Exclusive
คุณพิเชษฐ พรมเพ็ง หัวหน้ากลุ่มศิลปะประดิษฐ์จากเส้นลวด บ้านทับคล้อ จังหวัดพิจิตรปัจจุบันอายุ 45 ปี พื้นเพเป็นคนทับคล้อ มาแต่กำเนิด ให้ข้อมูล ก่อนหน้านี้เคยทำอาชีพเป็นช่างแกะลาย ปั้นช่อฟ้าใบระกา ตามวัดต่างๆ กระทั่งเมื่อราวปี 2542 มีโอกาสไปเที่ยวงานประจำปีของจังหวัดพิจิตร เกิดไปสะดุดตากับงานศิลปะจากเส้นลวดวางขายอยู่ มีรูปทรงเป็น “ช็อปเปอร์” พาหนะสองล้อในฝันของผู้ชายครึ่งค่อนโลก เข้าไปสอบถามราคา รู้ว่าพอไหว จึงซื้อกลับมาบ้าน พิจารณารายละเอียดว่าเขาทำกันอย่างไร ก่อนนำสายไฟที่เห็นกันทั่วไปมาลองบิดไปบิดมาตามแบบ แต่ออกมาไม่สวยเท่าใหร่ อีกทั้งสายไฟก็มีราคาแพงมาก คุณพิเชษฐ พรมเพ็ง จึงโทรศัพท์ไปหาพ่อค้าที่ขายของให้กับเขา เพื่อสอบถามว่าจะหาซื้อลวดกับสายยาง ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการสร้างโมเดลดังกล่าวได้ที่ไหน คำตอบที่ได้ไม่มีกลับมา เพราะพ่อค้าคนนั้นวางหูใส่ ไม่คุยด้วยแม้แต่คำเดียว แต่เขาไม่ละความพยายาม โทรศัพท์ไปสอบถามให้แน่ใจอีกครั้ง คราวนี้มีข้อเสนอกลับมา ถ้าจะให้บอกแหล่งซื้อวัสดุต้องจ่าย 2,500 แต่ถ้าจะให้สอนทำด้วย ขอแค่ 3,000 บาท “ตอนนั้นอยากทำเพราะชอบ กะว่าจะเอามาใส่ตู้โชว์ เลยตัดสินใจไปเรียนกับเ
RUSHBIKE (รัชไบค์) เป็นบริษัท Start Up ของคนไทย ที่ให้บริการรับส่งเอกสาร รับส่งพัสดุ รับส่งสินค้า และรับส่งของด้วย “แมสเซนเจอร์ –Messenger”มืออาชีพ ผ่าน “แอพพลิเคชั่น”บนสมาร์ทโฟน และอีกหลายช่องทาง เพื่อให้การรับส่งเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยแมสเซนเจอร์ที่วางใจได้ สามารถติดตามสถานะและตำแหน่งของแมสเซนเจอร์แบบเรียลไทม์ ได้ตลอดเวลา ทั้งยังสามารถรู้ราคาลล่วงหน้าก่อนการตัดสินใจใช้งานอีกด้วย คุณจ๊อบ – ณัฐพงศ์ ศศะสมิต หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกิจการ RUSHBIKE วัย 30 ปี ย้อนให้ฟังเกี่ยวกับความเป็นมา เริ่มจากตัวเขาเองจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร(SIIT-เอสไอไอที) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานประจำอยู่บริษัทเอกชนข้ามชาติแห่งหนึ่งอยู่ 4 ปี ก่อนได้รับทุนให้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเวลา 1 ปี ระหว่างนั้นมีความสนใจในเรื่องของการทำธุรกิจ จึงเข้าไปฝึกงานกับบริษัท Start Up ด้านการดูแลลิขสิทธิ์เพลง เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงฟอร์มทีมงาน ตั้งกิจการ Start Up ด้านซอฟท์แวร์เฮาส์ แลด้านการศึกษา แต่ไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้มา
เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลจาก ธนาคารกสิกรไทย ระบุถึงตัวเลขเกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 20 ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางต่างๆ กว่า 5 แสนราย และมีคนไทยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ถึง 14.87 ล้านคน ทั้งนี้มีการประเมินด้วยว่า ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ ในส่วนของการซื้อขาย ตรง ไปยังผู้บริโภคนั้นสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ส่งต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จำนวนการใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นไปอย่างมาก เมื่อบรรยากาศโดยรวมแสนจะคึกคักอย่างที่เกริ่น ยามนี้ จึงมีธุรกิจหลายรูปแบบ กระโดดเข้ามาเป็น “ผู้เล่น” ในตลาดออนไลน์ กันมากหน้าหลายตา Shipyours –ชิปยัวร์ส คือ หนึ่งในผู้เล่นในตลาดค้าขายออนไลน์ เป็นธุรกิจบริการรับจัดเก็บสินค้า ที่มาพร้อมกับการรับบรรจุ และจัดส่ง สำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซขนาดย่อม ที่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าขนาดเล็ก พร้อมทีมงานบรรจุและจัดส่ง โดยการรับคำสั่
