SMEs เกษตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่มีฝนตกต่อเนื่องในจังหวัดหนองคายหลายวัน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่มีความชุ่มชื้น ส่งผลดีกับพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยง บ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่ขณะนี้ไผ่เลี้ยงที่ปลูกไว้ได้เริ่มแตกหน่อออกมาจากพื้นดินเป็นจำนวนมาก เกษตรกรที่ปลูกนำไปขายทั้งที่เป็นหน่อสด และมีการแปรรูปพร้อมนำไปปรุงเป็นอาหาร ที่ตลาดสดแจ้งสว่าง ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย ที่อยู่ริมถนนบายพาสไปด่านพรมแดนหนองคาย โดยมีลูกค้าทั้งไทยและลาวเข้าไปจับจ่ายซื้ออาหารสดที่ตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย บอกถึงสาเหตุที่ปลูกไผ่เลี้ยงว่า จากการที่ช่วงนี้จังหวัดหนองคายมีฝนตกต่อเนื่อง ได้ส่งผลดีกับไผ่เลี้ยงที่ตนปลูกไว้ในเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ที่เริ่มแตกหน่อออกมา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการให้น้ำไว้ก่อน เมื่อฝนตกลงมาก็ทำให้ไผ่เริ่มแตกหน่อขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ตนเก็บไปขายที่ตลาดสดแจ้งสว่างทุกวัน เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะลูกค้าชาวลาวตนจะให้มารับที่ตลาดแ
อะโวกาโด (Avocado) หรือ ลูกเนย หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วในไทยก็ปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกง่าย แทบจะไม่ต้องดูแลมาก ก็ปลูกขึ้น สามารถปลูกแซมในสวนผลไม้อื่นก็ได้ เพาะเมล็ด 3 – 4 ปี ให้ผลผลิตและเก็บเกี่ยวได้ และจะให้ผลผลิตมากขึ้น ต่อเมื่อ อะโวกาโดอายุ 5-6 ปี เกษตรกรภาคเหนือตอนบนและตอนล่างนิยมปลูกกันมาก โจ้ – ยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ เด็กหนุ่มอนาคตไกลวัยเพียง 25 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันสวมบทบาททั้งเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกอะโวกาโด เพราะนอกจากจะขายผลสด ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ความงามบำรุงผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกาย ภายใต้แบรนด์ “อะโวคาโด้ ไร่ยังคอย”ขยายตลาดด้วยตัวแทนจำหน่าย รวมถึงส่งออกต่างประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนหลักล้านบาทเลยทีเดียว โจ้ เผยกับเส้นทางออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบ ป.ตรี ไปเพาะพันธุ์ไก่ชนหายาก ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของ แม่ฮ่องสอน มีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ส่งจีน ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีทั้งส่งตรงและส่งผ่านพ่อค้าคนกลาง ทว่าระยะหลังเศรษฐกิจเริ่มไ
พื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีสภาพดินปนทรายและขาดแคลนน้ำ ได้ชื่อว่าเป็นอำเภอที่มีสภาพแห้งแล้ง เกษตรกรมักปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น มันแกว มันสำปะหลัง แต่ระยะหลังประสบปัญหาขาดทุน หลายครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนมาเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่า ละออง โสจันทร์ เกษตรกรบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 11 ตำบลบ่อใหญ่ อำเภอบรบือ เป็นอีกรายที่ประสบความสำเร็จ หลังปรับเปลี่ยนจากการปลูกมันสำปะหลังตามแนวทางของพ่อแม่ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก มาทำสวนมะม่วงตามคำชักชวนของสามีชาวนครปฐม ในปี 2550 ระยะแรกลงทุนขุดบ่อบาดาลทำระบบน้ำหยด และลงพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น มะยงชิด ลำไย แต่พืชสวนหลักๆ คือ มะม่วง 1,500 ต้น ทั้งมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้มัน เขียวเสวยสามรส และมหาชนก ลองผิดลองถูกมานาน กระทั่งประสบความสำเร็จโดยเฉพาะมะม่วงผลใหญ่ ผิวสวย “ด้านการตลาด จะขายส่งพ่อค้าคนกลางที่ตลาดไท และส่งขายห้างใหญ่ โดยเป็นผลผลิตเกรดพรีเมียม ขายในตลาดบน ผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูงทำให้ขายสินค้าได้ราคาเพิ่มขึ้น อีกทั้งมะม่วงที่สวนผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP (การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี) จากกรมวิชาการเกษตร ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเป
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจึงนิยมนำมาจัดตกแต่งบนพานพุ่มหรือร้อยเป็นมาลัยนำไปกราบแม่เพื่อขอรับพรที่เป็นมงคลชีวิต หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ด้วย การปลูกผลิตดอกมะลิขายในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจึงเป็นทางเลือกสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัวมีวิถีมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง มะลิ…ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ของชาวสวน มาบอกเล่าสู่กัน คุณสมชาย ทองชื่น เกษตรอำเภอธัญบุรี เล่าให้ฟังว่า มะลิเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ปลูกง่าย มีความสูง 1-2 เมตร ลำต้น เล็กกลม แตกกิ่งก้านสาขารอบลำต้น ลำต้นสีขาวนวล ใบ เป็นใบเดี่ยว แตกใบเรียงกันเป็นคู่ตามกิ่งก้าน ใบมนป้อม โคนใบสอบเรียว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ใบกว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือง่ามใบ ขนาดเล็กสีขาวนวล มี 6-8 กลีบ เรียงกันเป็นวงกลมหรือซ้อนกันเป็นชั้นแล้วแต่พันธุ์ ดอกบานเต็มที่ 2-3 เซนติเมตร ผล เป็นรูปกลมรีเล็ก สุกมีสีดำ ภายในมีเมล็ด เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการผลิตในแบบผสมผสาน หรือผลิตในระบบเกษตรดีที่เหม
ณ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 2 ตำบลพระงาม อำเภอพรหม จังหวัดสิงห์บุรี อดีตพนักงานเกษียณ บริษัท การบินไทย จำกัด คุณบำรุง พงษ์พุฒ ผันตัวจับจอบ จับเสียม เป็นเกษตรกรปลูกบวบเหลี่ยม ระบบน้ำหยด 5 ไร่ เก็บผลผลิตขายรับทรัพย์ได้ทุกวัน วันละ 2,000 บาท อนาคตเตรียมขุดบ่อน้ำกลางนา ขยายพื้นที่ปลูกผักเพิ่ม หวังสร้างรายได้ยั่งยืน คุณบำรุง พงษ์พุฒ อดีตรองผู้จัดการ แผนกแคเทอริ่ง บริษัท การบินไทย จำกัด เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 63 ปี หลังเกษียณอายุกลับมาทำนาที่บ้านเกิด จังหวัดสิงห์บุรี 30 ไร่ ลงทุนเกือบ 200,000 บาท ทว่าผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจ เลยตัดสินใจปล่อยพื้นที่นาร้าง แล้วหันมาใช้พื้นที่ว่างใกล้บ้าน ประมาณ 2 งาน ปลูกแตงกวา มะระจีน และตามด้วยบวบเหลี่ยม ซึ่งผลผลิตเป็นที่น่าพอใจมาก เก็บขายได้ทุกวัน รายได้ดีกว่าตอนทำนา “ผมทดลองปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 บนพื้นที่ 5 ไร่ เงินลงทุนปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรกราว 10,000 บาท เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ระบบน้ำหยด” สำหรับเทคนิคที่ทำให้เมล็ดพันธุ์บวบเหลี่ยมงอกได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณบำรุง ระบุว่า ต้องเพาะกล้าลงในถาดและดินสำหรับเพาะก
จากข่าวฮือฮาชวนตาลุกวาวที่ว่ามีการซื้อ-ขายกุ้งราคาตัวละล้าน นำมาสู่ความสงสัยอยากรู้อยากเห็นว่ากุ้งอะไร ทำไมราคาแพงขนาดนั้น เจ้ากุ้งราคาหลักล้านตัวนั้นเป็นที่รู้จักในวงการว่า “กุ้งโกสต์” เป็นกุ้งสองหรือสามสี ที่มนุษย์ทำการผสมพัฒนาสายพันธุ์ ขึ้นมาจนสายพันธุ์นิ่งแล้ว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Procambarus Clakii Ghost” ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของกุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) กุ้งโกสต์มีลักษณะรูปแบบที่จำเพาะเจาะจง คือ หนวด ขา แถบข้างลำตัว และส่วนหาง จะต้องเป็นสีขาว ลักษณะเด่นของโกสต์ คือ บนหลังมีสามสี น้ำเงิน ขาว แดง ตัดขวางคล้ายธงชาติไทย ตลาดซื้อ-ขาย กุ้งโกสต์เริ่มขึ้นทางออนไลน์ ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่ม “ประมูลกุ้งเครฟิชทุกสายพันธุ์” มีสมาชิกอยู่ 2.7 แสนคน กลุ่ม “ประมูลกุ้งเครฟิชแห่งประเทศไทย” มีสมาชิกอยู่ 1 แสนกว่าคน จากนั้นเมื่อมีกระแสความนิยมพุ่งสูงจึงเกิดตลาดนัดรวมตัวกันเปิดขึ้นมาใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ตลาดเจเจกรีน ในวันพุธ และบริเวณโดยรอบโซนตลาดสัตว์น้ำในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าสัตว์น้ำเดิมอยู่แล้วที่หันมาขายกุ้งโกสต์ตามความนิยมของตลาด นอกจากนั้นยัง
เมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสกลับบ้านที่อำเภอปากช่อง พี่สาวของผู้เขียนเห็นบ้านเพื่อนทำสวนผสม จึงแนะนำให้ลองลงพื้นที่ไปดูสวนแห่งนี้ พอไปถึงความรู้สึกแรกคือ ประทับใจในความเป็นกันเองของเจ้าของบ้าน และบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ผล ต้นไม้ให้ความสดชื่น เข้าไปแล้วรู้สึกอบอุ่น เจ้าของสวนคือ คุณลือชัย หวังสุวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 15 ตำบลขโนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คุณลือชัย หวังสุวรรณ คุณลือชัย เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายข้าวราดแกง อยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี แต่ได้มีโอกาสมาทำสวนกับรีสอร์ทที่เขาใหญ่ เพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เพื่อนชวนมาเที่ยวที่เขาใหญ่ เกิดถูกใจที่ตรงนี้จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน เนื้อที่ 8 ไร่ เดิมทีเป็นไร่อ้อยมาก่อน จึงลงมือพัฒนา เริ่มแรกสร้างบ้านไว้พักผ่อนเพียงหลังเดียว แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบต้นไม้ ไปที่ไหนเห็นต้นไม้ต้นไหนดี ต้นไหนสวย ก็ซื้อมาปลูกไว้หมด ปลูกโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรเลย มีแต่ความชอบและใจรักเท่านั้น ภายในสวนโล่งสะอาด พื้นที่ 8 ไร่ ปลูกอะไรได้บ้าง ที่สวนของคุณลือชัย มีพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ ด้วยกัน เขาไม่ได้ปลูกเพียงไม้ผ
ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) กับประโยชน์ทางโภชนาการ Hydroponics เป็นการผสมคำภาษากรีก 2 คำ คือ Hydro แปลว่า “น้ำ” Ponos แปลว่า “งาน” เมื่อนำความหมายรวมกันมาใช้กับการปลูกพืช จึงหมายถึง การปลูกพืชลงบนธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายโดยตรง นั้นหมายความว่า เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นอกจากนี้ การผลิตพืชผักบนดินก็ยังได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง พายุ และความเสื่อมของดินที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีมากจนเกินไป ทำให้การปลูกพืชผัก แบบ Hydroponics เป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว จุดเด่นของการปลูกผักในระบบ Hydroponics มีดังนี้ คือผักมีความอุดมสมบูรณ์สูง โตเร็ว เพราะได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ผักสะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงและเชื้อโรค สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ กำหนดหรือวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะผักปลอดสารพิษ ซึ่งทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอตลอดทั้งปี ผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูง เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไข
ชะอม เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง ทั้งวิตามินเอ โปรตีน และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแตกกิ่งข้างต้นหนาแน่น ชะอมเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน ไม่ว่าดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย ยกเว้นดินเค็มและกรดจัด ปลูกง่าย ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย “ชะอม” หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว อาทิ ชะอมชุบไข่ทอดกับน้ำพริกกะปิ แกงแคไก่อาหารของคนเหนือ แกงลาวของคนอีสาน ฯลฯ ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำ และมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้ ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิ
