Exclusive
เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่สถานการณ์ชายแดนใต้ของไทย ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ สภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ การประกอบธุรกิจน้อยใหญ่ ทุกวันนี้จึงแตกต่างจากในอดีตแทบจะสิ้นเชิง การเข้าถึงสินค้า-บริการ ในพื้นที่จึงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนต่างถิ่น ส่งผลให้พ่อค้า-แม่ขาย ในพื้นที่ต้องพาตัวเองออกมาพบปะกับลูกค้าแทน แม้จะกำลังง่วนอยู่กับการจัดหน้าร้าน ช่วงมาร่วมออกงานที่ห้างดังย่านปทุมฯ แต่ คุณโรส-โรสมาลีน กิตตินัย ผู้ผลิตและจำหน่าย กือโป๊ะ ตราดอกแก้ว ผู้มีบุคลิกร่าเริงแจ่มใสเป็นกันเอง ยังกรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง เรียนจบสายพาณิชย์ เคยทำงานอยู่บริษัทประกัน ก่อนออกมาทำธุรกิจขายผ้าม่านควบคู่กับแฟนที่ทำร้านตัดกระจก-มุ้งลวด จากนั้นไม่นานจึงเปิดกิจการขายผ้าตัดเสื้อสำหรับสตรีมุสลิม ขายดีอยู่หลายปี เพราะผู้หญิงมุสลิมภาคใต้ นิยมแต่งกายกันด้วยชุดคลุมยาวสีสันสดใส กระทั่งเมื่อราวปี 2542 ความเป็นไปในชุมชนพลิกผัน สืบเนื่องมาจากการก่อความไม่สงบ ที่ยังไม่มีวี่แววเลยว่าจะจบลงวันไหน “ทุกอย่างได้รับผลกระทบไปหมด แม้กระทั่งการแต่งกาย แต่ละคนไม่เปิดเผยว่าตัวเองทำงานอะไร และหันมาใส่เสื้อยืด-
ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน เพราะเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายสี่สิบเศษ เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด “ตอนขายของ กระเพรา จะนั่งอยู่
“เก๋งคันงาม” ใครๆคงอยากมีไว้ครอบครอง ยิ่งถ้าได้ “รถคลาสสิค” มาประดับไว้ในโรงจอดซักคันสองคัน น่าจะเป็น “ฝันใหญ่”ของหลายคน แต่ถ้ายังเก็บสตางค์กันได้ไม่พอซักที ลองพิจารณาโซฟาหน้าตาเหมือน “บั้นท้ายรถ”ในตำนานสไตล์อเมริกัน รายนี้กันไปพลางก่อน คงไม่ผิดกติกา Tammy Ancient (แทมมี่ แอนเชี่ยน) คือ ยี่ห้อเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ ฝีมือคนไทยมีสินค้าสร้างชื่อ คือ โซฟารูปทรงบั้นท้ายรถยนต์ ยี่ห้อ “คาดิลแลค” รุ่นปี 1962 ซึ่งเป็นรถหรูสุดคลาสสิค ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักสะสมทั่วโลก “จุดเริ่มต้นที่ทำออกมา เพราะผมอยากได้โซฟาที่ไม่เหมือนใครมาไว้แต่งบ้านตัวเอง” คุณพิชยา เจริญสุกใส เจ้าของเฟอร์นิเจอร์ Tammy Ancient วัยสามสิบปีเศษ ย้อนความเป็นมาก่อนบอกต่อว่า ธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ ส่วนธุรกิจหลักที่ดูแลอยู่นั้นเป็นสวนกล้วยไม้หวายตัดดอกขายส่งต่างประเทศ พื้นที่ 50 ไร่ อยู่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสงคราม และ บริษัท เจริญสุขใส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เจ้าของโครงการหมู่บ้านเอริก้า วิลล์ อาคารพาณิชย์และทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น ย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร “เป็นคนชอบรถ ชอบแต่งบ้าน เคยเห็นในรายการทีวีของฝร