ชอบกิน สนใจขาย ปูดองไทย สไตล์เกาหลี คุณพชิราภาฐิย์ ยุวสกุลไกร หรือ คุณเนย หญิงสาวอายุ 29 ปี หนึ่งในเจ้าของเพจ “ปูดองอันยอง” จับมือกับน้องสาว คุณพิมพ์นารา พงษ์พยอม หรือ คุณเนียร์ สร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา โดยอาศัยความชอบของตนเองเป็นสิ่งนำทาง ประกอบกับต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตลาดออนไลน์ คุณเนยและน้องสาว เติบโตมากับครอบครัวธุรกิจร้านอาหารทะเล ในชื่อร้าน “เพ็ญ” ตั้งอยู่แถวถนนจันทร์ แต่ทว่ากับการทำร้านอาหารในความคิดของทั้งสองพี่น้องคือความ “เหนื่อย” จึงไม่ขอทำ กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับน้องสาวถึงการสร้างธุรกิจร่วมกัน ประจวบกับในเวลาอันใกล้นั้น แฟนของน้องสาวซึ่งประกอบอาชีพร้านอาหารอยู่ในสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับประเทศไทย จึงจับมือร่วมกันเพื่อนำประสบการณ์และความรู้มาสานสู่อาชีพ ปูดองสไตล์เกาหลี คือเมนูที่คุณเนยชื่นชอบ และได้มีโอกาสลิ้มรสจากต้นตำรับในประเทศเกาหลีมาแล้วหลายเจ้า จนเกิดเป็นความคิด น่าจะทำเองได้ จึงใช้เวลาทดลองสูตรประมาณ 1 เดือน “ตอนแรกยังไม่กล้าขายนะ แต่ว่าเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาเดินทางไปเกาหลีบ่อย และได้กินปูดองของที่นั่นน่าจะทุกร้านแล้ว เขาก็บอกว่ารสชาติที่เราทำด
ความสนใจในสีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้าของคนยุคนี้ ยังไม่หมดไป มีแต่แนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนในเมืองกรุง ที่มีชีวิตและวิถีการดำเนินชีวิตอยู่กับท้องถนนและตึกสูงใหญ่ จะหาพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ที่มีต้นไม้ให้ได้พอเย็นตา คลายร้อน ชื่นใจ ได้นั้น เห็นทีจะต้องไปดูกันถึงที่สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้นไม้หนาตากว่าที่อื่นๆ เชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่ชอบการได้เห็นต้นไม้ แต่หากจะมองหาต้นไม้ที่จะสามารถดูแล และปลูกเองได้ที่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่อนข้างจำกัด การมองหาต้นไม้ที่จะสามารถไปตั้งวาง หรือปลูกเลี้ยงไว้ภายในบ้าน คอนโด หรือหอพัก แบบนี้ก็คงจะหนีไปพ้นการมองหาไม้ประดับขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องการพื้นที่ในการเพาะเลี้ยง หรือเจริญเติบโตมากนัก และมีความสามารถเติบโตในพื้นที่ขนาดเล็ก มีความอึดพอสมควร ก็หนีไม่พ้นการนึกถึง กระบองเพชร หรือ แคสตัส ตามภาษาสมัยนิยมที่เรียกกันในขณะนี้ ตามลักษณะโดยทั่วไปของกระบองเพชร มีหลากหลาย มากมายสายพันธุ์ โดยลักษณะพิเศษของต้นไม้ขนาดเล็กชนิดนี้อยู่ที่ลักษณะของต้นที่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำ ลำต้นและกิ่งกลม ตั้งตรง หยักลึกเป็นร่อง แตกหน่อที่โคน ส่วนใบคือส่วนของลำต้นที่
