Exclusive
ราชินีซอฟต์พาวเวอร์! ‘ลิซ่า’ เสิร์ฟความเป็นไทยไม่หยุด ชู ‘ยาดมตรามังกรทอง’ และ ‘อาหาร-สินค้า-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว’ ชีเสิร์ฟอีกแล้วทุกคน! เมื่อ ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’ หรือ ลิซ่า BlackPink มาเปิดกระเป๋าให้ Vogue ดูในช่วง ‘Inside Lisa’s Louis Vuitton Bag | In The Bag’ ที่มีทั้ง พาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ หูฟังเอียร์โฟน แว่นกันแดด จนมาถึงไอเทมที่ลิซ่า เอ่ยปากว่า “I can’t live without this” หรือ ขาดสิ่งนี้ไม่ได้เลย นั่นคือ ‘ยาดมสมุนไพรตรามังกรทอง’ กระปุกน้ำเงิน แบรนด์ไทยจาก บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 77 ปี เป็นอีกครั้งที่ลิซ่านำเสนอ ‘สินค้าไทย’ ไปสู่สายตาชาวโลก จนหลายคนแซวว่า ‘เป็นสิ่งเดียวที่ซื้อตามลิซ่าได้’ หรือ ‘ยาดมเตรียมขาดตลาด’ เพราะไม่ว่า ลิซ่า จะหยิบจับอะไร หรือขยับตัวทำอะไร ก็พาสิ่งนั้น ‘แมส’ เป็นกระแสไปด้วยเสมอ หากยังจำได้ ก่อนหน้านี้ ลิซ่า เสิร์ฟความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหาร อย่างเมนู ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ หลังจากให้สัมภาษณ์ในรายการของ Woody ว่า อยากกินลูกชิ้น ราดน้ำจิ้มพริกเผา ซึ่งเคยกินตอนเด็กสมัยอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้คนแห่ต
ถอดรหัสปรากฏการณ์ AIMER เมื่อกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แคมเปญโดนใจ และพาร์ตเนอร์ที่ใช่ สู่ยอดขายพุ่ง 10 เท่า! ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นไทยกระแสแรงที่มีคู่รักนักธุรกิจอย่าง ‘บั๊บ-วีรวรรธน์ ชินพิลาศ’ และ ‘โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย’ ร่วมกันขับเคลื่อนแบรนด์ AIMER (อะแมร์) ด้วยสไตล์เรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงความเท่และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ “เพราะการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี คือการที่เราสามารถเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นร่วมกันได้” นี่คือปรัชญาการทำงานของทั้งคู่ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักและการเป็นคู่คิดทางธุรกิจที่ดี สามารถพาแบรนด์ AIMER ให้เติบโตและประสบความสำเร็จติดอันดับขายดีบน LazLOOK จุดหมายปลายทางของนักช้อปสายแฟบนลาซาด้า อีกหนึ่งพาร์ตเนอร์ที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวหน้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านโลกอีคอมเมิร์ซ หนึ่งในเกร็ดที่สะท้อนถึงแนวคิดของแบรนด์คือชื่อ ‘AIMER’ ซึ่งมาจากการเล่นคำที่แปลว่า “รัก” ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนถึงความรักในแฟชั่นและการสร้างสรรค์ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง AIMER เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์เสื้อ
แฟรนไชส์ ร้านกะเพราดัง มาแน่ แต่ขอคิดให้ชัวร์ ทำแล้ว ต้องรอดไปด้วยกัน ฉายแสงในวงการอาหาร ด้วยการได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล Creative จากการแข่งขัน WORLD KAPHRAO THAILAND GRAND PRIX 2023 ซึ่งจัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนับแต่นั้น ชื่อเสียงของร้านอาหาร “จิตสดชื่น” ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบัน สามารถขยายกิจการได้แล้วถึง 3 สาขา อยู่ที่ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา และย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ จากจุดเริ่มของความคิดอยากมี “พื้นที่ของตัวเอง” เมื่อราว 10 ปีก่อน คุณแบงค์-ปภากร นิยมทรัพย์ อดีตหนุ่มนักกีฬารักบี้ ดีกรีวิทยาศาสตร์การกีฬา จากรั้ว ม.ศิลปากร เริ่มต้นหา Connection ที่เมืองกาญจน์ บ้านเกิด ด้วยการเข็นรถบาร์บีคิวไม้ละ 30 บาท เร่ขายไปในย่านผับบาร์เลียบแม่น้ำแคว “จะมีภาพจำวัยเด็กคือ ตอนเด็กมีรถซาลาเปาอยู่คันหนึ่ง เวลาวิ่งผ่านมามีโฆษกพูดว่า ซาลาเปาไหม ทุกคนพอได้ยินเสียงนี้ จะรู้แล้วมารอซื้อหน้าบ้าน ตอนที่ผมขายบาร์บีคิว ผมก็จะมีกระดิ่งอันหนึ่ง แล้วเขย่าเหมือนกัน เขาก็จะรู้ว่าเด็กบาร์บีคิวมาแล้ว ไอ้บาร์บีคิวมาแล้ว เขาก็จำผมในชื่อบาร์บีคิว เขาจะไม่เ
เมื่อเจ้าของแบรนด์ หันมาทำคอนเทนต์เอง ‘CEO Branding’ กลยุทธ์ที่เปลี่ยนแฟนคลับให้เป็นลูกค้าประจำ ปั้นแบรนด์ปังในพริบตา หากพูดถึงการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักหรือแมสในกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การจ้างดาราดัง อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ช่วยโปรโมตเท่านั้น แต่สามารถทำได้ด้วย ‘CEO Branding’ หรือการที่เจ้าของธุรกิจหันมาทำคอนเทนต์ สร้างตัวตน บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ นำเสนอภาพลักษณ์ แนวคิดการทำธุรกิจ หรือไอเดียการผลิตสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง TikTok, IG หรือ Facebook กันมากขึ้น จนผู้บริโภคอย่างเรากลายเป็นแฟนคลับของซีอีโออย่างไม่รู้ตัว เกิดเป็นความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวแบรนด์ เพราะซีอีโอถือเป็นผู้ที่รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับอินไซต์ทั้งหมดของแบรนด์ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังสร้างความเป็น “Brand Loyalty” เพิ่มเข้ามา จึงเรียกได้ว่าการทำ CEO Branding ช่วยเชื่อมโยง ‘แบรนด์’ กับ ‘ผู้บริโภค’ ให้เข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น จากเมื่อก่อน การที่เราจะได้เห็นโฉมหน้าเจ้าของแบรนด์นั้นยากจะเข้าถึง โดย ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ได้รวบรวมซีอีโอ ที่ทำ CEO Branding ได้จนเป็นที่รู้จัก เด็กสม
“หอยทอดป้าเขียวในตำนาน” แม่ค้าวัย 88 ปี ขายหอยทอด 25 บาท ไม่ขึ้นราคา แค่คนกินมีความสุขก็คือกำไร กว่า 70 ปี บนเส้นทางของแม่ค้าหอยทอด ที่ต้องพายเรือกว่า 2 ชั่วโมงไปขายหอยทอดที่ตลาด ย้อนไปเมื่อสมัยที่ยังใช้เหรียญสลึงเพื่อจับจ่ายใช้สอยกัน เธอผู้นี้คือ ป้าเขียว-เขียว เกียมตั๊ด อายุ 88 ปี ตำนานความอร่อย กับหอยทอดเตาถ่านสูตรโบราณ วันนี้มีโอกาสดีๆ ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ป้าเขียว เจ้าของร้านหอยทอดสูตรโบราณ และป้าเขียวได้เล่าเรื่องราวในอดีต ชีวิตของแม่ค้าที่ต้องพายเรือผ่านลุ่มน้ำแม่กลอง ลัดเลาะตามลำคลองไปขายของในทุกๆ วัน ย้อนไปเมื่อ 70 ปีก่อน ในตอนนั้นป้าเขียวมีอายุ 18 ปี ก็เริ่มต้นอาชีพแม่ค้าขายหอยทอดที่เป็นสูตรมาจากคุณแม่ของเธอ จากนั้นก็ยึดอาชีพนี้เพื่อหารายได้ ซึ่งในตอนนั้น ราคาที่ซื้อขายกันยังเป็นเหรียญสลึง หอยทอดธรรมดาไม่ใส่ไข่ ขายในราคา 1 บาท ในส่วนของหอยทอดใส่ไข่ ราคา 6 สลึง “พอได้แฟนก็คิดทำมาค้าขาย ก่อนนี้แม่ฉันขาย พอแม่เสีย ฉันก็เลยขายต่อ” ป้าเขียว เล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ในวัยสาว ป้าเขียวก็จะพายเรือไปขายหอยทอดอยู่ตลอด โดยระยะทางจากบ้านไปตลาดน้ำท่าคาใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง
ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ จะเริ่มตอนไหน? สูงวัยไม่ใช่ปัญหา คุณแม่วัย 63 บาริสต้ามือใหม่ หัวใจเกินร้อย “Mamma slooowbar ร้านเล็กๆ ของบาริสต้ามือใหม่วัยเกษียณ” ร้านกาแฟแห่งแรงบันดาลใจ ร้านที่เป็นเสมือนตัวอย่างของคนที่กำลังจะหมดไฟ แต่กลับมามีเชื้อเพลิงที่งดงามอีกครั้ง ไม่ผิดที่คนอายุน้อยจะเรียนรู้ได้ไว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนอายุมากจะเรียนรู้เพิ่ม อย่างคุณแม่ตุ๊กตา-ลัดดา วงศ์มณี อายุ 63 ปี ที่เกษียณจากพนักงานบัญชี แล้วเดินตามล่าหาความฝัน พร้อมด้วยลูกสาวคนโปรด คุณไอซ์-วิจิตรา วงศ์มณี อายุ 35 ปี ต่างคนต่างมีความฝันเป็นของตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะที่ควร ก็ลงมือทำทันที จนเกิดมาเป็น Mamma slooowbar พร้อมสโลแกนที่ว่า #สโลว์แน่เพราะแม่ทำช้า แต่ก่อนจะมาเป็นร้านกาแฟสุดประทับใจนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนวัยเกษียณ เกษียณยังมีไฟ เรื่องราวต่างๆ ของเขาทั้งคู่เริ่มต้นจากที่คุณแม่ตุ๊กตาเป็นพนักงานบัญชี ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะมีความคิดที่จะเปิดร้านกาแฟเลยสักนิด แต่ก็กินกาแฟเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งกาแฟที่คุณแม่ตุ๊กตากินนั้นจะเป็นกาแฟโบราณบ้าง กาแฟแบบซองทั่วๆ ไปบ้าง แต่เมื่อพอเออร์ลี่ก่อนเกษียณก็ได้หันม
ถั่วฝักยาวผัดพริกขิงดำเหี่ยว มะเขือแกงเผ็ดไม่เขียวสวย แก้ไขได้ คนค้าขายต้องรู้ มีเทคนิคหรือกระบวนการทำอาหารไทยหลายๆ อย่าง ที่พ่อครัว-แม่เครัว รุ่นใหม่ไม่รู้เลยไม่ได้ทำ หรือรู้แต่ขี้เกียจทำ อาหารไทยตามร้านอาหารหรือโรงแรมหลายแห่งจึงออกมาไม่ค่อยเป็นอาหารไทย มีอะไรบ้างมาดูกันครับ ห่อหมกเละๆ เขาเอาแค่พริกแกง ไข่ไก่ คนๆ กับกะทิตักใส่กระทง ไปนึ่ง ห่อหมกเลยออกมาเละ เป็นน้ำ เนื้อไม่แน่นฟู ยิ่งถ้าเป็นห่อหมกทะเลใส่ฟอยล์ หรือห่อหมกมะพร้าวอ่อน เอาพริกแกงไปผัดน้ำมันใส่กะทิใส่ไข่ ของทะเล ตักใส่ฟอยล์ นึ่ง ห่อหมกทะเลที่ได้เป็นน้ำๆ เละ มีน้ำมันลอยหน้า การทำห่อหมกให้เนื้อแน่น มีความฟูด้วย โบราณให้กวนเนื้อปลากับหัวกะทิในหม้อดิน จนเนื้อปลาดูดน้ำกะทิเป็นเนื้อปลาข้นๆ เติมเนื้อปลาขูดลงไปหน่อยเป็นเนื้อ ค่อยใส่ไข่ พริกแกง ทำไมต้องกวนในหม้อดิน คนเฒ่าคนแก่ว่าไว้หม้อดินมีรูพรุนเล็กๆ ทำให้น้ำระเหยได้เร็วกว่า กวนของในหม้อดินจึงงวดเร็วมากกว่ากวนในกะละมังสเตนเลส กระทงที่ใส่ห่อหมกก็สำคัญ กระทงใบตองทำให้ห่อหมกแห้งกว่านึ่งห่อหมกในถ้วยกระเบื้องหรือสเตนเลส หรือฟอยล์ อาจจะเป็นด้วยว่าใบตองมีรูพรุนช่วยระบายน้ำได้ดีกว่า วิธีกา
“กะเพราขุนช้าง” จากครัวเล็กๆ สูตรเด็ดของแม่ สู่แฟรนไชส์ 47 สาขา ยอดขายหลักล้านต่อเดือน! กะเพรา เป็นเมนูที่ใครหลายคนชื่นชอบ อีกทั้งยังหาทานง่าย ทำเองก็ไม่ยาก ทำให้กะเพราสูตรของแต่ละคนมีรสชาติที่แตกต่างกัน อีกทั้งแต่ละร้านก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เมื่อทานเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่าง และบางร้านอาจจะให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปกินข้าวที่บ้าน โดยเฉพาะร้าน “กะเพราขุนช้าง” ที่มีเจ้าของคือ คุณณัฏฐ์ กีรติเก้าทรัพย์ จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่น้ำซอสกะเพรา ที่มีรสชาติไทยเดิม อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพร สูตรเด็ดจากคุณแม่ โดยเริ่มต้นจากครัวเล็กๆ ในบ้าน ด้วยรสชาติที่อร่อยทำให้ลูกค้าชื่นชอบและสั่งผ่านดีลิเวอรีอย่างล้นหลาม มีไรเดอร์มาจอดรอหน้าร้านอย่างเนืองแน่น จนสามารถขยายสาขาได้ถึง 47 แห่งทั่วประเทศ และสามารถสร้างยอดขายได้สาขาละ 20,000 บาทต่อวัน จุดเริ่มต้นจากครัวเล็กๆ สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ คุณณัฏฐ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากที่เขาชื่นชอบทานกะเพราที่คุณแม่ทำอยู่แล้ว และเมื่อลองไปทานกะเพราร้านอื่น ก็จะนึกถึงว่าไม่มีร้านไหนที่รสชาติเหมือนที่คุณแม่ทำ จึงคิดต่อยอดนำสูตรกะเพราของคุณแม่มาพัฒนาต่อ ส่วน
จากฮีโร่ดับเพลิง สู่แฟชั่นรักษ์โลก! Hugely แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนสายดับเพลิงเก่าเป็นกระเป๋าสุดครีเอต ลดอัตราการผลิต ต่อชีวิตวัสดุสู่ความยั่งยืน “อยากให้คนไทย สนับสนุนแบรนด์ของคนไทยด้วยกัน” กระเป๋าใบเก๋หลากหลายขนาด มองดูแล้วน่าหยิบใช้ไม่น้อย ด้วยดีไซน์ที่เข้าถึง สวยงาม แต่ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์เท่านั้นที่เป็นแรงจูงใจให้ตัดสินใจซื้อ เพราะเจ้ากระเป๋าของแบรนด์ Hugely ถูกผลิตขึ้นมาโดยใช้วัสดุที่ใครๆ ก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ นั่นคือ สายดับเพลิงเก่า จากสายดับเพลิงที่เคยช่วยดับไฟในเหตุการณ์ต่างๆ ถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นกระเป๋าสุดมินิมอล ทำให้อยากจะเจาะลึกเข้าไปถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจของเจ้าของแบรนด์ คือ คุณภัทร-ชณันภัสร์ สิทธิธนันภัสร์ อายุ 33 ปี เธอบอกกับเราว่า แนวคิดนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสมัยที่เรียนออกแบบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ในช่วงปี 4 ที่จะต้องทำธีสิสส่งอาจารย์ ด้วยที่มีความตั้งใจอยากจะทำกระเป๋าอยู่แล้ว และมีความชื่นชอบแบรนด์ไทยแบรด์หนึ่ง ซึ่งเป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้รู้สึกว่าจะอยากทำ ช่วงแรกไม่รู้ว่าจะหาวัสดุอะไรที่จะนำมาพัฒนาเป็นกระเป๋าได้ จนไปเจอสายดับเพลิงเก่าสีแดงที่อยู่บริเวณบ้าน เลยมีไอเด
Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ เสิร์ฟความรู้คู่ความสนุกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3! ชวนร่วมงาน Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ ที่มิวเซียมสยาม 8-9 มี.ค. นี้ กลับมาแล้ว ใหญ่กว่าเดิม สนุกกว่าเดิม ความรู้แน่นกว่าเดิม! สำหรับงาน “Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ” ณ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติมิวเซียมสยาม ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 เวลา 12.00-21.00 น. จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย สำนักพิมพ์มติชน, สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) : OKMD, สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม), เส้นทางเศรษฐี, ศิลปวัฒนธรรม และพาร์ตเนอร์ความรู้มากมาย เช่น Witcast, สมาคมการ์ตูนไทย, สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC a member of NSTDA) พร้อมกองทัพวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายด้าน เช่น สมาคมป้ายยาหนังสือ, เพจการตลาดวันละตอน, เพจ JUST READ และอีกเพียบ ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของ “ความรู้” และความเชื่อว่าความรู้คือความรักที่แทรกซึมอยู่ในท