ข้าวเม่า เป็นข้าวที่ได้มาจากเมล็ดข้าว ทั้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ถูกนำมาตำหรือทุบจนแบน สามารถนำมาทำขนมได้หลายอย่าง เช่น ข้าวเม่าทอด ข้าวเม่าคลุก เป็นต้น ไม่ใช่แค่เป็นส่วนประกอบของขนมเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับขนมหวานสัญชาติญี่ปุ่น “ไดฟุกุ” ได้อย่างลงตัว คุณดรุณวรรณ หลิ่วสุวรรณ หรือ คุณขิม อายุ 33 ปี เธอเรียนจบจากคณะ คหกรรมศาสตร์อาหารและโภชนาการ รักการสร้างสรรค์เมนูอาหาร โดยเฉพาะขนมหวาน พลิกแพลงสูตรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เธอเป็นหนึ่งในเจ้าของร้าน ภิรมย์บุรี ที่จ.สกลนคร ร่วมกับแฟนและพี่ชาย รับหน้าที่เป็นผู้สร้างสรรค์ขนมใหม่ๆ ให้กับทางร้านวางจำหน่าย ปัจจุบันเปิดมาได้ 3 ปีแล้ว ร้านภิรมย์บุรีย์ เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก มีต้นไม้ ไม่ติดแอร์ นั่งสบายๆ ตั้งแต่ตัวร้าน ไปจนถึงขนมที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของชุมชน อย่างเช่น ขนมไดฟุกุจากแป้งข้าวเม่า คุณขิม บอกว่า ไดฟุกุทั่วไปที่เห็นตามท้องตลาดปกติจะทำจากแป้งข้าวเหนียว แต่ไดฟุกุของเธอเปลี่ยนมาใช้ข้าวเม่าแทน ทดลองสูตรอยู่นานนับเดือน กว่าจะได้วิธีทำที่ถูกต้องเสียข้าวเม่าไปเยอะมาก คุณขิมเล่าต่อว่า การเปลี่ยนมาใช้ข้าวเม่าเป็นว
ไอเดียดีๆ มีได้ทุกที่ และสามารถนำมาสร้างสรรค์ได้กับงานทุกงาน หรือสิ่งของทุกสิ่งจริงๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง กล่องหรือซองไปรษณีย์ ที่เป็นบรรจุภัณฑ์หีบห่อ สำหรับการบรรจุสิ่งของเพื่อส่งสินค้า หรือวัสดุ ไปให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่ง กล่องและซองไปรษณีย์ ที่ออกแบบโดยใส่ไอเดียความน่ารัก แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับประโยชน์การใช้สอยได้จริง ทำให้ไอเดียนี้ได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งของออนไลน์กันอย่างล้นหลามทีเดียว คุณอูน พรรณกร จันทรุกขา CEO สาว วัย 29 ปี เจ้าของแบรนด์ NPP Box : ผู้ผลิตกล่องลูกฟูก กล่องไปรษณีย์ เล่าให้ฟังถึงไอเดียการทำนี้ว่า “เดิมที่บ้านเคยทำโรงงานกล่อง จนกระทั่งตัวเราเองเอากลับมาทำเองและบริหารงานเอง จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์กล่องขึ้นมาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาทำกล่องไปสู่การมีจุดขาย คือ ไม่ว่าจะเป็นกล่อง หรือซองไปรษณีย์ที่ผลิตขึ้นมานี้ จะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ” โดยเธอเปิดกิจการนี้มา 2 ปีแล้ว เน้นบุกตลาด จับกลุ่มลูกค้าเป็นพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายสินค้าทางออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า SMEs ออนไลน์เหล่านี้ ซึ่งคุณอูน ให้เหตุผลที่จับกลุ่มลูกค้าออนไลน์นี้ว่า
คุณสุภาดา ตะวันดา เคยเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบกิจการใหญ่โต แต่มีอันต้องเป็นคน “มีหนี้” จำนวนหลายล้านบาท เนื่องมาจากภาวะความปั่นป่วนของตลาดหุ้น เมื่อราวปี 2547 จากที่เคยมีทรัพย์สินมูลค่านับสิบล้าน กลับต้องหมดตัวภายในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน “พอเกิดเหตุการณ์นั้นพยายามตั้งสติ ก่อนจะหันเหมาเปิดร้านอาหารเล็กๆอยู่กับบ้าน ขายอาหารตามสั่งรายรับพออยู่ได้ และมีผัดไทย เป็นตัวขายดีสุด”เจ้าของเรื่องราว ย้อนความทรงจำ ทำอยู่ได้ไม่นาน