Exclusive
ชี้ Soft Power แฟชั่น สำเร็จได้ ต้องใช้ศาสตร์ เข้าใจห่วงโซ่ อย่างถ่องแท้ เมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้ง FLYNOW แบรนด์เสื้อผ้าไฮเอนด์ ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมาหลายสิบปี เกี่ยวกับประเด็นเส้นทางการเติบโตธุรกิจของเขา โดยตอนหนึ่งของการสนทนา ได้มีการเอ่ยถึงนโยบายผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ได้บรรจุเรื่องของแฟชั่น เข้าไปด้วย “ถามว่าผมส่งกำลังใจไหม ผมส่งนะ แต่มันไม่ง่าย ถ้าคนไม่เข้าใจแฟชั่นในห่วงโซ่อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำและนำไปสู่ระดับสากล ถ้าไม่เข้าใจทำยังไงก็ไม่สำเร็จ เสียเงินเปล่าๆ แต่ถ้าเข้าใจมันจะมีพลังมหาศาล เพราะทุนเดิมมีอยู่แล้ว แค่ไม่ได้ไปเจาะ ไปเจียระไน ลองไปเจาะดูสิ ลองเจียระไนดูสิ จะเห็นความงามในประเทศของเรา ที่มีแต่ Soft Power เต็มไปหมด”คุณลิ้ม เปิดหัวไว้อย่างนั้น ก่อนบอกต่อ เชื่อว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่อยากให้ประเทศไทย มี Soft Power แต่ความจริง Soft Power มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว บ้านเรามีพระอาทิตย์ มีทรายสวย ทะเลสวย มีคนที่น่ารัก มีอาหารที่อร่อย ใช้ชีวิตยังไงก็มีความสุขโดยที่ไม่ต้อ
“คนดูถูกว่าไม่นานก็เจ๊ง” ช่างท๊อป ด๊อกอาร์ท ลบคำดูถูก สู่นักตัดขนขวัญใจเจ้าตูบและเหมียว เมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวของ ช่างท๊อป-ภาณุพงศ์ จงจิตร เจ้าของร้านตัดขนสัตว์ “บ้านช่างท๊อป ด็อกอาร์ท” ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นไวรัลมากๆ บนโลกโซเชียล จากการที่เขาอัปโหลดวิดีโอด้วยภาษาใต้ พร้อมแคปชัน “ห้ามแหลงคําว่าอาบน้ำ #น้องลูกจัน” ซึ่งเป็นคลิปของ “น้องลูกจัน” แมวสายพันธุ์เปอร์เซียที่ดูเหมือนว่าจะเกลียดการอาบน้ำเข้าไส้ และแสดงอาการขู่ฟ่อใส่ช่างท๊อปทุกครั้งที่พูดว่าอาบน้ำ จนเป็นที่ชอบใจปนเอ็นดูของชาวเน็ต มียอดเข้าชมเกือบ 3 ล้านวิว และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา “รู้สึกตกใจที่มีคนดูและแชร์มากขนาดนั้น เพราะจริงๆ แล้ว ผมอัดคลิปเพียงเพราะอยากให้ลูกค้าเห็นว่าสัตว์เลี้ยงของเขามีพฤติกรรมยังไงตอนอยู่กับช่าง เนื่องจากส่วนใหญ่เวลาลูกค้าเอาหมาหรือแมวมาอาบน้ำตัดขนที่นี่ ก็มักจะบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเขาเรียบร้อย เลี้ยงง่าย” ช่างท๊อป กล่าว ก่อนเล่าต่อถึงที่มาของ อาชีพรับตัดขนสุนัขและแมว เริ่มต้นเมื่อปี 2547 ตนขึ้นไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นไม่มีเงินจึงไปสมัครงานพิเศษ จนได้
ฮิโรชิมา แหล่งกำเนิด มาสด้า ข้าวเกรียบกุ้งคาลบี้ เสื้อผ้ายูนิโคล่ และ ร้านไดโซะ ฮิโรชิมา เป็นเมืองหนึ่งอยู่เกือบปลายสุดของเกาะฮอนชู เกาะใหญ่สุดของญี่ปุ่น เกาะเดียวกันกับที่เมืองหลวงคือโตเกียวตั้งอยู่ แต่ไกลกันมาก ฮิโรชิมาอยู่ปลายสุด ลงใต้ไปอีกหน่อยก็เป็นเมืองฟูกูโอกะแหล่งเกษตรกรรมธรรมชาติที่สำคัญของญี่ปุ่น ฮิโรชิมา เป็นเมืองในใจตลอดกาลของฉัน หลงรักตั้งแต่ไปครั้งแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ชอบที่มีรถรางวิ่งผ่านเมือง เหมือนซานฟรานซิสโก เป็นรถรางเก่าแก่วิ่งมาแต่เก่าก่อน แต่เขารักษาสภาพไว้ดีมาก และยังใช้กันเป็นปกติ แม้ว่าคนใช้จะเป็นนักท่องเที่ยวเสียส่วนใหญ่ เพราะคนทำมาหากินทั่วไปก็หันไปใช้รถไฟใต้ดิน หรือการสัญจรวิธีอื่น ฮิโรชิมา เป็นเมืองสวย เป็นเมืองชายทะเลที่ไม่หนาวเกินไป