Exclusive
อาร์ตทอยสายมู พระพิฆเนศ ฝีมือคนไทย ผลิตไม่ทัน เด็กเจนใหม่แห่เช่าบูชา อาร์ตทอยกับสายมู สองอย่างที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่เมื่อได้นำมารวมกันแล้ว กลับลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ผนวกกับความชอบจนกลายเป็นอาร์ตทอยสายมูองค์เทพ ที่มีความพิเศษกว่าที่อื่น นั่นคือ องค์เทพ เปลี่ยนมือได้ คุณหมู-สุวัฒน์ จันทร์พราหมณ์ เจ้าของแบรนด์ Gajanaya ได้เผยเรื่องราวของเส้นทางสายนี้กับเรา โดยบอกว่า ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ก็จะขึ้นไปขอพรจากองค์พระพิฆเนศที่บูชานับถืออยู่แล้วที่บ้าน ซึ่งต้องบอกว่าเขาเป็นคนที่ขอเยอะ แต่มูไม่เก่ง ด้วยอะไรก็ตามที่ขอไป ไม่ว่าจะปัญหาชีวิต ปัญหาเรื่องงาน ก็มักจะได้และประสบผลสำเร็จอยู่เสมอ จึงทำให้ คุณหมูตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการตอบแทน จุดเริ่มต้นของ Gajanaya เดิมที คุณหมู-สุวัฒน์ จันทร์พราหมณ์ เจ้าของแบรนด์ Gajanaya เปิดบริษัทและเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่แล้ว หากพูดถึงงานประจำกับอาร์ตทอยสายมูนี้ ค่อนข้างที่จะไปคนละทาง แต่อย่างที่บอกว่าเขาเป็นคนชอบขอพรจากองค์พระพิฆเนศ แต่ไม่ค่อยได้มูอย่างเคร่งครัดสักเท่าไหร่ จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าต้องทำอะไรที่เป็นการตอบแทน และทำให้มีคนมามูองค์พระพิฆเนศมากขึ
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จับมือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก พร้อมด้วย บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำระดับโลก เปิดตัวโครงการ ESG-Linked Foreign Exchange (FX) นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของทั้งสามองค์กรอีกครั้งในการสนับสนุนส่งเสริมด้านความยั่งยืนของประเทศไทย ตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของทั้งสามองค์กรในด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน และยังเป็นการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศเพื่อความยั่งยืนที่สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าของนวัตกรรมด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยอีกด้วย โครงการ ESG-Linked FX ได้ผสานเอาหลักการและมิติในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ โดยเชื่อมโยงเงื่อนไขทางการเงิน อย่างเช่นเรื่องของต้นทุนการประกันความเสี่ยง เข้ากับการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ภายใต้โครงการนี้ ลูกค้าที่ขับเคลื่อนและบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ที่กำหนดไว้ อาทิ เป้าหมายการลดการปล่อย
หัวใจสำคัญของขนมไทย อยากให้ตัวเหนียว เนื้อเนียน กินแล้วสู้ฟัน คือ การนวด ขนมไทยๆ ตัวไม่เหนียว เช่น ลอดช่อง ปลากริมไข่เต่า ขนมเล็บมือนาง ขนมด้วง ขนมชั้น ขนมกล้วย ขนมฟักทอง เข้าใจได้ว่าขนมอะไรที่ทำเยอะๆ เพื่อขายมากๆ ย่อมตกหล่นวิธีการไปเพราะเสียเวลา หัวใจสำคัญของขนมไทยๆ ที่อยากให้ตัวเหนียว เนื้อเนียน กินแล้วสู้ฟัน คือ การนวด เราต้องเอาแป้งตามชนิดของขนมซึ่งมีอยู่ 3-4 ชนิด ตัวหลักๆ คือ แป้งข้าวเจ้า เป็นเนื้อหลักของขนมไทย แป้งมันสำปะหลังเพิ่มความเหนียวใสให้ขนม แต่ถ้าอยากให้ขนมเหนียวใสมาก มักจะเพิ่มแป้งซ่าหริ่มหรือแป้งถั่วเขียว ให้เหนียวยิ่งขึ้นไปอีกใส่แป้งข้าวเหนียว ส่วนเหนียวนุ่มนวลใส่แป้งเท้ายายม่อม การนวดแป้ง มักจะนวดกันในกระทะทอง เพื่อที่ว่าเมื่อนวดเสร็จเติมน้ำจะได้กวนได้เลย ไม่ต้องถ่ายภาชนะ ล้างหลายใบ ค่อยๆ เติมส่วนผสมน้ำลงในแป้งอาจจะเป็นกะทิ น้ำ น้ำใบเตย น้ำปูนใส แล้วแต่ขนม ใช้มือคนๆ ให้แป้งซับน้ำ เติมน้ำจนกว่าแป้งจะนวดได้ อย่าใจร้อนใส่น้ำพรวดทีเดียวจนนวดแป้งไม่ได้ เมื่อนวดได้แล้ว จับเวลานวดโดยใช้อุ้งมืออย่างต่ำ 5 นาที อย่างมาก 10 นาที ถึงค่อยเติมส่วนผสมน้ำที่เหลือทั้งหมด คนให้ละลายค่อ
มิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน “ล้งเล้งลูกชิ้นปลา” สูตรลับ 50 ปี ส่งต่อความอร่อยสู่บรรทัดทอง ขายดีวันละ 400 ชาม! “สิ่งที่เรายึดถือมาตลอดคือ คุณภาพไม่ดี เราไม่ทำ และทำออกมาให้เหมือนกับเราทำกินเองที่บ้าน ทุกอย่างทำใหม่ ผักซื้อวันต่อวัน ไม่หมด ทิ้ง” คำบอกเล่าของ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข ทายาทรุ่นใหม่ “ร้านล้งเล้งลูกชิ้นปลา” ตำนานความอร่อยกว่า 50 ปี เจ้าของมิชลิน ไกด์ 6 ปีซ้อน ถึงปัจจุบันยังเป็นที่นิยมของลูกค้า โดยสามารถขายได้ประมาณ 400-500 ชามต่อวัน ในสาขาบรรทัดทอง คุณมุก เล่าให้ฟังว่า แม่ของเธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ ที่ขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพหลักตั้งแต่รุ่นอาเหล่ากู๋ จึงได้คลุกคลีในธุรกิจนี้ ทั้งช่วยลวกเส้น ทำก๋วยเตี๋ยว พอโตขึ้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเปิดสาขาของแต่ละคน หนึ่งในนั้นคือ “ล้งเล้ง” ซึ่งเปิดสาขาแรกที่ตลาดสวนหลวง ซึ่งปัจจุบันคือสามย่าน ก่อนย้ายมาอยู่บนถนนบรรทัดทองถึงปัจจุบัน ล้งเล้ง ชื่อนี้ตั้งล้อกับภาษาจีน ที่แปลว่า เสียงดัง โหวกเหวก เพราะเมื่อก่อนขายดีมาก 4 พี่น้องที่ช่วยกันขายจึงตะโกนสั่งออร์เดอร์กันไปมา เพราะใช้วิธีจำแทนการการจดมือ ประกอบกับคนที่พัฒนาสูตรคือ “เล้ง” น้องชายของแม่
รู้จัก SHOPTER-ช้อปเถอะ เปิดร้านค้าออนไลน์ง่ายๆ ใน 1 นาที! ไม่ต้องสต๊อกสินค้า-ผลิตเอง สร้างแบรนด์ตัวเองได้ง่ายๆ ไม่ง้อโรงงาน จากเด็กหนุ่มเจ้าของ ร้านก๋วยเตี๋ยวเมืองเพชรฯ เจ้าดัง หน้าไม่งอ รอไม่นาน “เจ๊กเม้ง” รีแบรนด์เป็น “JMcuisine” ชอบไปฟังสัมมนายากๆ อย่างเศรษฐกิจมหภาค ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม พอเติบโตถึงขั้นอุดมศึกษา จึงเข้าศึกษาต่อในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียนอยู่แค่ ปี 2 ปี 3 ก็สามารถหารายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการรับทำภาพถ่ายเป็นของที่ระลึกในโอกาสพิเศษของคนหนุ่มสาว ซึ่งรายได้เสริมระหว่างเรียนดังว่า สามารถพัฒนาต่อยอด กลายเป็นธุรกิจของขวัญออนไลน์ แบรนด์ SOdAPrintinG.com เป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างกว้างขวาง จนถึงปัจจุบัน คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ คือ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของโปรไฟล์ข้างต้น ล่าสุดเขาได้แตกไลน์อีกหนึ่งธุรกิจ มีชื่อเรียกคูลๆ ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ ว่า “SHOPTER – ช้อปเถอะ” สำหรับที่มาที่ไป นั้นบอกเลย น่าสนใจมาก “ก่อนโควิด ยอดขายของขวัญออนไลน์ พวกรูปถ่ายสกรีนบนผ้าใบแคนวาส ขายดีมาก ประมาณ 1,000 รูปต่อวัน แต่พอโควิดเข้ามา อีเวนต์สำคัญๆ อย่าง งานรับปริญญา ถูกยกเลิกห
ใครว่าคู่รักมักทำธุรกิจไม่รุ่ง? 4 คู่รักนักธุรกิจ เริ่มต้นจากความรัก ต่อยอดความสัมพันธ์สู่การทำธุรกิจ จนประสบความสำเร็จ ความใฝ่ฝันในการใช้ชีวิตคู่ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน นอกจากจะคบกันในเรื่องของความรักแล้ว ยังรวมไปถึงการจับมือกันสร้างธุรกิจเพื่อความมั่นคงของชีวิตคู่อีกด้วย การทำธุรกิจกับหวานใจนั้นเปรียบเสมือนการผจญภัยสุดท้าทาย ที่เต็มไปด้วย ความตื่นเต้นและอุปสรรค เพราะจะต้องมองข้ามในเรื่องของความรักแต่จะต้องมองในมุมของธุรกิจมากขึ้น อย่างวันวาเลนไทน์นี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวของคู่รักที่ได้จับมือมาทำธุรกิจร่วมกัน และพากันก้าวข้ามอุปสรรค จนทำให้ธุรกิจออกมาประสบความสำเร็จ เริ่มกันที่ธุรกิจแรกโดย คุณตี้ ชนัฏา และ คุณมุก นวพร อดีตแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาทำธุรกิจร่วมกัน จนเกิดเป็น Twin Burger หมั่นโถวเบอร์เกอร์เจ้าแรก ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นการนำหมั่นโถวโฮมเมดสูตรบ้านแฟนมาใช้แทนขนมปัง ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม และกรอบ ทิ้งไว้แป้งจะไม่แห้ง และจากการลองผิดลองถูกทำให้ทั้งคู่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ต่อมาเป็นธุรกิจของ คุณอ้น อินธิราช และ คุณอิฐ ศักดิ์สิทธิ์ เจ้าขอ
เปิดม่านชีวิต “คณะงิ้ว ไซ้ หย่ง ฮง” เมื่อความยากจนบีบคั้นให้ขายลูก! “งิ้ว” ไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือทางรอดของชีวิต ถ้าพูดถึงงิ้ว เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ อาจจะไม่เคยเห็นและไม่รู้ว่าเป็นศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีน เพราะยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน กาลเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง เด็กรุ่นใหม่ๆ อาจจะมีโอกาสได้ดู ได้ชมการแสดงงิ้วน้อยลง จึงไม่แปลกที่ศิลปะชิ้นนี้ จะถูกหลงลืมไปบ้าง แต่นอกจากเบื้องหลังม่านงิ้วแล้วนั้น ม่านชีวิตของคนงิ้ว ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าเห็นใจไม่แพ้กัน ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปชมการแสดงงิ้วคณะไซ้ หย่ง ฮง และได้นั่งพูดคุยกับ คุณต๋อง-ธัชชัย อบทอง อายุ 58 ปี ผู้จัดการคณะงิ้วไซ้ หย่ง ฮง และมีประเด็นหนึ่งที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องสะท้อนสังคมได้ดี และชี้ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น จึงอยากจะนำมาตีแผ่ให้กับผู้อ่านได้รับรู้ร่วมกัน โรงงิ้ว-ทางรอดของครอบครัวยากจน ขายลูกเพราะไม่มีกิน? ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน อิงจากชีวิตจริงของคุณต๋อง ได้เล่าให้เราฟังว่า คุณแม่เป็นชาวจีน คุณพ่อเป็นมุสลิม คุณแม่ชอบดูงิ้วมาก เลยพาเขาไปดูงิ้ว
อาหารไทย มี “พิมพ์นิยม” การหั่น การซอย การจัด แต่ละจาน จึงต่างกัน การหั่น เป็นอีกเรื่องที่พ่อครัวไทยต้องมีความชำนาญ เพราะในองค์ประกอบอาหารไทยแต่ละจาน มีพิมพ์นิยมในการหั่นไม่เหมือนกัน เช่น หั่นแตงกวาบางๆ แบบข้าวผัดไปกินกับน้ำพริกย่อมไม่เข้ากัน ไม่น่ากิน การซอย หั่นผัก ต้องให้เข้ากับชนิดอาหาร เช่น ขนมจีนซาวน้ำ ซอยขิงเส้นเล็กยาว กระเทียมซอยบางตามยาวกลีบ ผักน้ำพริก แตงกวาหั่นสามเหลี่ยม หรือแว่นหนา แตงกวาข้าวผัด หั่นแฉลบชิ้นบาง หั่นเนื้อหมู เนื้อไก่ทำแกงต่างๆ ทั้งพะแนง ผัดพริกขิง แกงเผ็ด ฯลฯ ให้หั่นแฉลบเป็นชิ้นเล็กบาง ต้องแบมีดประมาณ 45 องศา กดชิ้นเนื้อให้แบนเอียง แล้วหั่นแฉลบ หั่นแฉลบพริกแดงเป็นแถบสามเหลี่ยมเล็กยาว หมุนพริกแดงในการหั่นแต่ละที ส่วนการหั่นพริกแดงเป็นเส้นเล็ก หั่นเป็นแว่นเฉียงมักนิยมใส่ในอาหารจีน แต่บ้านไทยๆ หลายบ้านก็นิยมหั่นเป็นแว่นอย่างนี้ไว้ใส่แกง สำหรับการ “จัดจาน” นั้น ก็เป็นเทคนิคของครัวไทย ไม่แพ้กัน ซึ่งมีดังนี้ การจัดจานไม่ควรจัดให้ล้นจาน ให้อยู่ภายในขอบจาน และไม่ควรจัดว่าง หรือหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง การเสิร์ฟข้าวปริมาณ 1 คนกิน ประมาณ 1 ถ้วย ตวงไม่เต็ม ขนาดของจาน 4-6
เริ่มจากเงิน 4 พัน สู่ Mystyle by Lalita แบรนด์จิวเวลรีเงินแท้ รายได้หลักแสน ของ สาววัย 23 ที่หาเงินใช้เอง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ! หากใครเป็นชาว TikToker (ติ๊กต็อกเกอร์) หรือ ชอบเล่น TikTok แล้วล่ะก็ คงต้องผ่านหูผ่านตากันมาบ้างกับ Mystyle by Lalita แบรนด์จิวเวลรีเงินแท้ที่ครองใจสาวไทยหลายๆ คน รู้หรือไม่ว่า แบรนด์เครื่องประดับแบรนด์นี้เป็นผลงานของ สาวน้อยวัย 23 ปี อย่าง น้องนิ้ง-ลลิตา ขจรเกียรติยศ น้องนิ้ง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอศึกษาอยู่ภาควิชา รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ หากนับๆ แล้ว ธุรกิจเครื่องประดับของเธอดำเนินกิจการมาได้กว่า 5 ปีแล้ว “ต้องบอกก่อนว่า นิ้งเป็นคนที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องธุรกิจเลย แต่มีความรู้สึกว่า เราอยากมีรายได้เสริม ซึ่งตอนนั้น นิ้งก็อายุ 18 สอบเข้ามหา’ลัยอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่อยากอยู่ว่างๆ ค่ะ เพราะตอนนั้นก็รอมหา’ลัยเปิดเรียนอย่างเดียวเลย ก็ปรึกษาที่บ้านค่ะว่าทำอะไรดี ประกอบกับตอนนั้นมันมีโควิดระบาดแล้ว นิ้งก็ไม่อยากไปทำงานอะไรที่มันต้องเจอคนเยอะๆ เสี่ยงติดโควิดด้วย เพราะตอนนั้นมันระบาดหนักมาก พอคุยกับที่บ้าน เขา
ลงขันคนละหมื่น! สร้างแบรนด์ “ช็อกโกแลตพร้อมดื่ม” จากโกโก้ไทย ปรับแพ็กเกจจิ้ง ดันยอดขายโตหลักแสน ช็อกโกแลตพร้อมดื่ม ในกระป๋องอะลูมิเนียมดีไซน์เก๋ที่เราเห็นนี้ เป็นของแบรนด์ “Chocoholic” ที่เริ่มต้นมาจากความหลงใหลในโกโก้ของเกษตรกรไทย ประกอบกับความมหัศจรรย์ของรสชาติที่ไม่เหมือนกันในแต่ละพื้นถิ่น ทำให้ คุณอ๋อมแอ๋ม-ฉัตร์ฐิตา อิสระกิจปภัสร์, คุณเบนซ์-กัญจน์สุธา อิสระกิจปภัสร์, คุณอาย-พิชญา พยอมแย้ม และคุณบอส-ณัฐนนท์ อัตตะไพบูลย์ รวมตัวกันสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมา เริ่มต้นแบรนด์ Chocoholic คุณอ๋อมแอ๋ม หนึ่งในเจ้าของแบรนด์ ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากได้ชิมคราฟต์ช็อกโกแลตในงานงานหนึ่ง ทำให้รู้ว่าแต่ละพื้นถิ่นมีรสชาติไม่เหมือนกัน จากกระบวนการหมักและจุลินทรีย์ ทำให้รสชาติบางจังหวัดเป็นมะพร้าว บางจังหวัดเป็นมะขาม บางจังหวัดเป็นลูกเกด และบางจังหวัดเป็นกล้วย ซึ่งเป็นความเท่ที่ไม่ค่อยมีใครหยิบยกมานำเสนอ ขณะเดียวกัน ก็เป็นวันแรกที่ได้รู้ ในวัย 30 ปี ว่าประเทศไทยสามารถปลูกโกโก้ได้ ทำให้เธอมองเห็นโอกาสนำโกโก้มาต่อยอดสร้างธุรกิจ “เรารู้สึกว่ามันเล่าได้มากกว่านี้ ทำให้ดังได้มากกว่านี้” คุ
