Exclusive
หนุ่มเมืองเพชร เข็ดชีวิตเมืองนอก หันแปรรูปของดีบ้านเกิด เปิดคาเฟ่ลับ คุณไจแอนท์-นฤเทพ ศิริเศรษฐ คือ คนหนุ่มวัย 40 ต้นๆ พื้นเพเป็นคนอำเภอท่ายาง เพชรบุรี จังหวัดที่หลายคนบอก “ของดี มีเพียบ” “ที่บ้านทำอาขีพค้าขาย พวก ทองม้วน ถั่วทอด ข้าวตู ส่งตามร้านของฝากเมืองเพชร ที่เปิดอยู่ริมถนนสายหลัก ส่วนหน้าร้านของตัวเอง ชื่อ ธัญญภรณ์ เปิดเมื่อปี 2539 อยู่ในตลาดอำเภอท่ายาง” คุณไจแอนท์ เริ่มต้นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนย้อนประวัติส่วนตัว ให้รู้จักมากขึ้น สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากคณะเทคโนโลยีนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนมาเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน รับหน้าที่ถ่ายภาพ/บันทึกวิดีโอ และเรียนต่อปริญญาโทควบคู่ไปด้วย จนจบได้เป็นมหาบัณฑิตจากคณะบริหารธุรกิจ “ชีวิตตอนนั้นไม่มีเป้าหมาย เรียนจบ ทำงาน ได้เงินเดือนไปเที่ยวไปวันๆ จบปริญญาโท ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยอยากไปเมืองนอก ตั้งใจไปออสเตรเลีย ที่บ้านไม่มีใคอยากให้ไปหรอก แต่ห้ามไม่ได้ สุดท้ายผมขายรถได้เงินมา 2 แสนกว่า ใช้เป็นค่าเทกคอร์สเรียนภาษา 6 เดือน 1.8 แสนบาท เหล
จากอาชีพแอร์โฮสเตสผันตัวมาทำธุรกิจ ด้วยเหตุผลการเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง สะท้อนได้จากยอดขายต่อเดือนที่มีตัวเลขไม่ธรรมดา ซึ่งมาจากการขายโปรดักต์ที่เป็นเมนูอาหารและของทานเล่น ไม่ว่าจะเป็น ข้าวคลุกกะปิ หมั่นโถวเบอร์เกอร์ ราเมน และถั่วอบกรอบพรีเมียม ล้วนถูกรังสรรค์มาด้วยความตั้งใจจริง แล้วแฮร์โฮสเตสมากความสามารถจะมีใครบ้างนั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมมาให้แล้ว เริ่มต้นที่ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เจ้าของร้านข้าวคลุกกะปิแม่พลอย ทำงานเป็นแอร์โฮสเตสมานาน 3 ปี ก่อนจะหมดสัญญาในช่วงเดียวกับโควิดระบาด จึงตัดสินใจกลับมาช่วยสานต่อธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวที่เปิดมานาน 12 ปี หลังจากนั้นได้ต่อยอดเปิดร้านของตัวเองชื่อว่า “ชูรส” ที่มีข้าวคลุกกะปิเป็นหนึ่งในเมนูประจำร้าน โดยตลอดการขายได้สังเกตเห็นลูกค้านิยมสั่งข้าวคลุกกะปิไปจัดเลี้ยงตามบริษัทหรืองานต่างๆ ทำให้มองเห็นโอกาสนำเมนูนี้ออกขายตามตลาดนัด โดยตระเวนขายตามตลาดชื่อดังต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าหลายๆ กลุ่ม โดยสามารถขายได้มากสุดถึงวันละ 600 กล่อง และสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อสัปดาห์ ตามมาด้
เผยท่าไม้ตาย ฟ้องผู้ประกอบการ อาหารไม่สะอาด มีสิ่งแปลกปลอม สิทธิที่ผู้บริโภคควรทำ นั่งกินข้าวอยู่ดีๆ เจอสิ่งแปลกปลอมในอาหาร จะหัวน็อต แมลงสาบ จิ้งจก หรือแม้แต่ของเสีย ของเน่า ผู้บริโภคควรทำอย่างไร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเผยท่าไม้ตายในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเลยของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสิทธิที่ควรจะทำของผู้บริโภค หากดำเนินการทุกอย่างแล้ว ท่าไม้ตายสุดท้ายนี้ต้องมา เรื่องจริงของผู้ประกอบการ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทั้งฝั่งของผู้บริโภค และฝั่งของผู้ประกอบการ บางอย่างอาจให้อภัยกันได้ แต่บางอย่างก็มากเกินกว่าการเปลี่ยนสินค้า จากข้อมูลของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า ปี พ.ศ. 2564-2565 มีผู้บริโภคที่ได้รับความช่วยเหลือ จาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มากกว่า 1,000 กรณี และ กว่า 101 เรื่อง เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งปนเปื้อนในอาหาร อาหารเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ อาหารหมดอายุ ผลิตภัณฑ์ไม่มี อย. ฯลฯ โดยเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดอันดับ 1 นั่นคือ สิ่งปนเปื้อนในอาหาร แต่สิ่งสำคัญที่ยังทำให้เหตุการณ์แบบนี้ยังคงอยู่ เกิดจ
ขโมยจักรกระเป๋าหิ้วของพ่อมาสร้างธุรกิจ ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ ขายยางรัดผมออนไลน์ เปลี่ยนทุนหลักพันเป็นเงินแสน ยางรัดผมสครันชี่จากลายผ้าสุดน่ารัก แอกเซสซอรีประดับผมที่สาวๆ หลายคนต้องมีติดตัว จากแบรนด์ Lamoonist ของ คุณนีง-ณัฐชยา สุวรรณศรี อดีตสาวฟรีแลนซ์ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ เธอเดินทางสู่โลกของการเย็บผ้ากับจักรกระเป๋าหิ้วคู่ใจ พร้อมเงินทุนหลักพัน ที่วันนี้เติบโตสู่ยอดขายหลักแสนต่อเดือนจากการขายออนไลน์ Lamoonist มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ทำไมยางรัดผมสครันชี่จึงขายดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปไขคำตอบ คุณนีงชอบทำงาน DIY มาตั้งแต่เด็กจากผู้เป็นแม่ที่คอยปลูกฝังผ่านการซื้อของเล่น เมื่อโตขึ้นความชอบนั้นก็ไม่ได้หายไป ทุกครั้งที่ว่างจากการเรียนมหาวิทยาลัย เธอมักจะชอบนั่งรถเมล์ไปพาหุรัด สถานที่ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจทุกครั้งเมื่อได้เห็นลวดลายของผ้าหลายร้อยผืน จึงอดไม่ได้ที่จะซื้อกลับมาฝึกฝน ใช้เข็มเย็บปลอกหมอนกับผ้าปูที่นอนไว้ตกแต่งห้อง กระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เอกภาษาอังกฤษ คุณนีงได้เข้าทำงานตรงสายเป็นมนุษย์เงินเดือนย่านอโศก จากนั้นเธอตัดสินใจลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ รับงานติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษและงานแปล ทำงานนี้อ
หมูกระทะ ใครอยากมีร้านดัง ลูกค้าติด ไม่ยาก ไม่ง่าย ต้องบริหารจัดการยังไง ธุรกิจร้านหมูกระทะ ไม่ง่าย ไม่ยาก คล้ายคลึงกับร้านสุกี้และชาบู ให้คนละอารมณ์ แต่พื้นฐานของการจัดการคล้ายกันคือ หนึ่ง ต้องมีที่กว้างขวางพอควร รองรับแขกครอบครัวได้ มีที่จอดรถ วัตถุดิบสั่งซัพพลายเออร์เกินครึ่ง แต่หลายร้านลงทุนซื้อเครื่องสไลซ์เนื้อเองเพราะในระยะยาวคุ้มกว่าที่สั่งเขา น้ำจิ้มก็มีขายสำเร็จ หรือทำเองไม่ยุ่งยากมาก ที่เหลือเป็นการหมักหมู หมักเนื้อสัตว์ หมูกระทะสมัยแรกๆ มีเนื้อปลาหมักชิ้นใหญ่ๆ เหมือนเนื้อไก่ เรียกกันว่า ปลาเนื้อไก่ มีขายเป็นถุงๆ ราคาถูก มารู้กันทีหลังว่า มันคือ ปลาปักเป้า สยองกันเป็นแถว เนื้อปลานี้แล่ดีก็ดี ไม่ดีมีพิษติดมาทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาตถึงตาย รูปแบบของร้านจำๆ กันมาได้ มีไลน์บุฟเฟ่ต์ ส่วนของตู้กดเครื่องดื่ม ส่วนครัวเตรียมของไลน์บุฟเฟ่ต์ของทอด โต๊ะทำที่วางเตาถ่าน เหนื่อยคนยกเตา เผาถ่านนี่แหละ เตาไฟฟ้าไม่ค่อยเหมาะกับร้านหมูกระทะ ค่าไฟจะสูงและไม่ค่อยได้อารมณ์ กินหมูกระทะมันต้องร้อนๆ ต่างจากสุกี้หรือชาบู ที่ใช้เตาไฟฟ้า นั่งห้องแอร์ได้ ข้อลำบากของร้านหมูกระทะอีกอย่าง คือ การล้าง ต้
