Exclusive
หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับแมลงทอดสารพัดชนิดที่สมัยก่อนมักตั้งขายกันตามงานวัด หรือรถเข็นข้างทาง แต่ใครจะคาดคิดว่าเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้จะกลายเป็นอาหารยอดฮิตของผู้คนทั่วโลก ผู้ประกอบการต่างก็สร้างสรรค์สารพัดเมนูแมลงเพื่อเอาใจผู้บริโภค ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะในร้านอาหารริมทาง แต่ยังเสิร์ฟกันในภัตตาคารด้วย แถมยังมีการพัฒนาเป็นอาหารสำเร็จรูปที่สามารถซื้อไปทำกินเองได้ที่บ้านแบบง่ายๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต “Coop” ในสวิตเซอร์แลนด์เพิ่งวางจำหน่ายเบอร์เกอร์และลูกชิ้นทำจากแมลง ซึ่งวาขายอย่างถูกต้องตามกฎหมายครั้งแรกในยุโรป นับเป็นแหล่งโปรตีนใหม่ นอกเหนือจากสเต๊ก ไส้กรอก สัตว์ปีก และปลา บริษัทสตาร์ตอัพด้านอาหาร “เอสเซนโต้” เป็นผู้คิดค้นเมนูใหม่นี้ โดยนำร่องวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต 7 สาขาในสวิตเซอร์แลนด์ และบริษัทมีแผนจะขยับขยายเพื่อจำหน่ายในวงกว้างภายในสิ้นปีนี้ ในเมนูเบอร์เกอร์ ประกอบด้วยตัวอ่อนหนอนนก นอกนั้นก็มีส่วนผสมของข้าว ผัก และเครื่องปรุง ซึ่งในเบอร์เกอร์ขนาด 100 กรัม จะมีโปรตีนอยู่ราว 10 กรัม หรือเท่าๆ กับในเบอร์เกอร์เนื้อขนาดสำหรับเด็ก ก่อนหน้านี้ สวิตเซอร์แลนด์เพิ่งแก้กฎหมายเพื่ออนุญาตให้สามารถขาย
กล้วย เป็นพรรณไม้ล้มลุกในสกุล Musa มีหลายชนิดในสกุล บางชนิดก็ออกหน่อแต่ว่าบางชนิดก็ไม่ออกหน่อ ใบแบนยาวใหญ่ ก้านใบตอนล่างเป็นกาบยาวหุ้มห่อซ้อนกันเป็นลำต้น ออกดอกที่ปลายลำต้นเรียกว่า ปลี และมักยาวเป็นงวง มีลูกเป็นหวี ๆ รวมเรียกว่า เครือ เมื่อพูดถึงเรื่องของกล้วย เราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วโดยทั่วไปว่า กล้วยสามารถนำเอาทุกส่วน ตั้งแต่ ลำต้น ใบ หัวปลี และลูก มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะทำเป็นอาหารทั้งคาว-หวาน ใช้ทำเป็นภาชนะใส่ของ หรือทำเป็นของใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นก็สามารถทำได้หลากหลาย อย่าง คุณขวัญจิต สุขสวัสดิ์ หรือ คุณเก๋ วัย 47 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้ง ร้านเล็กๆ เปิดขายมากว่า 20 ปี ที่หน้ามหาวิทยาลัยสยาม โดยเธอมีอาชีพและสร้างรายได้จากการขายกล้วยปิ้ง เธอเล่าให้ฟังว่า “เมื่อยี่สิบปีก่อนที่จะมาขายกล้วยปิ้ง ก็เคยทำงานทั่วไปมาก่อน แต่ก็ได้ลาออกจากงานเพราะคุณแม่หันมาทำอาชีพค้าขาย โดยเปิดร้านขายผลไม้และต้องการคนมาช่วย จึงลาออกมาช่วยแม่ขายผลไม้ ต่อมาพอร้านขายผลไม้เข้าที่เข้าทาง ก็พอมีเวลาว่างเหลือ จึงมองหางานเสริมทำ ก็ได้เห็นว่าญาติทำกล้วยปิ้งขาย เขาก็ขายได้ และที่สำคัญมันไ
ภายหลังการสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 พลังแห่งการทำความดี และจิตอาสาก็ก่อตัวขึ้นอย่างมากมาย หลายเสียงประสานพ้องกันว่า ได้รับแรงบันดาลใจในการทำความดีจากพระองค์ท่าน รวมทั้งต้องการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ด้วยเช่นกัน “ผมคิดว่า มีคนจำนวนมากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง หลายคนได้แรงบันดาลใจจากพระองค์ ถือเป็นรากฐานสำคัญ เป็นต้นทุนของสังคม ที่สำคัญนับเป็นสปริงบอร์ดที่ให้ผลิดอกออกผลอย่างรวดเร็ว นับเป็นนิมิตใหม่ที่คนเราจะไม่นิ่งดูดายกับความเดือดร้อนของคนอื่น” ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา และจิตอาสาพลังแผ่นดิน เผย และกล่าวต่อไปอีกว่า “ความคาดหวังของเรา คืออยากสร้างแพลตฟอร์ม ให้คนออกมาทำอะไรดีๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ผ่านเดือนตุลาคมนี้ไปแล้ว” แพลตฟอร์ม ที่ ดร.