Exclusive
เผ็ดมาร์ค กะเพราเจ้าดังย่านเอกมัย พัฒนาสูตร 1 ปีเต็ม มุ่งหวังครองใจชาวโลก “เราอยากให้โลกรู้ครับ ว่าเมืองไทยเนี่ย ไม่ได้มีเมนูขึ้นชื่อ แค่ผัดไทยกับต้มยำกุ้ง” ในย่านเอกมัย แหล่งรวมร้านอาหารสุดฮิป ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายประเภท แต่มีร้านหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตา จากการแต่งร้านด้วยสีแดงตัดกับสีเหลือง และความยาวของแถวที่ต่อคิวล้นออกมานอกร้าน นั่นคือ “เผ็ดมาร์ค” ร้านกะเพราเจ้าดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย เผ็ดร้อน และวัตถุดิบชั้นดี มีคุณภาพ จุดเริ่มต้นของ “เผ็ดมาร์ค” เผ็ดมาร์ค ก่อตั้งขึ้นโดยแพชชันของทั้ง 4 คน ได้แก่ คุณ Mark Wiens (มาร์ค วีนส์) ที่เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังอันดับต้นๆ ของโลก คุณเทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์ ดารา นักแสดงชื่อดัง ที่หลายคนคงเคยเห็นหน้าผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นดาราที่เล่นอยู่ในหนังร้อยล้านเยอะมาก เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เป็น Celebrity Chef ที่เป็นเจ้าของร้านเลิศทิพย์ วังหิน และสุดท้าย ITAN หรือ คุณแทน-กิตติเดช วิมลรัตน์ นักวิจารณ์อาหาร นักชิม อินฟลูฯ เกี่ยวกับอาหาร ที่ในวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยและสัมภาษณ์ ถึงจุดเริ่มต้นในการทำร้านเผ็ดมา
เปิดเคล็ดลับ รับทรัพย์เฉลี่ยวันละหลักหมื่น “ขายหอยแครงบนคอนโด” ธุรกิจของสาว 27 ทิ้งชีวิตวัยรุ่นมาสร้างตัว “เรายอมทิ้งชีวิตวัยรุ่นมาสร้างเนื้อสร้างตัว ตอนนี้มันสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว อยากขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ไม่ล้มเลิก” คำบอกเล่าของ คุณเปิ้ล-กันติกา หงษาไชย อายุ 27 ปี เธอตัดสินใจสร้างธุรกิจส่วนตัวหลังเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เริ่มต้นด้วยธุรกิจร้านยำก่อนเจอกับคำว่า “เจ๊ง” และสู้ต่อด้วยธุรกิจขายหอยแครงบนคอนโด ที่ทำด้วยความตั้งใจและซื่อสัตย์ เปิดร้านยำ หลังเรียนจบ “หลังเรียนจบ เราต้องตัดสินใจว่าจะทำงานประจำหรืองานอิสระ เราเคยไปฝึกงานที่บริษัทโลจิสติกส์ มันต้องมีเวลาเข้างานตายตัว เรารู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง แล้วถ้าไม่ทำงานประจำที่มีรายได้เป็นเงินเดือน เราจะไปทำอะไรต่อ ในเมื่อเราชอบทำอาหาร ชอบกินยำ ก็เลยเลือกเปิดร้านยำ” คุณเปิ้ล เริ่มบทสนทนา คุณเปิ้ลหมดเงินไปหลายบาทกับค่าวัตถุดิบที่ซื้อมาทดลองสูตรตามยูทูบ กูเกิล เมื่อได้สูตรลงตัวก็ต้องลงทุนหมื่นกว่าบาทซื้ออุปกรณ์ครัว และทำซุ้มร้านเล็กๆ ขายหน้าคอนโด กระแสตอบรับจากคนในคอนโดเรียกว่าดีมา
เชฟน้อย พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ สมัย ร.5 กับเมนูน้ำพริกลงเรือชาววัง ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 พบกับเวที “ชิมข้าวเล่าเรื่อง” พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปกับเมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือชาววัง ที่มีการสาธิตโดย เชฟน้อย-สุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ ดีกรีอดีตหัวหน้าห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี ที่มาของชื่อน้ำพริกลงเรือ เชฟน้อย กล่าวว่า เมนูข้าวผัดน้ำพริกลงเรือนั้น ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ซึ่งสูตรนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมนูนี้เกิดจาก “เจ้าจอมสดับ” หัวหน้าต้นเครื่องในวังในสมัยนั้น นับว่าเป็นคนที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก จากที่ได้มีการตามเสด็จเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อยู่เสมอ เจ้าจอมสดับตามเสด็จเจ้านายในแต่ละพระองค์ โดยการล่องเรือ วังสวนสุนันทา จนช่วงเย็น จึงถามได้ว่าหิวหรือไม่แต่ยังไม่หิว จนช่วงเวลาหนึ่งเจ้านายต่างก็หิวเป็น แต่ ณ ตอนนั้นก็ไม่ได้มีวัตถุดิบอะไรมาก ด้วยความชาญฉลาดจึงดูว่าตอนกลางวันมีการเสวยอะไรบ้าง จึงเลือกอาหารที่เหลือ จึงนำเอาน้ำพริกกะปิ ปลาดุก หมูหวาน และไข่เค็ม จึงหุงข้าวแล้วนำทุกอย่างเข้ามาคลุกให้เข้ากัน เสร็จแล้วจึงเสิร์ฟ พระองค์โปรดและชมว่าอร่อยจริงๆ พระองค์จึงโปรดตั้งชื่อว่าเป็น “น้
ข้าวผัดรถไฟ อาหารจานเด็ดในตำนาน แฟนพันธุ์แท้ เผย ที่แท้เป็นเมนูไฮโซ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย คุณแฮม-วันวิสข์ เนียมปาน แฟนพันธุ์แท้รถไฟไทย กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีชิมข้าวเล่าเรื่อง หัวข้อ “ข้าวผัดรถไฟ ข้าวผัดดังในตำนาน เปิดเผยครั้งแรกในรอบร้อยปี” ว่า รถไฟไทย มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และพัฒนาเรื่อยมา จนสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 การสร้างระบบสัญจรพื้นฐานนี้ ได้นำวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา รวมทั้งอาหารด้วย “รถไฟเส้นทางสายใต้นั้น เสร็จก่อนสายอื่น ทำให้เกิดการเชื่อมโยงไทยกับรัฐมลายู แต่เป็นการวิ่งเป็นช่วงๆ ไม่ใช่วิ่งทางยาวเหมือนปัจจุบัน เพราะยังเป็นรถจักรไอน้ำ และเมื่อต้องมีการพักรถ ก็ทำให้ต้องมี ที่พัก ที่กิน สาเหตุนี้เองที่ทำให้เกิดโรงแรมรถไฟ เกิดกองโรงแรมและกองโภชนาการ” คุณแฮม อธิบายอย่างนั้น และว่า จุดเริ่มของเมนูข้าวผัดรถไฟ น่าจะมีมาไม่ต่ำกว่า 85 ปีก่อน เสิร์ฟครั้งแรกในโรงแรมรถไฟ ซึ่งคนที่จะเข้าพักได้ในเวลานั้น ล้วนต้องเป็นระดับ “ไฮคลาส” วัตถุดิบที่ใช้จึงเป็นสินค้า “นำเข้า” ไม่ว่าจะเป็น เนย ถั่วลันเตา ซอสมะเขือเทศเข้มข้น “ข้าวผ
ตุ๊ก ชนกวนันท์ ชีวิตติดท้องนา ปลูกเอง เก็บเอง ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ งานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 เสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเรื่องข้าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เล่าเรื่องข้าวครบทุกด้าน จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ช่วงบ่ายวันที่สองของการจัดงาน เวทีเล่าเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์ : คุณตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวที่มีอาชีพเสริมเป็น “ชาวนา” มาบอกเล่าเรื่องราวการทำนาวิถีเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ปลูกเอง เก็บเอง ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจ คุณตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงสาวใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ หากเจ็บป่วยก็ใช้อาหารเป็นยา จับพลัดจับผลูเข้าสู่วิถีเกษตรอินทรีย์เพราะอยากให้ “ลูก” ได้เรียนรู้สัมผัสวิถีธรรมชาติ ประกอบกับ คุณพ่อบุญธรรม “สุธา นิติภานนท์” สนใจทำนาวิถีออร์แกนิกอย่างครบวงจรของในชื่อ “สุธาทิพย์ ฟาร์ม” บนเนื้อที่ 100 ไร่ ในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้คนไทยได้กินข้าวที่ปลอดภัย ซึ่งตุ๊กและพี่สาวได้ช่วยคุณพ่อทำนาออร์แกนิกตั้งแต่ปีแรกจนถึงทุกวันนี้เป็นระยะเวลา 9 ปีแล้ว กว่าจะเป็นนาข้าวอินทรีย์แบบสมบูรณ์ได้ ต้องปรับตัวพอสมควร ลงทุนทำนาอินทรีย์ปีแรกถือว่า ขาดทุน ได้ผลผลิตแค่ 30% แต่หลังจา