รู้สึกไม่ใช่ตัวเอง เพราะต้องอยู่นั่งเฝ้าร้านทุกวัน จึงเข้าไปเปิดขายในห้างสรรพสินค้า สุดท้ายได้ทำเลในฟู้ดคอร์ทของห้าง ไชน่าเวิล์ด ย่านวังบูรพา ใช้ชื่อว่า “ร้านบลูตะวัน” และถึงแม้จะเป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่เมนูเดียวที่ขายดีมากเหมือนเดิม ก็คือ “ผัดไทย” “เป็นคนชอบทาน-ชอบทำผัดไทย และมีสูตรซอสผัดไทยที่เก็บได้นานเป็นเดือนยังอร่อยอยู่ แม้ร้านจะขายได้ค่อนข้างดีแต่ไม่อยากจำเจมีชีวิตผูกติดอยู่ที่เดียวตลอดเวลา จึงคิดขยายธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์ เลยไปเข้ารับการอบรมกับทางสมาคมแฟรนไชส์ไทย จนสามารถตกตะกอนความคิดทางธุรกิจได้ออกมาเป็นระบบ”คุณสุภาดา เล่า และว่า หลังจากเข้ารับการอบรมหลักสูตรแฟร
ข้าวโพดฝักพร้อมทาน เป็นสินค้าที่คนไทยรู้จักกันดี มีขายอยู่ทั่วไป แทบจะทุกชุมชน แต่ปัญหาหนึ่งของสินค้าประเภทนี้คือ ข้าวโพดบางเจ้าหวาน บางเจ้าไม่หวาน ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ แต่ทำยากที่สุดคือข้าวโพดต้องหวานมาตั้งแต่อยู่บนต้น อีกทั้งเมื่อหลุดจากต้นมาปุ๊บ ต้องต้ม แล้วกินเลย นั่นล่ะจะหวานที่สุด แต่ในแง่การค้าขาย ยิ่งในปริมาณ มาก ๆ โอกาสที่จะได้เก็บปุ๊บ ต้มปั๊บ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยข้อจำกัดของเวลา และสถานที่ในการจำหน่าย ลูกค้า ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภค ข้าวโพดคุณภาพ ก็ต้องซื้อจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งผู้ผลิตมีวิธีการผลิตและการจัดจำหน่าย ที่รับประกันได้ว่า หวานทุกฝัน บริษัทซันสวีท เป็นบริษัทผู้ผลิตข้าวโพดส่งออก มาตั้งแต่ปี 2540 ตลาดส่วนใหญ่ 60 เปอร์เซนต์ อยู่ในโซนเอเชีย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ที่ส่งออกไปมากถึง 20 เปอร์เซนต์ ที่เหลือก็กระจายไปทั้งยุโรปและอเมริกา รวมแล้วปีละนับแสนตัน ในรูปข้าวโพดกระป๋อง /ในถุงสุญญากาศ และแช่เข็ง โดย ผลประกอบการ ปี 2559 รายได้ 1,600 ล้านบาท กำไร 100 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2560 ยอดขาย 2,000 ล้านบาท กำลังการผลิต 150,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ซันสวีทถือเป็น 1 ใน 3 ของผู้นำใน
หน้าร้อนมาแล้ว สินค้าหน้าร้อนย่อมเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค และน้ำแข็งไส ไอศกรีม เป็นสินค้าที่ค่อนข้างโดดเด่นในช่วงนี้ มาระยะหลังนี้ คำว่า น้ำแข็งไส ถูกแทนที่ด้วย คำว่าบิงซู (น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี น้ำแข็งปั่นละเอียดราดด้วยท็อปปิ้ง) มีร้านขนมหวานมากมาย เพิ่มเมนู บิงซู เข้าไปเรียกลูกค้าได้เก๋ๆ บิงซูง ที่ขึ้นชื่อมาก ได้รับความนิยมของลูกค้าตลอดกาล ได้แก่ บิงซูเมล่อน บิงซูสตรอว์เบอรี่ บิงซูมะม่วง แต่ สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเมนู ใหม่มาแนะนำนั่นคือ “บิงซูทุเรียน” ที่คาดว่า จะได้รับความนิยม ด้วยตัวผลไม้ คือทุเรียน ผลไม้คู่บ้านเมืองขวัญใจคนไทย “บิงซูทุเรียน” เจ้านี้ เป็นไอเดียของ ร้านยินดีคอฟฟี่แอนด์สโนว์เฟลคคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 15 ถนนเรือนแพ ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง มีคุณธารนันท์ น้าประทานสุข หรือคุณปุ้ย วัย 38 ปีเป็นเจ้าของ คุณปุ้ย เล่าว่า เพิ่งเริ่มออกเมนูใหม่มาได้ไม่นาน ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างมากจากลูกค้า เหตุที่มาทำบิงซู ตัวนี้ นั่นก็เพราะว่า บิงซูสตรอว์เบอรี่ เพิ่งหมดไป ก็เลยต้องคิดเมนูใหม่ออกมา และมาลงตัวที่บิงซูทุเรียน “บิงซูทุเรียน เ
