SMEs เกษตร
การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในโครงการที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกในช่วงหน้าแล้ง เพื่อลดพื้นที่การทำนาปรัง ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานพร้อมกับได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเปิดตลาดรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านที่ปลูกมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด คุณแสวง ทองท่อน อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกข้าว สลับกับการปลูกพืชอายุสั้นอย่างมะเขือลาย แต่ต้องใช้สารเคมีมากจนทนไม่ไหวจึงเลิกเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้บริโภค จากนั้นจึงหันมาปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์แทนเพราะไม่ต้องใช้สารเคมี แถมยังทำให้ต้นทุนต่ำ คุณทวี มาสขาว (ขวา) เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมชมไร่ข้าวโพดของคุณแสวง คุณแสวงใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 8 ไร่ แล้วใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 22 กิโลกรัม เป็นข้าวโพดพันธุ์แปซิฟิก 99 เหตุผลที่เลือกใช้พันธุ์นี้เพราะได้รับการแนะนำจากเพื่อนบ้านหลายราย เนื่องจากมีข้อดีคือให้ความเข้มข้นของแป้งสูง อีกทั้งยังให้ผลผลิตมากด้วย การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพด คุณแสวง บอกว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้
คุณสันทัด ไทรทอง อยู่ที่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ที่ 9 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังว่า สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาพืชสวน จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อปี 2555 จึงได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับงานด้านการจัดสวนอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาเริ่มอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้จึงได้ลาออกมาอยู่บ้านพื้นทำงานทางด้านการเกษตร คุณสันทัด ไทรทอง “ช่วงที่เราทำงานบริษัทรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีอิสระ และยิ่งอยู่ในเมืองหลวงด้วยแล้ว ผมก็ว่ามันดูวุ่นวาย ชอบอยู่แบบธรรมชาติบ้านเกิดมากกว่า เลยคิดที่อยากจะกลับมาทำมาหากินในพื้นที่ว่างของที่บ้าน เพราะรู้สึกว่าเราสามารถเป็นนายตัวเองได้ จึงตัดสินใจลาออกมา และใช้พื้นที่ว่างที่เรามีอยู่มาทำเป็นอาชีพสร้างเงิน” คุณสันทัด เล่าถึงที่มา เมื่อตกลงปลงใจที่จะกลับมาอยู่บ้านแล้ว คุณสันทัด บอกว่า ได้มองหาพืชที่จะทำเงินให้กับเขาสามารถมีรายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจเลือกปลูกมะลิ เพราะเป็นพรรณไม้ที่สามารถผลิตดอกและนำไปขายได้ โดยที่ชุมชนในย่านนี้มีแต่แปลงที่ปลูกดอกดาวเรือง ส่วนแปลงที่ปลูกดอกมะลิยังมีค่อนข้างน้อย ซึ่งมะลิที่
พื้นที่กว่าร้อยละ 90 ของจังหวัดทางภาคใต้เป็นแหล่งปลูกและแปรรูปกาแฟ โดยส่วนที่เหลือจะปลูกมากตามดอยสูงต่างๆ ทางภาคเหนือ ความสมบูรณ์และคุณภาพของกาแฟจากพื้นที่ทั้งสองแหล่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยสภาพทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต จนทำให้เกิดแบรนด์ดังหลายยี่ห้อ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมทางภาคอีสานจึงไม่ค่อยพบเห็นหรือได้ยินแบรนด์กาแฟบ้าง ฉะนั้น คอลัมน์ตลาดสินค้าเกษตรฯ เล่มนี้ จึงต้องการพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับกาแฟชื่อดังทางภาคอีสานยี่ห้อหนึ่งที่ชื่อ “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่วังน้ำเขียว มีศักยภาพปลูกกาแฟได้คุณภาพ “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” มีจุดเริ่มต้นมาจากความพยายามของ คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ ที่ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ ให้ปลูกกาแฟแนวอินทรีย์อย่างมีคุณภาพ ป้อนเข้าสู่กลุ่ม “ผู้ปลูกกาแฟวังน้ำเขียว” เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟและเครื่องสำอางกาแฟ ส่งขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมทั่วประเทศ พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมในบริเวณร้านให้เป็นโมเดลผลิตและแปรรูปกาแฟเพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำบรรยากาศอีกด้วย คุณปกรณ์
สถานการณ์น้ำน้อยทางภาคอีสานดูจะสร้างปัญหาให้กับอาชีพปลูกข้าวของชาวบ้านหลายพื้นที่จนต้องหาทางปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน อย่างชาวบ้านที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างผักขะแยง ซึ่งมีคุณสมบัติใช้น้ำน้อย อายุสั้น เก็บเกี่ยวมีรายได้แบบวันต่อวัน ลักษณะการปลูกผักขะแยงของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีจำนวนเนื้อที่แตกต่างกันตามกำลังของครัวเรือน โดยชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มทั้งหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งวิธีการปลูก การดูแล รวมไปถึงการขาย จนเกิดความเข้มแข็งสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จนได้รับการกล่าวขานว่า “หมู่บ้านผักขะแยงเงินล้าน” คุณแพ พรมวิจิตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (087) 870-4290 ทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกสร้างรายได้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกไปทำงานยังจังหวัดต่างถิ่น แต่ต้องประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับครอบครัว คุณแพ พรมวิจิตร คุณแพเริ่มปลูกผักขะแยงในพื้นที
นายภิรมย์ – นางวรรณา ทองขะโชค สองสามีภรรยา วัย 60 ปี ชาว อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา อดีตข้าราชการครูที่เออร์ลี่ รีไทร์ก่อนเกษียณราชการ ได้ใช้เวลาว่าง ใช้พื้นที่ว่างบริเวณหลังบ้าน 1 ไร่เศษ ปลูกกล้วยหอมทอง กำลังกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ของหมู่ 1 ต.คลองหอยโข่ง ซึ่งการปลูกกล้วยหอมทอง 130 ต้น มีสหกรณ์การเกษตรคลองหอยโข่งเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนการปลูก ถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของ อ.คลองหอยโข่ง และยังเป็นสมาชิกเครือข่ายของกลุ่มปลูกกล้วยหอมทอง ต.ปากแตระ อ.ระโนด ซึ่งปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออกประเทศญี่ปุ่น จากการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ของสองสามีภรรยาในวัย 60 ปี นายภิรมย์กล่าวว่า ปลูกกล้วยหอมทองมาแล้ว 9 เดือน กล้วยทยอยออกเครือพร้อมและทยอยตัดได้สัปดาห์ละ 10 เครือ มีผู้เข้ามารับซื้อในราคาเท่ากับราคาที่ส่งไปประเทศญี่ปุ่นกิโลกรัมละ15 บาท เนื่องจากเป็นกล้วยคุณภาพเกรด เอ ทั้งหมด ถือเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวหลังเกษียนราชการที่เป็นกอบเป็นกำ นายภิรมย์กล่าวอีกว่า หลังเออร์ลี่ รีไทร์ ได้ช่วยกันสองคนผัวเมียมาปลูกกล้วยหอมทอง ซึ่งได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้ออกกำลังกายด้วย ทำให้สุขภาพก
แม้จะเป็นคนชอบกินผักและเดินสายไปทำข่าวตามจังหวัดต่างๆ มาหลายปี แต่เพิ่งได้ยินชื่อ “ต้นขาไก่” เมื่อไม่นานมานี้ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งทาง คุณประสิทธิ์ ทองขาว เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กำลังสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม แทนที่จะปลูกกันไว้บริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ราคาดีกว่าผักเหมียง ด้วยความที่ว่า “ขาไก่” เป็นผักที่มีรสชาติอร่อยและปลูกไม่ยาก ที่สำคัญได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 100 บาท เทียบกันแล้วได้ราคาดีกว่าผักเหมียง ที่มีราคาแค่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ฟังแค่นี้น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรและคนทั่วไปสนใจอยากจะปลูกต้นขาไก่ เพราะเห็นหนทางชัดเจนว่ามีโอกาสทำเงินได้ก้อนโตหากมีตลาดรองรับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้บริโภคยังไม่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น ในขณะที่ต้นขาไก่เองมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนในภูมิภาคอื่นที่ไม่รู้จักต้นขาไก่ที่ว่านี้ เพราะเป็นพืชพื้นถิ่นของทางภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ทั่วไป ถือว่าเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็
ปลานิล ปลาน้ำจืดตระกูลทิลาเปีย คือ Nile Tilapia จำนวน 50 ตัว ที่ได้จากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระอิสริยะยศมกุฎราชกุมาร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี 2508 ซึ่งพระองค์ได้ทรงนำไปเลี้ยงไว้ที่บ่อปลาสวนจิตรลดา โดยมีกรมประมงดูแลในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ได้ผลเป็นอย่างดี ในเวลาต่อมาพระองค์ได้พระราชทานลูกปลานิล ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว ให้แก่กรมประมง นำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ที่แผนกทดลอง และเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน และสถานีประมงต่างๆ อีกจำนวน 15 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้กับประชาชนต่อไป จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ปลานิลกลายเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย คุณทองนาค สีเคนา อยู่บ้านเลขที่ 70 บ้านนาคำน้อย หมู่ที่ 1 ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลานิลจนประสบผลสำเร็จ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมีความสุข จึงทำให้ฟาร์มแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจการเลี้ยงปลานิล ได้เข้ามาศึกษาและนำไปปฏิบัติจนเป็นงานที่สร้างรายได้สืบต
ประเทศไทยนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนอับดันต้นๆ ของโลก เมื่อปี 58 ผลผลิตทุเรียนได้ราว 603,332 ตัน ซึ่งภาคตะวันออก ยกตัวอย่าง จังหวัดจันทบุรี นับว่ามีผลผลิตทุเรียนมากที่สุดในไทย รองลงมา คือ ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำดับ ทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี หรือทุเรียนภาคตะวันออก จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด ในเดือนกรกฎาคม –สิงหาคม ส่วนทุเรียนใต้จะออกสู่ตลาด ราวเดือนกันยายน – ตุลาคม คุณวีรวัฒน์ จีรวงศ์ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร และยังเป็นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ที่ อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร ประสบความสำเร็จ จากการจำหน่ายทุเรียนเมื่อปีที่แล้ว 90 ตัน โกยรายได้ไปราว 4 ล้านบาท ปี 60 ตั้งเป้า จะมีผลผลิต 120 ตัน รายได้ 5 ล้าน คุณวีรวัฒน์ เล่าว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร คุณพ่อมาซื้อที่ดินที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2505 จำนวน 100 ไร่ ปัจจุบันซื้อเพิ่มเป็น 200 ไร่ ปลูกทุเรียน 70 ไร่ ปาล์ม 100 ไร่ มังคุด ส้มโชกุน ลองกอง และยังลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้ด้วยกรรมวิธีฟรีซดายน์ ขายออนไลน์ รายได้แต่ละเดือนนับล้าน ปัจจุบันคุณวีรวัฒน์ อา
ชีวิตโปรแกรมเมอร์ หรือนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ละวันต้องคลุกคลีอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อรับค่าจ้างในอัตราที่สูง แต่มีบางคนเลือกจะปฏิเสธงานในห้องแอร์เย็นๆ รับเงินเดือนเกือบแสน เพื่อไปตากแดด ตากลม ตากฝน ทำอาชีพที่รัก นั่นคือ การเป็นเกษตรกร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เก็บไข่ขายได้เงินวันละ 1, 000 บาท ใช้ชีวิตหรูๆ อยู่ต่างจังหวัดได้สบาย คุณจักรกรินทร์ ต้นตระกูลโฆษณา หรือคุณเอ็ม ชายหนุ่มวัย 35 ปี เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่ายไอที บริษัทขายรถแท๊กซี่แห่งหนึ่ง เงินเดือน 60,000 บาท นอกจากนั้นยังสวมบทบาทเจ้าของฟาร์มเป็ด และไก่ไข่ อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ คุณเอ็ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวทำไร่อ้อย ทำนา เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ยังทำงานอยู่ในเมืองหลวง ช่วยเหลือครอบครัวด้วยการส่งเงินกลับไปจุนเจือ กระทั่งเมื่อปี 55 ชายหนุ่ม ซื้อไก่ไข่พันธุ์โรดไอแลนด์ 200 ตัว ราคาตัวละ 185 บาท ให้แม่ช่วยเลี้ยงที่จังหวัดชัยภูมิ เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติ ให้กินข้าวโพด ข้าวเปลือก รำข้า
มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ประเภทกินผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว ผลสุกสีแดงขนาดเล็ก เป็นแหล่งสำคัญของธาตุเหล็ก วิตามินซี และยังมีปริมาณเพกติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง (Pal et al,19751) พบว่า ผลของพืชสกุล Carissa caradas มีสารกลุ่มฟินอลิกปริมาณมาก โดยสารประกอบฟินอลิกได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ สารฆ่าเชื้อ มะม่วงหาวมะนาวโห่จะอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน เป็นสารสีม่วงแดงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า คุณภัทรฤทัย พรมนิล (ปุ๊) อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 บ้านสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม อดีตครีเอทีฟรายการทีวีชื่อดัง ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเพื่อสานต่อความฝันของพ่อ ก่อนหน้านี้คุณปุ๊ทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 5 ปี เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ด้วยลักษณะของงานที่ต้องใช้ความคิดเยอะ เครียด “ปุ๊จึงตัดสินใจลาออกจากงานและช่วงนั้นคุณพ่อเสียชีวิตพอดี จึงทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะกลับมาสานต่อความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จ ซึ่งคุณพ่อของปุ๊ได้ปู
