Exclusive
ทำถึงมาก! “ชินจีฮยอน” เที่ยวไทยยังไง? กระตุ้นให้ชาวเน็ตทั่วโลกอยากมาเช็กอินตาม ชินจีฮยอน (Shin Ji Hyun) อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวเกาหลีใต้ ที่มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรม shinzhyun ถึง 319k อีกทั้งเธอยังเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับอย่าง Nonerd และเป็นเจ้าของสตูดิโอถ่ายภาพที่ชื่อว่า Rundone อีกด้วย เธอได้กลับมาเที่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากปีที่แล้วเธอได้มาเที่ยวภูเก็ต และถ่ายภาพโพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวจนกลายเป็นไวรัลขึ้น ด้วยสไตล์การถ่ายภาพของเธอนั้น มีท่าทางสบายๆ อินดี้ ที่เป็นธรรมชาติ ภาพที่ดูธรรมดาแต่แฝงด้วยความผ่อนคลาย ทำให้ทั้งคนไทย คนต่างชาติหลายคน สนใจอยากมาตามรอยถ่ายรูปฟีลสตรีต และกลายเป็น ref. ให้หลายคนนำมาใช้ในการถ่ายภาพตาม และครั้งนี้เธอมาได้มาเที่ยวที่กรุงเทพฯ โดยโพสต์ภาพทั้งสถานที่ท่องเที่ยว จุดเช็กอิน และอาหารไทยแบบหลากหลายลงในอินสตาแกรม ทำให้ชาวเกาหลีส่วนใหญ่คอมเมนต์บอกว่าอยากมาเที่ยวที่ประเทศไทย และบางคอมเมนต์บอกว่าพี่สาวชินจีฮยอนมี Personal Color หรือโทนสีประจำตัว คือ ประเทศไทย และคอมเมนต์ฝั่งชาวไทยก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “พี่สาวเริ่ดมาก ทำถึงสุดๆ” กา
เปิดเส้นทาง “JOYOUS” จากสินค้าในร้านค้าปลีกท้องถิ่น สู่เซเว่นฯ สร้างยอดขายโตต่อเนื่อง ด้วย 3 เคล็ดลับ ธุรกิจกลุ่มบิวตี้และสินค้าแฟชั่น ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ SMEs เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับ บริษัท สตาร์ริช เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้า ภายใต้แบรนด์ “จอยอัส” (JOYOUS) สินค้าประเภทบิวตี้ แอกเซสซอรี (Beauty Accessories) อย่าง แหนบ กรรไกรตัดเล็บ กิ๊บติดผม ยางรัดผม ฯลฯ กลับสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในร้านเซเว่นฯ มากว่า 25 ปี ด้วยอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี แม้ว่าจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากสินค้าร้านค้าปลีกท้องถิ่น สู่ร้านโมเดิร์นเทรด คุณกวิน ศุภกฤตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ริช เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เล่าย้อนความให้ฟังว่า บริษัทผลิตสินค้ากลุ่มบิวตี้ แอกเซสซอรี เช่น ยางรัดผม กิ๊บ หวี ฯลฯ มากว่า 25 ปี โดยมีช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกท้องถิ่น ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ กระทั่งปี 2542 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร้านเซเว่น อีเลฟเ
เปิดแนวคิดการตลาด ‘จอลลี่แบร์’ ขนมเยลลี่แบรนด์แรกในไทย ทำยังไงให้อยู่คู่คนไทยมานาน 40 กว่าปี! หากพูดถึง ขนมเยลลี่ ในประเทศไทยที่ถือเป็นแบรนด์ดังและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานแล้วล่ะก็ จอลลี่แบร์ คงเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ ที่เราต้องเอ่ยถึง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณนิกกี้-พลากร เชาว์ประดิษฐ์ Director ห้างหุ้นส่วนจำกัด อยู่แสงฟ้า โปรดักส์ หนึ่งในผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ จอลลี่แบร์ ที่มาเล่าที่มาที่ไปของแบรนด์และเทคนิคการทำการตลาดที่ทำให้แบรนด์อยู่คู่คนไทยมาได้นาน 40 กว่าปี! คุณนิกกี้ เล่าว่า จอลลี่แบร์ เป็นแบรนด์ขนมเยลลี่เจลาติน ที่ดำเนินกิจการมาได้ 40 กว่าปี ที่ผลิตโดย บริษัท พงษ์จิตต์ จำกัด และจัดจำหน่ายโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด อยู่แสงฟ้า โปรดักส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน นอกจากนั้น จอลลี่แบร์ ยังได้วางในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มานานกว่า 30 ปี “เราถือเป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆ ที่ทำธุรกิจเยลลี่ออกมาในลักษณะ Mass Scale ซึ่งผู้บริโภค ณ เวลานั้น ยังไม่มีความรู้ด้วยซ้ำว่าเยลลี่ประเภทนี้ที่เป็นขนมอยู่ด้วย สมัยนั้นอาจจะคุ้นเคยกับ Hard Candy พวกขนมเม็ดแข็ง
เจ๊ไฝ มิชลิน ยังแรงดี ไม่มีตก ลูกค้าคอยคิว ตั้งแต่เปิดร้าน วันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสเข้าไปอุดหนุน เจ๊ไฝ ร้านอาหารริมทาง ระดับมิชลินสตาร์ ย่านประตูผี ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ที่ก่อนหน้านี้ ช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด จัดเป็นร้านท็อปฮิต ใครอยากลองลิ้มชิมรส อาจต้องขอจองล่วงหน้านานนับเดือน ซึ่งล่าสุด ร้านดังแห่งนี้ มีการปรับตัวตามสถานการณ์ ที่มีคำสั่งปิดห้ามนั่งทานที่ร้านเป็นระยะ โดยจากเคยเปิดช่วงบ่ายๆ ไล่ไปจนถึงกลางดึก ปรับมาเป็นเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า และปิดร้านราว 2 ทุ่มครึ่ง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะปรับเวลา และรับลูกค้าวอล์กอิน เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเหตุให้ ร้านเจ๊ไฝ เงียบเหงาแต่อย่างใด “มาถึงร้านตั้งแต่ 9 โมงกว่าๆ ยังพอมีโต๊ะว่าง 2-3 โต๊ะ แต่แค่แป๊บเดียว ไม่ถึง 20 นาที มีลูกค้าทั้งคนไทย-ต่างชาติ มายืนต่อคิวกันแล้ว” ลูกค้ารายหนึ่ง เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และว่า อยากมาอุดหนุนนานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ ต้องคอยคิวนานเป็นเดือน ช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเบาบางลงไปมาก เลยหาโอกาสมาสัมผัสสักครั้ง เพราะขนาดคนที่อยู่คนละซีกโลก ยังข้ามน้ำข้ามทะเลมาชิม มาซื้อประสบการณ์ กันเยอะแยะ
ดอกเตอร์ ลาออกก่อนเกษียณหลายปี มุ่งทำสวนเต็มตัว เงินไม่มาก แต่สุขทุกวัน เรื่องนี้เริ่มต้นมาจาก วันหนึ่งมีคนส่งมังคุดมาให้ลูกสาวของผมกล่องใหญ่ มีน้ำหนักน่าจะสัก 10 กิโลกรัม เห็นจะได้ มังคุดแต่ละลูกที่ส่งมา มีกระดาษฟองน้ำหุ้มห่อมาอย่างดี เหมือนผลไม้ที่ถูกส่งมาจากต่างประเทศเลยทีเดียว พอผมได้กินมังคุด จึงได้รู้ว่าเป็นมังคุดที่มีเนื้อสีขาว รสชาติอร่อยมาก ผมถามลูกสาวว่าสั่งซื้อมังคุดมาจากที่ไหน ลูกตอบว่าไม่ได้ซื้อ เจ้าของสวนส่งมาให้กิน ในฐานะที่รู้จักกัน เนื่องจากเมื่อผมได้กินมังคุดแล้วติดใจ จึงบอกให้ลูกช่วยสั่งซื้อ ลูกรับปากว่าจะสั่งซื้อมาให้ ถือเป็นการอุดหนุนชาวสวนด้วย สวนมังคุดที่ว่านี้ตั้งอยู่ที่ 55/2 ซอยศรีเผด็จ หมู่ 1 ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 86000 มีชื่อเป็นทางการว่า “สวนแม่คุณช้อย” ตอนแรกผมคิดว่าเจ้าของคงเป็นชาวสวนธรรมดาทั่วไปที่ผมเคยพบเห็น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ลูกสาวบอกว่า เจ้าของสวนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และมีความรู้ระดับดอกเตอร์จากประเทศออสเตรเลีย เธอมีชื่อจริงว่า ศิริพร สิริสุรพงศ์ มีชื่อเล่นว่า เต๋า ปกติคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้วทำสวนไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา ทว่า สำ