อากาศดีตลอดปี น้ำทะเลด้านนี้ซึ่งเป็นช่องแคบคั่นระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้แถวเมืองปูซาน ก็สงบกว่าอีกด้านที่ติดทะเลลึก แต่คนทั้งโลกไม่ค่อยรู้จักฮิโรชิมาในแง่นี้ กลับรู้จักเพียงว่าเป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดนิวเคลียร์หย่อนใส่เมื่อ 74 ปีก่อน ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาก็หย่อนใส่เมืองนางาซากิ ผู้คนล้มตายนับแสน และทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคร
เทคนิค บีบมะนาว ช่วยร้านอาหาร ประหยัดต้นทุนได้ เดือนเป็นพัน จริงดิ!?! “การเดินทางของมะนาว” ผมมักยกมาเป็นตัวอย่างประจำในการอบรมหรือบรรยายให้คนทำร้านอาหารเห็นความสำคัญของการเป็น “ร้านอาหารสีเขียว” คือ ร้านอาหารที่มีการปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติต่อผู้คน พนักงาน ลูกค้า ชุมชน เรื่องของพลังงาน น้ำ การประกอบอาหาร การใช้วัตถุดิบ การลดขยะ การกำจัดมลพิษ และอีกหลายๆ เรื่องข้อย่อยยุบยิบ แต่พอเอ่ยเรื่องนี้กับใครมักไม่ค่อยเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ดูไกลตัว ใครๆ ก็ใช้ถุงพลาสติก เทเศษอาหารลงขยะ เทน้ำล้างจานลงท่อ ผมเลยคิดหาวิธียกตัวอย่างว่า ถ้าคุณทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อสิ่งแวดล้อม มันไม่ได้ดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ยังดีทั้งต่อคนอื่น ต่อตัวคุณเอง ต่อร้านอาหาร และที่สำคัญ เพิ่มพูนผลกำไรให้ด้วย เลยมาได้เรื่องของ “มะนาว” คำถามแรกที่ผมถามคนเข้าอบรมทุกคนคือ “ปกติคุณหั่นมะนาวเพื่อบีบเอาน้ำมะนาว คุณหั่นยังไง” ถ้าคนที่บ้านหลายคน อาจจะผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบเอาน้ำออก กรองเมล็ดโดยใช้นิ้วมือ (อย่าลืมล้างมือก่อน) ช้อน หรือที่บีบน้ำมะนาวก็ตามแต่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดี ได้น้ำมะนาวเต็มเม็ดเต็มหน่ว
ไทบ้านต้องรู้! ก่อนเปิดร้านลาบที่ญี่ปุ่น มีร้านส้มตำเด้อ ส้มตำไทยระดับอินเตอร์ เปิดอยู่ก่อนแล้ว จากวลี “พ่อครับ…ผมว่าจะเปิดร้านลาบอยู่ญี่ปุ่น” ที่ผู้กำกับหนังชื่อดัง ต้องเต-ธิติ ศรีนวลได้ฝากไว้ในภาพยนตร์สัปเหร่อ นำมาสู่โปรเจ็กต์ใหม่หมาดๆ ที่หลายคนตั้งตารอ ไทบ้านเดอะซีรีส์ 3 ซึ่งหากมองในมุมธุรกิจ วลีดังกล่าวอาจไม่ใช่แค่บทพูดของนักแสดง แต่การไปเปิดร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นนั้นมีผู้ประกอบการไทยบุกเบิกมาก่อนแล้ว นั่นคือ “ร้านส้มตำเด้อ” ร้านอาหารอีสานระดับอินเตอร์ที่เริ่มต้นจากประเทศไทย สู่การขยายสาขาในเมืองใหญ่ในต่างประเทศ ร้านส้มตำเด้อ ไม่ได้ประสบความสำเร็จแค่ในไทย เพราะหลังจากเปิดร้านที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2555 คุณธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์ เจ้าของร้าน ได้พาอาหารอีสานรสแซ่บบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปปักหมุดไกลถึงกรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2557 และได้รับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ในปี 2559 ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับร้านอาหารที่จะได้รับมิชลินสตาร์ ตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพมาตรฐานจากการจัดอันดับของมิชลิน ไกด์ ต่อมาในปี 2560 เจ้าของร้านส้มตำเด้อได้บินไปเปิดสาขาที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และกรุงโตเก