เข้าใจเรื่อง “การลดปริมาณสินค้าแต่ราคาเดิม” กรณีศึกษาของฝากชื่อดัง “โมจิ นครสวรรค์” ราวกับเป็นปัญหาโลกแตก เมื่อของฝากชื่อดัง “โมจิ นครสวรรค์” ถูกพูดถึงอีกครั้งในเรื่อง ราคาเดิมแต่ปริมาณลดลง คือการขายราคากล่องละ 35 บาท 3 กล่อง 100 แต่มีปริมาณแค่ 4 ลูก ซึ่งต้นเรื่องนี้มาจากกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งนับภาพ ขนมโมจิ มาโพสต์พร้อมแคปชันที่ว่า “เดี๋ยวนี้โมจิของฝากจากนครสวรรค์ มีแค่ 4 ลูกแล้วหรอคะ 😅 ปล.มีคนซื้อมาฝากช่วงปีใหม่ค่ะ” ทำเอาคอมเมนต์แตกฝั่งฝ่ายไปหลายด้าน บ้างก็ว่าเหมาะสมกับราคา บ้างก็ว่าโลกร้อนปริมาณน้อยพลาสติกเยอะ บ้างก็ว่าขนมนี้ไม่ได้ชื่อโมจิ และต่างๆ มากมาย สิ่งที่น่าสนใจคือมีคอมเมนต์หนึ่งได้เล่าถึงตนเองในฐานะคนนครสวรรค์ว่า “อยู่นครสวรรค์นะคะ ตอนเราเป็นเด็กเวลาจะไปบ้านญาติ ตจว. ก็จะซื้อไปฝากเขา เมื่อก่อนกล่องละ 35.- ราคา 3 กล่อง 100 ตอนเราอายุ ไม่ถึง 10 ขวบ มันมี 9 ลูก ตอนเราอยู่มหาลัย ซื้อไปฝากเพื่อนเวลากลับ ม. มันลดลงมาเหลือ 6 ลูก แต่ราคายังเท่าเดิม ปัจจุบัน เราอายุ 35 ราคาขนมมันก็ยังเท่าเดิม แต่จำนวนในกล่องเหลือ 4 ลูก และลูกเล็กลงมากๆ ค่ะ ขายราคาเดิมมา
ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และอาหารเสริมในรูปแบบที่แปลกใหม่ ผู้คนมีการหาความรู้จากข่าวสารข้อมูลโซเชียลมากขึ้น มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสมดุลชีวิต ไม่หักโหมทำงานเหมือนคน GEN เดิมๆ ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา ความสวย ความงาม และเริ่มใส่ใจต่อความยั่งยืนโลก ไม่ต้องการเป็นผู้ที่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมโลก ในปี 2024 มีแนวโน้มจะกลับมาบริโภคอาหารที่มีการแปรรูปน้อยลง อาหารท้องถิ่นสดใหม่ ปลอดภัย มีความเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน ก็มีความเชื่อมั่นในกระบวนการแปรรูปอาหารมากขึ้น ใส่ใจการตรวจสอบกระบวนการแปรรูปที่เข้มข้นมากขึ้นและให้ความสำคัญกับส่วนผสม โภชนาการ และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลายๆ คนก็คงอยากจะรู้ว่าเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพในปี 2024 จะต่างไปจากปีที่ผ่านมาขนาดไหน แล้วจะมี Future Food ตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง รศ.ยุพกนิษฐ์ พ่วงวีระกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ คณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยรังสิต หัวหน้าทีมพัฒนาฯ เปิดเผยว่า เทรนด์อาหารโลกเพื่อสุขภาพปีนี้จะยังเหมือนปี 2023 แต่จะล
39RAMEN ร้านราเมนเล็กๆ ในซอยอารีย์ มีพื้นที่ขายเพียง 2×2 เมตร แต่สร้างรายได้วันละหลักหมื่นบาท จากการขายราเมน เริ่มต้นชามละ 39 บาท เรื่องราวของ 39RAMEN เป็นมาอย่างไร ทำไมถึงขายดีต่อเนื่องทุกวัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณเมย์-ณปภัช วรปัญญาสถิต เจ้าของ 39RAMEN แรกเริ่มเดิมที คุณเมย์เคยทำงานเป็นแอร์โฮสเตสนาน 5 ปี และเปิดบริษัททัวร์อีก 10 ปี จนกระทั่งเจอโควิดทำให้มีรายได้เป็นศูนย์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีธุรกิจร้านชานมไข่มุก “AM Tea” ที่บุกเบิกในกัมพูชา ก่อนตัดสินใจมาขยายสาขาในไทยจนเติบโตกว่า 130 สาขา และ 5 สาขาในกัมพูชา จากนั้นได้ขยายชานมแบรนด์อื่นเรื่อยมา อาทิ เออร์ เต คาเฟ่ (Er Te Café) ที่สยามพารากอน และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และอีกแบรนด์คือเจ๊พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ที่เติบโต 300 สาขา ขยายต่อสู่ธุรกิจอาหาร จากธุรกิจเครื่องดื่มขยับสู่ธุรกิจอาหาร ด้วยคุณเมย์เคยเป็นแอร์ฯ ที่ญี่ปุ่น ทำให้เห็นว่าตามถนนมีร้านราเมนเล็กๆ เปิดขายจำนวนมาก ต่างกับไทยที่ต้องอยู่ในห้างและราคาสูง จึงเกิดแนวคิดอยากทำให้เข้าถึงง่าย โดยชวนพาร์ตเนอร์ที่ทำร้านบุฟเฟต์สไตล์
เผยสูตรไม่คิดตังค์ “น้ำจิ้มซีฟู้ด-น้ำยำอมหวาน” ใส่ขวดขาย เผลอๆ รวยหลายล้าน! “สูตรน้ำยำ” ยอดฮิตที่เรียกร้องกันมากคือ น้ำจิ้มซีฟู้ด จนถึงขนาดว่ายอมลงทุนซื้อสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดกันเลย หลายคนเวลากินปูนึ่ง กุ้งนึ่ง แล้วไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ ยอมไม่กินของทะเลซะเลยดีกว่า สำหรับผู้ที่ติดน้ำจิ้มซีฟู้ด เอาไปเลยครับ ไม่ต้องจ่ายตังค์ สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ด พริกขี้หนูสวน 10 กรัม กระเทียม 10 กรัม รากผักชี 20 กรัม น้ำมะนาว 40 กรัม น้ำกระเทียมดอง 40 กรัม น้ำปลา 50 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม ใส่ทั้งหมดลงโถปั่น ปั่นอย่างเดียว เทไปใช้ขายได้ทั้งวัน เก็บข้ามคืนไม่ค่อยดี เพราะเป็นของสดหมด ตั้งไฟไม่อร่อย ผู้ใดชอบน้ำจิ้มแบบหยาบให้เอาเครื่องลงครกโขลก ค่อยเติมส่วนที่เป็นน้ำ ได้อีกหนึ่งอรรถรสในการกิน น้ำจิ้มซีฟู้ด อีกแบบผสมเต้าเจี้ยว แบบเอาไว้จิ้มกินกับปลาลวกในร้านข้าวต้ม ส่วนผสมคล้ายกันเพิ่มเต้าเจี้ยวเข้าไป น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว เต้าเจี้ยว 8 กรัม น้ำส้มสายชู 125 กรัม ซีอิ๊วขาว 125 กรัม น้ำตาลทราย 25 กรัม รากผักชี 5 กรัม กระเทียม
จิตสดชื่น กะเพราอันดับ 2 ของโลก เผ็ดร้อน จัดจ้าน อร่อยจนไฟออกปาก หากพูดถึงร้านกะเพราที่อร่อยระดับโลก ต้องนึกถึงร้านนี้แน่นอน “จิตสดชื่น” เพราะได้เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล Creative จากการแข่งขัน “WORLD KAPHRAO THAILAND GRAND PRIX 2023” ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นผัดกะเพรากายละเอียดที่มีความอร่อยเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ไม่เพียงแค่นั้น กว่าจะมาเป็นร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ต้องเดินทางมาพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง และในวันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุญกับ คุณแบงค์-ปภากร นิยมทรัพย์ เจ้าของร้าน จิตสดชื่น ได้มาถ่ายทอดเรื่องราว บอกได้เลยว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เดิมทีคุณแบงค์ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ในห้องอาหารแห่งหนึ่งที่เกาะกูดประมาณ 1 ปี ภายในเวลา 1 ปีที่ทำงานก็มีความคิดอะไรมากมาย เลยตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี คุณแบงค์ เล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ เขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำ จึงทำให้เพื่อนในวัยเด็กไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่ เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ออกไปทำงาน อย่างการเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ร้านอาหาร แต่สุดท้ายก็กลับมาทำตามความฝ