โอวา กะเทยขายข้าว ชาวนาออนไลน์ เน้นสร้างจุดแข็งแบบมีตัวตน ลูกค้าเกิดภาพจำของสินค้า ช่วยทำตลาดขายข้าวยั่งยืน “ข้าว” ถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนาน เพราะตั้งแต่เล็กจนโตการได้เห็นทุ่งนาและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการทำนานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวสำหรับใครหลายๆ คน ที่ได้เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัดและสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการปลูกข้าวสร้างรายได้ คุณโอวา-ธนาวัฒน์ จันนิม เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เรียกได้ว่ามีสายเลือดของความเป็นลูกชาวนาอย่างเต็มตัวได้ต่อยอดการทำตลาดข้าวให้กับครอบครัวจนประสบผลสำเร็จ พร้อมกับขยายการผลิตช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้ไปพร้อมๆ กัน เปิดเวทีเสวนา ฉบับโอวา ต้นแบบกะเทยขายข้าวออนไลน์ คุณโอวา กล่าวในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 ช่วงเวทีเสวนาเกี่ยวกับเวทีโชว์เคสข้าวไทยว่า เริ่มแรกมองว่าการทำนาของครอบครัวยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่ายิ่งจน เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกรทำนามาอย่างยาวนาน ทำให้มองว่าสมัยก่อนแม้จะช่วยเหลืองานครอบครัวมากเท่าไร แต่รายได้ก็ไม่มากพอที่จะพาก้าวผ่านความยากจนไปได้ จึงทำให้ในช่วงแรกได้ทิ้งอาชีพเกี่ยวกับการทำนาไป คือการเข้าเมือง
ทำง่าย สร้างรายได้ไม่ยาก “ข้าวผัดอเมริกัน” เชฟกอล์ฟ Top Chef แจกสูตร เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 #ร้อยเรื่องราวพันธุ์ข้าวไทย มีเวที ชิมข้าวเล่าเรื่อง เปิดประวัติที่มา “ข้าวผัดอเมริกัน” เมนูฮิตสมัยสงครามเย็น และมีการสาธิตเมนูโดย เชฟกอล์ฟ-ภัควลัญชญ์ เวชมนต์ จากรายการ TOP CHEF โดยเชฟกอล์ฟ กล่าวระหว่างการสาธิตทำ “ข้าวผัดอเมริกัน” ตอนหนึ่งว่า เมนูนี้ เป็นเมนูที่โดนใจและชอบทานมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งปัจจุบัน หากมีโอกาสจะสั่งทานเป็นประจำ เพราะเหมือนได้ย้อนวัยเด็ก ทำให้หวนนึกถึงความทรงจำดีๆ จึงต้องขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่คิดค้นอาหารชนิดนี้ขึ้นมา “สูตรการทำข้าวผัดอเมริกัน อาจมีหลายสูตรแตกต่างกันไปตามความชอบ ซึ่งเรื่องอาหารไม่มีถูกไม่มีผิด อย่างไรก็ตาม เมนูนี้จะมีวัตถุดิบพื้นฐาน อย่าง ลูกเกด หอมใหญ่ เนย มะเขือเทศ แฮม ส่วนข้าวนั้น เลือกใช้ ข้าวหอมมะลิ 105 ที่หุงออกมาใหม่ๆ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นเม็ด มีเงา มียาง สามารถนำไปผัดได้เลยไม่ต้องแช่เย็น ก็ไม่เละ” เชฟกอล์ฟ บอกอย่างนั้น และว่า ข้าวผัดอเมริกัน เป็นอาหารที่รวมของอร่อยหลายอย่างไว้ในจานเดียว ทั้งข้าว ไก่ ไข่ แฮม ไ
รู้หรือไม่ 5 สิ่งนี้ แม้แต่เศรษฐีพันล้าน ไม่เคยคิดจะซื้อ! ส่องแนวคิดจากเศรษฐีตัวจริง หากเราลองจินตนาการว่าถ้าเราเป็นเศรษฐีพันล้าน เราจะซื้ออะไรให้ตัวเองบ้าง แต่พอคุยกับเศรษฐีพันล้านจริงๆ คุณจะรู้ว่าไม่มีใครร่ำรวยขึ้นมาด้วยการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย ทางเว็บไซต์ของ CNBC Make It ได้มีการไปคุยกับเศรษฐีพันล้านหลายคนและมักจะถามคำถามนี้เสมอว่า “คุณไม่ยอมใช้เงินไปกับอะไร?” คำตอบที่ได้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีเงินเหลือเฟือ แต่การใช้เงินอย่างชาญฉลาดก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณหวังที่จะเพิ่มพูนและรักษาฐานะของคุณไว้ สำหรับบางคนอย่าง Todd Baldwin เศรษฐีพันล้าน ที่คิดว่าการประหยัดเกือบจะเป็นเหมือนเกม เขามองว่า การสามารถซื้ออะไรสักอย่างได้ แต่เลือกที่จะไม่ซื้อ มันเป็นเรื่องที่ท้าทายและสนุกมาก และต่อไปนี้คือสิ่งที่เขาและเศรษฐีพันล้านอีก 4 คน ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์และชี้ให้เห็นว่า พวกเขาไม่เคยใช้เงินไปกับอะไรบ้าง 1. Fast Fation Jonathan Sanchez เศรษฐีพันล้านและผู้ก่อตั้ง Parent Portfolio ประหยัดค่าเสื้อผ้าด้วยการเลือกเสื้อผ้าธรรมดาๆ เขาบอกว่า “ผมไม่คิดมากเรื่องชุด ผมมีเสื้อผ้าเรียบง่ายและไม่ตามยุค ในตู้
“กฤช เหลือลมัย” ปรุงเมนู “กะเพราไก่บ้านสับ” สูตรลับ 70 ปี! กะเพรา ถือเป็นหนึ่งเมนูซอฟต์พาวเวอร์ที่เราคุ้นเคย หรือเรียกว่าเป็นเมนูยอดฮิตเลยก็ว่าได้ ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 พบกับเวทีชิมข้าวเล่าเรื่อง เมนูกะเพรา โดย คุณกฤช เหลือลมัย พร้อมสาธิตการปรุงกะเพราไก่บ้านสับ สูตรลับ 70 ปี คุณกฤช กล่าวถึงต้นกำเนิดของกะเพราว่า เป็นพืชที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยมีการนำกะเพรามาใส่อาหารประเภทข้าวแกง เช่น แกงปลาไหล และเมนูอื่นๆ จึงเรียกได้ว่าคนไทยชอบกินกะเพรามาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ส่วนผัดกะเพรา ในบันทึกเก่าๆ ที่เคยพบ นั่นคือ โฆษณาร้านน้ำพริก เขาบอกด้วยว่ามีเมนูผัดกะเพรา อีกทั้งในปี 2497 มีรายการวิทยุรายการหนึ่ง ออกประกาศเรื่องการทำกับข้าวกับปลา การเลือกกินอาหาร และได้พูดถึงผัดกะเพราเนื้อวัว จึงเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งว่าเมนูผัดกะเพรามีมานาน 70 ปี โดยสูตรผัดกะเพราดั้งเดิม ต้องมีพริกสด กระเทียม ใส่พริกไทย และเกลืออีกนิดหน่อย และวัตถุดิบที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือใส่ดอกกะเพรา ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครใส่กันแล้ว ส่วนเครื่องปรุงมีแค่น้ำปลา และน้ำตาลอีกนิดหน่อยเช่นกัน แต่ทุกวันนี้ผัดกะเพราตามร้าน มีการใส่ซอส การผสมขอ
แค่ 10 นาทีก็ได้กิน! “ซูชิ มากิโรล จากข้าวก่ำล้านนา” อร่อยไม่แพ้ข้าวญี่ปุ่น โดย เชฟโอ๊ต-หัสนัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล StarvingTime Chef ปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่! กับ กิจกรรมกินข้าวเรื่องใหญ่ ชิมเมนูข้าวสุดมหัศจรรย์ กับ Starving Time พบกับการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ “ซูชิ มากิโรล (ข้าวก่ำล้านนา)” โดย เชฟโอ๊ต-หัสนัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล StarvingTime Chef ในงานมหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเชฟโอ๊ตได้สาธิตการทำเมนูซูชิ มากิโรล จากข้าวก่ำล้านนา ตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยเริ่มจากนำข้าวก่ำล้านนาที่หุงเสร็จแล้วมาคลุกเคล้ากับน้ำส้มสายชู ค่อยๆ ตะล่อมให้เข้ากัน จะทำให้ได้ข้าวเม็ดเรียงสวย อย่าออกแรงกดเยอะ เพราะจะทำให้ข้าวกลายเป็นแป้งเปียก สำหรับการเลือกใช้ข้าวก่ำล้านนาแทนข้าวญี่ปุ่น เชฟโอ๊ต อธิบายว่า “ข้าวก่ำล้านนาให้เนื้อสัมผัสคล้ายข้าวญี่ปุ่น มีความเหนียว ความหอม ความนุ่มกว่ามาก และมีเปลือกให้เคี้ยวเบาๆ ทำให้การทานอร่อยมากขึ้น” ขั้นตอนต่อไปคือการห่อ เชฟโอ๊ตเริ่มต้นจากการวางเสื่อไม้ไผ่ม้วนซูชิ ตามด้วยสาหร่ายแผ่นใหญ่ ตักข้าวก่ำล้านนาวางด้านบน แล้วเกลี่ยข้าวให้เต็มแผ่น จาก