ของต้องมี! กางเกง “ลายประจำถิ่น” กระแสมาแรง โชว์อัตลักษณ์ 1 กางเกง 1 จังหวัด เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง สำหรับกางเกงลายประจำแต่ละถิ่น ซึ่งแต่ละจังหวัด ต่างผลิตลายต่างๆ ออกมามากมาย อย่างจังหวัดราชบุรี ได้นำลวดลายโอ่งมังกรมาใว้ในกางเกง จังหวัดขอนแก่น ทำเป็นลวดลายไดโนเสาร์สุดน่ารัก และล่าสุด จังหวัดนนทบุรี ทางเพจ “ชาวนนทบุเรี่ยน กิน เที่ยว เฟี้ยว เพจเดียวครบ” ได้ออกมาประกาศเปิดตัว “กางเกงนนทบุเรี่ยน” โดยในลวดลายมีทั้งของดีประจำจังหวัดหลากหลาย นั่นก็คือ ทุเรียน หอนาฬิกา ท่าน้ำนนท์ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ย้อนไปก่อนหน้านี้ กางเกงช้างถือได้ว่าเป็นไอเทมสุดฮิตประจำประเทศไทย จนส่งต่อมาเป็น 1 จังหวัด 1 กางเกง โดยแต่ละจังหวัดจะนำเสนออัตลักษณ์ที่เป็นความโดดเด่น รู้ทันทีเมื่อเห็นลวดลายเหล่านั้นว่าเป็นจังหวัดอะไร ถือเป็น Soft Power วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมามัดรวม และแจกพิกัดกางเกงแต่ละจังหวัด ว่ามีจังหวัดอะไรบ้าง ลวดลายในกางเกงสื่อถึงอะไร และราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่ 1. กางเกงช้าง เชียงใหม่/เชียงราย ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย เมื่อนำมาทำเป็นลวดลายบนกางเกง ก็จะเหมือนการชูอ
“ผมเป็นชาวนาเมืองลุงที่พัฒนา อะไรที่ต่อยอดได้เราก็ทำ เป้าหมายในอนาคตของผมคือต้องมีทรัพย์กิน ในทีนี้หมายถึงความยั่งยืน ความยั่งยืนสำคัญกว่าเงินในกระเป๋า ไม่มีเงินก็ไม่อด ตื่นมาก็มีกินแล้ว” คำบอกเล่าจาก “คุณคูณ-รณชัย อเปสริยโย” หนุ่มใหญ่วัยกลางคนผู้ตัดสินใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองพัทลุง ด้วยการนำ “ข้าวสังข์หยด” ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นข้าว GI มาสร้างแบรนดิ้งใหม่ภายใต้แบรนด์ชิดภิรมย์ ก่อนนำมาไลฟ์ขายใน TikTok Shop ส่งต่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้กินข้าวคุณภาพดีเหมือนที่แม่ของเขาเคยได้กิน “เรามาทำข้าวขายกันไหมแม่” เส้นทางของแบรนด์ชิดภิรมย์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน แม่ของคุณคูณกำลังป่วยด้วยอายุที่มากขึ้น จากอาการต่างๆ รุมเร้า ทั้งคอเลสเตอรอล ไขมัน เส้นเลือด ในฐานะลูกชายจึงตัดสินใจลาออกจากงานบนเรือบรรทุกแก๊ส มาดูแลแม่วัยชราที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพัทลุง “ตอนนั้นแม่ผมไม่สบาย ถ้าผมยังทำงานอยู่ในทะเลแล้วถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา ผมคงไม่ได้มาดูแล ท่านเป็นข้าราชการเกษียณที่กลับมาสร้างบ้าน ทำนาอยู่ที่พัทลุง อยู่กันสองตายาย การที่มีลูกกลับมาดูแล พาไปหาหมอมันอุ่นใจกว่ามาก นอกจากพาไปหาหมอ ผมก็ดูแลเรื่องอาหารก
Chubby Cheeks ร้านเนยออนไลน์ ที่สร้างยอดขายหลักล้านต่อเดือน จากคอนเทนต์สุดปัง บน TikTok “Mindset ในการทำธุรกิจของเราจริงๆ เราไม่คิดว่าฉันจะต้องได้เงินเท่าไหร่ เลยกลายเป็นว่าเราไม่เคยหมดไฟเลย สนุกกับมันมากกว่า เพราะทุกอย่างที่ทำเราชอบหมดไง (ยิ้ม)” คุณเจมีน-จรัสรวี อินทรศรี เจ้าของแบรนด์ Chubby Cheeks ที่มาแรงใน ติ๊กต็อก ณ ตอนนี้ เธอเล่าให้ฟังถึงแนวคิดการทำธุรกิจว่าไม่ได้มองตัวเงิน แต่ใช้ความสุขกับการทำงานสนุกกับสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็มาจากการลงมือทำด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ไม่เพียงแค่นั้น