อดีตลูกชาวสวนที่มุ่งหน้าเข้ามาหาอนาคตในเมืองกรุง เลือกที่จะอยู่วัดเพื่อควบคุมความประพฤติ เลือกเรียนวิศวกร สาขาเครื่องยนต์ จบมาทำงานบริษัทแถวหน้ารับเงินเดือนเป็นแสน แต่แล้วด้วยความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หนที่สุดปฏิเสธบทบาทพนักงานออฟฟิศ แล้วมุ่งหน้าสานฝันให้เป็นจริง แต่กว่าจะเป็นนักธุรกิจแป้งฝุ่นร้อยล้านในวันนี้ ก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มานับไม่ถ้วน ทั้งถูกโกงจนหมดตัว ลูกค้าไม่จ่ายเงิน แม้กระทั่งลูกน้องเคยฆ่าตัวตาย อดีตเคยถูกโกง ตั้งหลักทำหลายธุรกิจ คุณอนุศิษฏ์ ลิ้มสุขเจริญกุล หรือ คุณริน เล่าว่า หลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เลือกเรียนอาชีวะปวช. วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ก่อนจะไปต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ สาขาวิศวะเครื่องกล จบมาทำงานที่แรกเป็นวิศวกรบริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้า หลังจากนั้น ย้ายไปอยู่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ ไม่นานนักมาอยู่แผนก QC และเขียนแบบตู้เซฟ งานประจำที่สุดท้ายคือ เป็นวิศวกรดูแลระบบเครื่องทำความเย็น อาทิ แอร์บ้าน แอร์สำนักงาน สรุปทำงานประจำได้ราว 3 ปี ก่อนจะลาออกไปเปิดบริษัทรับติดตั้งแอร์บ้าน “ปี 2544 ผมทำธุรกิจติดแอร์บ้าน ทำได้ 6 เดือน ต้องปิดตัวล
ผมได้นั่งเรือสปีดโบ๊ตเป็นครั้งแรก มันโขลกๆ กระโดดๆ เหมือนโขลกครกดี เวลาเจอคลื่น แถมตอนที่ไปเป็นช่วงเวลาก่อนที่เขาจะปิดเกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เอาชนิดที่ว่าบนฟ้ามีเมฆครึ้มๆ พอให้หัวใจเต้นตุ๋มๆ ต๋อมๆ และเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ได้มาเยือนเกาะหลีเป๊ะ เคยล่องเรือใหญ่รอบตะรุเตา แต่ไม่ได้ขึ้นหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นเกาะในฝันของนักดำน้ำทั้งไทยและเทศมาดูปะการัง ภารกิจ คือ มาให้ความรู้เรื่อง “ร้านอาหารสีเขียว” แก่คนโรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหารบนเกาะหลีเป๊ะครับ โดยการพาไปของมูลนิธิ 3R มูลนิธิชัยพัฒนา และสมาคมการบริหารโรงแรมไทย ที่มาที่ไปคือเมื่อไม่กี่ปีก่อน สมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จฯ มาเกาะหลีเป๊ะ แล้วทรงพบว่าบนเกาะหลีเป๊ะ ขยะเยอะมาก ขนมาทิ้งบนฝั่งไม่ทัน จนแมลงวันมากกว่านักท่องเที่ยว พระองค์ เลยรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนาช่วยจัดการที ผมเลยได้เกียรติเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะบนเกาะหลีเป๊ะ ชื่อของมูลนิธิ 3R เต็มๆ คือมูลนิธิจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เป็นเครือๆ ของมูลนิธิชัยพัฒนา 3R มาจากคำ Reduce Reuse Recycle เป็นหลักสำคัญของการทำโลกให้เขียว Reduce (รีดิวซ์) คือลดการใช้ทุกอย่างโดยเฉพาะของที่ทำลายสิ
ช่วงเศรษฐกิจขาลง หลายคนบ่นอุบ ข้าวของขายกันไม่ค่อยจะได้ ลดแลกแจกแถมก็แล้ว ยังไม่กระตุ้นการซื้อซักเท่าไหร่ ทำให้บรรยากาศค้าขายโดยภาพรวมยามนี้ ออกไปในแนว “ทรงกับทรุด” เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จะว่าไปอาจไม่ใช่เป็นทุกวงการที่ขายไม่ค่อยดี เพราะไม่กี่วันก่อน มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการรายหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ข้อมูลมาน่าสนใจ แม้เพิ่งเริ่มทำได้ไม่กี่ปี แต่ทุกวันนี้มีทั้งบ้าน-มีทั้งรถ เป็นของตัวเอง แถมมีออเดอร์เข้าทุกวัน แบบไม่ขาดสาย คุณนัท -วรวุฒิ เลิศชูสกุล