สรยุทธ พูดถึงคือการเข้าร่วมการทำความดี ในลักษณะการเป็นจิตอาสา อย่างมีระบบ ทำไมต้องมีระบบ? การมีระบบไว้ ก็เพื่อการทำงานอย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ ดร.สรยุทธ ยกตัวอย่างว่า หากเกิดภัยพิบัติขึ้น หากไม่มีการประสานงานอย่างเป็นระบบ จิตอาสาก็พร้อมใจกันไปจำนวนมาก จนเกินความต้องการ หรือในอีกด้านหนึ่ง ไ
เราอาจจะรู้จักกันแต่โทรศัพท์มือถือ แต่สำหรับ “เตามือถือ” มันคืออะไร คงต้องไปหาคำตอบจากหนุ่มรับเหมาก่อสร้างชาวชัยภูมิ คนรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์พลังงาน อย่าง คุณรัฐพงษ์ นราพล หรือ คุณโตด เจ้าของไอเดียนี้กัน แต่เดิมที่บ้านพักคุณโตด เลขที่ 155 หมู่ที่ 1 บ้านบัว ตำบลบ้านบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีเตาเผาชนิดที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง เวลาต้องการใช้งานต้องคอยเติมแกลบ ความจริงเตาประเภทนี้ก็ให้พลังงานความร้อนดี แต่เสียอย่างเดียวที่ต้องหมั่นตักแกลบออกจากเตาทุกครั้งเมื่อเสร็จงาน คุณโตดจึงมองเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา เลยเกิดแนวคิดเพื่อประดิษฐ์เตาขึ้นมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย แล้วต้องให้พลังงานความร้อนเพียงพอกับการใช้งานหลายอย่าง อีกทั้งต้องเคลื่อนย้ายง่ายด้วยการหิ้ว จึงเรียกว่า “เตามือถือ” คุณรัฐพงษ์ หรือคุณโตด เจ้าของไอเดียเตามือถือ “ความจริงแล้วเขาเคยเห็นเตาลักษณะแบบนี้ในยูทูบ แต่มองว่าการใช้งานยังยุ่งยาก ไม่ตอบสนองต่อความต้องการอย่างแท้จริง เลยมาหาวิธีแปลงด้วยการเพิ่มช่องใส่เชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้หรือแกลบ พร้อมกับใส่หัวเตาด้านบนเพื่อให้สะดวกต่อการนำภาชนะมาวาง พร้อมกับได้ออกแบบให
ผู้นำป่าชุมชน น้อมนำศาสตร์พระราชา บริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาอุทกภัย ราชบุรีโฮลดิ้ง– กรมป่าไม้ ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายคนรักษ์ป่า ปีที่ 10 ผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม ผสานพลังน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” เรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยหลักการแก้มลิง และฝายมีชีวิต ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชุมชนให้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สมบูรณ์และยั่งยืนเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น องค์ความรู้ดังกล่าวจะนำมาถ่ายทอดแก่ผู้นำป่าชุมชนจากภาคใต้ 80 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชน ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กับกรมป่าไม้ เพื่อจะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้เป็นกลไกป้องกันปัญหาน้ำไม่เพียงพอและลดผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่นับวันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การสัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนครั้งนี้ ได้หยิบยกประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นความต้องการของผู้นำป่าชุมชนที่ได้จากการสำรวจความค
คุณอนุชา งามกิจ หรือพี่ชา วัย 45 ปี เกริ่นเริ่มต้นด้วยตลาดการทำผักไฮโดรโปนิกส์ ของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านฉางไฮโดรฟาร์ม” ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อทำเป็นอาชีพ และธุรกิจว่า “สำหรับผม ผมมองว่าตลาดผักไฮโดรโปนิกส์ยังสามารถไปต่อ และเติบโตได้ เพราะคนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเรื่องอาหารที่ดี ปลอดภัย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพก็ยังอยู่ในความสนใจของคน จึงทำให้ผักปลอดภัยยังคงขายได้” เมื่อตลาดผักไฮโดรโปรนิกส์ในพื้นที่บ้านฉาง จ.ระยอง ยังคงขายได้ และเป็นไปในทิศทางที่ดี คุณอนุชา จึงเล่าว่า “ผมเริ่มมาปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์เมื่อประมาณ 3 ปี ก่อน ตอนนั้นยังทำธุรกิจร้านมินิมาร์ทอยู่เลย โดยที่สนใจมาปลูกผักไฮโดรฯ เพราะแฟนชอบกินผักมาก ก็เลยมาทดลองปลูกผัก ตอนเริ่มต้นปลูก ปลูกแค่ 10 ต้นเองในตอนนั้น เพราะคิดว่าเอาไว้กินเองในบ้าน และมันปลูกสำเร็จ พอสำเร็จก็เลยอยากปลูกอีก ก็ขยายหลุมปลูกเพิ่ม ทำสำเร็จ ก็แจกไปให้เพื่อนบ้านบ้าง ทำอยู่หลายเดือนมาก จนเพื่อนบ้านเขาบอกว่า ไม่ต้องทำมาแจกให้ฟรีแล้ว ทำมาเลย เขาอยากซื้อ จึงเริ่มขยายแปลงปลูกเพิ่มเติ่ม บนดาดฟ้าร้านมินิมาร์ท พอขยายแปลงปลูก ผลผลิตที่ได้
การขายของออนไลน์ตามกระแส สิ่งหนึ่งที่คนขายจะต้องคิดให้ได้คือ คุณจะต้องเร็วและทันกับเวลา ต้องจับกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อได้ว่าสินค้าแบบนี้เดี๋ยวมันจะต้องเป็นที่สนใจ หรืออยู่ในความสนใจของคนบนโลกออนไลน์ คุณมณีรัตน์ รัตนประดิษฐ์ หรือ ตู๋ดตู่ แม่ค้าออนไลน์วัย 25 ปี บอกว่า “เราเป็นเหมือนคนทั่วไป เรียนจบ แล้วก็ไปเข้าทำงานอยู่ในออฟฟิศ ทำไปได้สักพัก มันก็อยู่เลยว่า ไม่ได้มีความชอบ กับการตื่นนอน ไปทำงานออฟฟิศ จึงต้องหาอาชีพใหม่ ลู่ทางใหม่ที่จะประกอบอาชีพ ก็พบลู่ทางขายของออนไลน์ เพราะมีเพื่อนที่รู้จัก เขานำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย เราก็คิดว่า เราน่าจะทำได้ ก็เลยเริ่มเอารองเท้าแฟชั่นแบบต่างๆ มาขาย เริ่มจากเอาสินค้าไปขายในเพจ หรือในกลุ่มออนไลน์ต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกโซเชียล แล้วปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร จึงตัดสินใจที่จะทำจริงจัง และไม่ทำงานออฟฟิศแล้ว เรื่องเริ่มจากตรงนี้” เมื่อจริงจังกับความคิดที่จะขายของออนไลน์ ทีนี้ก็ต้องดูว่าจะมีสินค้าอะไรมาขาย ตู๋ดตู่ บอกว่า เธอเลือกขายรองเท้า ด้วยเหตุผลเพราะ เสื้อผ้ามีคนขายเยอะมากแล้ว และมันคงยาก ก็เปลี่ยนมาจับทางรองเท้าดีกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า บนโซเช
เรียนจบโบราณคดี เคยทำงานอยู่กับทีวี บูรพา การที่ต้องมาทำธุรกิจ บนพื้นที่สวนปาล์ม วิชาการที่ร่ำเรียนมาและประสบการณ์การทำงานในสายงานการสื่อสาร จึงแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับการจัดสรรพื้นที่สวนเกษตรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน ให้สามารถทำเป็นธุรกิจได้ คุณเอกจิตรา กฤษณสุวรรณ หรือ คุณเตย วัย 31 ปี เจ้าของสวน Tonphet และเจ้าของเรื่องราวข้างต้น เธอเล่าให้ฟังว่า “สวน Tonphet แห่งนี้ มันเริ่มมาจากการที่มีพื้นที่อยู่แล้ว ประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระนอง เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน พื้นที่นี้เคยเป็นสวนทำพริกไทย แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำให้การปลูกพริกไทยไปไม่รอด เพราะพื้นที่จังหวัดระนองมีฝนมาก แดดไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พริกไทยแห้งได้ จึงนำเอาปาล์มมาปลูกในพื้นที่นี้แทนตามธรรมชาติ สวนแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ว่าง ที่คุณพ่อมาใช้พักผ่อนในยามที่แกรู้ตัวป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เตยตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ตอนเริ่มต้นที่ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่สวนนี้ ก็ทำเป็นร้านอาหาร การตอบรับถือว่าดีมากๆ แต่มันกลับไม่ตอบโจทย์พื้นที่ ที่เราต้องการให้เป็นจ
ขนมโตเกียว เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง คล้ายกับขนมโดรายากิของญี่ปุ่น คือ เป็นแป้งแพนเค้กชิ้นบาง ๆ ทำให้ร้อนบนเตาขนาดเล็กที่มีหน้าเตาแบน แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสูตรของคนขายแต่ละเจ้าว่าจะมีไส้อะไรบ้าง คุณธยศ ทองแจ้ง หรือ คุณแบงค์ วัย 39 ปี เจ้าของร้านขนมโตเกียวชาร์โคล ที่ตอนนี้โตเกียวชาร์โคล กำลังเป็นกระแสยอดฮิตในโลกออนไลน์ และขายดีมากๆ ในตลาดรวมทรัพย์ตอนนี้ เรียกได้ว่าซื้อง่าย ขายคล่อง ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ขนมโตเกียว คุณแบงค์ เล่าว่า “ผมเรียนจบ ม.3 ครับ ด้วยเพราะรู้แนวทางของชีวิตว่า ตัวเราเองไม่ชอบทำงานประจำ ไม่อยากอยู่ในกรอบระเบียบ เมื่อเรียนจบ ม.3 จึงไม่เรียนต่อ แต่หันมาเริ่มตั้งต้นทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง เริ่มแรกจากการขายของใช้ทั่วไปก่อน ไม่เคยคิดจะขายของกิน ด้วยเพราะคิดว่า ของแห้ง เก็บได้นานไม่เน่าไม่เสีย แต่สุดท้ายก็พบว่ามันยากพอสมควรเลยกับการขายของประเภทนี้ เพราะมันเป็นของใช้ฟุ่มเฟือย คนเราไม่ซื้อก็สามารถอยู่ได้ แต่กับของกินมันต่างออกไป จึงคิดอยากลองทำขนมขาย เลยมองไปที่ขนมโตเกียว เพราะเป็นขนมที่กินง่าย คนรู้จักอยู่แล้ว ใครๆ ก็ซื้อกินได้
ช่วงปิดเทอมกลางภาค นานราวหนึ่งเดือน น้องๆ เยาวชนหลายคน อาจไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เลยพากันออกมาหางานพิเศษทำ เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ มักเป็นงานบริการอย่าง พนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารแบรนด์ดังต่างๆ หากสาวน้อยความสูงไม่ถึงร้อยสามสิบเซนฯ อยากไปสมัครเป็น “เด็กเสิร์ฟ” คงไม่มีใครรับ ทั้งยังอายุอานามก็เพียง 8 ขวบ เรียนอยู่แค่ชั้น ป.3 การออกหารายได้เสริมช่วงหยุดยาวนี้ คงเป็นเรื่องลำบากสักหน่อย แต่สำหรับ “ปุ๊กกี้-ด.ญ.วิชญาดา เลิศญาณนันท์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต แล้ว วัยหรือส่วนสูงเธอเองนั้น ไม่ใช่ปัญหาในการหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวแต่อย่างใด “หนูอยากมีเงินออมเยอะๆ ค่ะ แม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนักหาเงินมาซื้อของให้หนู” ปุ๊กกี้ เริ่มต้นเสียงใส ก่อนเล่าต่อ พอสรุปใจความได้ว่า “แม่ปลา” กับ “ป้าหนิง” ของเธอนั้น มีความสามารถด้านการประดิดประดอย หยิบจับส่งของใกล้ตัวมาสร้างเป็นงานศิลปะได้หลายอย่างและมักใช้เวลาว่างชวนให้เธอลองทำด้วย กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ “แม่ปลา” ของเธอ นำลูกโป่งมาบรรจุแป้งลงไปให้ลูกโตพอที่มือผู้ใหญ่จะกำได้รอบ ก่อนนำลูกโป่งมาติดตา ติดไหมพรม กลายเป็นตุ๊กตาหน้าตาน่ารัก แถ