เปิดคาเฟ่นก ย่านเอกมัย ธุรกิจจากความชอบวัยเด็ก รวมนกสุดน่ารักกว่า 100 ตัว บินต้อนรับลูกค้า Happy Bird’s Day ไม่ใช่สุขสันต์วันเกิด แต่คือชื่อคาเฟ่นกใจกลางเมืองย่านเอกมัย ของ คุณเนส-ธนกฤต และ คุณชิชา-วันทิยา สุนทรกัลปกิจ คู่รักที่เป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะคุณเนส ชายหนุ่มผู้ชื่นชอบและอยากเลี้ยงนกมาตั้งแต่เด็ก แต่…ไม่มีโอกาส กระทั่งโตขึ้นเขาได้เปิดคาเฟ่กระต่ายและเริ่มเลี้ยงนก เมื่อเห็นว่านกสามารถเข้ากับผู้คนได้ดี จึงเริ่มขยับขยายมาเปิดอีกคาเฟ่ในปี 2021 โดยมีนกหลายสายพันธุ์ที่เลี้ยงสะสมไว้คอยบินเล่นต้อนรับลูกค้า “ผมเปิดคาเฟ่กระต่ายและได้เลี้ยงนกในนั้นด้วย พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาเห็นว่านกสามารถเข้ากับคนได้ และคาเฟ่กระต่ายค่อนข้างเล็กเลยตัดสินใจเปิดคาเฟ่นกเพิ่ม อันที่จริงผมตั้งใจเปิดตั้งแต่ปี 2020 แต่เกิดโควิดก่อน เลยได้มาเปิดในปี 2021 ระหว่างนั้นผมใช้เวลาสะสมนกไว้หลายสายพันธุ์จาก 40 กว่าตัว เพิ่มเป็น 100 กว่าตัวครับ” ปัจจุบัน Happy Bird’s Day มีนกสายพันธุ์ม็องก์ พาราคีต, ฟอพัส, เลิฟเบิร์ด, ฮันมาคอว์, กระตั้ว, แบล็กเฮดไคก์, ค็อกคาเทล, ซันคอนัวร์, คริมสันคอนัวร์, กรีนชีคคอนัวร์, จาร
ชูเนื้อไทยพรีเมียม “เนื้อสยาม” ร้านไม่ลับฝั่งธนฯ ของเชฟวัย 32 ที่ตั้งใจอยากสนับสนุนเกษตรกรไทย ก่อนจะมาเป็นร้าน เนื้อสยาม เนื้อไทยพรีเมียมสุดฉ่ำ สไตล์โฮมเมดที่ Beef Lover ชื่นชอบ และชวนกันลัดเลาะไปตามซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 บางแวก 112 เพื่อมาลิ้มลอง รู้ไหมว่าร้านนี้เกิดขึ้นมาด้วยพรหมลิขิต เชฟติ๋ว-รัตติกาล จับใจนาย เจ้าของร้านหน้าใส พ่วงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อ เรียนจบ Meat Science หรือว่า วิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์มาโดยตรง เล่าว่า แรกเริ่มทำงานประจำแล้วจับพลัดจับผลูมาเปิดร้าน House of beeF ที่ขายแค่เมนู บาร์บีคิว แบบออนไลน์ ไม่มีหน้าร้านในช่วงโควิด-19 ซีซัน 2 แน่นอนว่ายากมาก! แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ จนขยับขยายกลายมาเป็นร้านเนื้อคู่ ที่มีหน้าร้านและอาหารให้เลือกมากมาย และสุดท้ายไม่ท้ายสุดก็เปลี่ยนมาเป็น ร้านเนื้อสยาม ในปัจจุบัน “คำว่า เนื้อสยาม เราตั้งใจสื่อสารกับลูกค้าทุกคนอย่างตรงไปตรงมาว่า สยาม หมายถึง ประเทศไทย เพราะฉะนั้น วัตถุดิบหลักของเนื้อสยาม ส่วนใหญ่จึงเป็นเนื้อไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้นวัตถุดิบรองอื่นๆ เช่น เป็นผักบางชนิดหรือว่าลิ้นวัวที่นำเข้าจากอาร์เจนต
รวมหนังชิงออสการ์ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ ปลุกพลังใจ ปลุกไฟแห่งความสำเร็จ การประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 96 เพิ่งผ่านพ้นไป มีหนังดีหนังดังที่ได้รับรางวัลมากมายหลายเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมามีหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหนังสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะคอยช่วยส่งต่อแนวคิด สร้างแรงฮึดให้กับผู้ชมมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายอย่างไม่ย่อท้อ รวมไปถึงบอกเล่าบทเรียนในการทำธุรกิจให้ผู้ชมเกิดความไม่ประมาท วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีหนังดี 5 เรื่องที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ พร้อมปลุกไฟแห่งความสำเร็จให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รับรองว่าเมื่อดูจบแล้ว จะได้รับความประทับใจ มีแรงผลักดันในการทำธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน “ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ใช้ความหลงไหลในการสร้างแรงผลักดัน” – The Social Network หนังดังเปิดประวัติชีวิต มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook “ใช้ความล้มเหลวเป็นแรงผลักดัน อย่าย่อท้อ โอกาสของเรายังมี ต้องมีความหวัง” – The Wolf of Wall Street หนังสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักขาย ผ่านประวัติชีวิต Jordan Belfort หมาป่าแห่งถนนว
งานรีวิวเพียบ ทั้ง น้ำพริก รีสอร์ต ยัน วัตถุมงคล บ่งบ้ง แมวแม่ค้า ช่วยหาเงินเข้าบ้าน อาจกำลังเป็นขวัญใจของบรรดาทาสแมวหลายคน สำหรับ บ่งบ้ง แมวแม่ค้า หน้าตาน่าเอ็นดู ปัจจุบันมีแหล่งพำนักอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร คุณปุ้ย-กรชวัล สิทธิกานต์ วัยสามสิบเศษ ที่แนะนำตัวเป็นคุณแม่ของบ่งบ้ง ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง ย้อนความเป็นมาให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตัวเธอ กับคุณวิจัย ทองกาล หรือคุณพ่อของบ่งบ้ง เคยช่วยกันเลี้ยงสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด๊อก มาก่อน แต่มาเกิดอุบัติเหตุเศร้า ทำให้เสียชีวิตไป กระทั่งช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ไปเจอกับแมวจรตัวหนึ่ง รู้สึกสงสาร จึงรับมาเลี้ยง ก่อนตั้งชื่อให้ว่า มีมี่ เลี้ยงไปพักหนึ่ง เห็นว่าเหงาเกินไป จึงไปหาซื้อแมวมาเลี้ยงเป็นเพื่อน ซึ่งก็คือ บ่งบ้ง นั่นเอง “บ่งบ้ง เป็นแมวพันธุ์สกอตติช ตอนไปเลือกมี 3 ตัว บ่งบ้ง ตัวเล็กสุด ผอมสุด แฟนคิดว่าคงจะขายไม่ออก เลยเอาตัวนี้แล้วกัน ก็ได้มาเลี้ยงคู่กับมีมี่ ตอนแรกเข้ากันไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว” คุณปุ้ย เล่ายิ้มๆ ก่อนคุยให้ฟังต่อ ตัวเธอเปิดร้านขายของเล่นอยู่ที่ตลาดอินโดจีน แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให
ขายส้มตำ อาชีพยอดฮิต อยากให้ลูกค้าติด ต้องมีเทคนิคความอร่อยอะไร ขายส้มตำ เป็นอีกหนึ่งอาชีพยอดฮิต มีแทบทุกภาคของประเทศ ใครที่ตกงาน ไม่มีงาน หรือเข้ามาหางานในเมืองกรุง อาชีพแรกๆ ที่คิดถึงคือ ขายส้มตำ แต่สังเกตหรือไม่ว่า พ่อค้าแม่ค้าที่ขายดี ก็ขายดีมาก คนต่อคิว แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเลิกราไปด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ไม่มีลูกค้า เทคนิคเคล็ดลับอยู่ที่ ความอร่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยาก กระนั้นก็ไม่ยากจนเกินไปถ้ามีความพยายาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พูดคุยกับ แม่ค้าส้มตำขายดีท่านหนึ่ง พร้อมเผยเทคนิค เคล็ดลับละเอียดยิบ เริ่มจากเลือกวัตถุดิบ ใช้ น้ำตาลอ้อย เพราะรสกลมกล่อมกว่า ไม่มันเหมือนน้ำตาลมะพร้าว แม่ค้าส้มตำบางคน ใช้น้ำตาลที่ขายกัน กิโลละ 20 บาทส่วนใหญ่ อันนั้นหวานโดด ไม่รู้ว่า เป็นน้ำตาลอะไร แต่พอนำมาทำส้มตำ ทำให้ปรุงยาก ส่วน น้ำปลา ถ้าใช้ น้ำปลาถูกขวดละ 10 กว่าบาท บางทีเหม็น คาว ควรใช้น้ำปลาดี น้ำปลาแท้ ไม่ใช่น้ำปลาผสม ส้มมะขาม ต้องปรุง ให้ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ให้รสไม่เปรี้ยวโดด คือใส่ให้รสกลมกล่อม โดยต้องใช้มะนาวลูกร่วมด้วย เพราะทำให้หอมกว่ามะนาวขวด มะละกอ ถ้าซื้อยกถุง มักจะมีมะละกอ
