Exclusive
ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าคนไทยมีบัตรเดบิต จำนวนกว่า 50 ล้านบัตร จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 66 ล้านคน แต่พฤติกรรมการนำบัตรเดบิตไปใช้ ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มมากกว่า ขณะที่การใช้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าโดยตรงยังน้อยมากกก…คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ประเทศที่มีระดับการพัฒนาประเทศสูงส่วนใหญ่ จะมีการใช้บัตรเดบิตในการชำระเงินแทนเงินสดอย่างแพร่หลายมากกว่า อะไรที่ทำให้คนไทยไม่ใช้บัตรเดบิตรูดซื้อสินค้า? ปัญหาอย่างหนึ่งต้องยอมรับว่า ร้านค้าที่รับบัตรยังมีไม่แพร่หลายครอบคลุมทั่วประเทศมากนัก ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้าบางรายเลือกที่จะไม่รับชำระเงินด้วยบัตร หรือรับชำระเงินด้วยบัตรแต่กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ หรือให้ส่วนลดการชำระด้วยเงินสดมากกว่าการชำระด้วยบัตร เนื่องจากร้านค้ามีภาระค่าธรรมเนียมการรับบัตร (Merchant Discount Rate) และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องค่อนข้างสูง นอกจากนี้ สถาบันการเงินผู้รับบัตร หรือภาษาในวงการบัตรอิเล็กทรอนิกส์จะเรียกว่า Acquirer ก็มีต้นทุนในการวางเครื่องรับบั
การออกแบบชิ้นงานด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำได้สินค้าชิ้นนั้นก็จะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร มีทั้งมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว อีกทั้งการใช้วิชาเรียนมาเป็นตัวเสริมสร้างแนวคิดยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เหมือนกับร้าน a.hoopp ร้านขายสินค้าที่เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญน่ารักๆ ให้กับทุกคน คุณจำปูน-สุธิดา อัตพุฒ อายุ 25 ปี จบปริญญาตรีจากภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Graphic Designer บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของของขวัญดีไซน์เก๋ โพสต์ขายสินค้าผ่านอินสตาแกรมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังจากเรียนจบเริ่มหางานทำเกี่ยวกับ Graphic Designer ในระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์งาน เริ่มเปิดร้าน a.hoopp (เอ.ฮู้ป) ปัจจุบันเปิดได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ในตอนนั้นเป็นช่วงงานรับปริญญาของเพื่อนๆ ที่สนิท เลยตั้งใจจะทำของขวัญแจกเพื่อน จึงนึกถึงของที่อยากทำมานาน นั่นก็คืองานปักลายลงสะดึงเป็นภาพคน แต่ตนปักไม่เป็น ถนัดงานวาดในคอมฯมากกว่า เลยพยายามหาอุปกรณ์ที่สามารถพิมพ์ลายลงผ้าได้ งานชิ้นแรกจึงเป็นการออกแบบภาพวาดในสะดึง พอทำเสร็จออกมา
ยามนี้เห็นข่าวฮือฮาเกี่ยวกับการโปรยทานของบรรดานาคในงานอุปสมบทกันหลายราย ทำให้นึกถึงอาชีพสร้างงานอางานประดิษฐ์ “ห่อเหรียญโปรยทาน”ด้วยกระดาษแก้วหรือริบบิ้นสีต่างๆ ซึ่งนับวันดูจะมีรูปทรงสวยงามแปลกตา ขึ้นอยู่กับฐานะเจ้าภาพว่าจะทุ่มทุนกันมากมายขนาดไหน คุณลูกน้ำ-ภาสวรรณ สุขสวัสดิ์ เป็นหนึ่งสาวที่สนใจงานประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเจ้าของไอเดียสุดครีเอท ภายใต้แบรนด์ เหรียญโปรยทาน Ribbon Art ชูความต่างด้วยการนำริบบิ้นมาพับออกแบบหลากหลายรูปทรง อย่างเหรียญโปรยทานตัวการ์ตูนมินเนี่ยนที่สร้างชื่อให้กับเธอ จุดเริ่มต้นเกิดจากความชอบส่วนตัว เคยไปตามงานบวชแล้วได้เก็บเหรียญโปรยทานกลับมาบ้าน มีความสนใจ ด้วยลักษณะการห่ออันสวยงาม คิดอยากทำตาม ต่อมาบังเอิญเจอนักศึกษากำลังนั่งห่อเหรียญในมหาวิทยาลัย จึงให้ช่วยสอน แบบพื้นฐานง่ายๆ เมื่อลองทำเริ่มสนุกกับงาน ค้นหาข้อมูลวิธีทำทางเว็บไซต์มาฝึกหัดเอง แบบแรกที่ทำคือ ดอกกำพรึก ช่วงหัดใหม่ๆใช้กระดาษตัดเป็นเส้นๆมาลองพับ หัดเองไปเรื่อยๆ จากช่วงแรกทำเป็นงานอดิเรก เริ่มพัฒนาจนชำนาญ จึงตัดสินใจทำขายเป็นอาชีพเสริมในเพจเฟชบุ๊ก “เหรียญโปรยทาน Ribbon Art” และด้วยความเป็นกันเองตอบคำถามเป็
หลังจากมีเสียงเรียกร้องให้จัดอบรม “วิชาสปา” ให้กับผู้ประกอบการสปา ที่ต้องการใช้ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มในธุรกิจที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไปไทยสืบต่อกันมาแต่โบราณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในฐานะที่เป็น ผู้นำด้านการพัฒนาสมุนไพรและได้ขยายมาสู่ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอภัยภูเบศร เดย์ สปา ขึ้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการและนักบำบัดสปา ให้มีองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และสามารถประยุกต์นำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย-สมุนไพร ไปใช้ในการบริการสปาได้ เพื่อยกระดับการแพทย์แผนไทยเข้าสู่การบริการในระดับนานาชาติ และสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ให้กับสปาของไทยได้ ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดการอบรมขึ้นเป็นครั้งที่สองขึ้น เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอย่างล้นหลาม เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการสปา ผู้ให้บริการสปา และแพทย์แผนไทย ที่สนใจในการนำองค์ความรู้เรื่องศาสตร์ของ”เจ้าเรือน”ไปประยุกต์ใช้ในทุกมิติการส่งเสริม ฟื้นฟูสุขภาพในสถานบริการสปาของแต่ละแห่ง โดยมีการสอนให้เข้าใจในลักษณะของแต่ละเจ้าเรือน การแก้ไขปัญหาสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงการนำองค์ความรู้เรื่องข
เปิดตัวเป็นทางการไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกเสียงฮือฮาได้กว้างขวาง สำหรับ “ช่างชุ่ย” เจ้าของนิยาม “โรงผลิตความคิดสร้างสรรค์” บนพื้นที่กว่า 11 ไร่ ริมถนนสิรินธร ย่านฝั่งธน คุณสมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของเสื้อผ้าแบรนด์ดัง Fly Now ในฐานะผู้ก่อตั้ง “ช่างชุ่ย” ให้คำนิยามกิจการล่าสุด ที่กำลังเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” อยู่ในยามนี้ไว้ว่า “ช่างชุ่ย…เป็นโจทย์ ที่อยากให้คนมาค้นหาคำตอบ” เมื่อได้ “ฤกษ์งามยามชุ่ย” ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงเดินทางไปค้นหาคำตอบ กับเขาบ้าง ภาพตื่นเต้นที่เห็นครั้งแรก ตอนแล่นรถผ่านหน้าทางเข้าเพื่อหาที่จอด คงหนีไม่พ้น “เครื่องบินลำโต” ที่จอดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางลาน มองผ่านลอดรั้วเข้าไป เห็นผู้คน แทบทุกเพศวัย พร้อมใจกันยกสมาร์ทโฟน