุญสูง อาหารแขกเหมือนอาหารแขกล่ะครับ ใครไม่ชอบเครื่องเทศ ถั่วเละๆ แป้งทอด จะอยู่กินลำบาก ทั้งบ้านทั้งเมืองมีแต่อาหารแขก อาหารจีนพอหากินได้บ้าง ร้านอาหารไทยในเจนไนพอมีแต่หายาก โรงแรมที่ไปพักเป็นเจ้าของเดียวกับ EA Mall เดินเที่ยวห้างทุกวัน ที่โรงแรม อาหารเช้าเป็นอาหารแขกแบบมังสวิรัติ โชคดีผมชอบกินอาหารแขก ชอบลอง