มูลค่าตลาดสินค้าประเภทเครื่องแบบนักเรียน ณ พ.ศ.นี้ ว่ากันว่ามีตัวเลขอยู่ที่หลักหลายพันล้านบาท การขับเคี่ยวกันจึงมีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ สำหรับผู้เล่นในตลาดบน มักเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ดำเนินกิจการมายาวนาน และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าส่งต่อกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้น เชื่อว่าคงมี ชุดนักเรียน “ตราสมอ” ผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลายคนเป็นแน่ คุณหวาน – อาภาพร ศิริปทุมมาศ ผู้บริหารวัยสี่สิบ ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สมอทองการ์เมนท์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดนักเรียน ตราสมอ เจ้าของสโลแกน “ใสสมอ…เท่เสมอ”ให้ข้อมูลด้วยย้อนความเป็นมา คุณหวาน กับ คุณพ่อกิตติ กิจการนี้เริ่มต้นเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว โดย คุณกิตติ และ คุณลักษมณ์สุนีย์ ศิริปทุมมาศ คุณพ่อ-คุณแม่ของเธอเอง ซึ่งทั้งสองท่านไม่มีความรู้ด้านการตัดเย็บมาก่อน โดยคุณพ่อจบชั้นมัธยมฯจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา คุณแม่ จบปริญญาตรีจาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เล็งเห็นว่าธุรกิจเสื้อผ้าน่าจะมีแนวโน้มดี จึงพากันไปขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมด้านการสร้างแพทเทิร์น การตัดเย็บ การใช้จักร ฯลฯ ก่อนต
ขึ้นชื่อเป็นพ่อคน-แม่คน ร้อยทั้งร้อย ต้องอยากเห็นลูกของตัวเอง เป็นเด็กดี มีคุณภาพ และหากให้ “แอดวานซ์”ไปกว่านั้น คงหวังให้ไปถึงขั้น ไม่เป็นภาระให้กับสังคม ทั้งยังควรช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่จะว่าไป แค่ “อยาก” อย่างเดียว คงไม่พอ คงต้องลงมือก่อร่างสร้างแบบอย่างที่ดีให้บุตรหลาน ได้เรียนรู้และซึมซับ จนกลายเป็น “จิตสำนึก”ติดตัวของพวกเขาไปจนตลอดด้วย ความปรารถนาดังว่า…จึงจะบรรลุผล “ฟาร์มตาเล็ก อยากเป็นทางเลือกให้กับเด็กที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมือง เดินแต่ห้างฯ เคร่งเครียดกับการเรียนพิเศษกวดวิชา นั่งหน้าคอมฯ เล่นเกมส์อยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ได้ออกมาใช้ชีวิตและสัมผัสกับธรรมชาติกันบ้าง คุณเก๋ – เปรมฤดี พันธุ์รัตน์ เจ้าของกิจการ Farm de Lek (ฟาร์ม เดอ เล็ก) หรือชื่อภาษาไทย ว่า “ฟาร์มตาเล็ก” เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง ที่ดินขนาด 44 ไร่ บริเวณคลอง 15 รังสิต-นครนายก ผืนนี้ เป็นของ “คุณตาเล็ก” คุณตาแท้ๆของเธอเอง โดยเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ทำเป็นสวนมะม่วงหลากหลายพันธุ์ สามารถส่งขายส่งได้เป็นตันต่อปี ก่อนเปลี่ยนไปปลูกไม้เศรษฐกิจ อย่าง สน และ ยูคาลิปตัส แต่โชคไม่ดีถูกไฟไหม้แทบหมด เ