ขึ้นมา “เซลฟี่” กันอย่างสนุกสนาน ผ่านประตูทางเข้าริมถนนสิรินธรไปไม่เท่าไหร่ เห็นหางแถวรถติดยาวเหยียด เหลือบทางซ้ายมือ เห็นป้ายลูกศรชี้ไปลานจอดรถ “ช่างชุ่ย” ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แม้ไม่มีที่จอดรถด้านในแต่เดินไม่ไกลนักก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อแล่นรถตามกันไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้ายวกเข้าซอยบางกรวย-ไทรน้อย ไปตามป้ายบอกทางที่จอด
สัพเพเหระกับคุณตุ๊ก วันนี้มีวิธีเก็บเงินอีกแบบมาเล่าให้ฟังค่ะ เล่าจากประสบการณ์ของคนคำนวณไม่เก่ง แต่คิดแบบง่ายๆว่าจะเก็บเงินยังไงดีนะคะ วันก่อนเล่าเรื่องฝากประจำ 24 เดือนไปแล้ว วันนี้จะแบ่งการฝากเงินเป็นกองๆค่ะ เช่น เรามีบัญชีเงินเดือนอยู่ 1 บัญชี แล้วอยากเก็บเงินเป็นส่วนต่างๆ พอเงินเดือนออกก็แบ่งเงินออกเป็นกองๆ หรือส่วนๆ ขาดจากกันให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจน โดยแนะนำว่าวันเงินเดือนออก ให้โอนเงินเก็บในบัญชีอื่นๆเลยให้เป็นประจำทุกเดือน จะได้ไม่ต้องจำว่าจะต้องโอนวันไหนค่ะ ถ้าไม่อยากมีหลายบัญชี เราต้องมีวินัยในการจดนะคะ แนะนำว่าควรมีบัญชีเงินเก็บแยกจากบัญชีเงินเดือน เช่น เงินเดือนออก เราแบ่งเงินออกเป็นเงินสำหรับท่องเที่ยว ค่าเทอมลูก เงินสำหรับเก็บ เงินค่าใช้จ่ายประจำแต่ละเดือนสำหรับค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้าน เป็นต้น จะได้เห็นชัดๆว่าเราจะมีเงินสำหรับใช้จ่ายจริงๆเท่าไรในแต่ละเดือน ไม่งั้นจะใช้จนเงินหมดหรือไม่พอค่ะ บางคนอาจมีบัญชีสำหรับเก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล ลองเปลี่ยนการทำประกันชีวิตพร้อมส่วนควบสุขภาพก็น่าสนใจนะคะ สามารถเลือกความคุ้มครองได้หลายอย่าง เช่น กำหนดค่าห้อง หรือมีเงินชดเชย
ไก่อบฟาง เมนูขึ้นชื่อแต่โบราณกาล รู้จักกันแทบจะทั่วไป แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี กุ้งอบฟาง ที่ลือลั่นในโลกอินเตอร์เน็ท มาแนะนำ กุ้งอบฟาง ในที่นี้ เป็นของร้าน จินดาคาบาน่า มีคุณจิรนาถ วงศ์งามดี หรือคุณไก่ วัย 53 ปี เป็นเจ้าของ จุดเด่น ของกุ้งอบฟาง เจ้านี้คือ นำกุ้งมาอบฟาง ไฟลุกพรึ่บพรั่บกันบนโต๊ะอาหารเลยทีเดียว (ชมคลิป) คุณไก่ เล่าว่า แนวคิดได้มาจากที่วันหนึ่ง สามีอยากกินไก่อบฟาง แต่หาไก่ไม่ได้ มีแต่กุ้ง ก็เลยทดลองเอากุ้งมาอบฟาง ก็ได้รสชาติแปลกไปอีกแบบหนึ่งคือหอมกลิ่นฟาง ทว่า จากจุดเริ่มต้น มาจนถึงทำออกขายได้นั้น ก็ต้องผ่านการคิด ประดิษฐ์อุปกรณ์อยู่พักใหญ่ ตั้งแต่การเสียบกุ้ง การทำปี๊บ(ดัดแปลง) มาครอบ สุมด้วยฟาง ที่อยู่ในตะกร้าเพื่อไม่ให้ฟางกระจัดกระจาย ส่วนกุ้ง ก่อนนำมาอบก็นำไปทอดมาก่อน ให้มีความสุกที่ 90 เปอร์เซนต์ กุ้งเลือกขนาด 12 ตัวต่อหนึ่งกิโลกรัม ซื้อจากบ่อกุ้งทั่วไป (กุ้งเป็นๆ กุ้งสด) ราคา อยู่ที่ราว 450-460 บาท ส่วนเมื่อนำมาอบฟางแล้วขายให้ลูกค้า ที่ราคา 750 บาทต่อกิโลกรัม น้ำจิ้มก็เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดทั่วไป แต่ที่เน้นคือรากผักชี และมะนาวจริง ใครสนใจ ตามไปชิม ไปดูไอเด
เปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการ “เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์” ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยคุณวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธาน ซึ่งโครงการนี้จัดเป็นครั้งที่ 9 แล้ว โดยเน้นภาคธุรกิจบริการ อันเป็นธุรกิจสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศ คัดเลือกผู้ประกอบการธุรกิจบริการจำนวน 20 รายเข้าร่วม อาทิ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการบริหารจัดการองค์กรในยุคที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ THAILAND 4.0 โครงการนี้ เริ่มจัดตั้งแต่ปี 2552 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้มากกว่า 1,468 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 207 บริษัท เจ้าของกิจการต้องเปิดใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของโลกทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องหาแนวทางหรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งการหาลูกค้าใหม่ในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ และการนำระบบสารสนเทศเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการต้นทุนภายในอง
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์ จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินล้านทุกปี ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเล็งแปรรูปมะนาวไร้เมล็ดในรูปของน้ำมะนาว มะนาวผง และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว “พื้นเพเป็นคนพิษณุโลก แต่ต้องเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ จบมาก็สมัครเข้าทำงานธนาคารได้ 1 เดือน แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้งานหลายด้าน เช่น งานขายงานบริการ และเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการในองค์กรใหญ่ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ตัดสินใจลาออกมาปลูกมะนาวขาย เพราะช่วงทำงานได้ลองนำ มะนา
ความสำเร็จ นั้นอยู่ที่ผู้อื่นกล่าวถึง มิใช่ยกย่องสรรเสริญตนเอง จะรู้จักอุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ มากไปกว่าความเป็นเฮียใหญ่ของคนเชียงใหม่ เจ้าของธุรกิจในเครือนิ่มซี่เส็ง สิงห์เหนือที่ประสบผลสำเร็จมากมายหลายอย่าง เป็นยักษ์ในวงการขนส่งที่สร้างขึ้นมาด้วยมือและได้เห็นผลสำเร็จนั้นด้วยตาตนเอง ย่อมต้องให้ความสนใจสายตาที่สังคมมองเขาอยู่ อุทัต สุวิทย์ศักดานนท์ เป็นหนึ่งในเพียงสี่คนไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีนเข้าร่วมประชุมสุดยอด100นักธุรกิจเชื้อสายจีนจากทั่วโลก นอกจากเขาแล้วมีเพียงเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวใหญ่ค่ายช้าง ,ธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี. และ ไกรสร จันศิริ เจ้าสัวซีเล็คทูน่า “ มีผมคนเดียวที่ไม่ใช่เจ้าสัว แถมบ้านนอกด้วย” เจ้าตัวบอกพร้อมยิ้มสว่าง เขาได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับผู้ประสบผลสำเร็จในหลากหลายสาขาวิชา นั่นยืนยันว่าคนอื่น สังคมอื่น ยอมรับในความสำเร็จของเขา ขณะที่เจ้าตัว ยกให้เพียงสองสิ่งที่นำพาตนเอง ครอบครัว และธุรกิจมาถึงวันนี้ได้ “ขยัน และอดทน ผมมีเท่านั้นจริงๆ ทำๆๆๆเก็บๆๆๆ ถังคุณก้นไม่รั่ว วันหนึ่งน้ำมันก็เต็ม” เกิดในครอบคัวคนจีน