เจ้าของกิจการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับสไตล์ไทยประยุกต์ เน้นการออกแบบไปที่ลวดลายของ “พญานาค” ภายใต้ชื่อเรียกขานแบรนด์ว่า “จักรานาคา” เริ่มต้นแนะนำตัวให้รู้จัก พื้นเพเป็นคนเชียงใหม่ ปัจจุบันอายุสี่สิบปลาย ก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้วหลายอาชีพ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอาหารและขนม วนเวียนอยู่ในแวดวงดังว่าอยู่หลายปี รู้สึกอิ่มตัว จึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่ “เคยทำร้านอาหารมาหลายปี แต่รู้สึกว่าค้าขายเกี่ยวกับเนื่อสัตว์ไม่ค่อยขึ้น เลยหันมาทำขนม แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ พอถึงจุดหนึ่งจึงเกิดความเบื่อหน่าย เหมือนชีวิตถึงจุดตก เลยออกเดินสายทำบุญ ไปไหว้พระต
“พื้นที่เเห่งรัก” ที่เป็นมากกว่า บ้าน คือ นิยามตัวเอง ของฟาร์มสเตย์ บ้านไร่ไออรุณ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งมี คุณเบส-วิโรจน์ ฉิมมี วัยสามสิบ สถาปนิกหนุ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกเมื่อไม่นาน ซึ่งปัจจุบันเป็นกิจการที่ได้รับการกล่าวขานถึงกันอย่างกว้างขวางถึงความพอดีและพอเพียง จนถูกจัดให้เป็นฟาร์มสเตย์มาแรงสุดในเวลานี้ เพราะมีคนจองคิวยาวเหยียด เต็มตลอดทั้งปี “สิ่งที่ผมกำลังทำเเละเเบ่งปันออกไป ผมไม่ได้อยากเเละมีเจตนาที่จะเชื้อเชิญ หรือให้ทุกคนบนโลกใบนี้เดินทางมาที่บ้านของผม …เเต่ผมอยากให้ทุกๆคนกลับบ้านของคุณเอง เเล้วสร้างบ้านให้มีชีวิต เติมเต็มความสุขให้กับคำว่า บ้าน หลังนั้นของคุณอีกครั้ง”คุณเบส เผยความรู้สึกไว้อย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ทำงานในกรุงเทพฯได้ 3 ปีกว่า จึงลาออกและเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อสร้างฝันของตัวเอง ด้วยการปลูกบ้านเพื่ออยู่กับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ช่วงแรกไม่มีใครเห็นด้วย เพราะคิดว่าส่งลูกเรียนแล้ว ลูกต้องได้ทำงานในกรุงเทพฯจะได้ไม่มาเหนื่อยแบบพ่อ-แม่ที่ต่างจังหวัด
โอกาสมีไว้ให้พุ่งชน คงเป็นคำพูดที่ไม่ผิดนัก สำหรับนักธุรกิจวัย 24 ปีคนนี้ ที่สามารถต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ไปสู่ธุรกิจทำเงินและสามารถต่อยอดธุรกิจที่มีให้เติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบได้อย่างดีทีเดียว คุณณัฐวุฒิ เทพเซ่งลี เจ้าของธุรกิจ “ปูนึ่ง นำโชค” วัย 24 ปี เล่าว่า “เดิมเป็นคนสุราษฎร์ธานี ครอบครัวมีธุรกิจแพปูม้า มีเรือออกจับปูม้าและจับหมึกสายหยุดอยู่ก่อน แต่เป็นแพเล็กๆ ที่เมื่อได้วัตถุดิบมาก็เอาไปขายให้กับแพที่ใหญ่กว่ามารับซื้อไป วัตถุดิบที่ได้ก็ส่งไปขายหมด การขยายธุรกิจที่บ้านค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพิ่งมาขยายได้จริง ก็เมื่อประมาณ 5 ปีมานี้ ส่วนตนนั้น ตอนเรียน เรียนอยู่ที่จังหวัดหัวหิน หลังเรียนจบก็เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำได้ประมาณ 6-7 เดือน ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ได้ทำ ด้วยเหตุผลทางโอกาสจากงานประจำที่ทำ ได้พบปะกับนักธุรกิจ ทำให้ได้ไอเดียและเกิดแนวคิดจากนักธุรกิจหลายท่านแนะนำว่า หากอยากทำธุรกิจ ลองมองหาสิ่งที่ใกล้ตัว รู้จักและชอบในการเริ่มต้น จึงปรึกษากับทางบ้านว่า หากนำเอาวัตถุดิบจากแพของเราเองมาต่อยอด โดยเฉพาะปูม้า ซึ่งทางแพที่สุราษฎร์ธานี มีคนมาแกะปูที่แพ