เรื่องการทำคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์มโดยเฉพาะติ๊กต็อก ต้องให้ความใส่ใจ เรื่องราวของ Chubby Cheeks จะเป็นอย่างไร แนวคิดในการหารายได้หลักล้านจะเป็นแบบไหน คุณเจมีนเผยให้เรารู้แล้วกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เริ่มต้นลองทำ สู่ การสร้างธุรกิจ Chubby Cheeks ในช่วงแรกก่อนเริ่มต้นเป็นธุรกิจอย่างเต็มตัว คุณเจมีนไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ของตัวเองตั้งแต่ต้น แต่เกิดจากความเลือกกินของที่อร่อยถูกใจ จึงคิดค้นสูตรเนยที่มีความลงตัว แบ่งปันให้เพื่อนๆ ลองชิม เกิดเป็นแบรนด์ Chubby Cheeks “เราเป็นคนที่เลือกกินแต่ของอร่
เดินหน้า ถอยหลัง แฟรนไชส์ไทย ทำไมไปไม่ถึงไหน ธุรกิจอะไรยังมีโอกาส แฟรนไชส์ นับเป็นระบบธุรกิจสำคัญ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต รวมทั้งเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้วและอยากเติบโตมากขึ้น สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ข้อมูลเมื่อเร็วๆ นี้ จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุปัจจุบัน ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทย มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3 แสนล้านบาท มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15-20 ต่อปี โดยประเภทธุรกิจ แฟรนไชส์ที่สร้างมูลค่าสูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องดื่ม 25.15% อาหาร 24.09% การศึกษา 15.45% บริการ 9.09% เบเกอรี่ 8.33% และ ค้าปลีก 6.52% “แฟรนไชส์ เป็นระบบการค้าแบบตัวแทน แต่สิ่งที่ระบบแฟรนไชส์ให้นั้นมีมากกว่าสินค้า หรือการให้เป็นคนกระจายสินค้า แต่ มีการให้สิทธิ์ ให้แบรนด์ ให้โนว์ฮาว ด้วย” คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ในฐานะกูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของเมืองไทย ฉายภาพกว้างกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนยอมรับ ภาพรวมของแฟรนไชส์ ในบ้านเรา หลายคนบอกอยู่ในภาวะ “เดินหน้า ถอยหลัง” อยู่อย่างนั้น สาเหตุใหญ่เพราะความไม่พร้อมของแฟรนไ
After Yum ง่ายๆ โง่ๆ จากร้านเล็กคิวยาวนับร้อย สู่ธุรกิจนี้ไม่ได้โง่อย่างที่คิด จนวันที่ยำเป็นลมหายใจ “…สำหรับลูกค้าท่านใดที่จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม กรุณารบกวนงดสูบบุหรี่ทุกกรณีค่ะ เนื่องจากเป็นบริเวณหัวจ่ายน้ำมัน เราไม่อยากจากไปพร้อมๆ กัน เพื่ออรรถรสในการรอยำและการรับประทาน โปรดหากิจกรรมมาทำระหว่างรอ ขอบคุณค่าาา” สิ้นเสียงก็เป็นท่าโบกมือย่อตัว ขอตัวไปนำตำนานร้านยำเล็กๆ ในปั๊มน้ำมันที่ยังมีลมหายใจกลายเป็นเรสเตอรองต์ขนาดใหญ่ มีคนเข้าออกอยู่ไม่ขาดสาย รวมถึงปลุกกระแสร้านยำฟีเวอร์ไปทั่วประเทศ กับร้าน After Yum โดย คุณแต๋ง-กฤษฏิ์กุล ชุมแก้ว หนึ่งในผู้บริหารร้าน After Yum ได้เปิดใจถึงที่มาที่ไปบนการทำธุรกิจฉบับ ง่ายๆ โง่ๆ จนประสบความสำเร็จ พร้อมกับคำว่า เจ๊ง ที่เป็นทางเลือกสำคัญของชีวิต รวมถึงพาร์ตเนอร์ และหลักคิดการบริหารธุรกิจให้ไปต่อ หลายคนรู้จัก อาฟเตอร์ยำ แต่จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากไหน คำถามนี้โดนบ่อยนะ อาฟเตอร์ยำมาจากไหน อาฟเตอร์ยำเกิดขึ้นได้ยังไง หรือว่าคนรู้จักอาฟเตอร์ยำจากอะไร จริงๆ อาฟเตอร์ยำเกิดจากร้านยำเล็กๆ สองเพื่อนซี้แต๋งกับดิวแม่ลูก กินข้าวด้วยกันทุกวัน แล้ววันหนึ่งก็เกิดถูกใ
